ซูเราะหฺอันนิสาอ์ 4:100-4:176

จาก วิกิซอร์ซ

{4:100} และผู้ใดที่อพยพไปในทางของอัลลอหฺ เขาก็จะพบสถานที่อพยพไปอันมากมายและความมั่งคั่งในผืนแผ่นดิน และผู้ที่ออกจากบ้านของเขาไปในฐานะผู้อพยพไปยังอัลลอหฺ และศาสนทูตของพระองค์ แล้วความตายก็มาถึงเขา แน่นอนรางวัลของเขานั้นย่อมมีอยู่ ณ อัลลอหฺ และอัลลอหฺคือพระผู้ทรงอภัยโทษ พระผู้ทรงปรานีเสมอ

{4:101} และเมื่อพวกเธอเดินทางไปในผืนแผ่นดิน ก็ไม่เป็นความบาปใด ๆ แก่พวกเธอในการที่พวกเธอจะบั่นทอนการนมาซให้สั้นลง หากพวกเธอกลัวว่าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะข่มเหงรังแกพวกเธอ แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น เป็นศัตรูอันชัดเจนแก่พวกเธอ

{4:102} และเมื่อพวกเธออยู่ในหมู่พวกเขา แล้วเธอได้ให้มีการปฏิบัตินมาซขึ้นแก่พวกเขา ดังนั้นพวกเขากลุ่มหนึ่งก็จงยืนนมาซร่วมกับเธอ พวกเขาก็จงถืออาวุธของตน ครั้นเมื่อพวกเขากราบสุญูดแล้ว พวกเขาก็จงอยู่เบื้องหลังของพวกเธอ และอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ได้นมาซก็จงมา และจงนมาซร่วมกับเธอ และพวกเขาจะต้องจับตาเฝ้าระวังและจับอาวุธของพวกตน บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธานั้น หากว่าพวกเธอละเลยอาวุธของพวกเธอ และสัมภาระของพวกเธอแล้ว พวกเขาก็จะจู่โจมพวกเธออย่างรวดเดียว และไม่เป็นความผิดแก่พวกเธอ ในการที่พวกเธอจะวางอาวุธของพวกเธอ หากว่าพวกเธอมีความลำบากเนื่องจากฝนตก หรือพวกเธอป่วย แท้จริงอัลลอหฺได้ทรงเตรียมการลงโทษที่ยังความอัปยศแก่ผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย

{4:103} ครั้นเมื่อพวกเธอเสร็จจากการนมาซแล้ว ก็จงกล่าวรำลึกถึงอัลลอหฺ ทั้งในสภาพยืนและนั่งและในสภาพนอนเอกเขนกของพวกเธอ ครั้นเมื่อพวกเธอปลอดภัยแล้ว ก็จงดํารงการนมาซ แท้จริงการนมาซนั้นเป็นบัญญัติที่ถูกกําหนดเวลาไว้แก่บรรดาผู้มีศรัทธา

{4:104} และพวกเธอจงอย่าท้อแท้ในการตามหาชนพวกนั้น หากพวกเธอเจ็บ พวกเขาก็เจ็บเช่นเดียวกับพวกเธอ แต่พวกเธอหวังจากอัลลอหฺ ซึ่งสิ่งที่พวกเขาไม่หวัง และอัลลอหฺคือพระผู้ทรงรอบรู้ พระผู้ทรงปรีชาญาณ

{4:105} แท้จริงเราได้ประทานคัมภีร์ลงมาแก่เธอเป็นความจริง เพื่อเธอจะได้พิพากษาระหว่างผู้คนด้วยสิ่งที่อัลลอหฺได้ทรงให้เธอรู้เห็น และเธอจงอย่าเป็นผู้เถียงแทนผู้บิดพริ้วทั้งหลาย

{4:106} และเธอจงขออภัยโทษต่ออัลลอหฺเถิด แท้จริงอัลลอหฺคือพระผู้ทรงอภัยโทษ พระผู้ทรงปรานีเสมอ

{4:107} และเธอจงอย่าโต้เถียงแทนบรรดาผู้ที่บิดพริ้วต่อตนเองเลย แท้จริงอัลลอหฺไม่ทรงชอบผู้ที่เคยบิดพริ้ว ที่เคยกระทำบาป

{4:108} พวกเขาจะปกปิดให้พ้นจากปวงมนุษย์ได้ แต่พวกเขาไม่อาจจะปกปิดให้พ้นจากอัลลอหฺ เพราะพระองค์ร่วมอยู่กับพวกเขา ขณะที่พวกเขากระซิบกระซาบคำพูดที่พระองค์ไม่ทรงพอพระทัย และอัลลอหฺนั้นทรงล้อมรอบสิ่งที่พวกเขากระทำกัน

