ซูเราะหฺอัลฟัตฮฺ
จาก วิกิซอร์ซ
ด้วยพระนามแห่งอัลลอหฺ พระผู้ทรงเมตตายิ่ง พระผู้ทรงปรานียิ่ง
{48:1} แท้จริงเราได้ให้ชัยชนะแก่เธอซึ่งเป็นชัยชนะอย่างชัดแจ้ง
{48:2} เพื่ออัลลอหจะได้ทรงอภัยโทษความผิดของเธอที่ได้ล่วงไปแล้วและที่ จะเกิดขึ้นภายหลัง และจะทรงให้ความโปรดปรานของพระองค์ครบสมบูรณ์ แก่เธอและทรงชี้แนะทางแก่เธอคือทางอันเที่ยงตรง
{48:3} และอัลลอหฺจะทรงช่วยเหลือเธอด้วยการช่วยเหลืออย่างเข้มแข็ง
{48:4} พระองค์คือผู้ทรงประทานความเงียบสงบลงมาในจิตใจของบรรดาผู้ศรัทธา เพื่อพวกเขาจะได้เพิ่มพูนการศรัทธาให้กับการศรัทธาของพวกเขา และเป็นของอัลลอหฺคือไพร่พลแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และอัลลอหฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ผู้ทรงปรีชาญาณเสมอ
{48:5} เพื่อพระองค์จะทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาชายและบรรดาผู้ศรัทธาหญิงได้เข้าสวนสวรรค์หลากหลาย ณ เบื้องล่างของสวนสวรรค์มีธารน้ำหลายสายไหล ผ่านพวกเขาเป็นผู้พำนักอยู่ตลอดกาลในนั้นและพระองค์จะทรงลบล้างความผิดของพวกเขาออกจากพวกเขา และนั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง ณ ที่อัลลอหฺ
{48:6} และเพื่อพระองค์จะทรงลงโทษแก่พวกสับปลับชายและพวกสับปลับหญิงและบรรดาผู้ตั้งภาคีชายและบรรดาผู้ตั้งภาคีหญิงโดยพวกเขาคิด เกี่ยวกับอัลลอหฺด้วยความคิดร้าย เหตุร้ายเหล่านั้นจงประสบแก่พวกเขาเถิด และอัลลอหฺทรงโกรธกริ้วต่อพวกเขาและทรงสาปแช่งพวกเขา อีกทั้งทรงเตรียมนรกญะฮันนัมไว้สำหรับพวกเขา และมันเป็นทางกลับที่ชั่วร้ายยิ่ง
{48:7} และเป็นของอัลลอหฺคือไพร่พลแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และอัลลอหฺเป็นผู้ทรงอํานาจผู้ทรงปรีชาญาณ
{48:8} แท้จริงเราได้ ส่งเธอมาเพื่อเป็นพยานและผู้แจ้งข่าวดีและผู้ตักเตือน
{48:9} เพื่อให้พวกเธอศรัทธาต่ออัลลอหฺ และศาสนทูตของพระองค์ และให้ความช่วยเหลือแก่เขา และนับถือเขา และแซ่ซ้องสดุดีพระองค์ทั้งในยามเช้าและยามเย็น
{48:10} แท้จริงบรรดาผู้ที่ให้สัตยาบันกับเธอนั้นเสมือนกับว่าพวกเขาได้ให้ สัตยาบันกับอัลลอหฺ พระหัตถ์ของอัลลอหฺทรงอยู่เหนือมือของพวกเขา ฉะนั้นผู้ใดบิดพริ้วเสมือนกับว่าเขาทำลายตัวของเขาเอง ส่วนผู้ใดปฏิบัติตามสัญญาที่เขาได้มีไว้กับอัลลอหฺโดยครบถ้วน พระองค์ก็จะทรงตอบแทนรางวัลอันใหญ่หลวงแก่เขา
{48:11} ชาวอาหรับชนบทที่เหลืออยู่ในเมืองจะกล่าวแก่เธอว่า "ทรัพย์สินของเราและครอบครัวของเราทำให้เรามีธุระยุ่งอยู่ ดังนั้นได้โปรดขออภัยให้แก่เราด้วย" พวกเขากล่าวด้วยลิ้นของพวกเขา ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่ในใจของพวกเขา จงกล่าวเถิด "ผู้ใดเล่าจะมีอํานาจอันใดที่จะป้องกันพวกเธอจากอัลลอหฺ หากพระองค์ทรงประสงค์จะให้ความทุกข์แก่พวกเธอ หรือพระองค์ทรงประสงค์จะให้ประโยชน์แก่พวกเธอ แต่ว่าอัลลอหฺทรงตระหนักยิ่งในสิ่งที่พวกเธอกระทำ"
