ซูเราะหฺยูนุส

จาก วิกิซอร์ซ

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

ด้วยพระนามแห่งอัลลอหฺ พระผู้ทรงเมตตายิ่ง พระผู้ทรงปรานียิ่ง

{10:1} อะลีฟ ลาม รออ์ เหล่านี้คือบรรดาโองการแห่งคัมภีร์ที่ชัดแจ้ง

{10:2} เป็นการประหลาดแก่มนุษย์หรือที่เราได้ให้วะฮีย์แก่ชายคนหนึ่งจากพวกเขา ให้เตือนสำทับมนุษย์ และแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาว่าแท้จริงสำหรับพวกเขานั้น จะได้รับตําแหน่งอันสูงส่ง ณ ที่พระเจ้าของเขา บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวว่า แท้จริง นี่คือนักมายากลอย่างแน่นอน

{10:3} แท้จริงพระเจ้าของพวกเธอคืออัลลอหฺ ผู้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินในเวลาหกวาระ แล้วพระองค์ทรงสถิตย์บัลลังก์ ทรงบริหารกิจการไม่มีผู้ให้ความช่วยเหลือคนใด เว้นแต่ต้องได้รับอนุมัติจากพระองค์ นั่นคืออัลลอหฺ พระเจ้าของพวกเธอ พวกเธอจงเคารพภักดีต่อพระองค์เถิด พวกเธอไม่ได้ใคร่ครวญดอกหรือ?

{10:4} ยังพระองค์เท่านั้นคือทางกลับของพวกเธอทั้งหลาย สัญญาของอัลลอหฺนั้นเป็นจริงเสมอ แท้จริง พระองค์นั้นทรงเริ่มการสร้าง แล้วพระองค์ก็ทรงให้มันบังเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทรงตอบแทนบรรดาผู้ศรัทธาและผู้ประกอบความดีโดยเที่ยงธรรม ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น พวกเขาจะได้รับเครื่องดื่มที่ร้อนจัดและการลงโทษอันเจ็บแสบ เพราะพวกเขาเคยปฏิเสธศรัทธา

{10:5} พระองค์ทรงทำให้ดวงอาทิตย์มีแสงสว่าง และดวงจันทร์มีรัศมี และทรงกําหนดให้มันมีทางโคจร เพื่อพวกเธอจะได้รู้จํานวนปีและการคํานวณ อัลลอหฺไม่ได้ทรงสร้างสิ่งเหล่านี้เว้นแต่ด้วยความจริง พระองค์ทรงจําแนกสัญญาณต่างๆ สำหรับหมู่ชนที่มีความรู้

{10:6} แท้จริงการสับเปลี่ยนของราตรีและทิวา และที่อัลลอหฺทรงสร้างในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นเป็นสัญญาณแก่กลุ่มชนที่มีความยำเกรง

{10:7} แท้จริงบรรดาผู้ที่ไม่หวังจะพบเรา และพวกเขาพอใจต่อชีวิตในโลกนี้ และพวกเขาดีใจต่อมัน และบรรดาผู้ละเลยต่อสัญญาณต่าง ๆ ของเรา

{10:8} ชนเหล่านั้น ที่พำนักของพวกเขาคือนรก เนื่องด้วยพวกเขาขวนขวายเอาไว้

{10:9} แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาและผู้ประกอบความดี พระเจ้าของพวกเขาจะทรงชี้แนะทางที่ถูกต้องให้แก่พวกเขา เนื่องด้วยการศรัทธาของพวกเขา เบื้องใต้พวกเขามีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน ซึ่งอยู่ในสวนสวรรค์อันเกษมสำราญ

{10:10} การขอพรของพวกเขาในสวนสวรรค์คือ "พระพิสุทธิคุณแห่งพระองค์ โอ้พระเจ้าของพวกข้าฯ" และคําทักทายของพวกเขาในนั้นคือ "ศานติ" และสุดท้ายแห่งการขอพรของพวกเขาคือ "การสรรเสริญเป็นของอัลลอหฺ พระเจ้าแห่งสากลโลก"

{10:11} และหากอัลลอหฺทรงเร่งความเลวร้ายแก่มนุษย์ เช่นเดียวกับการเร่งของพวกเขาเพื่อขอความดีแล้ว แน่นอน ความตายของพวกเขาก็คงถูกกําหนดแก่พวกเขา แล้วเราจะปล่อยบรรดาผู้ที่ไม่หวังจะพบเราให้อยู่ในความงงงวย เพราะการดื้อดึงของพวกเขา

{10:12} และเมื่ออันตรายประสบกับมนุษย์ เขาก็จะวิงวอนขอเราในสภาพนอนตะแคง หรือนั่ง หรือยืน ครั้นเมื่อเราปลดเปลื้องอันตรายของเขาให้พ้นจากเขาไปแล้ว เขาก็เมินคล้ายกับว่า เขาไม่ได้วิงวอนขอเราให้พ้นจากอันตรายที่ได้ประสบแก่เขา เช่นนั้นแหละ สิ่งที่บรรดาผู้ละเมิดกระทำนั้นถูกประดับประดาให้สวยงาม

{10:13} และโดยแน่นอน เราได้ทำลายประชาชาติจากชนรุ่นก่อนจากพวกเธอ เมื่อพวกเขาเป็นผู้อธรรม และบรรดาศาสนทูตของพวกเขาได้มายังพวกเขาพร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้ง แล้วพวกเขาก็ไม่ศรัทธา เช่นนั้นแหละ เราได้ตอบแทนแก่พวกอาชญากร