{4:109} ก็พวกเธอนี้แหละได้โต้เถียงแทนพวกเขาในชีวิตโลกนี้ แล้วผู้ใดเล่าที่จะโต้เถียงกับอัลลอหฺแทนพวกเขาในวันฟื้นคืนชีพ หรือว่าผู้ใดเล่าจะเป็นผู้รับมอบหมายให้คุ้มครองรักษา

{4:110} และผู้ใดที่กระทำความชั่วหรืออธรรมแก่ตัวเอง แล้วเขาขออภัยโทษต่ออัลลอหฺ เขาก็จะพบว่าอัลลอหฺคือพระผู้ทรงรอบรู้ พระทรงปรีชาญาณ

{4:111} และผู้ใดที่แสวงหาบาปกรรม อันที่จริงเขาก็แสวงหามันไว้ให้เป็นภัยแก่ตนเอง และอัลลอหฺคือพระผู้ทรงรอบรู้ พระทรงปรีชาญาณ

{4:112} และผู้ใดที่แสวงหาความผิดหรือบาปกรรม แล้วก็โยนบาปกรรมนั้นให้แก่ผู้บริสุทธิ์ แน่นอนเขาได้แบกความเท็จและบาปกรรมอันชัดเจนไว้

{4:113} และหากไม่มีความกรุณาของอัลลอหฺและความเมตตาของพระองค์แก่เธอแล้ว แน่นอนกลุ่มหนึ่งจากพวกเขาก็มุ่งแล้วที่จะให้เธอหลงผิดไป แต่พวกเขาจะไม่ทำให้ผู้ใดหลงผิดไปได้ นอกจากตัวของพวกเขาเองเท่านั้น และพวกเขาก็จะไม่ทำอันตรายแก่เธอได้แต่อย่างใด และอัลลอหฺได้ทรงประทานคัมภีร์ลงมาแก่เธอ และวิทยญาณ และได้ทรงสอนเธอในสิ่งที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน และความกรุณาของอัลลอหฺที่มีแก่เธอนั้นใหญ่หลวงนัก

{4:114} ไม่มีความดีใด ๆ ในการพูดซุบซิบอันมากมายของพวกเขา นอกจากผู้ที่สั่งให้ทำทานหรือสั่งให้ทำสิ่งที่ดีงาม หรือให้ประนีประนอมระหว่างผู้คน และผู้ใดกระทำดังกล่าว เพื่อแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอหฺแล้ว เราจะให้รางวัลอันใหญ่หลวงแก่เขา

{4:115} และผู้ใดที่ฝ่าฝืนศาสนทูตหลังจากที่คําแนะนำอันถูกต้องได้ประจักษ์แก่เขาแล้ว และเขายังปฏิบัติตามทางที่ไม่ใช่ของบรรดาผู้มีศรัทธานั้น เราก็จะให้เขาหันไปตามที่เขาได้หันไป และเราจะให้เขาเข้านรกญะฮันนัม และมันเป็นที่กลับอันชั่วร้าย

{4:116} แท้จริงอัลลอหฺจะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่การตั้งภาคีแก่พระองค์ แต่พระองค์จะทรงอภัยโทษให้แก่สิ่งอื่นจากนั้นสำหรับผู้ที่พระองค์ประสงค์ และผู้ใดตั้งภาคีขี้นแก่อัลลอหฺแล้ว แน่นอน เขาก็ได้หลงทางไปแล้วอย่างไกลห่าง

{4:117} พวกเขาจะไม่วิงวอนขออื่นจากพระองค์ นอกจากเจว็ดหญิง และพวกเขาจะไม่วิงวอนนอกจากชัยฏอนที่ดื้อรั้นเท่านั้น

{4:118} อัลลอหฺได้ทรงสาปแช่งมันแล้ว และมันได้กล่าวว่า "ข้าฯจะเอาจากปวงบ่าวของพระองค์ให้ได้ส่วนที่ถูกกําหนดไว้"

{4:119} "และข้าฯจะต้องทำให้พวกเขาหลงผิด และข้าฯจะต้องทำให้พวกเขาเพ้อฝัน และข้าฯจะต้องสั่งพวกเขา แล้วพวกเขาก็ต้องผ่าหูปศุสัตว์ และข้าฯจะสั่งพวกเขา แล้วพวกเขาก็ต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อัลลอหฺทรงสร้าง และผู้ใดที่ยึดเอาชัยฏอนเป็นผู้ช่วยเหลือแล้ว แน่นอนเขาก็สูญเสียอย่างชัดเจน"


