มงคลสูตร
จาก วิกิซอร์ซ
ขออัญเชิญพระสูตร มงคลสูตร คำสอนของพระพุทธเจ้า คำอธิบายความหมายของพระธรรมปิฎกและมงคลสูตรคำฉันท์ บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ร. ศ. ๑๓๐ ที่พิมพ์แจกในงานฉลิมพระชนมพรรษา ปี ร. ศ. ๑๓๐
บทขัดมงคลสูตร นะโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
(๑) ยัญจะ ทะวาทะสะ วัสสานิ จินตะยึสุ สะเทวะกา
(๒) จิรัสสัง จินตะยันตาปิ
เนวะ ชานึสุ มังคะลัง จักกะวาฬะสะหัสเสสุ
ทะสะสุ เยนะ ตัตตะกัง กาลัง โกลาหะลัง ชาตัง
ยาวะ พรหมนิเวสนา
(๓) ยัง โลกะนาโถ เทเสสิ สัพพะปาปะวินาสะนัง
(๔) ยัง สุตะวา สัพพะทุกเขหิ มุจจันตาสังขิยา นะรา
(๕) เอวะ มาทิคุณูเปตัง มังคะลันตัมภะณามะ เส
มงคลสูตร (๑) เอวัมเม สุตัง ฯ
(๒) เอกัง สะมะยัง ภะคะวา
(๓) สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม
(๔) อะถะโข อัญญะตะรา เทวะตา อะภิกกันตายะ รัตติยา อภิกกันตะวัณณา
(๕) อภิกกันตายะ รัตตติยา อะภิกกันตะวัณณา
(๖) เกวะละกัปปัง เชตะวะนัง โอภาเสตะวา
(๗) เยนะ ภะคะวา เตนุปะสังกะมิ
(๘) อุปะสังกะมิตะวา ภะคะวันตัง อภิวาเทตะวา
(๙) เอกะมันตัง อัฏฐาสิ
(๑๐) เอกะมันตัง ฐิตา โข สา เทวะตา
(๑๑) ภะคะวันตัง คาถายะ อัชฌะภาสิ
พะหู เทวา มะนุสสา จะ มัคะลานิ อะจินตะยุง
อากังขะมานา โสตถานัง พรูหิ มังคะละมุตตะมัง
๑. อะเสวะนา จะ พาลานัง(๑) ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา(๒)
ปูชา จะ ปูชะนียานัง(๓) เอตัมมังคะละมุตตะมัง
๒. ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ(๔) ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา(๕)
อัตตะสัมมาปะณิธิ(๖) เอตัมมังคะละมุตตะมัง
๓. พาหุสัจจัญจะ(๗) สิปปัญจะ(๘) วินะโย จะ สุสิกขิโต(๙)
สุภาสิตา จะ ยา วาจา(๑๐) เอตัมมังคะละมุตตะมัง
๔. มาตาปิตุอุปัฏฐานัง(๑๑) ปุตตะ(๑๒) ทารัสสะ สังคะโห(๑๓)
อะนากุลา จะ กัมมันตา(๑๔) เอตัมมังคะละมุตตะมัง
๕. ทานัญจะ(๑๕) ธัมมะจะริยา จะ(๑๖) ญาตะกานัญจะ สังคะโห(๑๗)
อะนะวัชชานิ กัมมานิ(๑๘) เอตัมมังคะละมุตตะมัง
๖. อาระตี วิระติ ปาปา(๑๙) มัชชะปานา จะ สังยะโม(๒๐)
อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ(๒๑) เอตัมมังคะละมุตตะมัง
๗. คาระโว จะ (๒๒) นิวาโต จะ(๒๓) สันตุฏฐิ จะ(๒๔) กะตัญญุตา(๒๕)
กาเลนนะ ธัมมัสสะวะนัง(๒๖) เอตัมมังคะละมุตตะมัง
๘. ขันตี จะ(๒๗) โสวะจัสสะตา(๒๘) สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง(๒๙)
กาเลนนะ ธัมมะสากัจฉา(๓๐) เอตัมมังคะละมุตตะมัง
๙. ตะโป จะ(๓๑) พรัหมะจะริยัญจะ( ๓๒) อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง(๓๓)
นิพานะสัจฉิกิริยา จะ(๓๔) เอตัมมังคะละมุตตะมัง
๑๐. ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ(๓๕)
อะโสกัง(๓๖) วิระชัง(๓๗) เขมัง(๓๘) เอตัมมังคะละมุตตะมัง
๑๑. เอตาทิสานิ กัตะวานะ สัพพัตถะมะปะราชิตา
สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ
คำอ่าน ภาษาบาลี ตามมงคลสูตร ฉบับมหาสังคายนาสากลนานชาติ เล่มที่ ๑๘ ขุททกปาฐะ
มงคลสูตรในขุททกปาฐะ
[๕] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ครั้นปฐมยามล่วงไปเทวดาตนหนึ่งมีรัศมีงามยิ่งนัก ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า
[๖] เทวดาและมนุษย์เป็นอันมาก ผู้หวังความสวัสดี ได้พากันคิดมงคลทั้งหลาย ขอพระองค์จงตรัสอุดมมงคล
พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถาตอบว่า
การไม่คบคนพาล ๑ การคบบัณฑิต ๑ การบูชาบุคคลที่ควรบูชา ๑ นี้เป็นอุดมมงคล
การอยู่ในประเทศอันสมควร ๑ความเป็นผู้มีบุญอันกระทำแล้วในกาลก่อน ๑ การตั้งตนไว้ชอบ ๑ นี้เป็นอุดมมงคล
พาหุสัจจะ ๑ ศิลป ๑ วินัยที่ศึกษาดีแล้ว ๑ วาจาสุภาสิต ๑ นี้เป็นอุดมมงคล
การบำรุงมารดาบิดา ๑ การสงเคราะห์บุตรภรรยา ๑ การงานอันไม่อากูล ๑ นี้เป็นอุดมมงคล
ทาน ๑ การประพฤติธรรม ๑การสงเคราะห์ญาติ ๑ กรรมอันไม่มีโทษ ๑ นี้เป็นอุดมมงคล
การงดการเว้นจากบาป ๑ ความสำรวมจากการดื่มน้ำเมา ๑ ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย ๑ นี้เป็นอุดมมงคล
ความเคารพ ๑ ความประพฤติถ่อมตน ๑ ความสันโดษ ๑ความกตัญญู ๑ การฟังธรรมโดยกาล ๑ นี้เป็นอุดมมงคล
ความอดทน ๑ ความเป็นผู้ว่าง่าย ๑ การได้เห็นสมณะทั้งหลาย ๑ การสนทนาธรรมโดยกาล ๑ นี้เป็นอุดมมงคล
ความเพียร ๑ พรหมจรรย์ ๑ การเห็นอริยสัจ ๑ การกระทำนิพพานให้แจ้ง ๑ นี้เป็นอุดมมงคล
จิตของผู้ใดอันโลกธรรมทั้งหลายถูกต้องแล้ว ย่อมไม่หวั่นไหว ๑ ไม่เศร้าโศก ๑ ปราศจากธุลี ๑ เป็นจิตเกษม ๑ นี้เป็นอุดมมงคล
เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทำมงคลเช่นนี้แล้ว เป็นผู้ไม่ปราชัยในข้าศึกทุกหมู่เหล่า ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทุกสถาน นี้เป็นอุดมมงคลของเทวดาและมนุษย์เหล่านั้น ฯ
จบมงคลสูตร
ร้อยแก้ว มงคลสูตร ตามพระไตรปิฎกฉบับธรรมทาน(รูปดอกบัว แก้ไขครั้งที่ ๒)
เชิงอรรถความหมาย
(๑) ไม่คบคนพาล
(๒) คบบัณฑิต
(๓) บูชาคนที่ควรบูชา
(๔) อยู่ในปฏิรูปเทศ อยู่ในถิ่นมีสิ่งแวดล้อมดี
(๕) ได้ทำความดีให้พร้อมไว้แต่ก่อน
(๖) ตั้งตนไว้ชอบ
(๗) เล่าเรียนศึกษามาก
(๘) มีศิลปวิทยา
(๙) มีระเบียบวินัย
(๑๐) วาจาสุภาษิต
(๑๑) บำรุงมารดาบิดา
(๑๒) สงเคราะห์บุตร
(๑๓) สงเคราะห์ภรรยา
(๑๔) การงานไม่อากูล
(๑๕) รู้จักให้
(๑๖) ประพฤติธรรม
(๑๗) สงเคราะห์ญาติ
(๑๘) การงานไม่มีโทษ
(๑๙) เว้นจากความชั่ว
(๒๐) เว้นจากาการดื่มน้ำเมา
(๒๑) ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย
(๒๒) ความเคารพ
(๒๓) ความสุภาพอ่อนน้อม
(๒๔) ความสันโดษ
(๒๕) มีความกตัญญู
(๒๖) ฟังธรรมตามกาล
(๒๗) ความอดทน
(๒๘) เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย
(๒๙) พบเห็นสมณะ
(๓๐) สนทนาธรรมตามกาล
(๓๑) มีความเพียรเผากิเลส
