ซูเราะหฺฆอฟิร

จาก วิกิซอร์ซ

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

ด้วยพระนามแห่งอัลลอหฺ พระผู้ทรงเมตตายิ่ง พระผู้ทรงปรานียิ่ง

{40:1} ฮา มีม

{40:2} คัมภีร์นี้เป็นการประทานลงมาจากอัลลอหฺ พระผู้ทรงมีอํานาจ พระผู้ทรงรอบรู้

{40:3} พระผู้ทรงอภัยต่อบาป และพระผู้ทรงรับการขอลุแก่โทษ พระผู้ทรงเข้มงวดในการลงโทษ ผู้ทรงเต็มเปี่ยมไปด้วยความโปรดปราน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ยังพระองค์คือการกลับไป

{40:4} ไม่มีผู้ใดโต้เถียงในสัญญาณของอัลลอหฺ นอกจากบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ดังนั้นอย่าให้การสัญจรของพวกเขาในหัวเมืองต่าง ๆ นั้นหลอกลวงเธอ

{40:5} ก่อนหน้าพวกเขานั้น หมู่ชนของนูฮฺและพลพรรคต่าง ๆ หลังจากพวกเขาก็ได้ปฏิเสธมาก่อนแล้ว และทุก ๆ ประชาชาติได้ตั้งใจที่จะทำลายล้างศาสนทูตของพวกเขาและโต้เถียงด้วยความเท็จ เพื่อที่จะลบล้างความจริงให้สูญสิ้นไป ดังนั้นฉันจึงได้ลงโทษพวกเขา แล้วการลงโทษของฉันเป็นเช่นใด?

{40:6} และเช่นนั้นแหละ ประกาศิตแห่งพระเจ้าของเธอได้กลายเป็นจริงแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ว่าพวกเขาเป็นชาวนรก

{40:7} บรรดาผู้แบกบัลลังก์ และผู้ที่อยู่รอบ ๆ บัลลังก์ ต่างก็แซ่ซร้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระเจ้าของพวกเขา และศรัทธาต่อพระองค์และอภัยโทษให้แก่บรรดาผู้ศรัทธา โอ้พระเจ้าของพวกข้าฯ พระองค์ทรงแผ่พระเมตตาและความรอบรู้ไปทั่วทุกสิ่ง ขอพระองค์ได้ทรงอภัยแก่บรรดาผู้ลุแก่โทษ และดําเนินตามแนวทางของพระองค์ และทรงคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากการทรมานแห่งไฟนรก

{40:8} โอ้พระเจ้าของพวกข้าฯ และขอพระองค์ได้ทรงให้พวกเขาได้เข้าในเหล่าสวนสวรรค์สถาพร ซึ่งพระองค์ได้ทรงสัญญาแก่พวกเขา พร้อมทั้งผู้กระทำความดีจากบรรพบุรุษของพวกเขา และคู่ครองของพวกเขา และลูกหลานของพวกเขา แท้จริงพระองค์คือพระผู้ทรงมีอํานาจ พระผู้ทรงปรีชาญาณ

{40:9} และขอพระองค์ได้ทรงคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากความชั่วทั้งปวง และผู้ใดที่พระองค์ทรงคุ้มครองให้พ้นจากความชั่วทั้งปวงในวันนั้น พระองค์ก็ได้ทรงเมตตาแก่เขา และนั่นแหละ คือความสำเร็จอันใหญ่หลวง

{40:10} แท้จริงบรรดาผู้ปฎิเสธศรัทธานั้นจะมีเสียงตะโกนบอกว่า “การเกลียดชังของอัลลอหฺนั้นยิ่งใหญ่กว่าการเกลียดชังของพวกเธอต่อตัวของพวกเธอเอง เมื่อพวกเธอถูกเรียกร้องสู่การศรัทธา แล้วพวกเธอก็ได้ปฏิเสธศรัทธา”

{40:11} พวกเขากล่าวว่า “โอ้พระเจ้าของพวกข้าฯ พระองค์ได้ทรงทำให้พวกข้าฯตายสองครั้ง และพระองค์ได้ทรงทำให้พวกข้าฯมีชีวิตสองครั้ง ดังนั้นพวกข้าฯขอสารภาพต่อความผิดทั้งหลายของเรา แล้วจะมีทางออกไหม?”