{10:14} แล้วเราก็ได้แต่งตั้งพวกเธอให้เป็นผู้สืบทอดในแผ่นดินหลังจากพวกเขาเหล่านั้น เพื่อเราจะดูว่าพวกเธอจะปฏิบัติตนอย่างไร

{10:15} และเมื่อบรรดาโองการอันชัดแจ้งของเราถูกอ่านแก่พวกเขาแล้ว บรรดาผู้ไม่หวังที่จะพบเราก็กล่าวว่า "ท่านจงนำกุรอานอื่นจากนี้มาให้เราหรือเปลี่ยนแปลงเสีย" จงกล่าวเถิด "ไม่บังควรแก่ฉันที่จะเปลี่ยนแปลงโดยพละการจากตัวฉัน ฉันจะไม่ปฏิบัติตาม เว้นแต่สิ่งที่ถูกประทานมาให้แก่ฉันเท่านั้น แท้จริง ฉันกลัวว่า หากฉันฝ่าฝืนพระเจ้าของฉันแล้ว จะได้รับการลงโทษในวันอันยิ่งใหญ่"

{10:16} จงกล่าวเถิด "หากอัลลอหฺทรงประสงค์ฉันจะไม่อ่านอัลกุรอานแก่พวกเธอ และพระองค์จะไม่ให้พวกเธอได้รู้อัลกุรอานนั้น แน่นอน ฉันได้ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่พวกเธอมาก่อนนั้น พวกเธอไม่ใช้สติปัญญาคิดบ้างหรือ?"

{10:17} ดังนั้น ผู้ใดเล่าจะฉ้อฉลยิ่งกว่าผู้กล่าวเท็จต่ออัลลอหฺ หรือผู้ปฏิเสธต่อบรรดาโองการของพระองค์ แท้จริง บรรดาผู้ทำผิดนั้นย่อมไม่บรรลุความสำเร็จ

{10:18} และพวกเขาจะเคารพสักการะสิ่งอื่นไปจากอัลลอหฺที่ไม่ได้ให้โทษแก่พวกเขา และไม่ได้ให้ประโยชน์แก่พวกเขา และพวกเขาจะกล่าวว่า "เหล่านี้คือผู้ช่วยเหลือเรา ณ ที่อัลลอหฺ" จงกล่าวเถิด "พวกเธอจะแจ้งข่าวแก่อัลลอหฺถึงสิ่งที่พระองค์ไม่ทรงรู้ในบรรดาชั้นฟ้าและในแผ่นดินกระนั้นหรือ? พระพิสุทธิคุณแห่งพระองค์และทรงสูงส่งเหนือสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคีขึ้น"

{10:19} และมนุษย์นั้นไม่ใช่อื่นใด นอกจากเป็นประชาชาติเดียวกัน แล้วพวกเขาก็แตกแยกกัน และหากไม่ใช่เพราะพระลิขิตจากพระเจ้าของเธอมีมาก่อนแล้ว ก็คงมีการตัดสินระหว่างพวกเขาในเรื่องที่พวกเขาขัดแย้งกัน

{10:20} และพวกเขากล่าวว่า "เหตุใด อภินิหารสัญญาณจากพระเจ้าของเขาจึงไม่ถูกประทานมาให้เขา?" จงกล่าวเถิด "แท้จริงสิ่งเร้นลับนั้นเป็นของอัลลอหฺ พวกเธอจงคอยดูเถิด ฉันนี้ก็อยู่กับพวกเธอในหมู่ผู้คอยดู"

{10:21} และเมื่อเราให้มนุษย์ลิ้มรสความเมตตาหลังจากภยันตรายได้ประสบแก่พวกเขา พวกเขากลับมีอุบายต่อโองการต่าง ๆ ของเรา จงกล่าวเถิด "อัลลอหฺทรงรวดเร็วยิ่งในการแก้อุบาย" แท้จริง บรรดามะลาอิกะหฺของเราจะบันทึกสิ่งที่พวกเธอกําลังวางอุบายกันอยู่

{10:22} พระองค์ผู้ทรงทำให้พวกเธอเดินทางโดยทางบกและทางทะเล จนกระทั่งเมื่อพวกเธออยู่ในเรือและมันได้นำพวกเขาแล่นไปด้วยลมที่ดี และพวกเขาดีใจกับมัน ทันใดนั้นลมพายุได้พัดกระหน่ำ และคลื่นก็ซัดเข้ามายังพวกเขาจากทุกด้าน และพวกเขาคิดว่า พวกเขาก็ถูกล้อมด้วยสิ่งเหล่านี้ พวกเขาจึงวิงวอนขอต่ออัลลอหฺด้วยความบริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ว่า "หากพระองค์ทรงให้เราพ้นจากภยันตรายนี้ พวกเราก็จะอยู่ในหมู่ผู้กตัญญู"

{10:23} ครั้นเมื่อพระองค์ทรงให้พวกเขารอดมา แล้วพวกเขาก็บ่อนทำลายในแผ่นดินโดยปราศจากความเป็นธรรม ดูกร มนุษย์! แท้จริงการบ่อนทำลายของพวกเธอนั้น มันเป็นอันตรายต่อตัวของพวกเธอเอง เป็นความเพลิดเพลินของชีวิตในโลกนี้เท่านั้น แล้วในที่สุดพวกเธอก็จะกลับไปหาเรา แล้วเราจะแจ้งข่าวให้พวกเธอทราบถึงสิ่งที่พวกเธอได้กระทำไว้

