คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๖๘/๒๕๑๒/ย่อ

จาก วิกิซอร์ซ
ข้ามไปยัง: บอกทาง, ค้นหา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๖๘/๒๕๑๒
ในคดีระหว่างบริษัทเนชั่นแนล เปอร์ริโอดิคอล บับลิคเคชั่น อิงค์ โจทก์ กับเจ้าเต็ง แซ่ลิ้ม จำเลย
เรื่อง เพิกถอนเครื่องหมายการค้า ลงวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๑๒

โดย: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา



ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๖๘/๒๕๑๒

บริษัทเนชั่นแนล เปอร์ริโอดิคอล บับลิคเคชั่นอิงค์ โดยนางสาวอีนา เยอร์เกนเซ่น ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์

นายเจ้าเต็ง แซ่ลิ้ม เจ้าของร้านลิ้มเข่งสูน จำเลย

พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๔



ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมจะมีขึ้นได้ ต้องเป็นศิลปกรรมที่ได้ทำขึ้นในแผนกศิลปะ ดังนั้น รูป “ซูเปอร์แมน” ของโจทก์ซึ่งเป็นรูปคนสวมเสื้อคลุมยืนเท้าเอวจึงไม่ใช่รูปศิลปะ แต่เป็นเพียงเครื่องหมายการค้า สิทธิของโจทก์เป็นสิทธิในเครื่องหมายการค้าไม่ใช่สิทธิในศิลปกรรม โจทก์จะฟ้องขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยโดยอ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ไม่ได้





คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าและผลิตสินค้าจำพวก ๓๙ ประเภทเครื่องเขียนสิ่งตีพิมพ์และสินค้าอื่น ๆ ส่งเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยใช้เครื่องหมายการค้ารูปคนที่ประดิษฐ์ขึ้นและอักษรโรมันคำว่า “Superman” (ซูเปอร์แมน) อันเป็นลักษณะเฉพาะที่โจทก์ประดิษฐ์ขึ้น เครื่องหมายการค้านี้โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๙ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ จำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าซูเปอร์แมน (รูปการประดิษฐ์ มีอักษร S ติดหน้าอก) อันเป็นสาระสำคัญ มีรูปดาวเป็นส่วนประกอบ การที่จำเลยเอาเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์รูปซูเปอร์แมนของโจทก์ไปจดทะเบียนและใช้กับสินค้าของจำเลยโดยดัดแปลงเป็นรูปคนเป็นรูปคนซูเปอร์แมนกำลังเหาะและเพิ่มรูปดาวเข้าเป็นส่วนประกอบอันไม่ใช่สาระสำคัญ ก็หาทำให้แตกต่างไปจากเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ของโจทก์ซึ่งได้ใช้และจดทะเบียนมาก่อนจำเลยไม่ เมื่อประชาชนผู้ใช้เห็นเครื่องหมายการค้าของจำเลยก็เข้าใจได้ทันทีว่า เป็นรูปซูเปอร์แมนอันเป็นเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ของโจทก์ เป็นการลวงสาธารณชนทำให้หลงเข้าใจว่า เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นโดยโจทก์ หรือทำให้เข้าใจว่า เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นโดยโจทก์ หรือทำให้เข้าใจไปได้ว่า โจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต ทำให้โจทก์เสียหาย และละเมิดสิทธิของโจทก์ ขอให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าของจำเลย ห้ามจำเลยใช้เครื่องหมายการค้านั้นกับสินค้าของจำเลยต่อไป

จำเลยให้การว่า ระหว่างที่จำเลยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย โจทก์ได้ยื่นคำคัดค้านต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า นายทะเบียนได้วินิจฉัยให้ยกคำร้องคัดค้านของโจทก์ โจทก์ได้ทราบคำวินิจฉัยของนายทะเบียนแล้วมิได้ยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าและมิได้นำคดีขึ้นสู่ศาลภายในเก้าสิบวัน จึงสิ้นสิทธิที่จะนำคดีมาสู่ศาล จำเลยจึงเป็นเจ้าของมีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะใช้สำหรับสินค้าจำพวก ๔๒ ประเภทผลไม้ดอง ผักดอง และเครื่องกระป๋อง โจทก์ไม่มีสิทธิห้าม รูปเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่ใช่วรรณกรรมหรือศิลปกรรมหรือส่วนสำคัญแห่งวรรณกรรมหรือศิลปกรรมอันจะถือลิขสิทธิ์ได้ เครื่องหมายการค้าของโจทก์และจำเลยแตกต่างกันมาก ไม่เป็นการลวงสาธารณชนหรือทำให้ประชาชนหลงเข้าใจผิด จำเลยใช้สิทธิโดยสุจริต

ชั้นพิจารณา โจทก์แถลงว่า โจทก์มิได้ยื่นอุทธรณ์และมิได้นำคดีมาฟ้องศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่ทราบคำวินิจฉัยจริง แต่โจทก์มิได้ฟ้องคดีนี้ตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่๓) พ.ศ. ๒๕๐๔ หากแต่ฟ้องโดยอาศัยมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ และรูปซูเปอร์แมนที่จำเลยเอาไปใช้ในเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ที่โจทก์ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง จำเลยจะนำไปใช้ไม่ได้

ทั้งสองฝ่ายรับกันว่า รูปเครื่องหมายการค้าที่ต่างได้จดทะเบียนไว้นั้นของโจทก์เป็นรูปตามเอกสาร หมายเลข ๒ ของจำเลยเป็นรูปตามเอกสารหมายเลข ๓ ท้ายคำฟ้อง โจทก์ใช้เครื่องหมายการค้ากับสินค้าจำพวก ๓๙ ส่วนของจำเลยใช้กับสินค้าจำพวก ๔๒

จำเลยแถลงไม่รับรองว่า โจทก์จะจดทะเบียนสิทธิไว้จริงหรือไม่

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่าย แล้วพิพากษาว่า ข้อหาของโจทก์มิได้อ้างเหตุตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๔๑ อนุมาตรา ๒ และ ๓ อีกทั้งกรณีไม่ต้องด้วยอนุมาตรา ๑ เพราะไม่ใช่เครื่องหมายอันเดียวกันและใช้สำหรับสินค้าชนิดเดียวกัน การกระทำของจำเลยไม่ใช่เป็นการละเมิดสิทธิในลิขสิทธิ์ของโจทก์ ให้ยกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

คงมีปัญหาข้อกฎหมายสู่ศาลฎีกาว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นลิขสิทธิ์ที่โจทก์ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมที่โจทก์จะมีขึ้นได้นั้นต้องเป็นศิลปกรรมที่ได้ทำขึ้นในแผนกศิลปะ เช่น รูปศิลปะ รูปตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ ไม่ใช่รูปศิลปะ แต่เป็นเพียงเครื่องหมายการค้าสิทธิของโจทก์ จึงเป็นสิทธิในเครื่องหมายการค้า ไม่ใช่ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรม โจทก์จะฟ้องขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยโดยอ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ไม่ได้



(วงษ์ วีระพงศ์ — ประกอบ หุตะสิงห์ — บัญญัติ สุขารมณ์)






ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน

ศาลแพ่ง - สงวน สิทธิไชย

ศาลอุทธรณ์ - พร สมบัติศิริ




ขึ้น

PD-icon.svg งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ ตามมาตรา ๗ แห่ง พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เนื่องจากงานนี้เป็น
  • (๑) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
  • (๒) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
  • (๓) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
  • (๔) คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
  • (๕) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (๑) ถึง (๔) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น
Garuda Emblem of Thailand.svg