{4:120} มันจะสัญญาแก่พวกเขา และจะทำให้พวกเขาเพ้อฝัน และชัยฏอนจะไม่สัญญานอกจากการหลอกลวงเท่านั้น

{4:121} ชนเหล่านี้แหละ ที่อยู่ของพวกเขาก็คือนรกญะฮันนัม และพวกเขาจะไม่พบทางหนีใด ๆ ให้พ้นจากมันไปได้เลย

{4:122} และบรรดาผู้ที่มีศรัทธาและประกอบสิ่งดีงามทั้งหลายนั้น เราจะให้พวกเขาเข้าบรรดาสวนสวรรค์ซึ่งมีแม่น้ำลำธารอยู่ภายใต้ของมัน โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในสวนสวรรค์เหล่านั้นนิรันดร เป็นสัญญาอันแท้จริงของอัลลอหฺ และผู้ใดเล่าที่มีคําพูดจริงยิ่งไปกว่าอัลลอหฺ

{4:123} ไม่ใช่ความเพ้อฝันของพวกเธอ และไม่ใช่ความเพ้อฝันของผู้ที่ได้รับคัมภีร์ ผู้ใดที่กระทำชั่วเขาก็ถูกตอบแทนด้วยความชั่วนั้น และเขาจะไม่มีผู้คุ้มครองและผู้ช่วยเหลือใด ๆ อื่นจากอัลลอหฺเลย

{4:124} และผู้ใดประกอบคุณงามความดี ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงก็ตาม โดยที่เขาเป็นผู้มีศรัทธา ชนเหล่านี้จะได้เข้าสวรรค์และพวกเขาจะไม่ถูกอธรรมแม้ขนาดรูที่เมล็ดอินทผาลัม

{4:125} และผู้ใดเล่าจะมีศาสนาดียิ่งไปกว่าผู้ที่มอบใบหน้าของเขาให้แก่อัลลอหฺ และขณะเดียวกันเขาก็เป็นผู้กระทำดี และปฏิบัติตามแนวทางของอิบรอฮีม ผู้ใฝ่หาความจริง และอัลลอหฺได้ถือเอาอิบรอฮีมเป็นสหาย

{4:126} และสิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิของอัลลอหฺ และอัลลอหฺนั้นทรงล้อมทุกสิ่งทุกอย่างไว้

{4:127} และพวกเขาจะขอให้เธอชี้ขาดในเรื่องของบรรดาหญิง จงบอกเถิดว่า "อัลลอหฺจะทรงชี้ขาดให้แก่พวกเธอในเรื่องของนางเหล่านั้น และสิ่งที่ถูกอ่านให้พวกเธอฟังซึ่งอยู่ในคัมภีร์นั้น (และ) ในเรื่องของหญิงกําพร้าที่พวกเธอไม่ได้ให้แก่พวกนางซึ่งสิ่งที่ถูกกําหนดขึ้นแก่พวกนาง และพวกเธอปรารถนาจะสมรสกับพวกนาง และในเรื่องของบรรดาผู้อ่อนแอในหมู่เด็ก ๆ และในการที่พวกเธอจะดํารงไว้ซึ่งความยุติธรรมแก่บรรดาเด็กกําพร้า และความดีใด ๆ ที่พวกเธอกระทำไปนั้น แท้จริงอัลลอหฺทรงรู้ในความดีนั้น"

{4:128} และหากหญิงใด เกรงว่าจะมีการปึ่งชาหรือมีการผินหลังให้จากสามีของนางแล้ว ก็ไม่เป็นความบาปใด ๆ แก่ทั้งสองที่จะตกลงประนีประนอมกันอย่างใดอย่างหนึ่ง และการประนีประนอมนั้นเป็นสิ่งดีกว่า และจิตใจคนนั้นถูกให้มีความตระหนี่มาด้วย และหากพวกเธอกระทำดี และมีความยำเกรงแล้ว แท้จริงอัลลอหฺนั้นทรงรู้อย่างถี่ถ้วนในสิ่งที่พวกเธอกระทำกัน