{40:12} นั่นก็เพราะว่า เมื่อใดอัลลอหฺถูกกล่าวขึ้นเพียงพระองค์เดียว พวกเธอก็ปฎิเสธศรัทธา แต่เมื่อให้มีการตั้งภาคีกับพระองค์พวกเธอก็เชื่อ ดังนั้นการพิพากษาเป็นสิทธิของอัลลอหฺ พระผู้ทรงสูงส่ง พระผู้ทรงยิ่งใหญ่

{40:13} พระองค์ทรงแสดงสัญญาณของพระองค์ และทรงประทานปัยจัยยังชีพจากฟ้า และจะไม่มีใครใคร่ครวญนอกจากผู้สำนึกตน

{40:14} ดังนั้นจงวิงวอนขอต่ออัลลอหฺด้วยความบริสุทธิ์ใจในศาสนาของพระองค์ แม้ว่าพวกปฎิเสธศรัทธาจะเกลียดชังก็ตาม

{40:15} พระผู้ทรงตําแหน่งอันสูง เจ้าแห่งบัลลังก์ ทรงส่งวิญญาณตามพระบัญชาแห่งพระองค์ลงแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ในบรรดาบ่าวของพระองค์ เพื่อเตือนให้รำลึกถึงวันแห่งการร่วมพบปะ

{40:16} วันที่พวกเขาจะปรากฎตัว ไม่มีสิ่งใดของพวกเขาสักอย่างจะซ่อนเร้นไปจากอัลลอหฺ อํานาจในวันนี้เป็นของผู้ใดเล่า? แน่นอนมันเป็นของอัลลอหฺ ผู้ทรงเอกะ ผู้ทรงพิชิตโดยเด็ดขาด

{40:17} วันนี้ทุกชีวิตจะได้รับการตอบแทนตามที่มันได้กระทำไว้ ไม่มีการฉ้อฉลในวันนี้ แท้จริงอัลลอหฺคือพระผู้ทรงฉับพลันในการสอบสวน

{40:18} และจงเตือนพวกเขาให้ทราบถึงวันที่ประชั้นชิด เมื่อหัวใจติดอยู่ที่ลําคอด้วยความอดกลั้น บรรดาผู้อธรรมจะไร้มิตรสนิท และไร้ผู้ช่วยเหลืออันเป็นที่เชื่อฟัง

{40:19} พระองค์ทรงรอบรู้การทรยศของดวงตา และสิ่งที่ทรวงอกปกปิดอยู่

{40:20} และอัลลอหฺทรงพิพากษาด้วยความยุติธรรม ส่วนบรรดาผู้ที่วิงวอนขอต่อสิ่งนอกเหนือพระองค์นั้น พวกเขามิอาจจะพิพากษาใด ๆ ได้ แท้จริงอัลลอหฺคือพระผู้ทรงได้ยิน พระผู้ทรงเห็น

{40:21} มิหรือพวกเขาได้สัญจรไปในแผ่นดิน? แล้วพิจารณาดูว่าบั้นปลายของประชาชาติในยุคก่อนหน้าพวกเขาเป็นเช่นใด เขาเหล่านั้นมีพลังที่เข้มแข็งกว่าพวกเขา และได้ทิ้งร่องรอยไว้มากมาย แล้วอัลลอหฺ ก็ได้ ทรงลงโทษพวกเขาเนื่องด้วยความผิดของพวกเขา และพวกเขาไม่มีผู้ปกป้องให้พ้นจากอัลลอหฺได้

{40:22} นั่นก็เพราะว่าบรรดาศาสนทูตของพวกเขาเคยนำหลักฐานต่าง ๆ อันชัดแจ้งมาแก่พวกเขา แล้วพวกเขาก็ได้ปฏิเสธศรัทธา ดังนั้นอัลลอหฺจึงทรงลงโทษพวกเขา แท้จริงพระองค์คือพระผู้ทรงพลัง พระผู้ทรงรุนแรงในการลงโทษ

{40:23} และแท้จริงเราได้ส่งมูซาพร้อมด้วยบรรดาสัญญาณของเราและหลักฐานอันชัดแจ้ง

{40:24} ไปยังฟิรเอานฺ และฮามาน และกอรูน แล้วพวกเขาก็กล่าวว่า “มายากรโกหก”

