คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๘๐๐/๒๕๕๔

จาก วิกิซอร์ซ
ข้ามไปยัง: บอกทาง, ค้นหา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๘๐๐/๒๕๕๔
ในคดีระหว่างพนักงานอัยการ ผู้ร้อง กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ ๑ และบริษัทโฮ แปซิฟิค จำกัด ที่ ๒ ผู้คัดค้าน
เรื่อง พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๔

โดย: ศาลฎีกา



คำพิพากษา
ตราครุฑ
ที่ ๑๘๐๐/๒๕๕๔


ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์

ศาลฎีกา


วันที่ ๑๖ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔


ความแพ่ง



{{{3}}}px พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้ร้อง
ระหว่าง {{{3}}}px
{{{3}}}px นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์   ที่ ๑ ผู้คัดค้าน
{{{3}}}px บริษัทโฮ แปซิฟิค จำกัด   ที่ ๒


เรื่อง   พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ



ผู้ร้องฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ ๑๔ เดือน พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ศาลฎีการับวันที่ ๓๐ เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้รับรายงานว่า ผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นผู้ต้องหาในความผิดเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม เป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี, เป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณีหรือสถานบริการค้าประเวณี ซึ่งมีบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย อันเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการธุรกรรมตรวจสอบรายงานและข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมตลอดจนทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ ๑ กับบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้คัดค้านที่ ๑ กับบุคคลที่เกี่ยวข้องจะโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าว คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ ๑ กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมเก้ารายการ ไว้ชั่วคราว ต่อมา ผู้คัดค้านทั้งสอง และนางสาวสุรัชฎา แววศรี ขอให้เพิกถอนคำสั่ง คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาคำร้องดังกล่าว ประกอบพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด รายงานการทำธุรกรรมและทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิด ของผู้คัดค้านทั้งสองกับบุคคลเกี่ยวข้อง พบว่า ผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดเทอร์เม่ และเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทผู้คัดค้านที่ ๒ ซึ่งห้างฯ ดังกล่าวเป็นผู้ถือใบอนุญาตสถานบริการอาบอบนวดโดยมีผู้คัดค้านที่ ๒ เป็นผู้บริหารงานและดำเนินกิจการอาบอบนวดรายได้จากการดำเนินกิจการที่ผู้ใช้บริการชำระด้วยบัตรเครดิต ผู้คัดค้านที่ ๒ จะนำเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนพระราม ๙ เลขที่ ๒๑๕-๓-๐๑๘๐๑-๑ และบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนรัชดาภิเษก-ห้วยขวาง เลขที่ ๐๘๙-๑-๐๙๑๓๙-๗ ซึ่ง ณ วันที่มีคำสั่งให้ยึดและอายัด ทรัพย์สินคงเหลือเงินในบัญชีจำนวนหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นสองพันเจ็ดร้อยยี่สิบห้าบาท หกสตางค์ และหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยยี่สิบแปดบาท สี่สิบสตางค์ ตามลำดับ จากการสอบสวนบัญชีงบดุลของผู้คัดค้านที่ ๒ พบว่า ในปี ๒๕๔๕ ผู้คัดค้านที่ ๒ นำเงินไปลงทุนซื้อหุ้นบริษัทเดวิส ไดมอนด์สตาร์ จำกัด, บริษัทเดวิส โคปาคาบาน่า จำกัด, บริษัทเดวิส โกลเด้นท์สตาร์ จำกัด และบริษัทเดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด รวมสามหมื่นสามพันสี่ร้อยสี่สิบหกหุ้น รวมมูลค่าสามล้านสามแสนสี่หมื่นสี่พันหกร้อยบาท จากการสอบสวนได้ความว่า สถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลูซึ่งบริหารงานและดำเนินกิจการโดยผู้คัดค้านที่ ๒ จัดให้พนักงานนวดทุกคนร่วมประเวณีกับผู้มาใช้บริการ ประกอบกับปรากฏหลักฐานการสั่งซื้อถุงยางอนามัยของผู้คัดค้านที่ ๒ และบริษัทในเครือของผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นจำนวนมาก และรายงานตรวจสอบสถานบริการอาบอบนวดที่ดำเนินการโดยผู้คัดค้านที่ ๑ จำนวนหกแห่ง พบถุงยางอนามัยใช้แล้ว จึงเป็นการสนับสนุนให้เชื่อว่า สถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลูเป็นสถานบริการซึ่งจัดให้มีการค้าประเวณีจริง นอกจากนี้ สถานีตำรวจนครบาลมักกะสันได้กล่าวโทษห้างหุ้นส่วนจำกัดเทอร์เม่ และผู้คัดค้านที่ ๑ ในข้อหากระทำความผิดฐานฟอกเงิน จากพยานหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่า บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนพระราม ๙ เลขที่ ๒๑๕-๓-๐๑๘๐๑-๑ จำนวนเงินหนึ่งแสนสองหมื่นเจ็ดพันเจ็ดร้อยยี่สิบห้าบาท หกสตางค์; บัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนรัชดาภิเษก-ห้วยขวาง เลขที่ ๐๘๙-๑-๐๙๑๓๙-๗ จำนวนเงินหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยยี่สิบแปดบาท สี่สิบสตางค์; หุ้นบริษัทเดวิส ไดมอนด์สตาร์ จำกัด, หุ้นบริษัทเดวิสโคปาคาบาน่า จำกัด, หุ้นบริษัทเดวิส โกลเด้นท์สตาร์ จำกัด และหุ้นบริษัทเดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด รวมสามหมื่นสามพันสี่ร้อยสี่สิบหกหุ้น คิดเป็นมูลค่าสามล้านสามแสนสี่หมื่นสี่พันหกร้อยบาท ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของผู้คัดค้านที่ ๑ กับพวก จำนวนหกรายการ มูลค่ารวมสามล้านสี่แสนแปดหมื่นเก้าพันสี่ร้อยห้าสิบสามบาท สี่สิบหกสตางค์ พร้อมดอกผลของทรัพย์สินดังกล่าว ตกเป็นของแผ่นดิน

