ซูเราะหฺอัลฟุรกอน
จาก วิกิซอร์ซ
ด้วยพระนามแห่งอัลลอหฺ พระผู้ทรงเมตตายิ่ง พระผู้ทรงปรานียิ่ง
{25:1} ทรงจําเริญ พระผู้ทรงประทานอัลฟุรกอนแก่บ่าวของพระองค์ เพื่อเขาจะได้เป็นผู้ตักเตือนแก่สากลโลก
{25:2} พระผู้ซึ่ง กรรมสิทธิ์แห่งชั้นฟ้าและแผ่นดินนั้นเป็นของพระองค์ และไม่ทรงเอาผู้ใดเป็นพระบุตร และพระองค์ไม่มีภาคีในการครอบครอง และพระองค์ทรงให้บังเกิดทุกสิ่ง แล้วทรงกําหนดมันให้เป็นไปตามกฎสภาวะ
{25:3} พวกเขาได้เคารพบูชาพระเจ้าอื่น ๆ จากพระองค์ โดยที่พระเจ้าเหล่านั้นไม่ได้สร้างสิ่งใด ทั้ง ๆ ที่พวกเขาถูกสร้างขึ้นมา และพวกเขาไม่มีอํานาจที่จะให้โทษและให้คุณแก่ตัวเองได้ และพวกเขาไม่มีอํานาจควบคุมความตายและความเป็นและการฟื้นคืนชีพ
{25:4} และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวว่า "แท้จริงอัลกุรอานนี้ไม่ใช่อันใด นอกจากการโกหกที่เขาได้กุขึ้นเองและหมู่ชนอื่น ๆ ได้ช่วยเขาในเรื่องนี้" อันที่จริงพวกเขาได้กล่าวออกมาด้วยความอยุติธรรมและความเท็จ
{25:5} และพวกเขากล่าวว่า "มันเป็นนิยายแห่งบรรพชน ที่เขารวบรวมมาเขียน แล้วมันถูกนำมาอ่านแก่เขาทั้งยามเช้าและยามเย็น"
{25:6} จงกล่าวเถิด "มันถูกประทานลงมาโดยพระผู้ทรงรอบรู้ความลับในเหล่าชั้นฟ้าและแผ่นดินแท้จริง พระองค์เป็นพระผู้ทรงอภัย พระผู้ทรงปราณีเสมอ"
{25:7} และพวกเขากล่าวว่า "อะไรกันกับศาสนทูตคนนี้! เขากินอาหารและเดินในตลาด เหตุใดจึงไม่มีมะลักถูกส่งมากับเขา เพื่อจะได้เป็นผู้ตักเตือนร่วมกับเขา"
{25:8} "หรือมีคลังสมบัติถูกโยนลงมาให้เขา หรือให้เขามีสวนแห่งหนึ่ง เพื่อเขาจะได้กินจากมัน" และบรรดาผู้อธรรมก็กล่าวขึ้นว่า "พวกท่านไม่ได้ปฏิบัติตามผู้ใด นอกจากชายผู้ถูกอาคมเท่านั้น"
{25:9} จงดูเถิด! พวกเขาได้เปรียบเปรยตัวอย่างต่าง ๆ แก่เธออย่างไร? พวกเขาจึงหลงทางแล้วพวกเขาก็ไม่สามารถจะพบทางแห่งความจริงได้
{25:10} ทรงจําเริญ พระผู้ซึ่ง - หากพระองค์ทรงประสงค์ - อาจจะให้เธอมีดียิ่งกว่านั้น คือมีสวนหลากหลาย มีแม่น้ำลำธารไหลผ่าน ณ เบื้องล่างมัน และทรงให้เธอมีเวียงวัง
{25:11} แต่ว่าพวกเขาปฏิเสธวันอวสาน และเราได้เตรียมไฟอันร้อนแรงไว้สำหรับผู้ปฏิเสธวันอวสานนั้น
{25:12} เมื่อนรกญะฮันนัมเห็นพวกเขาจากที่ไกล ๆ พวกเขาจะได้ยินเสียงมันเดือดดาลและคำราม
{25:13} และเมื่อพวกเขาถูกโยนลงไปในสถานที่คับแคบ ในสภาพที่ถูกจองจำ ณ ที่นั้น พวกเขาจะวิงวอนขอความพินาศให้แก่ตัวเอง
{25:14} "ในวันนี้เธออย่าได้วิงวอนขอความพินาศเพียงครั้งเดียว แต่จงวิงวอนขอความพินาศหลาย ๆ ครั้ง"
{25:15} จงกล่าวเถิด "สิ่งนั้นดีกว่า หรือว่าสวนสวรรค์อมตะที่ถูกสัญญาไว้แก่บรรดาผู้ยำเกรงกันแน่?" สิ่งนั้นเป็นการตอบแทนและทางกลับที่ดีสำหรับพวกเขา
{25:16} พวกเขาในสวนสวรรค์นั้น จะได้รับสิ่งที่พวกเขาประสงค์ โดยพำนักอยู่นิรันดร์ มันเป็นสัญญาที่ถูกวอนขอต่อพระเจ้าของเธอ"
{25:17} และวันที่พระองค์ทรงรวบรวมพวกเขาและบรรดาผู้ที่พวกเขาเคารพภักดีอื่นจากอัลลอหฺและพระองค์ตรัสว่า "พวกเธอทำให้บรรดาบ่าวของฉันเหล่านั้นหลงทางกระนั้นหรือ? หรือว่าพวกเขาหลงทางกันเอง?"