{40:25} ครั้นเมื่อมูซาได้นำสัจธรรมจากเรามายังพวกเขา พวกเขากล่าวว่า “จงฆ่าเหล่าบุตรของบรรดาผู้ศรัทธาร่วมกับเขา และละเว้นชีวิตสตรีของพวกเขา” แต่แผนการณ์ของพวกปฏิเสธศรัทธานั้นมิใช่อื่นใด นอกจากความลุ่มหลง

{40:26} และฟิรเอานฺกล่าวว่า “พวกเจ้าจงปล่อยให้ข้าสังหารมูซาเถิด และเขาจงวิงวอนขอพระเจ้าของเขาเถิด แท้จริงข้าเกรงว่าเขาจะมาเปลี่ยนศาสนาของพวกเจ้า หรือจะก่อการร้ายให้เกิดขึ้นในแผ่นดิน”

{40:27} และมูซากล่าวว่า “แท้จริงฉันได้ขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าของฉันและพระเจ้าของพวกเธอ ให้พ้นจากผู้หยิ่งผยองทุกคนที่ไม่ศรัทธาต่อวันแห่งการชําระความ”

{40:28} และชายผู้ศรัทธาคนหนึ่งจากวงศ์วานของฟิรเอานฺ ซึ่งปกปิดการศรัทธาของเขากล่าวว่า “พวกท่านจะสังหารบุรุษผู้หนึ่ง เพราะกล่าวว่า พระเจ้าของฉันคืออัลลอหฺกระนั้นหรือ? ทั้ง ๆ ที่เขาได้นำเหล่าหลักฐานอันชัดแจ้งมาจากพระเจ้าของท่านมาแก่พวกท่าน และแม้นเขาเป็นคนโกหก การโกหกนั้นก็ตกเป็นของเขาเอง และหากว่าเขาเป็นคนพูดจริง ส่วนหนึ่งจากที่เขาได้สัญญาไว้กับพวกท่านก็จะประสบแก่พวกท่าน แท้จริงอัลลอหฺจะมิทรงนำทางแก่ผู้ละเมิดผู้โกหก”

{40:29} "โอ้หมู่ชนของฉัน วันนี้อํานาจการปกครองเป็นของพวกท่านเป็นผู้อยู่เหนือในแผ่นดินนี้ แล้วผู้ใดเล่าจะช่วยเหลือเราจากการลงโทษของอัลลอหฺ หากมันได้เกิดขึ้นแก่เรา” ฟิรเอานฺกล่าวว่า “ข้ามิได้ชี้นำพวกเจ้าเว้นแต่สิ่งที่ข้าเห็นว่ามันถูกต้อง เท่านั้น และข้ามิได้ชี้แนะทางแก่พวกเจ้าเว้นแต่ทางที่เป็นสัจธรรมเท่านั้น”

{40:30} และผู้ศรัทธานั้นกล่าวอีกว่า “โอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย! แท้จริงฉันเป็นห่วงพวกท่าน เยี่ยงวันแห่งการลงโทษของพลพรรคต่าง ๆ"

{40:31} "เยี่ยงกับเคราะห์กรรมของหมู่ชนของนูฮฺ และอาด และษะมูด และของหมู่ชนหลังจากพวกเขา และอัลลอหฺ มิทรงประสงค์การฉ้อฉลใด ๆ แก่ปวงบ่าว"

{40:32} "และโอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย! ฉันเป็นห่วงพวกท่าน เยี่ยงวันแห่งการร้องเรียกหาซึ่งกันและกัน"

{40:33} "วันที่พวกท่านหันหลังกลับหนี ไม่มีผู้ใดจะช่วยปกป้องพวกท่านให้พ้นจากการลงโทษของอัลลอหฺได้ และผู้ใดที่อัลลอหฺทรงให้เขาหลงทางแล้ว ก็จะไม่มีผู้นำทางให้แก่เขา"

{40:34} "และโดยแน่นอน แต่ก่อนนี้ยูสุฟได้มายังพวกท่านพร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้ง แต่พวกท่านก็ยังคงอยู่ในการสงสัยในสิ่งที่เขาได้นำมายังพวกท่าน จนกระทั่งเมื่อเขาได้ตายไปแล้ว พวกท่านก็กล่าวว่า อัลลอหฺจะไม่ทรงตั้งศาสนทูตคนใดอีกแล้วหลังจากเขา เช่นนั้นแหละอัลลอหฺจะทรงให้ผู้ที่ฝ่าฝืน ผู้สงสัยหลงทาง"