(๓๒) ประพฤติพรหมจรรย์
(๓๓) เห็นอริยสัจจ์
(๓๔) ทำพระนิพพานให้แจ้ง
(๓๕) ถูกโลกธรรม จิตไม่หวั่นไหว
(๓๖) จิตไร้เศร้า
(๓๗) จิตปราศจากธุลี
(๓๘) จิตเกษม
เชิงอรรถความหมาย แปลภาษาไทยตามพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต)
ต้นมงคลสูตรคำฉันท์
(๑) สิบสองฉนำเหล่า นรอีกสุเทวา
รวมกันและตริหา สิริมังคะลาใด
(ในส่วนนี้ ผู้พิมพ์แทรกแปลให้ มิได้อยู่ในคำฉันท์ ฉนำ แปลว่า ปี, นร แปลว่า มนุษย์)
(๒) เทวามนุษทั่ว พหุภพประเทศใน
หมื่นจักรวาฬได้ ดำริห์สิ้นจิรังกาล
แล้วยังบ่รู้มง - คะละสมมโนมาลย์
ด้วยกาละล่วงนาน บ่มิได้ประสงค์สม
ได้เกิดซึ่งโกลา - หะละยิ่งมโหดม
ก้องถึง ณ ชั้นพรหม ธสถิตสเทือนไป
( มโนมาลย์ แปลว่า ใจ, มโหดม แปลว่า มากมาย )
(๓) องค์โลกนาถเทศน์ วรมังคลาใด
(๔) ชนหลายบ่พึงนับ ผิสดับสุมงคล
ใดแล้วและรอดพ้น พหุทกขะยายี
(๕) เราควรจะกล่าวมง - คะละอันประเสริฐที่
ประกอบด้วยคุณามี วรอัตถะเฉิดเฉลา
มงคลสูตรคำฉันท์
(๑) องค์พระอานนท์ท่านเล่า ว่าข้าพเจ้าได้ฟังมาแล้วดังนี้
(๒) สมัยหนึ่งพระผู้มี พระภาคชินสีห์ ผู้โลกนาถจอมธรรม์
(๓) ประทับ ณ เชตะวัน วิหาระอัน อนาถบิณฑิกไซร้
จัดสร้างอย่างดีที่ใน สาวัตถีให้ เป็นที่สถิตสุขา
(๔) ครั้งนั้นแลเทวะดา องค์หนึ่งมหา - นุภาพมหิทธิ์ฤทธี
(๕) ล่วงประถมยามราตรี เธอเปล่งรัสมี อันเรืองระยับจับเนตร์
(๖) แสงประกายเธอปลั่งยังเขต สวนแห่งเจ้าเชต สว่างกระจ่างทั่วไป
(๗) องค์ภควันนั้นไซร์ ประทับแห่งใด ก็เข้าไปถึงที่นั้น
(๘) ครั้นเข้าใกล้แล้วจึ่งพลัน ถวายอภิวันท์ แด่องค์สมเด็จทศพล
(๙) แล้วยืนที่ควรดำกล เสงี่ยมเจียมตน แสดงเคารพนบศีร์
(๑๐) เมื่อเทวดายืนดี สมควร ณ ที่ ข้างหนึ่งดังกล่าวแล้วนั้น
(๑๑) จึ่งได้ทูลถามภควัน ด้วยถ้อยประพันธ์ เป็นพระคาถาบรรจง
เทพอีกมนุษหวัง คติโสตถิจำนง
โปรดเทศะนามง คะละเอกอุดมดี
(ฝ่ายองค์สมเด็จชินสีห์ ตรัสตอบวาที ด้วยพระคาถาไพจิตร์)
๑. หนึ่งคือบ่คบพาล(๑) เพราะจะพาประพฤติผิด
หนึ่งคบกะบัณฑิต(๒) เพราะจะพาประสพผล
หนึ่งกราบและบูชา อภิบชะนีย์ชน(๓)
ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดี
๒. ความอยู่ประเทศซึ่ง เหมาะและควรจะสุขี(๔)
อีกบุญญะการที่ ณ อดีตะมาดล(๕)
อีกหมั่นประพฤติควร ณ สะภาวะแห่งตน(๖)
ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดี
๓. ความได้สดับมาก(๗) และกำหนดสุวาที
อีกศิลปะศาสตร์มี(๘) จะประกอบมนุญการ
อีกหนึ่งวินัยอัน นรเรียนและเชี่ยวชาญ(๙)
อีกคำเพราะบรรสาน(๑๐) ฤดิแห่งประชาชน
ทั้งสี่ประการล้วน จะประสิทธิ์มนุญผล
ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดี
๔. บำรุงบิดามา ตุระ(๑๑) ด้วยหทัยปรีย์
หากลูก(๑๒) และเมียมี ก็ถนอมประหนึ่งตน(๑๓)
การงานกระทำไป บ่มิยุ่งและสับสน(๑๔)
ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดี
๕. ให้ทาน ณ กาลควร(๑๕) และประพฤติสุธรรมศรี(๑๖)