{4:129} และพวกเธอไม่สามารถที่จะให้ความยุติธรรมในระหว่างบรรดาหญิงได้เลย และแม้ว่าพวกเธอจะมีความปรารถนาอันแรงกล้าก็ตาม ดังนั้นพวกเธอจงอย่าเอียงไปจนหมด แล้วพวกเธอจะปล่อยให้บรรดานาง(ที่ถูกหย่าร้าง)นั้น ประหนึ่งผู้ที่ถูกแขวนไว้ และหากพวกเธอประนีประนอมกัน และมีความยำเกรงแล้ว แท้จริงอัลลอหฺคือพระผู้ทรงอภัยโทษ พระผู้ทรงปรานีเสมอ

{4:130} และหากทั้งสองจะแยกกัน อัลลอหฺก็จะทรงให้ความพอเพียงแก่เขาทั้งหมด จากความมั่งมี ของพระองค์ และอัลลอหฺคือพระผู้ทรงกว้างขวาง พระผู้ทรงปรีชาญาณ

{4:131} และสิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิของอัลลอหฺ และแท้จริงเราได้สั่งเสียไว้แก่บรรดาผู้ที่ได้รับคัมภีร์ก่อนจากพวกเธอ และพวกเธอด้วย ว่า "จงยำเกรงอัลลอหฺเถิด และหากว่าพวกเธอปฏิเสธศรัทธา ก็แท้จริงสิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิของอัลลอหฺ และอัลลอหฺทรงเป็นพระผู้ทรงมั่งมี พระผู้ทรงได้รับการสรรเสริญ"

{4:132} และสิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิของอัลลอหฺ และพอเพียงแล้ว ที่อัลลอหฺได้รับมอบหมายให้คุ้มครองรักษา

{4:133} หากพระองค์ทรงประสงค์ก็จะทรงขจัดพวกเธอจนหมดไป ดูกร ปวงมนุษย์! และจะทรงนำพวกอื่นมา และอัลลอหฺทรงเดชานุภาพเหนือสิ่งนั้น

{4:134} ผู้ใดหรือที่ต้องการสิ่งตอบแทนในโลกนี้? ก็ที่อัลลอหฺนั้นมีทั้งสิ่งตอบแทนในโลกนี้และปรโลก และอัลลอหฺนั้นเป็นผู้ทรงได้ยินผู้ทรงเห็น

{4:135} ดูกร บรรดาผู้มีศรัทธา! จงเป็นผู้ที่ดํารงไว้ ซึ่งความยุติธรรม จงเป็นพยานเพื่ออัลลอหฺ และแม้ว่าจะเป็นอันตรายแก่ตัวของพวกเธอเองหรือบิดามารดาทั้งสองและญาติที่ใกล้ชิดก็ตาม หากเขาจะเป็นคนมั่งมีหรือคนยากจน อัลลอหฺก็สมควรยิ่งกว่าเขาทั้งสอง ดังนั้นจงอย่าปฏิบัติตามตัณหา ในการที่พวกเธอจะมีความยุติธรรม และหากพวกเธอบิดเบือนหรือผินหลังให้ แท้จริงอัลลอหฺทรงรอบรู้อย่างถี่ถ้วนในสิ่งที่พวกเธอกระทำกัน

{4:136} ดูกร บรรดาผู้ที่มีศรัทธา! จงมีศรัทธาต่ออัลลอหฺและศาสนทูตของพระองค์ และคัมภีร์ที่พระองค์ได้ทรงประทานลงมาแก่ศาสนทูตของพระองค์ และคัมภีร์ที่พระองค์ได้ทรงประทานลงมาก่อนนั้น และผู้ใดปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอหฺ และมะลาอิกะหฺของพระองค์และบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ และบรรดาศาสนทูตของพระองค์และวันปรโลก แน่นอนเขาก็ได้หลงทางไปแล้วอย่างไกล

{4:137} แท้จริงบรรดาผู้ที่มีศรัทธาแล้วปฏิเสธศรัทธา แล้วมีศรัทธา แล้วปฏิเสธศรัทธา แล้วเพิ่มการปฏิเสธศรัทธายิ่งขึ้นนั้น อัลลอหฺจะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขา และพระองค์จะไม่ทรงแนะนำทางใดให้แก่พวกเขา

{4:138} จงแจ้งข่าวดีแก่พวกคนสับปลับเถิดว่า พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบ

{4:139} บรรดาผู้ที่ยึดเอาบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นมิตรอื่นจากบรรดาผู้มีศรัทธานั้น พวกเขาจะแสวงหากําลังอํานาจที่พวกเขากระนั้นหรือ แท้จริงกําลังอํานาจนั้นเป็นสิทธิของอัลลอหฺ ทั้งหมด