ศาลขั้นต้นนัดไต่สวนและประกาศตามกฎหมายแล้ว

ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านทำนองเดียวกันว่า ผู้คัดค้านทั้งสองมิได้ดำเนินธุรกิจที่เป็นธุระจัดหาล่อไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี และมิได้เป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี ในคดีอาญาที่ผู้คัดค้านที่ ๑ ถูกกล่าวหา ศาลอาญาพิพากษายกฟ้องแล้ว ทรัพย์สินที่ผู้ร้องขอให้มีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินไม่ใช่ทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ ๑ แต่เป็นของผู้คัดค้านที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด และได้มาโดยสุจริตตามปกติในทางการค้า ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และให้คืนทรัพย์สินตามคำร้องให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ทางไต่สวนผู้ร้องนำสืบว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้รับรายงานจากสถานีตำรวนนครบาลมักกะสันว่า มีการดำเนินคดีอาญาแก่ผู้คัดค้านที่ ๑ กับพวก ในข้อหาเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม เป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี, เป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี ซึ่งมีบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปรามปราบการฟอกเงินพ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีมติให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินออกคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินตรวจสอบเบื้องต้นเกี่ยวกับรายงานการทำธุรกรรมและทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ ๑ และบุคคลอื่นซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ผลจากการตรวจสอบดังกล่าวเป็นที่เชื่อได้ว่า ผู้คัดค้านที่ ๑ กับพวกอาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐาน หรือที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐานฟอกเงิน คณะกรรมกากรธุรกรรมจึงมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ ๑ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) สาขาถนนพระราม ๙ เลขที่ ๒๑๕-๐-๒๐๒๐๕-๕, ๒๑๕-๒-๐๓๖๓๓-๗, ๒๑๕-๒-๐๕๐๖๙-๒, ๒๑๕-๓-๐๑๘๐๑-๑, ๒๑๕-๐-๔๖๓๑๕-๒, ๒๑๕-๐-๕๓๔๕๘-๐, ๒๑๕-๒-๐๖๕๑๓-๘, เงินในบัญชีเงินฝากบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนรัชดาภิเษก-ห้วยขวาง เลขที่ ๐๘๙-๓-๐๗๕๐๑-๑ และ ๐๘๙-๑-๐๙๑๓๙-๗ รวมเก้ารายการ รวมทั้งดอกผล ไว้ชั่วคราว ต่อมา ผู้คัดค้านที่ ๑ และนางสาวสุรัชฎา แววศรี ยื่นคำร้องของให้เพิกถอนคำสั่ง คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาคำร้องดังกล่าว แล้วมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์ของผู้คัดค้านที่ ๑ และบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้แก่รายการทรัพย์สินที่ขอให้มีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินในคดีนี้ ตามเอกสารหมาย ร.๑ ถึง ร. ๑๖ (ชั้นไต่สวนคำร้องให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว) จากการสอบสวนเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานได้ความว่า ผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดเทอร์เม่ ซึ่งเป็นผู้ถือใบอนุญาตสถานบริการ และเป็นกรรมการผู้จัดการของผู้คัดค้านที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้บริหารงานและดำเนินกิจการสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู โดยใช้ใบอนุญาตสถานบริการของห้างหุ้นส่วนจำกัดเทอร์เม่ นอกจากนี้ ผู้คัดค้านที่ ๑ ยังเป็นกรรมการบริษัทในเครือเดวิส กรุ๊ป ซึ่งประกอบกิจการสถานบริการและร้านอาหาร บริษัทในเครือเดวิส กรุ๊ป รวมทั้งผู้คัดค้านที่ ๒ สั่งซื้อถุงยางอนามัยจากบริษัท เจ ดี เอส บอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทดีทแฮล์ม จำกัด เฉพาะปี ๒๕๔๕ ผู้คัดค้านที่ ๒ สั่งซื้อถุงยางอนามัยจากบริษัท เจ ดี เอส บอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัด เป็นเงินหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยห้าสิบเก้าบาท เก้าสิบห้าสตางค์ และจากรายงานการตรวจสอบสถานบริการอาบอบนวดที่บริหารงานโดยบริษัทในเครือเดวิส กรุ๊ป พบถุงยางอนามัยใช้แล้วจากกองขยะของสถานบริการโคปาคาบาน่าและบาบาร่า รวมหนึ่งร้อยห้าสิบสามถุง, สถานบริการเอ็มมานูเอล สามสิบถุง, สถานบริการฮอนโนลูลู เก้าถุง โดยขยะส่วนใหญ่รถเก็บขยะได้บดอัดด้วยเครื่องไฮดรอลิกไปเกือบหมด สถานบริการวิคตอเรียซีเครท รถเก็บขยะได้บดอัดด้วยเครื่องไฮดรอลิกไปหมด และสถานบริการไฮคลาสถูกสั่งปิดกิจการ จึงตรวจสอบไม่ได้ นางสาวจงกลณี จันต๊ะมูล, นางสาววะลัยรัก ทวีแก้ว และนางสาวสุมาลี ฝุ่นทอง ให้การยืนยันว่า ถูกนายสมชาย เจนใจ พาไปทำงานเป็นพนักงานนวดที่สถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู ซึ่งจัดให้พนักงานนวดทุกคนร่วมประเวณีกับลูกค้าผู้มาใช้บริการ โดยขั้นตอนในการสมัครเข้าทำงานนั้น จะต้องตรวจดูรูปร่างหน้าตาและร่างกายโดยไม่สวมใส่เสื้อผ้า ตรวจโรค ตรวจเลือด และตรวจภายใน มีการฝึกสอนวิธีการอาบน้ำและวิธีการร่วมประเวณีให้แก่ลูกค้าผู้มาใช้บริการ โดยค่าตอบแทนจะได้รับรอบละหนึ่งพันเก้าร้อยบาท และวันหนึ่งจะทำงานได้สามถึงห้ารอบ ซึ่งเป็นค่าบริการที่สูง ขณะที่เข้าทำงาน บุคคลทั้งสามมีอายุไม่เกินสิบแปดปี จึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ผู้คัดค้านที่ ๑ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเทอร์เม่ และผู้คัดค้านที่ ๒ เป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามประมวลกฎหมายอาญา, กฎหมายว่าด้วยมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก, กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี และรายได้จากการดำเนินกิจการที่ผู้ใช้บริการชำระด้วยบัตรเครดิตให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสอง โดยได้นำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนพระราม ๙ เลขที่ ๒๑๕-๓-๐๑๘๐๑-๑ และบัญชีเงินฝากบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนรัชดาภิเษก-ห้วยขวาง เลขที่ ๐๘๙-๑-๐๙๑๓๙-๗ ทั้งยังนำเงินของผู้คัดค้านที่ ๒ ไปซื้อหุ้นบริษัทเดวิส ไดมอนต์สตาร์ จำกัด, บริษัทเดวิส โคปาคาบาน่า จำกัด, บริษัทเดวิส โกลเด้นท์สตาร์ จำกัด และบริษัทเดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ทรัพย์สินทั้งหกรายการเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐาน จึงขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินทั้งหกรายการพร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน

ผู้คัดค้านทั้งสองนำสืบว่า ผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ผู้คัดค้านที่ ๒ จึงเป็นเพียงผู้บริหารกำกับดูแลในระดับนโยบาย โดยมอบหมายงานให้แก่ผู้จัดการส่วนต่าง ๆ ไปดำเนินการ และผู้คัดค้านที่ ๑ ให้ปิดป้ายห้ามค้าประเวณีในสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู เกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนพระราม ๙ เลขที่ ๒๑๕-๓-๐๑๘๐๑-๑ และบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนรัชดาภิเษก-ห้วยขวาง เลขที่ ๐๘๙-๑-๐๙๑๓๙-๗ ผู้คัดค้านที่ ๒ เปิดไว้เพื่อรับชำระค่าบริการจากผู้ใช้บริการที่ชำระด้วยบัตรเครดิต การเลิกถอนเงินจากบัญชีจะกระทำได้โดยผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นผู้ลงนามสั่งจ่ายเช็ค โดยพนักงานบัญชีของผู้คัดค้านที่ ๒ จะทำรายการเป็นหนังสือแจ้งให้ทราบเพื่อลงนาม สำหรับการซ้อขายหุ้นบริษัทต่าง ๆ นั้น เป็นการนำเงินกำไรจากการประกอบกิจกรรมมาซื้อ ผู้คัดค้านที่ ๒ สั่งซื้อถึงยางอนามัยเพื่อมาจำหน่ายในร้านมินิมาร์ตของสถานบริการ ซึ่งจัดให้มีสินค้าเช่นเดียวกับร้านสะดวกซื้อทั่วไป ผู้คดค้านที่ ๒ จะแบ่งเรียกเก็บค่าบริการเป็นสองส่วน ได้แก่ ค่าห้องและค่าบริการนวด โดยค่าบริการนวดนั้น พนักงานนวดทุกคนจะได้รับเป็นรายวัน ส่วนค่าห้องนั้น ผู้คัดค้านที่ ๒ กำหนดจากเงินลงทุนประกอบค่าใช้จ่ายอื่น ได้แก่ ค่าน้ำ, ค่าไฟฟ้า และค่าจ้างพนักงาน ผู้คัดค้านทั้งสองไม่ได้กระทำความผิดอันเป็นความผิดมูลฐาน และทรัพย์สินตามคำร้องเป็นของผู้คัดค้านที่ ๒ ซึ่งได้ทรัพย์สินมาโดยสุจริต ขอให้ยกคำร้อง