{40:35} บรรดาผู้โต้เถียงในสัญญาณต่าง ๆ ของอัลลอหฺโดยไม่มีหลักฐานใด ๆ มายังพวกเขา เป็นที่น่าเกลียดชังยิ่งสำหรับอัลลอหฺ และสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา เช่นนั้นแหละอัลลอหฺทรงประทับบนทุก ๆ หัวใจของผู้จองหองเผด็จการ”

{40:36} และฟิรเอานฺกล่าวว่า “ดูกร ฮามาน! จงสร้างหอสูงให้แก่ข้า เพื่อที่ข้าจะได้บรรลุถึงทางที่จะขึ้นไป"

{40:37} "ทางที่จะขึ้นไปสู่ชั้นฟ้าทั้งหลาย เพื่อข้าจะได้เห็นพระเจ้าของมูซา อันแท้จริงข้าคิดว่า เขาเป็นคนโกหก" เช่นนั้นแหละ การงานที่ชั่วช้าของฟิรเอานฺถูกทำให้ตนเห็นดีงาม และเขาถูกปิดกั้นจากแนวทางนำ และแผนการของฟิรเอานุนั้นมิใช่อื่นใด นอกจากการอยู่ในความหายนะ

{40:38} และผู้ศรัทธานั้นกล่าวว่า “โอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย! จงปฏิบัติตามฉัน ฉันจะชี้แนะทางแก่พวกท่านสู่ทางแห่งสัจธรรม

{40:39} "โอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ยแท้จริงชีวิตแห่งโลกนี้เป็นเพียงแค่ความเพลิดเพลินเท่านั้น และแท้จริงปรโลกนั้นมันเป็นที่พำนักอันมั่นคง"

{40:40} "ผู้ใดที่กระทำความชั่ว เขาจะไม่ได้รับการตอบแทน เว้นแต่เยี่ยงเช่นนั้น และผู้ใดกระทำความดีจากเพศชายหรือเพศหญิงก็ตามและเขาเป็นผู้ศรัทธาด้วย ชนเหล่านั้นแหละพวกเขาจะได้เข้าสวนสวรรค์ จะได้รับปัจจัยยังชีพในนั้น โดยไม่จำกัด"

{40:41} "และโอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย! ฉันเชิญชวนพวกท่านไปสู่การรอดพ้น แต่ใยพวกท่านกลับเชิญชวนฉันไปสู่ไฟนรก"

{40:42} "พวกท่านชักชวนฉันให้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอหฺ และให้ฉันตั้งภาคีต่อพระองค์โดยที่ฉันไมรู้มาก่อนเลยในเรื่องนั้น และฉันได้เชิญชวนพวกเธอ ไปสู่พระผู้ทรงอํานาจ พระผู้ทรงอภัยอย่างมากหลาย"

{40:43} ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แท้จริงที่พวกท่านชักชวนฉันไปสู่นั้น มันไร้ความหมายทั้งในโลกนี้และในปรโลก และแท้จริงการกลับคืนของเรานั้นไปสู่อัลลอหฺ และแท้จริงผู้ละเมิดนั้น พวกเขาเป็นชาวนรก"

{40:44} "แล้วพวกท่านจะรำลึกถึงสิ่งที่ฉันได้กล่าวแก่พวกท่าน และฉันขอมอบภารกิจของฉันแต่อัลลอหฺ แท้จริงอัลลอหฺคือพระผู้ทรงผู้เฝ้าดูปวงบ่าว"

{40:45} อัลลอหฺได้ทรงคุ้มครองเขาให้พ้นจากความชั่วทั้งหลายที่พวกเขาวางแผนไว้ และการลงโทษที่ร้ายแรงก็จะห้อมล้อมบริวารของฟิรเอานฺ

{40:46} ไฟนรกนั้นจะถูกนำมาแสดงให้พวกเขาเห็นทั้งในยามเช้า และยามเย็น และในวันโลกาวินาศเกิดขึ้น “จงนำบริวารของฟิรเอานุเข้าไปรับการลงโทษอันสาหัสยิ่ง”

{40:47} และจงรำลึกถึงเมื่อพวกเขาโต้เถียงกันในนรก พวกอ่อนแอแกล่าวแก่พวกผยองตนว่า “แท้จริงพวกเราเป็นผู้ตามพวกท่าน ดังนั้นพวกท่านจะช่วยพวกเราให้พ้นจากการลงโทษสักส่วนหนึ่งของไฟนรกนี้ได้ไหม?”