{4:140} และแน่นอนอัลลอหฺได้ทรงประทานลงมาแก่พวกเธอแล้วในคัมภีร์นั้นว่า เมื่อพวกเธอได้ยินบรรดาโองการของอัลลอหฺ โองการเหล่านั้นก็ถูกปฏิเสธศรัทธาและถูกเย้ยหยัน ดังนั้นพวกเธอจงอย่านั่งร่วมกับพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะพูดคุยกันในเรื่องอื่นจากนั้น มิฉะนั้นแล้ว พวกเธอก็เหมือนพวกเขา แท้จริงอัลลอหฺจะทรงรวบรวมบรรดาคนสับปลับและบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาไว้ในนรกญะฮันนัมด้วยกันทั้งหมด

{4:141} บรรดาผู้ที่คอยดูพวกเธออยู่นั้น ถ้าหากพวกเธอได้รับชัยชนะจากอัลลอหฺ พวกเขาก็กล่าวว่า "เราไม่ได้ร่วมกับพวกท่านดอกหรือ?" และหากว่ามีส่วนได้ใด ๆ แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา พวกเขาก็กล่าวว่า "เราไม่ได้มีอํานาจเหนือพวกท่านดอกหรือ? และเราไม่ได้ป้องกันพวกท่านให้พ้นจากบรรดาผู้มีศรัทธากระนั้นหรือ?" อัลลอหฺจะทรงพิพากษาระหว่างพวกเธอในวันวันฟื้นคืนชีพ และอัลลอหฺจะไม่ทรงให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธามีทางใดเหนือบรรดาผู้มีศรัทธาเป็นอันขาด

{4:142} แท้จริงพวกคนสับปลับนั้นกําลังหลอกลวงอัลลอหฺอยู่ ขณะเดียวกันอัลลอหฺก็ทรงหลอกลวงพวกเขา และเมื่อพวกเขาลุกขึ้นนมาซ พวกเขาก็ลุกขึ้นอย่างเกียจคร้าน เพื่อให้ผู้คนเห็นเท่านั้น และพวกเขาจะไม่กล่าวรำลึกถึงอัลลอหฺนอกจากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

{4:143} โดยที่พวกเขาลังเลใจในระหว่างนั้น ทางพวกนี้ก็ไม่ไป ทางพวกนั้นก็ไม่ไป และผู้ใดที่อัลลอหฺให้หลงทางไปแล้ว เธอก็จะไม่พบหนทางใดสำหรับเขาเป็นอันขาด

{4:144} ดูกร บรรดาผู้มีศรัทธา! จงอย่าได้ยึดเอาบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นมิตร นอกเหนือจากบรรดาผู้มีศรัทธากันเอง พวกเธอต้องการที่จะให้อัลลอหฺมีหลักฐานอันชัดเจนเพื่อจัดการกับพวกเธอกระนั้นหรือ?

{4:145} แท้จริงบรรดาคนสับปลับนั้นอยู่ในนรกชั้นต่ำสุด และเธอจะไม่พบผู้ช่วยเหลือใด ๆ สำหรับพวกเขาเลย

{4:146} นอกจากบรรดาผู้ที่สำนึกผิดกลับตัวและปรับปรุงแก้ไข และยึดมั่นต่ออัลลอหฺ และได้มอบการเคารพสักการะของพวกตนให้แก่อัลลอหฺโดยสิ้นเชิง ชนพวกนี้แหละจะร่วมอยู่กับบรรดาผู้มีศรัทธา และอัลลอหฺจะทรงประทานรางวัลอันยิ่งใหญ่แก่ศรัทธาชน

{4:147} อัลลอหฺจะทำการลงโทษพวกเธอเหตุใดหากพวกเธอกตัญญูและศรัทธา และอัลลอหฺนั้นเป็น ผู้ทรงขอบพระทัย พระผู้ทรงรอบรู้

{4:148} อัลลอหฺไม่ทรงชอบการใช้เสียงดังในถ้อยคําที่เลวร้าย นอกจากผู้ที่ถูกข่มเหง และอัลลอหฺนั้นคือพระผู้ทรงได้ยิน พระผู้ทรงรอบรู้เสมอ

{4:149} หากพวกเธอเปิดเผยความดีหรือปกปิดมันไว้ หรือให้อภัยในความเลวร้ายใด ๆ แล้ว แท้จริงอัลลอหฺนั้น คือพระผู้ทรงอภัยโทษ พระผู้ทรงอานุภาพเสมอ