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลมักกะสันรายงานการดำเนินคดีแก่ผู้คัดค้านที่ ๑ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการผู้คัดค้านที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู ในข้อหาเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือซักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นทำหาค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม เป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสินค้าห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี, เป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี ซึ่งมีบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีทำการค้าประเวณีมีอยู่ด้วย อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา ๓ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ต่อมา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของผู้คัดค้านทั้งสอง พบว่า เงินรายได้จากิจการดังกล่าวผู้คัดค้านที่ ๒ นำเข้าบัญชีกระแสรายวันธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนพระราม ๙ บัญชีเลขที่ ๒๓๕-๓-๐๑๘๐๑-๑ และบัญชีกระแสรายวันธนาคารกสิกรไทยจำกัด (มหาชน) สาขารัชดาภิเษก-ห้วยขวาง บัญชีเลขทีที่ ๐๘๙-๑-๐๙๑๓๙-๗ ณ วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน ผู้คัดค้านที่ ๒ มีเงินคงเหลือในธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนพระราม ๙ จำนวนหนึ่งแสนสองหมื่นเจ็ดพันเจ็ดร้อยยี่สิบห้าบาท หกสตางค์ และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนรัชดาภิเษก-ห้วยขวาง จำนวนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยยี่สิบแปดบาท สี่สิบสตางค์ ในปี ๒๕๕๔ ผู้คัดค้านที่ ๒ นำเงินไปลงทุนซื้อหุ้นบริษัทเดวิส ไดมอนด์สตาร์ จำกัด, บริษัทเดวิส โคปาคาบาน่า จำกัด, บริษัทเดวิส โกลเด้นท์สตาร์ จำกัด, บริษัทเดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด รวมสามหมื่นสามพันสี่ร้อยสี่สิบหกหุ้น คิดเป็นมูลค่าสามล้านสามแสนสี่หมื่นสี่พันหกร้อยบาท คณะกรรมการธรกรรมจึงมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ ต่อมา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐาน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๓ อันศาลจะต้องมีคำสั่งให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดินตามคำร้องของผู้ร้องหรือไม่ โดยผู้ร้องฎีกาสรุปได้ว่า คดีมีหลักฐานให้รับฟังได้ว่า มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศฐานเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไป ซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม เป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี และเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี หรือสถานบริการค้าประเวณี ซึ่งมีบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสบแปดปี ทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย อันเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๓ วรรคหนึ่ง (๒) จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามมาตรา ๕๑ วรรคสาม ว่าทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และผู้คัดค้านทั้งสองนำสืบไม่ได้ว่าทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือตนได้มาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนหรือได้มาโดยโดยสุจริตและตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีและทางกุศลสาธารณะ ขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองเป็นมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน เห็นว่า ผู้ร้องมีนางสาวสุมาลี ฝุ่นทอง และนางสาวจงกลณี จันต๊ะมูล มาเบิกความได้ความในทำนองเดียวกันว่า ก่อนเกิดเหตุพยานทั้งสองต่างทำงานเป็นพนักงานอาบอบนวดอยู่ที่สถานบริการอาบอบนวดจูเลียน่า ต่อมานายสมชาย เจนใจ พาพยานทั้งสองไปทำงานที่สถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู โดยนายสมชายทำบัตรประจำตัวประชาชนปลอมให้แก่พยานทั้งสองเพื่อให้มีอายุสิบแปดปี จากนั้นพาพยานทั้งสองไปสมัครงานที่สถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู โดยกรอกใบสมัครระบุอายุตามบัตรประจำตัวประชาชน และฝึกงานกับพนักงานอาบอบนวดผู้มีประสบการณ์หรือแม่ครู โดยฝึกให้อมอวัยวะเพศแก่ลูกค้า ให้เน้นบริการทางเพศแก่ลูกค้า มีเพศสัมพันธ์กับลูกค้าโดยให้เอาใจลูกค้า จากนั้นพยานทั้งสองไปพบคนเชียร์แขก ถอดเสื้อผ้าให้ดู ติดเบอร์และเข้าไปในห้องกระจกโดยมีค่าตัวหนึ่งพันเก้าร้อยบาทต่อรอบ ซึ่งพยานจะได้รับเก้าร้อยบาท สถานบริการดังกล่าวจะได้รับหนึ่งพันบาท แต่นายสมชายเป็นผู้รับค่าตัวจำนวนเก้าร้อยบาท แทนพยานทั้งสองทุกครั้ง ในการทำงานมีค่าใช้จ่ายในการแต่งหน้าหนึ่งร้อยบาท ค่าทำผมหนึ่งร้อยบาท ค่าเช่าชุดหนึ่งร้อยบาท ค่าตะกร้าใส่อุปกรณ์อาบอบนวดโดยมีถุงยางอนามัยรวมอยู่ด้วยคิดเป็นเงินหนึ่งพันบาท แต่หากของในตะกร้าหมดพยานทั้งสองจะต้องให้แม่บ้านซื้อจากคลังสินค้าของสถานบริการดังกล่าว โดยหักเงินจากพยานทั้งสองและต้องจ่ายค่าตะกร้าอีกรอบละยี่สิบบาท และค่าแม่บ้านซึ่งถือตะกร้ารอบละยี่สิบบาท ค่าพนักงานเชียร์แขกรอบละสองร้อยบาท สถานบริการดังกล่าวจัดให้มีการตรวจเลือดทุกสองเดือน