{10:24} แท้จริง อุปมาชีวิตในโลกนี้ดั่งน้ำฝนที่เราได้หลั่งมันลงมาจากฟากฟ้า พืชของแผ่นดินได้คละเคล้ากับน้ำนั้น บางส่วนของมันมนุษย์และปศุสัตว์ก็ใช้กินเป็นอาหาร จนกระทั่งเมื่อแผ่นดินได้เริ่มปรากฏความงดงามของมัน และถูกประดับด้วยพืชผลอย่างสวยงาม เหล่าเจ้าของของมันก็คิดว่า พวกเขามีอํานาจเหนือมัน คําบัญชาของเราได้มายังมันในยามราตรีหรือทิวา แล้วเราได้ทำให้มันถูกเก็บเกี่ยว เสมือนกับว่าไม่มีการหว่านมาแต่วันวาน เช่นนั้นแหละ เราได้จําแนก โองการต่าง ๆ แก่หมู่ชนผู้ใคร่ครวญ

{10:25} และอัลลอหฺทรงเรียกร้องไปสู่สถานที่แห่งศานติ และทรงชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ไปสู่ทางที่เที่ยงธรรม

{10:26} สำหรับบรรดาผู้กระทำความดีจะได้รับความดี และได้เพิ่มขึ้นอีก ความหมองคล้ำและความต่ำต้อยจะไม่ปกคลุมใบหน้าของพวกเขา ชนเหล่านี้ คือชาวสวรรค์พวกเขาจะอยู่ในนั้นนิรันดร

{10:27} และบรรดาผู้ขวนขวายทำความชั่ว การตอบแทนความชั่วด้วยความชั่วเช่นเดียวกัน ความต่ำต้อยจะปกคลุมพวกเขา ไม่มีผู้คุ้มกันพวกเขาให้พ้นจากอัลลอหฺได้ เสมือนว่าใบหน้าของพวกเขาถูกคลุมไว้ด้วยชิ้นส่วนหนึ่งของราตรีอันมืดทึบ ชนเหล่านี้คือชาวนรก พวกเขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาล

{10:28} และวันที่เราชุมนุมพวกเขาทั้งหมด แล้วเราจะกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีว่า "จงอยู่ ณ สถานที่ของพวกเธอ พวกเธอและบรรดาภาคีของพวกเธอ แล้วเราได้แยกพวกเขาออกจากกัน และบรรดาภาคีของพวกเขากล่าวว่า "ไม่ควรเลยที่พวกเธอจะเคารพสักการะต่อเรา"

{10:29} "ดังนั้นจึงพอเพียงแล้วที่อัลลอหฺทรงเป็นพยานระหว่างเรากับพวกเธอ แน่นอน เราไม่รู้ถึงการเคารพสักการะของพวกเธอต่อเราเลย"

{10:30} ขณะนั้นทุกชีวิตจะถูกสอบถึงสิ่งที่กระทำไว้ก่อน และพวกเขาจะถูกนำกลับไปยังอัลลอหฺพระเจ้าที่แท้จริงของพวกเขา และสิ่งที่พวกเขาอุปโลกน์ขึ้นมาจะหลงหายไปจากพวกเขา

{10:31} จงกล่าวเถิด "ผู้ใดเป็นผู้ประทานปัจจัยยังชีพที่มาจากฟากฟ้าและแผ่นดินแก่พวกเธอ? หรือผู้ใดเป็นเจ้าของการได้ยินและการมอง? และผู้ใดเป็นผู้ให้มีชีวิตหลังจากการตาย? และเป็นผู้ให้ตายหลังจากมีชีวิตมา? และผู้ใดเป็นผู้บริหารกิจการ? แล้วพวกเขาจะกล่าวว่า "อัลลอหฺ" ดังนั้นจงกล่าวเถิด "แล้วใยพวกเธอไม่ยำเกรง?"

{10:32} นั่นแหละอัลลอหฺ พระเจ้าที่แท้จริงของพวกเธอ ฉะนั้น หลังจากความจริงแล้วจะมีอะไรอีกเล่า? นอกจากความหลงผิดเท่านั้น แล้วเหตุใดเล่าพวกเธอจึงถูกให้หันเหออกไปอีก?

{10:33} เช่นนั้นแหละ ลิขิตของพระเจ้าของเธอย่อมเป็นจริงแก่บรรดาผู้ที่ฝ่าฝืนว่า แน่แท้ พวกเขาจะไม่ศรัทธา

{10:34} จงกล่าวเถิด "มีผู้ใดบ้างไหมในหมู่ภาคีของพวกเธอ ที่เป็นผู้เริ่มแรกในการให้บังเกิด แล้วให้มันกลับบังเกิดอีก?" จงกล่าวเถิด "อัลลอหฺทรงเริ่มแรกในการให้บังเกิด แล้วทรงให้มันกลับบังเกิดอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นเหตุใดพวกเธอจึงหันเหออกจากความจริงเล่า?"