{4:150} แท้จริงบรรดาผู้ที่ปฏิเสธการศรัทธาต่ออัลลอหฺ และบรรดาศาสนาทูตของพระองค์ และต้องการที่จะแยกระหว่างอัลลอหฺ และบรรดาศาสนทูตของพระองค์ และกล่าวว่า "เรามีศรัทธาใน บางคน และปฏิเสธในบางคน" และพวกเขาต้องการที่จะยึดเอาหนทางในระหว่างนั้น

{4:151} ชนเหล่านี้แหละคือผู้ปฏิเสธศรัทธาอย่างแท้จริง และแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น เราได้เตรียมการลงโทษที่ยังความอัปยศ

{4:152} และบรรดาผู้ที่มีศรัทธาต่ออัลลอหฺ และบรรดาศาสนทูตของพระองค์ และไม่ได้แยกระหว่างคนหนึ่งคนใดในพวกเขานั้น ชนเหล่านี้แหละ พระองค์จะทรงประทานแก่พวกเขาซึ่งรางวัลของพวกเขา และอัลลอหฺคือพระผู้ทรงอภัยโทษ พระผู้ทรงปรานีเสมอ

{4:153} บรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ จะขอร้องเธอให้เธอนำคัมภีร์ฉบับหนึ่งจากฟ้าลงมาแก่พวกเขา แท้จริงนั้นพวกเขาได้ขอร้องแก่มูซาซึ่งสิ่งที่ใหญ่กว่านั้นมาแล้ว โดยที่พวกเขากล่าวว่า "จงแสดงให้พวกเราเห็นอัลลอหฺโดยชัดแจ้งเถิด" แล้วอสุนีบาตก็ได้คร่าพวกเขา เนื่องด้วยความอธรรมของพวกเขา ภายหลังพวกเขาก็ได้ยึดถือลูกวัว หลังจากที่บรรดาหลักฐานอันชัดเจนได้มายังพวกเขาแล้ว แล้วเราก็อภัยให้ในเรื่องนั้น และแก่มูซา เราได้ให้อํานาจอันชัดเจน

{4:154} และเราได้ยกภูเขาตูรขึ้นเหนือพวกเขา เพื่อให้ได้มาซึ่งสัญญาของพวกเขา และเราได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "จงเข้าประตูนั้นไป โดยกราบสุญูด" และเราได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "จงอย่าได้ละเมิดในวันเสาร์ และเราได้เอาจากพวกเขาซึ่งสัญญาอันหนักแน่น"

{4:155} และเราจึงได้กริ้วพวกเขาและสาปแช่งพวกเขา เนื่องด้วยการที่พวกเขาทำลายสัญญาของตนเอง และปฏิเสธบรรดาโองการของอัลลอหฺและฆ่าบรรดานบี โดยปราศจากความเป็นธรรม และการที่พวกเขากล่าวว่า "หัวใจของเรามีเปลือกหุ้มอยู่" หามิได้! อัลลอหฺได้ทรงประทับตราบนหัวใจของ พวกเขาต่างหาก เนื่องจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีศรัทธากัน นอกจากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

{4:156} และเนื่องจากการที่พวกเขาปฏิเสธศรัทธา และการกล่าวใส่ร้ายแก่มัรยัม ด้วยความเท็จอันมหันต์

{4:157} และการที่พวกเขากล่าวว่า "พวกเราได้สังหารมะซีฮฺ อีซา บุตรมัรยัม ศาสนทูตของอัลลอหฺ" ทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่ได้สังหารอีซา และไม่ได้ตรึงเขาบนไม้กางเขน ทว่าถูกทำให้พวกเขาเห็นคล้าย และแท้จริงบรรดาผู้ที่ขัดแย้งในตัวเขานั้น แน่นอนย่อมอยู่ในความสงสัยเกี่ยวกับเขา พวกเขาไม่มีความรู้ใด ๆ ต่อเขา นอกจากคล้อยตามความนึกคิดเท่านั้น และพวกเขาไม่ได้สังหารเขาอย่างแน่นอน

{4:158} หามิได้! อัลลอหฺได้ทรงยกเขาขึ้นไปยังพระองค์ต่างหาก และอัลลอหฺคือพระผู้ทรงเดชานุภาพ พระผู้ทรงปรีชาญาณเสมอ

{4:159} และไม่มีชาวคัมภีร์สักคนที่ไม่ศรัทธาต่ออีซา ก่อนที่เขาจะตาย และวันฟื้นคืนชีพ เขาจะเป็นพยานยืนยันพวกเขาเหล่านั้น

{4:160} แล้วก็เนื่องด้วยความอธรรมจากบรรดาผู้ที่เป็นยิว เราจึงได้บัญญัติห้ามแก่พวกเขาซึ่งบรรดาสิ่งดี ๆ ที่ได้เคยถูกอนุมัติแก่พวกเขา และเนื่องด้วยการที่พวกเขาขัดขวางทางของอัลลอหฺอย่างมากมาย

{4:161} และเนื่องด้วยการที่พวกเขาเอาดอกเบี้ย ทั้ง ๆ ที่พวกเขาถูกห้ามในเรื่องนั้น และเนื่องด้วยการที่พวกเขากินทรัพย์สินของผู้คนโดยทุจริต และเราได้เตรียมไว้แล้ว สำหรับผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย ซึ่งการลงโทษอันเจ็บแสบ

{4:162} ทว่าบรรดาผู้มั่นในความรู้ในหมู่พวกเขา และบรรดาผู้ที่มีศรัทธานั้น พวกเขาย่อมศรัทธาต่อสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เธอ และสิ่งที่ถูกประทานลงมาก่อนเธอ และบรรดาผู้ที่ดํารงไว้ซึ่งการนมาซ และบรรดาผู้ที่ชําระซะกาต และบรรดาผู้มีศรัทธาต่ออัลลอหฺและในวันปรโลก ชนเหล่านี้แหละ เราจะให้พวกเขาซึ่งรางวัลอันใหญ่หลวง

{4:163} แท้จริงเราได้เปิดเผยสำแดงแก่เธอ เช่นเดียวกับที่เราได้เคยเปิดเผยสำแดงแก่นูฮ และบรรดานบีหลังจากเขา และเราได้มีโองการแก่อิบรอฮีม และอิสมาอีล และอิสฮาก และยะอกูบ และวงศ์วานของอิสรออีล และอีซา และอัยยูบ และยูนุส และฮารูน และสุลัยมาน และแก่ดาวูดนั้น เราได้ประทานซะบูร

{4:164} และมีบรรดาศาสนทูต ซึ่งเราได้เล่าถึงพวกเขาแก่เธอมาก่อนแล้ว และมีบรรดาศาสนทูตซึ่งเราไม่ได้เล่าแก่เธอ และอัลลอหฺได้ตรัสสนทนากับมูซาด้วยคำพูด

{4:165} คือบรรดาศาสนทูตในฐานะผู้แจ้งข่าวดีและในฐานะผู้ตักเตือน เพื่อว่าปวงมนุษย์จะได้ไม่มีข้ออ้างแก้ตัวต่ออัลลอหฺได้อีก หลังจากบรรดาศาสนทูตเหล่านั้น และอัลลอหฺคือพระผู้ทรงเดชานุภาพ พระผู้ทรงปรีชาญาณ

{4:166} ทว่าอัลลอหฺนั้นทรงยืนยันในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานลงมาแก่เธอว่า พระองค์ได้ทรงประทานสิ่งนั้นมาด้วยความรู้ของพระองค์ และมะลาอิกะหฺก็ยืนยันด้วย และเพียงพอแล้วที่อัลลอหฺเป็นผู้ทรงยืนยัน

{4:167} แท้จริงบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาและขัดขวางทางของอัลลอหฺนั้น แน่นอนพวกเขาได้หลงทางไปห่างไกล

{4:168} แท้จริงบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา และอธรรมแก่ตัวเองนั้น อัลลอหฺจะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขา และพระองค์ก็จะไม่ทรงชี้นำทางใดแก่พวกเขา

{4:169} นอกจากทางแห่งนรกญะฮันนัมโดยที่พวกเขาจะอยู่ในนั้นนิรันดร และนั่นเป็นสิ่งง่ายดายแก่อัลลอหฺ เป็นสิทธิของอัลลอหฺทั้งสิ้น และอัลลอหฺนั้นคือพระผู้ทรงรอบรู้ พระผู้ทรงปรีชาญาณ

{4:170} โอ้ ปวงมนุษย์! แท้จริง ศาสนทูตผู้นั้น ได้นำความจริงจากพระเจ้าของพวกเธอมายังพวกเธอแล้ว จงมีศรัทธากันเถิด มันเป็นสิ่งดียิ่งแก่พวกเธอ และหากพวกเธอปฏิเสธศรัทธาแล้วแท้จริงสิ่งที่ อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและในแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิ์ของอัลลอหฺทั้งสิ้น และอัลลอหฺนั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ

{4:171} ดูกร บรรดาผู้ได้รับคัมภีร์! จงอย่าปฏิบัติให้เกินขอบเขต ในศาสนาของพวกเธอ และจงอย่ากล่าวเกี่ยวกับอัลลอหฺ นอกจากสิ่งที่เป็นจริงเท่านั้น แท้จริง อัลมะซีฮฺ อีซา บุตรมัรยัมนั้น เป็นเพียงศาสนทูตของอัลลอหฺและเป็นเพียงดํารัสของพระองค์ ที่ได้ทรงกล่าวมันแก่มัรยัมและเป็นเพียงวิญญาณหนึ่งจากพระองค์เท่านั้น ดังนั้นจงมีศรัทธาต่ออัลลอหฺ และบรรดาศาสนทูตของพระองค์เถิด และจงอย่ากล่าวว่าสามองค์เลย จงหยุดยั้งเสียเถิด มันเป็นสิ่งดียิ่งแก่พวกเธอ แท้จริงอัลลอหฺคือผู้ควรได้รับการเคารพสักการะแต่เพียงองค์เดียวเท่านั้น พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากการที่จะทรงมีพระบุตร สิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้า และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิของพระองค์ทั้งสิ้นและเพียงพอแล้วที่อัลลอหฺเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้คุ้มครองรักษา

{4:172} อัลมะซีฮฺนั้นจะไม่หยิ่งเป็นอันขาดที่จะเป็นบ่าวของอัลลอหฺ และมะลาอิกะหฺผู้ใกล้ชิดก็ไม่หยิ่งด้วย และผู้ใดหยิ่งต่อการเคารพสักการะต่อพระองค์และยะโสแล้วพระองค์ก็จะทรงชุมนุมพวกเขาไว้ยังพระองค์ทั้งหมด

{4:173} ส่วนบรรดาผู้ที่มีศรัทธา และประกอบสิ่งที่ดีงามทั้งหลายนั้นพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาโดยครบถ้วน ซึ่งรางวัลของพวกเขา และจะทรงเพิ่มจากความกรุณาของพระองค์ให้แก่พวกเขาด้วย ส่วนบรรดาผู้ที่หยิ่งยะโสนั้น พระองค์จะทรงลงโทษพวกเขาด้วยการลงโทษอันเจ็บแสบ และนอกเหนือจากอัลลอหฺแล้ว พวกเขาจะไม่พบผู้คุ้มครองและผู้ช่วยเหลือสำหรับพวกเขาเลย

{4:174} ดูกร ปวงมนุษย์! แน่นอนได้มีหลักฐานจากพระเจ้าของพวกเธอมายังพวกเธอแล้ว และเราประทานแสงสว่างอันแจ่มแจ้งลงมาแก่พวกเธอด้วย

{4:175} ส่วนบรรดาผู้ที่มีศรัทธาต่ออัลลอหฺ และยึดมั่นในพระองค์นั้น พระองค์จะทรงให้พวกเขาเข้าอยู่ในความเมตตาและความโปรดปรานจากพระองค์ และแก่พวกเขา จะทรงชี้นำหนทางอันเที่ยงตรงไปสู่พระองค์

{4:176} เขาเหล่านั้นจะขอให้เธอชี้ขาดปัญหา จงกล่าวเถิดว่า "อัลลอหฺจะทรงชี้ขาดให้แก่พวกเธอในเรื่องของผู้เสียชีวิตที่ไม่มีบิดาและบุตร คือถ้าชายคนหนึ่งตาย โดยที่เขาไม่มีบุตรแต่มีพี่สาวหรือน้องสาวคนหนึ่งแล้ว นางจะได้รับครึ่งหนึ่งของมรดกที่เขาได้ทิ้งไว้และขณะเดียวกันเขาก็จะได้รับมรดกของนาง หากนางไม่มีบุตร แต่ถ้าพี่สาวหรือน้องสาวของเขามีด้วยกันสองคน ทั้งสองนั้นจะได้รับสองในสามจากมรดกที่เขาได้ทิ้งไว้ แต่ถ้าพวกเขาเป็นพี่น้องหลายคนทั้งชายและหญิง สำหรับชายจะได้รับเท่ากับส่วนได้ของหญิงสองคน ที่อัลลอหฺทรงแจกแจงแก่พวกเธอนั้น เพื่อพวกเธอจะได้ไม่หลงผิด และอัลลอหฺนั้นทรงรอบรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง"

ซูเราะหฺอันนิสาอ์ 4:1-4:99

กลับไปที่สารบัญ