{48:12} ทว่าอันที่จริงแล้ว พวกเธอนึกว่า ศาสนทูตและบรรดาผู้ศรัทธาจะไม่มีวันได้กลับไปยังครอบครัวของพวกเขาอีก และสิ่งนั้นถูกประดับในจิตใจของพวกเธอ พวกเธอจึงคิดร้าย และพวกเธอจึงเป็นหมู่ชนที่วิบัติ
{48:13} และผู้ใดก็ตามมิได้ศรัทธาต่ออัลลอหฺและศาสนทูตของพระองค์ แท้จริงเราได้เตรียมไฟที่ลุกโชติช่วงไว้สำหรับผู้ปฏิเสธศรัทธา
{48:14} และอํานาจเด็ดขาดแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นเป็นของอัลลอหฺ พระองค์จะทรงอภัยแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และจะทรงลงโทษผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอหฺนั้นคือพระผู้ทรงอภัยยิ่ง พระผู้ทรงเมตตาเสมอ
{48:15} บรรดาผู้ที่เหลืออยู่ในเมืองจะกล่าวว่า "ยามที่พวกท่านออกเดินทางไปยังทรัพย์เชลยเพื่อไปยึดมัน ก็จงปล่อยให้พวกเราติดตามพวกท่านไปด้วย" พวกเขาประสงค์ที่จะเปลี่ยนพระพจนารถแห่งอัลลอหฺ จงกล่าวเถิด "พวกเธอมิอาจจะติดตามพวกเราได้ เพราะอัลลอหฺได้ตรัสไว้ก่อนแล้ว" พวกเขาก็จะกล่าวอีกว่า "ทว่าพวกท่านอิจฉาต่อพวกเราต่างหาก" หามิได้ พวกเขาไม่เข้าใจอะไรเลยนอกจากเพียงเล็กน้อย
{48:16} จงกล่าวแก่ชาวอาหรับชนบทที่เหลืออยู่ในเมืองเถิดว่า "พวกเธอจะถูกเรียกให้ไปร่วมต่อสู้พวกเขากับชนหนึ่้งผู้แข็งแกร่งจนกว่าพวกเขาจะยอมจํานน ดังนั้นหากพวกเธอภักดีต่ออัลลอหก็จะทรงประทานรางวัลอันดีงามแก่พวกเธอ แต่ถ้าพวกเธอผินหลังหนี เหมือนอย่างที่เคยผินหลังหนีมาก่อน พระองค์จะทรงลงโทษพวกเธอด้วยการลงโทษอันเจ็บปวด"
{48:17} คนตาบอดไม่ถูกตำหนิ และคนพิการไม่ถูกตำหนิ และคนป่วยไม่ถูกตำหนิ (ถ้าไม่ออกศึก) แต่ถ้าผู้ใดภัีกดีต่ออัลลอหและศาสนทูตของพระองค์ พระองค์จะทรงให้เขาเข้าสู่สวนสวรรค์หลากหลาย ณ เบื้องล่างมีธารน้ำหลายสายไหลผ่าน ส่วนผู้ใดผินหลังออก พระองค์จะทรงลงโทษเขาด้วยการลงโทษอันเจ็บปวด
{48:18} โดยแน่นอนอัลลอหฺทรงปราโมทย์ต่อบรรดาผู้ศรัทธา ขณะที่พวกเขาให้สัตยาบันแก่เธอใต้ต้นไม้ เพราะพระองค์ทรงรอบรู้ดีถึงสิ่งที่มีอยู่ในจิตใจของพวกเขา พระองค์จึงได้ทรงประทานความสงบมั่นลงมาเหนือพวกเขา และได้ทรงตอบแทนพวกเขาด้วยชัยชนะอันใกล้
{48:19} และสินสงครามอันมากมายที่พวกเขาจะได้รับมัน และอัลลอหฺคือพระผู้ทรงอํานาจ พระผู้ทรงปรีชาญาณ
{48:20} อัลลอหฺได้ทรงสัญญาแก่พวกเธอซึ่งทรัพย์เชลยอันมากมายที่พวกเธอจะ ได้รับมันโดยพระองค์ทรงเร่งอันนี้แก่พวกเธอ และพระองค์ทรงยับยั้งมือของผู้คนให้พ้นจากพวกเธอ และเพื่อมันจะได้เป็นสัญญาณหนึ่งแก่บรรดาผู้ศรัทธา และเพื่อพระองค์จะได้ทรงชี้แนะทางแก่พวกเธอสู่ทางอันเที่ยงตรง
{48:21} และทรัพย์เชลยอันอื่นอีกที่พวกเธอไม่มีกำลังที่จะพิชิตมันได้ แต่อัลลอหทรงล้อมพวกมันไว้แล้ว และอัลลอหฺเป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่งอย่าง
{48:22} และถ้าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ต่อสู้กับพวกเธอ พวกเขาก็จะผินหลังกลับอย่างแน่นอน แล้วพวกเขาจะไม่พบผู้คุ้มครองและผู้ช่วยเหลือ