{40:48} บรรดาพวกผยองตนกล่าวว่า “แท้จริงเราทั้งหมดอยู่ในนรก แท้จริงอัลลอหฺได้ทรงตัดสินระหว่างปวงบ่าวแล้ว”

{40:49} และบรรดาผู้อยู่ในไฟกล่าวแก่ยามเฝ้าประตูนรกว่า “โปรดช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของพวกท่านให้ทรงลดหย่อนการลงโทษแก่เราสักวันหนึ่ง"

{40:50} พวกเขากล่าวว่า “บรรดาศาสนทูตของพวกเธอมิได้เคยมายังพวกเธอ พร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้งดอกหรือ?” พวกเขากล่าวว่า “ใช่แล้ว” พวกเขากล่าวว่า “พวกเธอจงวิงวอนขอเองเถิด อันการวิงวอนขอของผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น มิใช่อื่นใดนอกจากความสูญหาย”

{40:51} แท้จริงเราจะช่วยเหลือบรรดาศาสนทูตของเรา และบรรดาผู้ศรัทธาอย่างแน่นอน ทั้งในชีวิตของโลกนี้และวันที่ซึ่งปวงพยานจะยืนขึ้นเป็นพยาน

{40:52} วันที่การแก้ตัวของพวกเขาจะไม่อํานวยผลแก่บรรดาผู้อธรรม และพวกเขาจะได้รับการสาปแช่งและพวกเขาจะมีที่พำนักอันร้ายแรง

{40:53} และโดยแน่นอนเราได้ประทานการชี้นำทางแก่มูซา และเราได้ให้มรดกแก่วงศ์วานของอิสรออีล คือคัมภีร์

{40:54} เพื่อเป็นการชี้นำทางและเป็นการเตือนรำลึกแก่บรรดาผู้มีสติปัญญา

{40:55} ดังนั้น เธอจงอดทนเพราะแท้จริงสัญญาของอัลลอหฺนั้นเป็นความจริง และจงขออภัยโทษต่อความผิดของเธอ และจงแซ่ซร้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระเจ้าของเธอทั้งในยามเย็นและในยามเช้า

{40:56} แท้จริง บรรดาผู้โต้เถียงในเรื่องสัญลักษณ์ของอัลลอหฺ โดยปราศจากหลักฐานที่มายังพวกเขานั้น ไม่มีอะไรในทรวงอกของพวกเขานอกจากความหยิ่งยโส ซึ่งพวกเขาจะไม่เป็นผู้บรรลุถึงมันได้ ดังนั้น จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอหฺ แท้จริง พระองค์เป็นพระผู้ทรงได้ยิน พระผู้ทรงเห็น

{40:57} แน่นอนการสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นใหญ่ยิ่งกว่าการสร้างมนุษย์ แต่ว่ามนุษย์ส่วนใหญ่ไม่รู้

{40:58} และคนตาบอดกับคนตาดีนั้น ย่อมไม่เท่าเทียมกัน และบรรดาผู้ศรัทธาและประกอบความดีทั้งหลายกับพวกกระทำความชั่วก็ไม่เท่าเทียมเช่นกัน เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่พวกเธอจะใคร่ครวญ

{40:59} แท้จริง วันอวสานนั้นจะมีมาอย่างแน่นอน ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ในวันนั้น แต่ว่ามนุษย์ส่วนมากไม่เชื่อ

{40:60} และพระเจ้าของพวกเธอตรัสว่า “จงวิงวอนขอต่อฉัน ฉันจะตอบรับแก่พวกเธอ ส่วนบรรดาผู้โอหังต่อการเคารพภักดีฉันนั้น จะเข้าไปอยู่ในนรกอย่างต่ำต้อย”

{40:61} อัลลอหฺผู้ทรงบันดาลราตรีให้แก่พวกเธอ เพื่อจะได้พักผ่อนในยามนั้น และทิวามองเห็นได้ แท้จริงอัลลอหฺทรงเป็นเจ้าแห่งความโปรดปรานแก่ปวงมนุษย์ แต่ว่า มนุษย์ส่วนมากไม่ขอบคุณ

{40:62} นั่นคืออัลลอหฺ พระบริบาลของพวกเธอผู้ทรงสร้างทุกสิ่ง ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ดังนั้นเหตุใดพวกเธอจึงถูกหันเหออกจากพระองค์เล่า?