{10:35} จงกล่าวเถิด "มีผู้ใดบ้างไหมในหมู่ภาคีของพวกเธอเป็นผู้ชี้แนะทางสู่สัจธรรม?" จงกล่าวเถิด "อัลลอหฺทรงชี้แนะทางสู่สัจธรรม ดังนั้นผู้ที่ชี้แนะทางสู่สัจธรรมสมควรกว่าที่จะได้รับการปฏิบัติตาม หรือว่าผู้ที่ไม่อาจจะชี้แนะผู้อื่นได้เว้นแต่จะถูกชี้แนะนั่นเล่า? เหตุใดพวกเธอจึงตัดสินใจเช่นนั้น?

{10:36} และส่วนใหญ่ของพวกเขาไม่ได้ปฏิบัติตามสิ่งใด นอกจากการคาดคะเน แท้จริงการคาดคะเนนั้นไม่อาจจะแทนความจริงได้แต่อย่างใด แท้จริงอัลลอหฺนั้นทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากระทำ

{10:37} และอัลกุรอานนั้นไม่ใช่จะถูกปั้นแต่งขึ้นโดยผู้ใดนอกเหนือจากอัลลอหฺ แต่เป็นการยืนยันคัมภีร์ที่มีมาก่อน และเป็นการจําแนกข้อบัญญัติต่าง ๆ ในนั้น ไม่มีข้อสงสัยในคัมภีร์ นั้นซึ่งมาจากพระเจ้าแห่งสากลโลก

{10:38} หรือพวกเขากล่าวว่า "เขาเป็นผู้ปั้นแต่งขึ้น" จงกล่าวเถิด "พวกเธอจงนำมาสักบทหนึ่งเยี่ยงนั้น และจงเรียกร้องผู้ที่พวกเธอสามารถนำมาได้นอกจากอัลลอหฺ หากพวกเธอแน่จริง"

{10:39} แต่ว่าพวกเขาปฏิเสธสิ่งที่พวกเขายังไม่รู้มาก่อน และสัญญาร้ายยังไม่ได้มายังพวกเขา เช่นนั้นแหละ บรรดาชนรุ่นก่อนจากพวกเขาได้ปฏิเสธมาแล้ว ดังนั้น เธอจงดูเถิดว่า ผลสุดท้ายของพวกอธรรมนั้นเป็นอย่างไร ?

{10:40} และในหมู่พวกเขามีผู้ศรัทธาในอัลกุรอาน และในหมู่พวกเขามีผู้ไม่ศรัทธา และพระเจ้าของเธอทรงรู้ดียิ่งต่อบรรดาผู้บ่อนทำลายทั้งหลาย

{10:41} และถ้าพวกเขาปฏิเสธ เธอจงกล่าวเถิดว่า "การงานของฉันก็เป็นของฉัน และการงานของพวกเธอก็เป็นของพวกเธอ พวกเธอจงปลีกตัวออกจากสิ่งที่ฉันกระทำ และฉันก็จะปลีกตัวออกจากสิ่งที่พวกเธอกระทำ"

{10:42} และในหมู่พวกเขาก็มีผู้ฟังเธอ เธอจะให้คนหูหนวกได้ยิน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช้ปัญญากระนั้นหรือ?

{10:43} และในหมู่พวกเขามีผู้มองมายังเธอ เธอจะชี้แนะทางให้คนตาบอด แม้ว่าพวกเขาจะมองไม่เห็นกระนั้นหรือ?

{10:44} แท้จริงอัลลอหฺนั้นจะไม่ทรงอธรรมแก่มนุษย์แต่อย่างใด แต่ว่ามนุษย์ต่างหากที่ฉ้อฉลต่อตัวของพวกเขาเอง

{10:45} และวันที่พระองค์ทรงชุมนุมพวกเขาประหนึ่งว่าพวกเขาไม่ได้พำนักอยู่นาน(ในโลกนี้) เว้นแต่เพียงชั่วครู่เดียวในยามทิวา พวกเขาทักทายซึ่งกันและกัน แน่นอนบรรดาผู้ปฏิเสธต่อการพบอัลลอหฺ ย่อมสูญเสีย และพวกเขาไม่ได้เป็นผู้ที่อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง

{10:46} และบางทีเราจะให้เธอได้เห็น(การลงโทษ)บางส่วนที่เราสัญญาแก่พวกเขา หรือเราจะให้เธอตายเสียก่อน ดังนั้นทางกลับของพวกเขาย่อมไปหาเรา แล้วอัลลอหฺทรงเป็นพยานต่อสิ่งที่พวกเขากระทำ

{10:47} และทุกประชาชาติมีศาสนทูตถูกส่งมา ดังนั้นเมื่อศาสนทูตของพวกเขามาถึงแล้ว กิจการระหว่างพวกเขาก็ถูกตัดสินโดยเที่ยงธรรม และพวกเขาจะไม่ถูกอธรรม

{10:48} และพวกเขาจะกล่าวว่า "เมื่อใดเล่าสัญญานี้(จะปรากฏ) หากพวกท่านสัตย์จริง?"

{10:49} จงกล่าวเถิด "ฉันไม่มีอํานาจที่จะให้โทษและให้คุณแก่ตัวฉัน เว้นแต่ที่อัลลอหฺทรงประสงค์ สำหรับทุกประชาชาติย่อมมีเวลากําหนด เมื่อเวลาของพวกเขามาถึงพวกเขาจะขอผ่อนผันให้ล่าช้าสักระยะหนึ่งไม่ได้ และจะร่นเวลาให้เร็วเข้าก็ไม่ได้"

{10:50} จงกล่าวเถิด "พวกเธอเห็นไหม? หากว่าการลงโทษของพระองค์เคยประสบแก่พวกเธอในยามราตรีหรือทิวา แล้วพวกอาชญากรเหล่านั้นจะขอร่นเวลาเพราะอะไร?"