{25:18} พวกเขากล่าวว่า "พระพิสุทธิคุณแห่งพระองค์ ไม่เป็นการบังควรแก่พวกข้าฯ ที่พวกข้าฯจะยึดถือผู้คุ้มครองอื่น ๆ นอกจากพระองค์ ทว่าพระองค์ได้ทรงประทานปัจจัยให้แก่พวกเขา และบรรพบุรุษของพวกเขาจนกระทั่งพวกเขาได้ลืมต่อการรำลึก และพวกเขาได้เป็นหมู่ชนผู้หายนะ"
{25:19} "แน่นอน พวกเขาได้ปฏิเสธพวกเธอในสิ่งที่พวกเธอกล่าว ดังนั้นพวกเธอจึงไม่อาจเลี่ยงการลงโทษ หรือช่วยเหลือตนเองได้ และพวกเธอคนใดกระทำผิด เราจะให้เขาลิ้มรสการทรมานอันมหันต์"
{25:20} และเราไม่ได้ส่งคนใดจากบรรดาศาสนทูตก่อนหน้าเธอ นอกจากพวกเขาจะรับประทานอาหารและเดินในตลาด และเราได้ทำให้พวกเธอบางเป็นข้อทดสอบแก่อีกบางคน "พวกเธอจะอดทนไหม?" และพระเจ้าของเธอนั้นทรงเห็นทุกอย่าง
{25:21} และบรรดาผู้ที่ไม่หวังในการที่จะพบกับเรากล่าวว่า "ไฉนเล่ามะลาอิกะหฺจึงไม่ถูกส่งลงมายังพวกเรา หรือเราไม่เห็นพระเจ้าของพวกเรา" แน่นอน พวกเขาหยิ่งยะโสในตัวของพวกเขาเอง และพวกเขาได้ละเไม่ดขอบเขตอันห่างไกล
{25:22} วันที่พวกเขาเห็นมะลาอิกะหฺ ในวันนั้นจะไม่มีข่าวดีสำหรับเหล่าอาชญากร และพวกเขาจะกล่าวว่า "ถูกปิดห้ามอย่างเด็ดขาด"
{25:23} และเรามุ่งสู่การงานที่พวกเขาได้เคยปฏิบัติมา แล้วเราก็จะทำให้มันกลายเป็นละอองฝุ่นที่ปลิวว่อน
{25:24} ชาวสวนสวรรค์ในวันนั้นจะอยู่ในที่พำนักอันดี และที่พักผ่อนอันสบายยิ่ง
{25:25} และวันที่ท้องฟ้าจะแตกออกพร้อมด้วยเมฆ และมะลาอิกะหฺจะถูกทะยอยส่งลงมา
{25:26} ในวันนั้น อํานาจอันแท้จริงเป็นสิทธิ์ของพระผู้เมตตา และมันเป็นวันที่ลําบากแก่ผู้ปฏิเสธศรัทธา
{25:27} และวันที่ผู้อธรรมจะกัดมือของเขาแล้วจะกล่าวว่า "โอ้! ถ้าฉันได้ยึดแนวทางร่วมกับศาสนทูตก็จะเป็นการดี"
{25:28} "โอ้! หากฉันไม่ได้คบคนนั้นเป็นมิตรก็คงดี"
{25:29} "แน่นอน เขาได้ทำให้ฉันหลงผิดจากการตักเตือน หลังจากที่มันได้มีมายังฉัน และชัยฏอนนั้น มันเป็นผู้เหยียดหยามมนุษย์เสมอ"
{25:30} และศาสนทูตได้กล่าวว่า "โอ้พระเจ้าของข้าฯ! แท้จริง หมู่ชนของข้าฯได้ถือว่าอัลกุรอานนี้เป็นสิ่งที่ถูกทอดทิ้ง"
