พระสมณสาส์นว่าด้วยการทำงาน

จาก วิกิซอร์ซ

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
< ว่าด้วย พระสมณสาส์นว่าด้วย "การทำงาน" ว่าด้วย >
อารัมภบท
พระนิพนธ์: สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่สอง ·   ผู้แปล: อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
การทำงานและมนุษย์
พระสมณสาส์นกล่าวถึง พระศาสนจักรมีบทบาทและหน้าที่เพื่อเรียกร้องความสนใจของทุกคนให้คำนึงถึงศักดิ์ศรี และสิทธิของทุกคนที่ทำงาน ทั้งยังมีหน้าที่ต้องประณามสถานการณ์ซึ่งละเมิดศักดิ์ศรี และสิทธิของมนุษย์ และช่วยชี้แนะให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นสร้างความเจริญที่แท้จริงให้เกิดแก่มนุษย์และสังคม



อารัมภบท


[แก้ไข] การทำงานของมนุษย์ ในโอกาสฉลองครบรอบ RERUM NOVARUM

ในวันที่ 15 พฤษภาคมปีนี้ เป็นวาระครบรอบ 90 ปี ของเอกสารเกี่ยวกับเรื่อง “ปัญหาสังคม” ซึ่งนิพนธ์โดยพระสันตะปาปาเลโอที่ 13 ผู้ยิ่งใหญ่ นับเป็นสมณสาส์นที่สำคัญยิ่ง ซึ่งเริ่มต้นด้วยว่า “สิ่งใหม่” (RERUM NOVARUM) ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะอุทิศเอกสารฉบับนี้ให้แก่การทำงานของมนุษย์ และยิ่งกว่านั้น ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะอุทิศให้แก่มนุษย์ผู้ซึ่งอยู่ในโลกแห่งการทำงานด้วย ดังที่ข้าพเจ้า ได้กล่าวไว้แล้วในสมณสาส์น “REDEMPTOR HOMINIS” ซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นเมื่อข้าพเจ้าเริ่มต้นรับภาระกิจในตำแหน่งพระสันตะปาปาว่า มนุษย์ “คือทางเดินพื้นฐานสายแรกของพระศาสนจักร” เนื่องจากว่า นี่เป็นรหัสธรรมที่ไม่อาจเข้าใจได้ของการไถ่กู้ในองค์พระคริสต์ ดังนั้นพระศาสนจักรจำเป็นต้องเดินตามเส้นทางนี้อย่างมั่นคง และดำเนินตามคุณลักษณะต่างๆ ของเส้นทางนี้ ซึ่งแสดงให้เราเห็นถึงการได้มาซึ่งโภคทรัพย์และเห็นถึงความเหนื่อยยากทั้งมวลของมนุษยชาติบนแผ่นดินนี้

การทำงานมีคุณลักษณะหนึ่งที่มีความต่อเนื่อง, เป็นพื้นฐาน, ต้องมีความเหมาะสม, ต้องได้รับความสนใจและการยืนยันอย่างจริงจัง เนื่องจากว่าในสังคมเรานี้มีคำถามและปัญหาใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ เราเองก็มีความหวังใหม่เกิดขึ้นเสมอๆ ด้วย และแน่นอนย่อมมีความหวาดกลัวและการคุกคามเกิดขึ้นเสมอ สิ่งต่างๆ เหล่านี้สัมพันธ์กับการทำงานของมนุษย์ตลอดเวลา ชีวิตมนุษย์เจริญเติบโตด้วยการทำงาน และจากการทำงานนี้เองที่ทำให้มนุษย์มีศักดิ์ศรี แต่ในเวลาเดียวกัน การทำงานมักก่อให้เกิดความทุกข์ยาก ปัญหาและความอยุติธรรมซึ่งหยั่งรากลึกลงในสังคมชาติของนานาชาติด้วย แม้ว่ามนุษย์จะยังชีพโดยการทำงานด้วยมือทั้งสองข้าง แต่การยังชีพนี้มิได้หมายเพียงอาหารเลี้ยงชีพเท่านั้น มันยังหมายถึงการยังชีพด้วยวิทยาการ ความเจริญรุ่งเรือง และวัฒนธรรมด้วย แท้ที่จริงแล้วมนุษย์ยังชีพด้วย “หยาดเหงื่อของตนเอง” กล่าวคือ มนุษย์ไม่เพียงแต่ใช้ความพยายามอย่างสูง และประสบกับความยากลำบากเท่านั้น ยังต้องประสบกับความตึงเครียด การขัดแย้งและวิกฤตการณ์ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชน และต่อมนุษยชาติทั้งมวลด้วย

เรากำลังทำการฉลองครบรอบ 90 ปี ของสมณสาส์น RERUM NOVARUM ในช่วงเวลาของการพัฒนาใหม่ทางด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมากมายอ้างว่า จะช่วยให้การทำงานและการผลิตมีประสิทธิภาพสูงขึ้นไม่น้อยกว่าในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่แล้ว มีปรากฏการณ์เกิดขึ้นหลายๆ อย่างด้วยกัน เช่น การใช้เครื่องจักรทุ่นแรงในกระบวนการผลิตอย่างแพร่หลายค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น เกิดความสำนึกเพิ่มขึ้นว่ามรดกทางธรรมชาตินี้มีอยู่จำกัด และกำลังถูกทำลายลงไปอย่างน่าใจหาย ประชาชาติทั้งมวลผู้ซึ่งต้องตกเป็นเบี้ยล่างมาหลายศตวรรษแล้วเกิดมีความสำนึกทางการเมืองขึ้น และกำลังเรียกร้องสิทธิของตน รวมทั้งต้องการมีส่วนในการตัดสินวิถีชีวิตของตนในระดับสากลด้วย เงื่อนไขและการเรียกร้องเหล่านี้ ทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงและจัดระบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจสมัยใหม่และการแบ่งงาน เป็นที่น่าเสียดายว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจหมายถึงการตกงานของช่างฝีมือจำนวนนับล้าน หรืออาจจะหมายถึงความจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมก็ได้ ผลเหล่านี้ทำให้ความเจริญทางวัตถุของประเทศที่พัฒนาแล้วต้องสะดุดหรือหยุดชะงักได้ แต่ผลเหล่านี้จะทำให้คนจำนวนนับล้านๆ คนในปัจจุบันที่ต้องตกอยู่ในภาวะยากจน เกิดความหวังและได้รับการบรรเทา

พระศาสนจักรมิได้อยู่ในฐานะที่จะต้องทำการวิเคราะห์เชิงวิชาการว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะก่อให้เกิดผลกระทบอะไรบ้างต่อสังคมของมนุษย์ แต่พระศาสนจักรมีบทบาทและหน้าที่ที่จะเรียกร้องความสนใจของทุกคนให้คำนึงถึงศักดิ์ศรี และสิทธิของทุกคนที่ทำงาน ทั้งยังมีหน้าที่ที่จะต้องประณามสถานการณ์ซึ่งละเมิดศักดิ์ศรี และสิทธิของมนุษย์ และช่วยชี้แนะให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นสร้างความเจริญที่แท้จริงให้เกิดแก่มนุษย