{10:51} ครั้นเมื่อมันเกิดขึ้น พวกเธอก็จะศรัทธาต่อพระองค์กระนั้นหรือ? เพิ่งจะเดี๋ยวนี้หรอกหรือ? ก่อนหน้านั้นพวกเธอขอร่นเวลาอยู่ไม่ใช่หรือ?

{10:52} แล้วมีเสียงกล่าวแก่พวกอธรรมว่า "พวกเธอจงลิ้มรสการทรมานอันนิรันดรเถิด พวกเธอจะไม่ถูกตอบแทน เว้นแต่สิ่งที่พวกเธอขวนขวายไว้เท่านั้น"

{10:53} และพวกเขาจะสอบถามเธอว่า "มันจะเกิดขึ้นจริงหรือ?" จงกล่าวเถิด "แน่นอนทีเดียว - ขอสาบานต่อพระเจ้าของฉัน - แท้จริงมันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และพวกเธอไม่สามารถจะรอดไปได้

{10:54} หากทุกชีวิตที่อธรรมมีอะไรที่อยู่ในแผ่นดิน มันก็จะยอมเอามาไถ่ตนเสียสิ้น และพวกเขาก็จะซ่อนความเสียใจเมื่อได้เห็นการทรมาน และจะถูกตัดสินระหว่างพวกเขาอย่างเที่ยงธรรม และพวกเขา จะไม่ถูกฉ้อฉลแต่อย่างใด

{10:55} มิหรือ สรรพสิ่งในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอหฺ? มิหรือ สัญญาของอัลลอหฺนั้นจะเกิดขึ้นจริง แต่ส่วนใหญ่ของพวกเขาไม่รู้?

{10:56} พระองค์ทรงให้เป็นและทรงให้ตาย และยังพระองค์เท่านั้นพวกเธอจะถูกนำกลับไป

{10:57} ดูกร มนุษย์ !แท้จริงข้อตักเตือนจากพระเจ้าของพวกเธอได้มายังพวกเธอแล้ว และ เป็นการบําบัดสิ่งที่มีอยู่ในทรวงอก และเป็นการชี้แนะทาง และเป็นความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา

{10:58} จงกล่าวเถิด "ด้วยความโปรดปรานของอัลลอหฺ และด้วยความเมตตาของพระองค์ ต่อสิ่งดังกล่าวนั้นพวกเขาจงดีใจเถิด ซึ่งมันดียิ่งกว่าสิ่งที่พวกเขาสะสมไว้"

{10:59} จงกล่าวเถิด "พวกเธอเห็นไหม? เครื่องยังชีพที่อัลลอหฺทรงประทานให้แก่พวกเธอ แล้วพวกเธอก็ทำให้บางส่วนเป็นที่ต้องห้าม และบางส่วนเป็นที่อนุมัติ จงกล่าวเถิด "อัลลอหฺทรงอนุมัติให้แก่พวกเธอ หรือพวกเธอปั้นแต่งให้แก่อัลลอหฺกันแน่?"

{10:60} ความนึกคิดของบรรดาผู้ที่ปั้นแต่งความเท็จให้แก่อัลลอหฺจะเป็นอย่างไรในวันฟื้นคืนชีพ? แท้จริงอัลลอหฺนั้นทรงเป็นพระผู้มีบุญคุณต่อมนุษย์ แต่ว่าส่วนใหญ่ของพวกเขาไม่ขอบพระคุณ

{10:61} และไม่ว่าเธอจะอยู่ในกิจการใด และไม่ว่าเธอจะอ่านส่วนใดจากอัลกุรอาน และไม่ว่าพวกเธอจะกระทำการใด ๆ เราก็จะรู้เห็นเป็นพยานต่อพวกเธอ ในขณะที่พวกเธอกําลังง่วนอยู่ในเรื่องนั้น และไม่มีรอดที่จะรอดพ้นจากพระเจ้าของเธอ แม้ที่มีน้ำหนักเท่าธุลี ไม่ว่าในแผ่นดินและในชั้นฟ้า และไม่ว่าที่เล็กกว่านั้นและที่ใหญ่กว่านั้น ล้วนแต่อยู่ในบันทึกอันชัดแจ้งทั้งสิ้น

{10:62} พึงทราบเถิด แท้จริง บรรดาคนที่อัลลอหฺรักนั้น ไม่มีความหวาดกลัวใด ๆ แก่พวกเขา และพวกเขาจะไม่เศร้าโศกเสียใจ

{10:63} คือบรรดาผู้ศรัทธา และพวกเขามีความยำเกรง

{10:64} พวกเขาจะได้รับข่าวดีในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้และในโลกหน้า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในลิขิตของอัลลอหฺ นั่นคือชัยชนะอันยิ่งใหญ่

{10:65} และอย่าให้คําพูดของพวกเขาทำให้เธอต้องเสียใจ แท้จริงอํานาจทั้งมวลนั้นเป็นของอัลลอหฺ พระองค์เป็นพระผู้ทรงได้ยิน พระผู้ทรงรอบรู้