{25:31} และเช่นนั้นแหละ เราได้ทำให้มีศัตรูผู้กระทำผิดแก่นบีทุกคน และพอเพียงแล้วที่พระเจ้าของเธอเป็นผู้แนะทางเที่ยง และทรงเป็นผู้ช่วยเหลือ
{25:32} และบรรดาผู้ปฏิเสธกล่าวว่าเหตุใดอัลกุรอานทั้งหมดจึงไม่ถูกประทานลงมาแก่เขา นั่นเพราะเราจะใช้มันเพื่อทำให้หัวใจของเธอมั่นคง และเราได้อ่านมันอย่างมีระเบียบ
{25:33} และไม่มีดอกที่พวกเขาจะนำข้อเปรียบเทียบใด ๆ มาค้านเธอ โดยที่เราไม่นำความสัจจริงมาให้เธอ และการอธิบายที่ดียิ่งกว่า
{25:34} บรรดาผู้ที่ถูกเกณฑ์ให้มาชุมนุมกันบนใบหน้า เพื่อไปสู่นรกญะฮันนัม ชนเหล่านั้นจะอยู่ในสถานที่ที่เลวยิ่ง และหลงทางมากที่สุด
{25:35} และแน่นอน เราได้ประทานคัมภีร์ (เตารอหฺ) แก่มูซา และเราได้ให้พี่ชายของเขาคือฮารูนเป็นผู้ช่วยเหลือ
{25:36} แล้วเราได้กล่าวว่า "เธอทั้งสองจงไปยังหมู่ชนที่ปฏิเสธต่อบรรดาสัญญาณของเรา" และเราได้ทำลายพวกเขาอย่างย่อยยับ
{25:37} และหมู่ชนของนูฮฺ เมื่อพวกเขาปฏิเสธต่อบรรดาศาสนทูต เราได้ทำให้พวกเขาจมน้ำตายและเราได้ทำให้พวกเขาเป็นสัญญาณหนึ่งแก่มนุษยชาติ และเราได้เตรียมการทรมาณอันเจ็บปวดไว้แก่บรรดาผู้อธรรม
{25:38} และเราได้ทำลายพวกอาด และพวกษะมูด และชาวบ่อน้ำ และชนชาติอีกมากมายระหว่างนั้น
{25:39} และแต่ละพวก เราได้นำหลักฐานมาชี้แจงแก่เขา และแต่ละพวก เราก็ได้ทำลายอย่างสิ้นซาก
{25:40} และแน่นอน พวกเขาได้ผ่านมายังเมืองซึ่งถูกกระหน่ำด้วยฝนหิน แล้วพวกเขาไม่เห็นมันดอกหรือ? เปล่าดอก! พวกเขาไม่หวังที่จะกลับคืนชีพอีกต่างหาก
{25:41} และเมื่อพวกเขาเห็นเธอ พวกเขาก็จะไม่ถือเอาเธอเป็นอย่างอื่น นอกจากเพื่อเป็นที่ล้อเลียน "คนนี้หรือ ที่อัลลอหฺทรงส่งมาให้เป็นศาสนทูต?"
{25:42} "เขาเกือบจะหลอกให้พวกเราหลงทางไปจากบรรดาพระเจ้าของเราแล้ว ยังดีที่เราอดทนยึดมั่นต่อพวกพระเจ้าเหล่านั้น" และพวกเขาจะรู้เมื่อพวกเขาได้พบเห็นการลงโทษว่าผู้ใดจะหลงทางกันแน่
{25:43} เธอไม่เห็นดอกหรือ ผู้ที่ยึดเอาตัณหาของตนมาเป็นพระเจ้า แล้วเธอยังจะเป็นผู้คุ้มครองเขากระนั้นหรือ?