เสียค่าใช้จ่ายครั้งละประมาณสองร้อยบาท ในแต่ละวันหลังจากพยานทั้งสองแต่งหน้าทำผมและเปลี่ยนชุดแล้วจะเข้าไปนั่งในห้องกระจก เมื่อลูกค้าเลือกใช้บริการ พยานทั้งสองจะมาพบพนักงานเชียร์แขกและลูกค้า พนักงานที่เคาน์เตอร์จะมอบป้ายห้องและใบลงเวลาทำงานรอบละสองชั่วโมง จากนั้น พยานจะพาลูกค้าขึ้นไปบนห้องตามป้ายห้อง ภายในห้องมีโทรทัศน์ อ่างอาบน้ำ โซฟา และเตียงนอน แม่บ้านจะนำตะกร้าอุปกรณ์มาให้ โดยแม่บ้านจะเตรียมอ่างอาบน้ำ โดยเปิดน้ำลงในอ่างแล้วใส่สบู่ตีฟอง เมื่อแม่บ้านออกไปแล้ว พยานและลูกค้าจะถอดเสื้อผ้าออและลงไปในอ่างอาบน้ำ พยานจะอาบน้ำให้ลูกค้า เช็ดตัวให้ลูกค้าและพาไปที่เตียงนอน พยานจะใช้ปากอมอวัยวะเพศให้ลูกค้า และร่วมประเวณีกับลูกค้าโดยให้ลูกค้าสวมถุงยางอนามัย นอกจากนี้ ยังได้ความจากพยานทั้งสองว่า พยานทั้งสองทำงานในสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลูได้ประมาณสิบห้าวัน แล้วไม่ได้ทำงานต่อ เนื่องจากนายสมชายไม่แบ่งเงินให้ ในการทำงานพยานทั้งสองจะถูกนายสมชายบังคับให้ทำงาน บางครั้งเวลามีรอบประจำเดือน นายสมชายจะบังคับให้ใช้ยาเลื่อนประจำเดือน บางครั้งให้ใช้ฟองน้ำสอดเข้าไปในช่องคลอดเพื่อไม่ให้ประจำเดือนไหลออกมา สำหรับรายได้จากค่าบริการของพยานทั้งสองนั้นนายสมชายจะรับจากสถานบริการ โดยนายสมชายจะต้องจ่ายเงินให้แก่คนเชียร์แขกด้วย หากพยานทั้งสองไม่ยอมให้บริการทางเพศแก่ลูกค้า ลูกค้าจะแจ้งให้คนเชียร์แขกทราบ คนเชียร์แขกจะแจ้งให้นายสมชาย นายสมชายก็จะทำร้ายพยานทั้งสอง และผู้ร้องยังมีนายพรชัย บริบูรณ์ไพโรจน์ มาเบิกความว่า พยานได้รับการติดต่อจากสารวัตรอานนท์เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลมักกะสันให้ไปเที่ยวสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู โดยสารวัตรอานนท์มอบเงินค่าใช้จ่ายจำนวนสองพันบาทให้พยานด้วย ต่อมา วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๖ เวลาประมาณ ๒๒ นาฬิกา พยานไปสถานบริการดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนพระราม ๙ สภาพตึกถูกสร้างเป็นรูปเรือใช้ชื่อว่า เลิฟ โบ๊ท คลับ แต่มีป้ายขนาดใหญ่ชื่อ ฮอนโนลูลู สภาพภายในปูด้วยพรมสีแดง ด้านซ้ายมือมีตู้กระจกสำหรับให้ผู้หญิงบริการนั่ง แต่ในวันดังกล่าวไม่มีผู้หญิงบริการนั่ง พยานเดินไปถามพนักงานของสถานบริการหรือคนเชียร์แขกว่า เหตุใดไม่มีหญิงบริการนั่งอยู่ในตู้กระจก ได้รับแจ้งว่า วันนี้มีลูกค้ามาเที่ยวจำนวนมาก ให้พยานรออยู่ก่อน หลังจากนั้นประมาณสิบห้านาที มีหญิงบริการลงมาพบพยานที่หน้าประตูลิฟต์ใกล้บริเวณที่จ่ายเงิน ขณะนั้น เป็นรอบสุดท้ายของการให้บริการ ซึ่งลูกค้าจะต้องจ่ายเงินค่าบริการก่อนหากเป็นการบริการรอบอื่น ๆ ลูกค้าจะจ่ายเงินเมื่อให้บริการ ซึ่งลูกค้าจะต้องจ่ายเงินค่าบริการก่อน หากเป็นการบริการรอบอื่น ๆ ลูกค้าจะจ่ายเงินเมื่อใช้บริการเสร็จแล้ว เหตุที่ต้องจ่ายเงินก่อนใช้บริการรอบสุดท้าย เนื่องจากพนักงานรับเงินจะกลับบ้านก่อน เมื่อพยานจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ผู้หญิงบริการที่จะนวดให้พยานจะได้รับบัตรพลาสติกสีแดงหรือซิปจากพนักงานเก็บเงิน หลังจากนั้น พยานกับผู้หญิงได้ขึ้นไปที่ชั้น ๓ ห้องหมายเลข ๓๐๗ ภายในห้องดังกล่าวมีสภาพเหมือนโรงแรม อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ แต่ไม่มีฉากกั้น มีเตียงนอนขนาดสองคน ห้องดังกล่าวไม่มีกลอนประตู พยานสอบถามหญิงบริการแจ้งว่า เจ้าของสถานบริการให้ถอดกลอนประตูออก แต่พยานไม่พบเห็นป้ายปิดประกาศว่าห้ามค้าประเวณี เหมือนกับที่พยานเคยพบป้ายดังกล่าวที่สถานนวดแผนโบราณ เมื่อเข้าไปในห้องแล้ว พยานต้องรอพนักงานหรือแม่บ้านของสถานบริการดังกล่าวนำตะกร้าใส่ครีมอาบน้ำ ยาสระผม น้ำยาบ้วนปาก ถุงยางอนามัย และกระดาษชำระ ซึ่งเป็นตะกร้าประจำตัวของหญิงบริการมาให้ ระหว่างนั้น พยานกับหญิงบริการจะพูดจาทำความรู้จักกัน แล้วหญิงบริการชวนพยานอาบน้ำ โดยหญิงบริการและพยานต่างถอดเสื้อผ้าออกทุกชิ้น หญิงบริการอาบน้ำให้พยานเสร็จแล้วเช็ดตัวให้พยานขึ้นไปนอนรอบนเตียง หญิงบริการขึ้นไปบนเตียงแล้วใช้ปากเล้าโลมตามร่างกายพยานเพื่อกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ เมื่ออวัยวะเพศของพยานแข็งตัว หญิงบริการจะสวมถุงยางอนามัยให้แก่พยานแล้วร่วมประเวณีกัน จนพยานสำเร็จความใคร่ หลังจากนั้น พยานให้หญิงบริการทำความสะอาดร่างกายให้พยาน ในวันนั้น พยานใช้เวลาในการรับบริการประมาณหนึ่งชั่วโมง สามสิบนาที ในวันรุ่งขึ้น พยานจึงรายงานให้สารวัตรอานนท์ทราบ ทั้งผู้ร้องยังมีพันตำรวจโทวัจฉลิน วารินหอมหวล พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลมักกะสันในขณะเกิดเหตุ มาเบิกความว่า ประมาณต้นปี ๒๕๔๖ เจ้าพนักงานตำรวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางจับกุมนายสมชาย เจนใจ กับพวก ในข้อหาเป็นธุระจัดหาบุคคลให้ทำการค้าประเวณี ผู้บังคับบัญชาจึงมอบหมายให้พยานไปเป็นพนักงานสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เนื่องจากสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลูอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน หลังจากนั้น นางฉวี ฝุ่นทอง มารดาของนางสาวสุมาลี ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่เจ้าของสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู ซึ่งมีผู้คัดค้านที่ ๒ เป็นเจ้าของสถานบริการโดยมีผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นกรรมการผู้จัดการ สาเหตุเนื่องจากมีการบังคับให้นางสาวสุมาลีขายบริการทางเพศในสถานบริการดังกล่าว พยานร่วมกับมูลนิธิปวีณาเข้าไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นอาคารห้าชั้น ด้านนอกอาคารมีลักษณะคล้ายหัวเรือ ไม่พบห้างมินิมาร์ต และไม่พบป้ายห้ามค้าประเวณีในอาคารดังกล่าว ประมาณเดือนสิงหาคม ๒๕๔๖ พยานได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ไปประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ต่อมา พยานได้ร้องทุกข์ต่อพันตำรวจโทปัญญาพงษ์ ปัญญาวัชรากร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลมักกะสันให้ดำเนินคดีแก่ผู้คัดค้านที่ ๑ ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน โดยผู้ร้องมีพันตำรวจโทปัญญาพงษ์ ปัญญาวัชรากร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน มาเบิกความสนับสนุนว่า หลังจากพยานได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดเทอร์เม่ และผู้คัดค้านที่ ๑ ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินแล้ว พยานได้ไปตรวจสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู และยึดเอกสารเกี่ยวกับใบสรุปยอดรายได้จากการใช้บัตรเครดิต/เงินสดประจำวัน และเอกสารอื่น ๆ เช่น ใบสรุปยอดบัตรเครดิต/เงินสด ประจำวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๔๖ ระบุยอดรายได้จากการอาบอบนวดหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นห้าพันสามร้อยบาท ตามเอกสารหมาย ร. ๘๗ นอกจากนี้ยังยึดใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีของผู้คัดค้านที่ ๒ ตามเอกสารหมาย ค. ๕ และพบเอกสารหมาย ค. ๘ ที่ให้พนักงานของสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู กดสัญญาณเตือนให้พนักงานทราบว่ามีเจ้าพนักงานตำรวจมาตรวจสถานบริการ นอกจากนี้ พยานได้ยึดเอกสารหมาย ค. ๑๖ ซึ่งพนักงานของสถานบริการลาป่วยด้วยสาเหตุเจ็บมดลูก และระเบียบของพนักงานในการใช้ห้องพยาบาล ซึ่งระบุค่าบริการล้างช่องคลอดและไฟส่องตรวจภายใน รวมทั้งรายชื่อยาสำหรับจำหน่ายให้แก่พนักงานบริการด้วย นอกจากนี้ ผู้ร้องยังมีร้อยตำรวจเอกชินกฤต ศรีรุ่งนภาพร เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในขณะเกิดเหตุ มาเบิกความในชั้นไต่สวนคำร้องขอยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวและในชั้นพิจารณา ว่า ในการสอบสวนได้มีการสอบปากคำนางสาวจงกลนี, นางสาวสุมาลี และนางสาววะลัยรัก ต่างให้การว่า ถูกนายสมชาย เจนใจ พาไปสมัครงานที่สถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู โดยการทำงานในสถานบริการดังกล่าว ต้องมีการร่วมประเวณีกับลูกค้าผู้รับบริการ ทั้งยังให้การเกี่ยวกับขั้นตอนการรับสมัครว่า ก่อนเข้าทำงานต้องมีการตรวจรูปร่างหน้าตาโดยไม่สวมเสื้อผ้า มีการตรวจสุขภาพ เช่น ตรวจภายในและตรวจเลือด, มีการฝึกสอบการอาบน้ำให้แก่ลูกค้าและวิธีการร่วมประเวณี รวมทั้งให้การในรายละเอียดเกี่ยวกับส่วนแบ่งการให้บริการแต่ละครั้ง ซึ่งจะต้องทำงานวันละสามถึงห้ารอบ ได้ความจากพยานปากนี้ต่อไปว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดให้ช่วยตรวจสอบสถานบริการอาบอบนวดของผู้คัดค้านที่ ๑ รวมสี่แห่ง คือ สถานบริการอาบอบนวดโคปาคาบาน่า ซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร พบถุงยางอนามัยใช้แล้วจำนวนหนึ่งร้อยชิ้นเศษ ในบริเวณที่ทิ้งขยะของสถานบริการดังกล่าว, สถานบริการอาบอบนวดเอ็มมานูเอล ตั้งอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง พบถุงยางอนามัยใช้แล้วจำนวนหลายสิบชิ้น, สถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรีย ตั้งอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากรถเก็บขยะได้เก็บพยานวัตถุและใช้เครื่องไฮดรอลิกบดทับแล้ว, ส่วนสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู ตั้งอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน พบถุงยางอนามัยใช้แล้วเก้าชิ้น เนื่องจากรถเก็บขยะใช้เครื่องไฮดรอลิกบดทับ จนไม่สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งจากการตรวจสอบบริษัท เจ ดี เอส บอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งว่า สถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู มีการสั่งซื้อถุงยางอนามัยจากบริษัทดังกล่าวมาโดยตลอด เฉพาะช่วงปี ๒๕๔๕ ได้สั่งซื้อถุงยางอนามัยจำนวนหนึ่งแสนบาทเศษ เห็นว่า นางสาวสุมาลี, นางสาวจงกลณี และนายพรชัย ไม่เคยรู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้คัดค้านทั้งสองมาก่อน ต่างเบิกความถึงเหตุการณ์ที่พยานทั้งสามเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู ของผู้คัดค้านที่ ๒ ซึ่งขณะนั้นมีผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นกรรมการผู้จัดการ โดยนางสาวสุมาลี และนางสาวจงกลณีล้วนมีอายุไม่เกินสิบแปดปี ต่างเบิกความยืนยันถึงการเข้าไปขายบริการทางเพศในสถานบริการดังกล่าวจากการถูกนายสมชายเป็นธุระจัดหาชักพาไป โดยก่อนเข้าทำงาน ต้องมีการตรวจรูปร่างหน้าตา, ตรวจเลือด, ตรวจภายใน และฝึกอบรมเทคนิคการให้บริการทางเพศโดยเจ้าหน้าที่ของสถานบริการ สอดคล้องกับคำเบิกความของนายพรชัย ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลมักกะสันให้เข้าไปใช้บริการในสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู โดยมีพนักงานหรือแม่บ้านของสถานบริการนำตะกร้าใส่ครีมอาบน้ำ, ยาสระผม, น้ำยาบ้วนปาก, ถุงยางอนามัย และกระดาษชำระสำหรับประจำตัวหญิงบริการนำไปใช้บริการแก่ลูกค้า ทั้งพยานยืนยันว่า ได้ร่วมประเวณีกับหญิงบริการโดยสวมถุงยางอนามัย สอดรับกับคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกชินกฤตที่ยืนยันว่า จากการตรวจสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลู พบถุงยางอนามัยใช้แล้วจำนวนหนึ่ง และสถานบริการดังกล่าวเคยซื้อถุงยางอนามัยจากบริษัทเจ ดี เอส บอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัด โดยเฉพาะในปี ๒๕๔๕ มีการสั่งซื้อถุงยางอนามัยเป็นเงินหนึ่งแสนบาทเศษ เห็นว่า พยานผู้ร้องทุกปากไม่เคยมีสาเหตุโกรธแคืองกับผู้คัดค้านทั้งสองมาก่อน โดยเฉพาะพยานผู้ร้องที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ล้วนเบิกความไปตามที่ได้ปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ไม่ปรากฏเหตุให้ระแวงสงสัยว่าจะกลั่นแกล้งปรักปรำผู้คัดค้านทั้งสอง เชื่อได้ว่าพยานผู้ร้องดังกล่าวเบิกความตามความจริง แม้ผู้คัดค้านทั้ง ๒ จะมีกฎระเบียบการทำงานของพนักงานอาบอบนวดโดยห้ามมิให้ค้าประเวณีหรือมีเพศสัมพันธ์กับลูกค้าในห้องนวดก็ตาม ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าจะเป็นกฎระเบียบที่ออกไว้เป็นแบบพิธี โดยไม่มีการปฏิบัติตามแต่อย่างใด ส่วนที่นายพรชัยพยานผู้ร้องไปใช้บริการค้าประเวณีในสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลูนั้น ก็เป็นการกระทำในลักษณะล่อซื้อบริการค้าประเวณี ยากที่จะได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวหญิงบริการว่าเป็นใคร และหลักฐานการใช้บริการ เช่น ใบเสร็จรับเงินหรือการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ดังที่ศาลอุทธรณ์ตำหนิพยานหลักฐานของผู้ร้อง ที่ผู้คัดค้านทั้งสองนำสืบว่า สถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลูมีพนักงานหญิงไว้เพื่อบริการอาบอบนวดแก่ลูกค้า โดยไม่มีการค้าประเวณี จึงมิใช่สถานการค้าประเวณี และเหตุที่เกิดเรื่องขึ้นสืบเนื่องมาจากผู้คัดค้านที่ ๑ เปิดเผยข้อมูลต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับเจ้าพนักงานตำรวจเรียกรับสินบน จึงถูกกลั่นแกล้งดำเนินคดีโดยไม่มีมูลความจริงเลยนั้น ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของผู้ร้องได้ ตามพฤติการณ์ของสถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลูดังกล่าว มีเหตุผลให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า เป็นสถานการค้าประเวณีตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๔ ซึ่งบัญญัติว่า “‘สถานการค้าประเวณี’ หมายความว่า สถานที่ที่จัดไว้เพื่อการค้าประเวณี หรือยอมให้มีการค้าประเวณี และให้หมายความรวมถึง สถานที่ที่ใช้ในการติดต่อหรือจัดหาบุคคลอื่นเพื่อกระทำการค้าประเวณีด้วย” เมื่อผู้คัดค้านที่ ๒ เป็นเจ้าของสถานการค้าประเวณีดังกล่าว โดยมีผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นกรรมการผู้จัดการของผู้คัดค้านที่ ๒ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ผู้คัดค้านทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสมพันธ์กับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๙ อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา ๓ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมิต้องคำนึงถึงว่า ผู้คัดค้านที่ ๑ จะถูกจับกุมตัวหรือไม่ หรือผู้คัดค้านที่ ๑ จะต้องคำพิพากษาของศาลว่าเป็นผู้กระทำความผิดและถูกลงโทษในคดีอาญาหรือไม่ กรณีจึงต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา ๕๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดเหตุคดีนี้ (ตรงกับมาตรา ๕๑ วรรคสาม ของบทบัญญัติในปัจจุบันซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑) ที่ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บรรดาทรัพย์สินทั้งหกรายการตามคำร้องเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่ผู้คัดค้านทั้งสองที่จะต้องนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าวว่า ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริง และทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ซึ่งในข้อนี้มีผู้คัดค้านที่ ๑ เบิกความได้ความว่า สถานบริการอาบอบนวดฮอนโนลูลูมีผู้คัดค้านที่ ๒ เป็นเจ้าของกิจการ ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดเทอร์เม่เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานบริการอาบอบนวด ทรัพย์สินตามคำร้องทั้งหมดไม่ใช่ทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ ๑ แต่จะมีผู้ถือหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ที่เข้ามาประกอบกิจกรรมร่วมกันเป็นเจ้าของ โดยมีผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นผู้บริหารกิจการนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ผู้ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่พนักงานอัยการร้องขอให้ตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา ๔๙ อาจยื่นคำร้องก่อนศาลมีคำสั่งตามมาตรา ๕๑ โดยแสดงให้ศาลเห็นว่า