{10:66} มิหรือ ทุกสิ่งในชั้นฟ้าทั้งหลายและทุกสิ่งในแผ่นดินนั้นเป็นของอัลลอหฺ? และบรรดาผู้วิงวอนขอสิ่งอื่นจากอัลลอหฺนั้นจะไม่ปฏิบัติตามภาคีเหล่านั้น พวกเขาจะไม่ปฏิบัติตาม เว้นแต่การคาดคิดเท่านั้น และพวกเขาไม่ได้ตั้งอยู่บนสิ่งใด นอกจากคาดเดา

{10:67} พระองค์คือพระผู้ทรงบันดาลราตรีให้แก่พวกเธอ เพื่อพวกเธอจะได้พักผ่อนในนั้น และทิวาเพื่อจะได้มองเห็น แท้จริงในการนั้นแน่นอนย่อมเป็นสัญญาณแก่หมู่ชนที่ได้ยิน

{10:68} พวกเขากล่าวว่า "อัลลอหฺทรงมีพระบุตร" - พระพิสุทธิคุณแห่งพระองค์!- พระองค์ทรงพอเพียงจากสิ่งใด ๆ สิ่งอยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและที่อยู่ในแผ่นดินเป็นสิทธิของพระองค์ พวกเธอไม่มีหลักฐานใด ๆ ในการกล่าวเช่นนี้ พวกเธอจะกล่าวร้ายต่ออัลลอหฺในสิ่งที่พวกเธอไม่รู้กระนั้นหรือ?

{10:69} จงกล่าวเถิด "แท้จริงบรรดาผู้กล่าวเท็จต่ออัลลอหฺนั้นพวกเขาจะไม่ประสบความสำเร็จดอก"

{10:70} เป็นความเพลิดเพลินในโลกนี้ แล้วพวกเขาก็กลับคืนมาสู่เรา แล้วเราจะให้พวกเขาลิ้มรสการทรมานอย่างสาหัส เพราะเหตุที่พวกเขาปฏิเสธศรัทธา

{10:71} และเธอจงอ่านให้พวกเขาฟังถึงเรื่องราวของนูฮฺ เมื่อเขากล่าวแก่ประชาชาติของเขาว่า "ดูกร หมู่ชนของฉัน! หากว่าการพำนักอยู่ของฉัน และการตักเตือนของฉันด้วยบรรดาโองการของอัลลอหฺเป็นเรื่องใหญ่แก่พวกเธอแล้ว ฉันก็ขอมอบหมายแด่อัลลอหฺเท่านั้น พวกเธอจงร่วมกันวางแผนของพวกเธอพร้อมกับบรรดาภาคีของพวกเธอเถิด แล้วอย่าให้แผนของพวกเธอเป็นที่คลุมเครือแก่พวกเธอ แล้วจงดําเนินการต่อฉันทันทีและอย่าได้ลังเลเลย"

{10:72} "หากพวกเธอผินหลังให้ ฉันก็ไม่ได้ขอค่าตอบแทนใด ๆ จากพวกเธอ แต่รางวัลของฉันอยู่ที่อัลลอหฺ และฉันถูกบัญชาให้อยู่ในหมู่ผู้สวามิภักดิ์"

{10:73} แล้วพวกเขาก็ปฏิเสธเขา เราได้ช่วยให้เขาและผู้อยู่กับเขารอดพ้นในเรือ และเราได้ให้พวกเขาเป็นผู้สืบทอด และเราได้ให้บรรดาผู้ปฏิเสธบรรดาโองการของเราจมน้ำ ดังนั้น เธอจงดูเถิดว่า ผลสุดท้ายของพวกที่ถูกเตือนนั้นเป็นอย่างไร?

{10:74} หลังจากเขาแล้ว เราได้ส่งบรรดาศาสนทูตไปยังประชาชาติของพวกเขา แล้วบรรดาศาสนทูตเหล่านั้นได้นำหลักฐานอย่างชัดแจ้งมายังพวกเขา แต่พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้ศรัทธาในสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นได้เคยปฏิเสธต่อนูฮฺมาก่อน เช่นนั้นแหละ เราได้ประทับตราบนหัวใจของบรรดาผู้ฝ่าฝืน

{10:75} หลังจากพวกเหล่านั้นแล้ว เราได้ส่งมูซาและฮารูนไปยังฟิรเอานฺและบรรดาชนชั้นผู้นำของเขาด้วยปาฎิหารย์ทั้งหลายของเรา พวกเขาก็เย่อหยิ่งโอหัง โดยพวกเขาเป็นกลุ่มชนที่มี ความผิด

{10:76} ครั้นเมื่อความจริงจากเราได้มายังพวกเขาแล้ว พวกเขาก็กล่าวว่า "นี่คือมายากลอันชัดแจ้ง"

{10:77} มูซาได้กล่าวว่า "พวกเธอกล่าวร้ายต่อความจริงเมื่อมันได้มายังพวกเธอเช่นนั้นหรือ? นี่หรือมายากล และมายากรนั้นจะไม่ประสบความสำเร็จหรอก"

{10:78} พวกเขากล่าวว่า "ท่านมาหาเราเพื่อที่จะหันเหเราออกจากสิ่งที่เราได้พบเห็นบรรพบุรุษของเรากระทำมากระนั้นหรือ และเพื่อที่ความยิ่งใหญ่ในแผ่นดินจะได้เป็นของท่านทั้งสองกระนั้นหรือ? และเราจะไม่ศรัทธาต่อท่านทั้งสองเป็นแน่"