{40:63} เช่นนั้นแหละ บรรดาผู้ที่ปฏิเสธต่อสัญญาณทั้งหลายของอัลลอหฺ จะถูกทำให้หันเห

{40:64} อัลลอหฺคือผู้ทรงทำให้แผ่นดินนี้เป็นที่พำนักแก่พวกเธอ และชั้นฟ้าเป็นเพดานมมั่นคง และทรงทำให้พวกเธอเป็นรูปร่าง และทรงทำให้รูปร่างของพวกเธอสวยงาม และทรงประทานปัจจัยยังชีพจากสิ่งที่ดี ๆ แก่พวกเธอ นั่นคืออัลลอหฺ พระบริบาลของพวกเธอ ดังนั้นอัลลอหฺพระเจ้าแห่งสากลโลกทรงจําเริญยิ่ง

{40:65} พระองค์คือผู้ทรงมีชีวิต ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ดังนั้นพวกเธอจงวิงวอนขอต่อพระองค์ ด้วยความบริสุทธิ์ใจในศาสนาของพระองค์ บรรดาการสรรเสริญนั้นเป็นของอัลลอหฺ พระเจ้าแห่งสากลโลก

{40:66} จงกล่าวเถิด “แท้จริงฉัน ถูกห้ามมิให้เคารพภักดีต่อบรรดาที่พวกเธอวิงวอนขอ นอกเหนือจากอัลลอหฺ เมื่อหลักฐานทั้งหลายอันชัดแจ้งจากพระบริบาลของฉันได้มีมายังฉันแล้ว และฉันถูกบัญชาให้นอบน้อมต่อพระบริบาลแห่งสากลโลก”

{40:67} พระองค์คือผู้ทรงสร้างพวกเธอจากฝุ่นดิน แล้วจากเชื้ออสุจิ แล้วจากก้อนเลือดแล้วทรงให้พวกเธอคลอดออกมาเป็นทารกแล้วเพื่อพวกเธอจะ ได้บรรลุสู่วัยฉกรรจ์;ของพวกเธอ แล้วเพื่อพวกเธอจะได้เป็นแก่ชรา แต่ก็มีในหมู่พวกเธอที่เสียชีวิตในวัยหนุ่ม และเพื่อให้พวกเธอจะได้บรรลุสู่วัยที่ถูกกําหนดไว้ และเพื่อพวกเธอจะได้ใช้สติปัญญาใคร่ครวญ

{40:68} พระองค์คือผู้ทรงให้เป็นและทรงให้ตาย ดังนั้นเมื่อพระองค์ทรงกําหนดกิจการใด ๆ พระองค์ก็จะกล่าวแก่สิ่งนั้นว่า จงเป็นแล้วมันก็จะเป็นขึ้นมา

{40:69} เธอไม่เห็นดอกหรือว่า บรรดาผู้ที่โต้เถียงในอายาตของอัลลอหฺ พวกเขาถูกให้หันเหออกไปอย่างไร?

{40:70} บรรดาผู้ปฏิเสธต่อคัมภีร์ และต่อสิ่งที่เราได้ส่งมาพร้อมกับรรดาศาสนทูตของเรา แล้วพวกเขาก็จะได้รู้

{40:71} เมื่อห่วงคล้องคออยู่ที่คอของพวกเขา พร้อมโซ่ตรวน พวกเขาถูกลากไป

{40:72} ในน้ำเดือดพล่าน แล้วในไฟนรกพวกเขาจะถูกเผาไหม้

{40:73} แล้วจะมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาว่าไหนเล่าสิ่งที่พวกเธอตั้งภาคี