(๑)   ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริง และทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือ

(๒)   ตนเป็นผู้รับโอนโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน หรือได้มาโดยสุจริตและตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีหรือในทางกุศลสาธารณะ....”

ดังนั้น เมื่อผู้คัดค้านที่ ๑ อ้างว่า ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่พนักงานอัยการร้องขอให้ตกเป็นของแผ่นดิน ผู้คัดค้านที่ ๑ จึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องคัดค้านตามมาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง (๑) ได้ ส่วนผู้คัดค้านที่ ๒ นั้น ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่า ผู้คัดค้านที่ ๒ ได้ทรัพย์สินทั้งหกรายการตามคำร้องมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนตามมาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง (๒) ทรัพย์สินดังกล่าวจึงยังคงเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานตามข้อสันนิษฐานของมาตรา ๕๑ วรรคสอง อยู่นั่นเอง กรณีจึงไม่มีเหตุให้ศาลมีคำสั่งคืนทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้าน ๒ เช่นกัน ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยให้ยำคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาคณะคดีปกครองไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษากลับว่า ให้เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนพระราม ๙ เลขที่ ๒๑๕-๓-๐๑๘๐๑-๑ จำนวนหนึ่งแสนสองหมื่นเจ็ดพันเจ็ดร้อยยี่สิบห้าบาท หกสตางค์, เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนรัชดาภิเษก-ห้วยขวาง เลขที่ ๐๘๙-๑-๐๙๑๓๙-๗ จำนวนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยยี่สิบแปดบาท สี่สิบสตางค์, หุ้นบริษัทเดวิส ไดมอนด์สตาร์ จำกัด บริษัทเดวิส โคปาคาบาน่า จำกัด บริษัทเดวิส โกลเด้นท์สตาร์ จำกัด และบริษัทเดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด รวมสามหมื่นสามพันสี่ร้อยสี่สิบหกหุ้น คิดเป็นมูลค่าในขณะนี้สามล้านสามแสนสี่หมื่นสี่พันหกร้อยบาท, พร้อมด้วยดอกผลของทรัพย์สินดังกล่าวตามคำร้อง ตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ



วัส ติงสมิตร


ศุภชัย สมเจริญ


วิรุฬห์ แสงเทียน




ขึ้น

PD-icon.svg งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ ตามมาตรา ๗ แห่ง พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เนื่องจากงานนี้เป็น
  • (๑) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
  • (๒) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
  • (๓) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
  • (๔) คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
  • (๕) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (๑) ถึง (๔) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น
Garuda Emblem of Thailand.svg