{10:79} และฟิรเอานฺได้กล่าวว่า "พวกเจ้าจงนำมายากรผู้เชี่ยวชาญทุกคนมาพบข้า"

{10:80} เมื่อเหล่ามายากรมาถึงแล้ว มูซาได้กล่าวกับพวกเขาว่า "พวกเธอจงโยนสิ่งที่พวกเธอนำมาเพื่อจะโยนเถิด"

{10:81} เมื่อพวกเขาได้โยนไปแล้ว มูซาได้กล่าวว่า "สิ่งที่พวกเธอนำมานั้นคือมายากล แท้จริงอัลลอหฺจะทรงทำลายมัน แท้จริงอัลลอหฺจะไม่ทรงแก้ไขการงานของบรรดาผู้บ่อนทำลาย"

{10:82} และอัลลอหฺจะทรงให้สัจธรรมยืนหยัดอยู่ด้วยคํากล่าวของพระองค์ และแม้ว่าบรรดาคนชั่วจะเกลียดชังก็ตาม

{10:83} ไม่มีผู้ใดศรัทธาต่อมูซานอกจากลูกหลานบางคนจากกลุ่มชนของเขาเอง เนื่องจากความกลัวต่อฟิรเอานฺและชั้นผู้นำของพวกเขาจะทำความวุ่นวายแก่พวกเขา และแท้จริงฟิรเอานฺนั้นเป็นผู้หยิ่งผยองในแผ่นดิน และแท้จริงเขาอยู่ในหมู่ผู้ละเมิด

{10:84} และมูซากล่าวว่า "ดูกร กลุ่มชนของฉัน หากพวกเธอศรัทธาต่ออัลลอหฺ พวกเธอก็จงไว้วางใจต่อพระองค์ หากพวกเธอเป็นผู้สวามิภักดิ์"

{10:85} พวกเขากล่าวว่า "ต่ออัลลอหฺเราขอไว้วางใจ โอ้พระเจ้าของพวกข้าฯ โปรดอย่าเอาพวกข้าฯเป็นเครื่องทดสอบสำหรับหมู่ชนผู้อธรรมเลย"

{10:86} และโปรดช่วยพวกข้าฯให้พ้นจากหมู่ชนผู้ปฏิเสธศรัทธาด้วยพระเมตตาของพระองค์ด้วยเทอญ"

{10:87} และเราได้เปิดเผยสำแดงแก่มูซาและพี่ชายของเขาว่า "จงจัดสร้างบ้านให้แก่หมู่ชนของเธอทั้งสองในอียิปต์ และจงทำบ้านของพวกเธอเป็นกิบละหฺ และจงดํารงการนมาซ และจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธา"

{10:88} และมูซาได้กล่าวว่า "โอ้พระเจ้าของพวกข้าฯ แท้จริงพระองค์ทรงประทานความสำราญและทรัพย์สินแก่ฟิรเอานฺและชนชั้นผู้นำของเขาในชีวิตแห่งโลกนี้ โอ้พระเจ้าของพวกข้าฯ โดยพวกเขาจะทำให้(กลุ่มชน)หลงจากแนวทางของพระองค์ โอ้พระเจ้าของพวกข้าฯ โปรดทำลายทรัพย์สินของพวกเขา และโปรดทำให้หัวใจของพวกเขาแข็งกระด้าง เพื่อไม่ให้พวกเขาศรัทธาจนกว่าพวกเขาจะเห็นการลงโทษอย่างเจ็บปวด"

{10:89} พระองค์ตรัสว่า "การวิงวอนของเธอทั้งสองถูกรับแล้ว เธอทั้งสองจงดําเนินตามแนวทางที่เที่ยงธรรม และอย่าปฏิบัติตามแนวทางของบรรดาผู้ไม่รู้"

{10:90} และเราได้ให้วงศ์วานแห่งอิสรออีลข้ามทะเลพ้นไป ดังนั้นฟิรเอานฺและพลพรรคของเขาได้ติดตามพวกเขาไปอย่างอธรรมและด้วยการเป็นศัตรู จนกระทั่งเมื่อการจมน้ำมาถึงเขาแล้ว เขากล่าวว่า "ฉันศรัทธาแล้วว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากพระเจ้าที่วงศ์วานแห่งอิสรออีลได้ศรัทธา และฉันคือคนหนึ่งในหมู่ผู้สวามิภักดิ์"

{10:91} เพิ่งจะบัดนี้ดอกหรือ? ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นผู้ทรยศก่อนหน้านี้ และเธอเป็นคนหนึ่งใน หมู่ผู้บ่อนทำลาย

{10:92} ดังนั้น วันนี้เราจะให้ร่างของเธอออกจากทะเล เพื่อจะได้เป็นสัญญาณแก่ชนรุ่นหลังจากเธอ และแท้จริงส่วนใหญ่ของมนุษย์เฉยเมยต่อสัญญาณต่าง ๆ ของเรา

{10:93} และโดยแน่นอน เราได้ให้วงศ์วานแห่งอิสรออีลพำนักอาศัยอยู่ ณ สถานที่อันดี และเราได้ให้ปัจจัยยังชีพที่ดีมากมายแก่พวกเขา ดังนั้นพวกเขาไม่ได้แตกแยกกัน จนกระทั่งคัมภีร์ได้มายังพวกเขา แท้จริงพระเจ้าของเธอจะทรงตัดสินระหว่างพวกเขาในวันฟื้นคืนชีพในสิ่งที่พวกเขาขัดแย้งกัน