{25:44} หรือเธอจะคิดว่า ส่วนใหญ่ของพวกเขาจะได้ยินหรือหรือใช้สติปัญญา พวกเขาไม่ใช่อื่นใดนอกจากเป็นเช่นปศุสัตว์ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังหลงทางยิ่งกว่า
{25:45} เธอไม่เห็นดอกหรือว่า พระเจ้าของเธอทรงแผ่เงาออกอย่างใด? และหากพระองค์ทรงประสงค์ ก็จะทรงทำให้มันหยุดนิ่ง เราได้ทำให้ดวงอาทิตย์เป็นสัญญาณหนึ่งในการนี้
{25:46} แล้วเราได้ให้เงาสูญสิ้นไปยังเราทีละน้อย ๆ
{25:47} และพระองค์คือผู้ทรงทำให้ราตรีเป็นอาภรณ์สำหรับพวกเธอ และให้การนอนเป็นการพักผ่อน และทำให้ทิวาเป็นการเสาะหา
{25:48} และพระองค์คือพระผู้ส่งลม เป็นการนำข่าวดีล่วงหน้า ท่ามกลางความเมตตาของพระองค์และเราได้ประทานน้ำบริสุทธิ์ลงมาจากฟากฟ้า
{25:49} เพื่อเราจะใช้มันชุบชีวิตแผ่นดินที่แห้งแล้ง และเราจะให้มันเป็นเครื่องดื่มแก่สิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมา เช่นปศุสัตว์และมนุษย์มากมาย
{25:50} และโดยแน่นอน เราได้แสดงมันระหว่างพวกเขาเพื่อพวกเขาจะได้พิจารณา แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ดื้อรั้นเพียงแต่จะเป็นผู้เนรคุณ
{25:51} และหากเราประสงค์ แน่นอน เราก็จะส่งผู้ตักเตือนไปยังทุก ๆ เมือง
{25:52} ดังนั้น เธออย่าเชื่อฟังพวกปฏิเสธศรัทธา และจงใช้มันต่อสู้กับพวกเขาด้วยการต่อสู้อันยิ่งใหญ่
{25:53} และพระองค์คือผู้ทรงทำให้ทะเลทั้งสองบรรจบติดกัน อันนี้จืดสนิทและอันนี้เค็มจัด และทรงทำที่คั่นระหว่างมันทั้งสอง และที่กั้นขวางอันแน่นหนา
{25:54} และพระองค์คือผู้ทรงบังเกิดมนุษย์จากน้ำ และทรงทำให้มีเชื้อสายและเครือญาติ และพระเจ้าของเธอนั้นเป็นพระผู้ทรงอานุภาพ
{25:55} และพวกเขาเคารพสักการะอื่นจากอัลลอหฺ ซึ่งมันไม่ให้คุณแก่พวกเขาและไม่ให้โทษแก่พวกเขา และผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นเป็นผู้ช่วยเหลือ(ชัยฏอน)ให้ฝ่าฝืนพระเจ้าของเขา
{25:56} และเราไม่ได้ส่งเธอมาเพื่ออื่นใดนอกจากเป็นผู้แจ้งข่าวดีและผู้ตักเตือน
{25:57} จงกล่าวเถิด "ฉันไม่ได้ขอค่าจ้างจากพวกเธอในการเผยแพร่ เว้นแต่ว่าผู้ใดประสงค์ก็ให้เขายึดเป็นแนวทางไปสู่พระเจ้าของเขา"
{25:58} และเธอจงมอบหมายต่อพระผู้ทรงดํารงชีวิตตลอดกาล ไม่ม้วยมรณะ และจงแซ่ซ้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระองค์ และพอเพียงแล้วสำหรับพระองค์ผู้ทรงรอบรู้ในความผิดทั้งหลายของปวงบ่าวของพระองค์
{25:59} พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและสิ่งที่มีอยู่ในระหว่างทั้งสองนั้นในหกวาระ แล้วพระองค์ทรงสถิตย์อยู่บนบัลลังก์ พระผู้ทรงเมตตา ดังนั้นจงถามผู้รู้เกี่ยวกับพระองค์
{25:60} และเมื่อได้ถูกกล่าวแก่พวกเขาว่า "จงกราบสุญูดต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานี" พวกเขากล่าวว่า "ใครคือพระผู้ทรงกรุณาปรานี จะให้เรากราบสุญูดตามที่เธอสั่งเรากระนั้นหรือ?" และมันได้เพิ่มการหันห่างออกไปแก่พวกเขา