อีกสงเคราะห์ญาติ(๑๗)ที่ ปฏิบัติบำเรอตน
กอบกรรมะอันไร้ ทุษะกลั้วและมัวมล(๑๘)
ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดี
๖. ความงดประพฤติบาป(๑๙) อกุศลบ่ให้มี
สำรวมวรินทรีย์ และสุราบ่เมามล(๒๐)
ความไม่ประมาทใน พหุธรรมะโกศล(๒๑)
ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดี
๗. เคารพ(๒๒) ณ ผู้ควร จะประณตและนอมศีร์
อีกหนึ่งมิได้มี จะกระด้างและจองหอง(๒๓)
ยินดี ณ ของตน บ่มิโลภทยานปอง(๒๔)
อีกรู้คุณาของ นรผู้ประคองตน(๒๕)
ฟังธรรมะโดยกา- ละ(๒๖) เจริญคุณานนท์
ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดี
๘. มีจิตตะอดทน และสถิต ณ ขันตี(๒๗)
อีกหนึ่งบ่พึงมี ฤดิดื้อทนงหาญ(๒๘)
หนึ่งเห็นคณาเลิด สมณาวราจารย์(๒๙)
กล่าวธรรมะโดยกาล(๓๐) วรกิจจะโกศล
ทั้งสี่ประการล้วน จะประสิทธิ์มนุญผล
ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดี
๙. เพียรเผากิเลสล้าง มละโทษะยายี(๓๑)
อีกประการหนึ่งประพฤติตดี ดุจะพรหมพิสุทธ์สรรพ์(๓๒)
เห็นแจ้ง ณ สี่องค์ พระอะรียะสัจอัน(๓๓)
อาจนำมนุษผัน ติระข้ามทเลวน
อีกทำพระนิพพา นะประจักษะแก่ชน(๓๔)
ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดี
๑๐. จิตใครผิได้ต้อง วรโลกะธรรมศรี
แล้วย่อมบ่พึงมี จะประหวั่นฤกังวล(๓๕)
ไร้โศก(๓๖) ธุลีสูญ(๓๗) และสบายบ่มั่วมล(๓๘)
ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดี
๑๑. เทวามนุษทำ วรมงคะลาฉนี้
เป็นผู้ประเสริฐที่ บ่มิแพ้ ณ แห่งหน
ย่อมถึงสวัสดี สิริทุกประเทศดล
ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดี
คำอนุโมทนา
คำฉันท์ประพันธะอธิบาย วรสูตระอันมี
นามว่าพระมังคะละฉนี้ ฤก็จบบรีบูรณ์
ตูข้ามิใช่วรปะริญ ณะผิแต่งบ่ถูกมูล
ขอผู้ปะริญญะอนุกูล และประดิษฐะแก้ไข
ข้ามุ่งประพันธ์พจนะเพื่อ จะจำแนกกำนัลให้
แด่ญาติและมิตระสหทัย ดุจะของสนองคุณ
ที่ท่านประกอบกรุณะให้ วรวัตถุเพื่อจุน
เจือสุขดะนูณวรสุน- ทะระวารเฉลิมชนม์
ขอบใจสุมิตร์และวรญาติ และประสาทพระพรดล
สมจิตรสะมิทธิศุภะผล พหุแม้นมโนหมาย
เต อัทธะลัทธา สุขิตา วิรุฬหา พุทธะสาละเน
อะโรคา สุขิตา โหถะ สะหะ สัพเพหิ ญาติภิ
ขอท่านบุรุษนา ริสุมิตระทั้งหลาย
จงรับประโยชน์กาย ฤดิสุขและหรรษา
อีกทั้งเจริญใน วรพุทธะศาสนา
ไร้โรคะบีฑา ฤดิสุขและเปรมปรีด์
พร้อมทั้งคณาญา ติก็จงเจริญศรี
สมดังพระพรที่ ดนุมุ่งอำนวยสรรพ์
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพเพเทวะตา
ระตะนัตตะยานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ขอสรรพะมงคล สิริมี ณ ท่านพลัน
ขอเทวะเทวัน บริรักษะท่านไว้
ด้วยอานุภาพแห่ง วรรัตน์วิเศษไตรย์
ทุกเมื่อเจริญใน สิริโสตถิถ้วนเทอญ
คำฉันท์ ภาษาไทยพิมพ์อนุรักษ์ตามต้นฉบับมงคลสูตรคำฉันท์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ร. ศ. ๑๓๐ พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเอกประพัทธ์ กุวานนท