{40:74} อื่นจากอัลลอหฺ พวกเขากล่าวว่า “มันได้หลงหายไปจากพวกเราแล้ว ทว่าพวกเรามิได้เคยวิงวอนขอต่อสิ่งใดก่อนหน้านี้ดอก!” เช่นนั้นแหละอัลลอหฺทรงให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาหลงทาง

{40:75} นั่นก็เพราะว่า พวกเธอหลงระเริงในแผ่นดินโดยไม่เป็นธรรม และเพราะว่าพวกเธออวดดี

{40:76} จงเข้าประตูทั้งหลายของนรก เป็นผู้พำนักอยู่ตลอดกาลในนั้น อันที่พำนักของพวกหยิ่งผยองนั้นช่างเลวร้ายนัก

{40:77} ดังนั้นเธอจงอดทน แท้จริงสัญญาของอัลลอหฺนั้นเป็นจริง บางทีเราจะให้เธอได้เห็นบางสิ่งที่ได้สัญญาแก่พวกเขา หรือเราจะทำให้เธอตายเสียก่อน ดังนั้นพวกเขาจะถูกส่งกลับไปยังเรา

{40:78} และโดยแน่นอน เราได้ส่งบรรดาศาสนทูตมาก่อนหน้าเธอ มีบางคนในหมู่พวกเขาที่เราบอกเล่าแก่เธอ และมีบางคนในหมู่พวกเขาที่เรามิได้บอกเล่าแก่เธอ และศาสนทูตมิอาจที่จะนำสัญญาณใด ๆ มาเว้นแต่ด้วยพระอนุมัติของอัลลอหฺ เมื่อใดพระบัญชาแห่งอัลลอหฺมาถึง เรื่องนั้นก็จะถูกตัดสินด้วยความยุติธรรม และ ณ ที่นั่นบรรดาผู้กล่าวเท็จก็จะขาดทุน

{40:79} อัลลอหฺคือผู้ทรงบันดาลปศุสัตว์ เพื่อให้พวกเธอได้ขี่บางชนิดและบางชนิดพวกเธอกิน

{40:80} และพวกเธอได้รับมวลประโยชน์จากมันนั้น และเพื่อพวกเธอจะได้บรรลุสมความปราถนาที่มีอยู่ในทรวงอกของพวกเธอ และพวกเธอถูกแบกบนหลังมันและบนเรือ

{40:81} และพระองค์ได้ทรงให้พวกเธอเห็นสัญญาณต่าง ๆ ของพระองค์ ดังนั้นสัญญาณของอัลลอหฺอันใดเล่าที่พวกเธอปฏิเสธ?

{40:82} พวกเขามิได้ท่องเที่ยวไปตามแผ่นดินดอกหรือ? แล้วพิจารณาดูว่า บั้นปลายของประชาชาติในยุคก่อนหน้าพวกเขาเป็นเช่นใด เขาเหล่านั้นมีจํานวนมากกว่าพวกเขานี้และมีพลัง เข้มแข็งกว่า และได้ทิ้งร่องรอยไว้มากมายในแผ่นดิน ทว่าสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้นั้นมิได้อํานวยประโยชน์อันใดแก่พวกเขา

{40:83} ดังนั้นเมื่อบรรดาศาสนทูตของพวกเขาได้มายังพวกเขาพร้อมด้วย หลักฐานต่าง ๆ อันชัดแจ้ง พวกเขาก็ดีใจกับวิทยาการที่พวกเขามีอยู่ และสิ่งที่พวกเขาเคยเยาะเย้ยไว้นั้นก็ห้อมล้อมพวกเขา

{40:84} ครั้นเมื่อพวกเขาได้เห็นการลงโทษอย่างหนักของเรา พวกเขาก็กล่าวว่า “เราศรัทธาต่อัลลอหฺองค์เดียว และเราปฏิเสธศรัทธาต่อสิ่งที่เราเคยตั้งภาคีต่อพระองค์”

{40:85} แต่การศรัทธาของพวกเขาจะไม่อํานวยประโยชน์แก่พวกเขาเลย ในเมื่อพวกเขาได้เห็นการลงโทษอย่างหนักของเรา นี่คือแนวทางของอัลลอหฺ ที่ได้มีมาแต่ในอดีตในปวงบ่าวของพระองค์ และ ณ ที่นั่นบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาก็จะสูญเสีย

กลับไปที่สารบัญ