{10:94} หากเธออยู่ในการสงสัยในสิ่งที่เราได้ให้แก่เธอ ก็จงถามบรรดาผู้อ่านคัมภีร์(เตารอหฺ) ก่อนเธอ โดยแน่นอน สัจธรรมได้มายังเธอจากพระเจ้าของเธอ ดังนั้นเธอจงอย่าอยู่ในหมู่ผู้สงสัย

{10:95} และเธออย่าเป็นเช่นบรรดาผู้ปฏิเสธโองการทั้งหลายของอัลลอหฺ ดังนั้นเธอจะอยู่ในหมู่ผู้สูญเสีย

{10:96} แท้จริงบรรดาผู้ที่พระดํารัสของพระเจ้าของเธอได้กลายเป็นจริงแก่พวกเขาแล้ว พวกเขาจะไม่ศรัทธา

{10:97} ถึงแม้ทุกสัญญาณจะมายังพวกเขาก็ตาม จนกว่าพวกเขาจะแลเห็นการลงโทษอย่างเจ็บปวด

{10:98} ดังนั้นจึงไม่มีสักหมู่บ้านหนึ่งเลยที่ศรัทธา แล้วการศรัทธาของพวกเขาจะอํานวยประโยชน์แก่พวกเขา นอกจากกลุ่มชนของยูนุส เมื่อพวกเขาศรัทธา เราได้ปลดเปลื้องการลงโทษอันอัปยศจากพวกเขาในการมีชีวิตในโลกนี้และเราได้ยืดเวลาระยะหนึ่งแก่พวกเขา

{10:99} และหากพระเจ้าของเธอทรงประสงค์แน่นอน ผู้ที่อยู่ในแผ่นดินทั้งมวลจะศรัทธา เธอจะบังคับมวลชนจนพวกเขาจะเป็นผู้ศรัทธากระนั้นหรือ?

{10:100} และไม่เคยปรากฏว่าชีวิตใดจะศรัทธา เว้นแต่ด้วยอนุมัติของอัลลอหฺ และพระองค์จะทรงลงโทษแก่บรรดาผู้ไม่ใช้สติปัญญา

{10:101} จงกล่าวเถิด "พวกเธอจงดูว่ามีอะไรในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และสัญญาณทั้งหลายและการตักเตือนทั้งหลายจะไม่อํานวยผลแก่กลุ่มชนที่ไม่ศรัทธา"

{10:102} พวกเขาจะไม่คอยดูสิ่งใดนอกจากการคอยดูเยี่ยงวันทั้งหลายของบรรดาผู้ที่ล่วงลับไปก่อนพวกเขา จงกล่าวเถิด "พวกเธอจงคอยดูเถิด แท้จริงฉันจะเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้คอยดู"

{10:103} แล้วเราจะช่วยบรรดาศาสนทูตของเราและบรรดาผู้ศรัทธาให้รอดพ้น และเป็นหน้าที่ของเราเช่นเดียวกัน ที่จะช่วยบรรดาศรัทธาให้รอดพ้น

{10:104} จงกล่าวเถิด "ดูกร มนุษย์! หากพวกเธอสงสัยในศาสนาของฉัน ฉันก็จะไม่เคารพภักดีอื่นจากอัลลอหฺ แต่ฉันจะเคารพภักดีอัลลอหฺผู้ทรงทำให้พวกเธอตายและฉันได้รับบัญชาให้เป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้ศรัทธา"

{10:105} และว่า "จงมุ่งหน้าของเธอเพื่อศาสนาอย่างเที่ยงตรง และอย่าอยู่ในหมู่ผู้ตั้งภาคี"

{10:106} และเธออย่าวิงวอนสิ่งอื่นจากอัลลอหฺที่ไม่อํานวยประโยชน์แก่เธอ และไม่ให้โทษแก่เธอ หากเธอกระทำเช่นนั้น แท้จริงเธอจะอยู่ในหมู่ผู้อธรรม

{10:107} และหากอัลลอหฺจะทรงให้ทุกข์ภัยประสบแก่เธอแล้ว ก็ไม่มีผู้ปลดเปลื้องมันได้นอกจากพระองค์เอง และหากพระองค์ทรงปรารถนาความดีแก่เธอแล้ว ก็จะไม่มีผู้ใดกีดกันความโปรดปรานของพระองค์ได้ พระองค์ทรงให้ประสบแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ และพระองค์เป็นพระผู้ทรงอภัยโทษ พระผู้ทรงปรานีเสมอ

{10:108} จงกล่าวเถิด "ดูกร มนุษย์ แน่นอนสัจธรรมจากพระเจ้าของพวกเธอได้มายังพวกเธอแล้วดังนั้นผู้ใดปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง เขาก็ดําเนินตามแนวทางที่ถูกต้องเพื่อตัวของเขา และผู้ใดหลงทาง เขาก็หลงทางเพื่อตัวของเขาเอง และฉันไม่ได้เป็นผู้คุ้มกันพวกเธอแต่อย่างใด"

{10:109} และเธอจงปฏิบัติตามที่มีวิวรณ์มาแก่เธอ และจงอดทนจนกว่าอัลลอหฺจะทรงตัดสิน และพระองค์ทรงเป็นผู้ตัดสินที่ดียิ่ง

กลับไปที่สารบัญ