{48:23} นั่นคือแนวทางของอัลลอหฺแก่บรรดาผู้ที่ล่วงลับไปแล้วแต่กาลก่อน และเธอจะไม่พบการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในแนวทางของอัลลอหฺ
{48:24} และพระองค์คือผู้ทรงยับยั้งมือของพวกเขาจากพวกเธอ และมือของพวกเธอจากพวกเขา ที่หุบเขานครมักกะหฺ หลังจากที่พระองค์ได้ทรงให้พวกเธอมีชัยชนะเหนือพวกเขาและอัลลอหฺทรงรู้เห็นในสิ่งที่พวกเธอกระทำ
{48:25} พวกเขาคือบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและขัดขวางพวกเธอจาก อัลมัสญิด อัลฮะรอม และสัตว์พลีถูกกักกันมิให้บรรลุสู่ที่เชือดของมัน และหากมิใช่เพราะมีบรรดาผู้ศรัทธาชายและบรรดาผู้ศรัทธาหญิงซึ่งพวกเธอไม่รู้จักพวกเขา พวกเธอก็จะฆ่าพวกเขา แล้วก็จะก่อให้เกิดโทษแก่พวกเธอ เพราะพวกเขา โดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้เพื่ออัลลอหฺจะทรงให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เข้าอยู่ใน ความเมตตาของพระองค์ หากพวกเขาแยกออกจากกัน แน่นอนเราก็จะลงโทษบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในหมู่พวกเขาด้วยการลงโทษอันเจ็บปวด
{48:26} ขณะที่พวกปฏิเสธศรัทธาได้สุมความคลั่งเข้าในจิตใจของพวกเขา ซึ่งเป็นความคลั่งแห่งสมัยอนารยะ อัลลอหฺจึงทรงประทาน ความสงบมั่นของพระองค์ให้แก่ศาสนทูตของพระองค์และแก่บรรดาผู้ศรัทธา และให้พวกเขายึดมั่นกับคำแห่งความยำเกรง ซึ่งพวกเขาเหมาะสมกับมัน และเป็นเจ้าของมัน และอัลลอหฺทรงเป็นพระผู้ทรงรอบรู้ในทุกสรรพสิ่ง
{48:27} โดยแน่นอนอัลลอหฺได้ทรงทำให้ความฝันนั้นสมจริงแก่ศาสนทูตของ พระองค์ ด้วยความสัตย์จริงว่า พวกเธอจะได้เข้าสู่ อัลมัสญิด อัลฮะรอม อย่างปลอดภัย หากอัลลอหฺทรงประสงค์ โดยจะโกนผมบ้างและจะตัดผมบ้าง พวกเธอจะไม่หวาดกลัว เพราะอัลลอหฺทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเธอไม่รู้ ดังนั้นพระองค์จึงได้ทรงกําหนดชัยชนะ อื่นจากนั้น ซึ่งชัยชนะอันใกล้นี้
{48:28} พระองค์คือผู้ทรงส่งศาสนทูตของพระองค์พร้อมด้วยแนวทางที่ถูกต้อง และศาสนาแห่งสัจธรรมเพื่อพระองค์จะทรงให้ศาสนานี้ประจักษ์แจ้งเหนือศาสนาอื่นทั้งมวล และพอเพียงแล้วที่อัลลอหฺทรงเป็นพยาน
{48:29} มุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอหฺ และบรรดาผู้ที่อยู่ร่วมกับเขาเป็นผู้เข้มแข็งกล้าหาญต่อพวกปฏิเสธศรัทธา เป็นผู้เมตตาสงสารระหว่างพวกเขากันเอง เธอจะเห็นพวกเขาเป็นผู้ก้มรุกูอฺ ผู้กราบสุญูด โดยแสวงหาคุณความดีและความโปรดปรานจากอัลลอหฺ สัญลักษณ์ของพวกเขาอยู่บนใบหน้าของพวกเขาเนื่องจากร่องรอยแห่งการสุญูด นั่นคืออุปมา ของพวกเขาที่มีอยู่ในอัตเตารอหฺ และอุปมาของพวกเขาที่มีอยู่ในอัลอินญีล ประหนึ่งเมล็ดพืชที่แตกหน่อของมัน แล้วทำให้มันงอกงาม แล้วมันก็เติบโตแข็งแรงและทรงตัวอยู่ได้บนลำต้นของมัน นำความปลื้มปิติมาให้แก่ผู้เพาะปลูก เพื่อที่พระองค์จะทรงเอาพวกเขาเป็นสิ่งก่อความโกรธแค้นแก่พวกปฏิเสธ และอัลลอหฺทรงสัญญาบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลายในหมู่พวกเขาว่าจะได้รับการอภัยโทษและรางวัลอันใหญ่หลวง