{25:61} ทรงจำเริญ พระผู้ทรงทำให้ฟ้ามีหมู่ดาว และได้ทรงทำให้มีตะเกียงในนั้น และดวงจันทร์มีรัศมี
{25:62} และพระองค์คือผู้ทรงบันดาลให้มีราตรีและทิวาหมุนเวียนแทนที่กัน สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะ ใคร่ครวญ หรือปรารถนาจะขอบคุณ
{25:63} และบรรดาบ่าวของพระผู้ทรงเมตตาคือ บรรดาผู้ที่เดินบนแผ่นดินด้วยความสงบเสงี่ยมและเมื่อพวกโง่เขลากล่าวทักทายพวกเขา พวกเขาจะกล่าว "ศานติ"
{25:64} และบรรดาผู้ใช้เวลาราตรี เพื่อกราบสุญูดและยืน(นมาซ)ต่อพระเจ้าของพวกเขา
{25:65} และบรรดาผู้ที่กล่าวว่า "โอ้พระผู้เป็นเจ้าของพวกข้าฯ ขอพระองค์ได้ทรงขจัดการลงโทษของนรกให้พ้นไปจากพวกข้าฯ แท้จริงการลงโทษของมันนั้นอมตะนิรันดร์"
{25:66} แท้จริงมันเป็นที่อยู่และที่พำนักอันเลวร้ายยิ่ง
{25:67} และบรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขาใช้จ่าย พวกเขาก็ไม่สุรุ่ยสุร่าย และไม่ตระหนี่ ทว่าอยู่สายกลางระหว่างนั้น
{25:68} และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอหฺ และพวกเขาไม่ฆ่าชีวิต ซึ่งอัลลอหฺทรงห้ามไว้เว้นแต่เพื่อความยุติธรรม และพวกเขาไม่ผิดประเวณี และผู้ใดกระทำเช่นนั้นเขาจะพบกับความบาป
{25:69} การลงโทษในวันฟื้นคืนชีพจะถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสำหรับเขา และเขาจะถาวรอยู่ในนั้นอย่างอัปยศ
{25:70} เว้นแต่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัวและศรัทธาและประกอบการงานที่ดีเขาเหล่านั้นแหละอัลลอหฺจะทรงเปลี่ยนความชั่วของพวกเขาเป็นความดี และอัลลอหฺทรงเป็นพระผู้ทรงอภัย พระผู้ทรงเมตตาเสมอ
{25:71} และผู้ใดกลับเนื้อกลับตัวและกระทำความดี แท้จริง เขากลับเนื้อกลับตัวเข้าหาอัลลอหฺอย่างจริงจัง
{25:72} และบรรดาผู้ไม่เป็นพยานในการเท็จ และเมื่อพวกเขาผ่านเรื่องไร้สาระ พวกเขาผ่านไปอย่างมีเกียรติ
{25:73} และบรรดาผู้ที่เมื่อถูกกล่าวเตือนให้รำลึกถึงโองการทั้งหลายของพระเจ้าของพวกเขา พวกเขาจะไม่ผินหลังให้เป็นสภาพเช่นคนหูหนวกตาบอด
{25:74} และบรรดาผู้ที่กล่าวว่า "โอ้พระผู้เป็นเจ้าของพวกข้าฯ ขอพระองค์ได้ทรงประทานความชื่นตา ให้แก่พวกข้าฯ จากคู่ครองของพวกข้าฯและลูกหลานของพวกข้าฯ และทรงทำให้พวกข้าฯเป็นผู้นำแก่บรรดาผู้ยำเกรง"
{25:75} เขาเหล่านั้นจะได้รับการตอบแทน ในการที่พวกเขาอดทน และพวกเขาจะได้พบการกล่าวคําต้อนรับและศานติ
{25:76} โดยพำนักอยู่ในนั้นอย่างถาวร เป็นที่พำนักและที่อาศัยอันอภิรมย์
{25:77} จงกล่าวเถิด "พระผู้เป็นเจ้าของฉันจะไม่ใยดีต่อพวกเธอดอก หากไม่ใช่เพราะการวิงวอนของพวกเธอ เพราะพวกเธอได้ปฏิเสธไม่รับฟัง ดังนั้นการลงโทษจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน"