ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง
คำกราบบังคมทูลประกาศเกียรติคุณ นายฉ่ำ ทองคำวรรณ ผู้ที่คณะกรรมการมหาวิทยาลัยศิลปากร มีมติอนุมัติปริญญาศิลปดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ของ ฯพณฯ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกคณะกรรมการมหาวิทยาลัยศิลปากร ในงานพิธีพระราชทานปริญญาและอนุปริญญา วันศุกร์ ที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๑๑ ณ ท้องพระโรงวังท่าพระ
นายฉ่ำ ทองคำวรรณ ได้ศึกษาภาษาเขมรในสำนักวัดนรา จังหวัดพระตะบอง ได๋บรรพชาเป็นสามเณรศึกษาภาษาบาลี เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๕ แล้วจึงได้เข้ามาเรียนภาษาบาลีต่อที่วัดโมลีโลก จังหวัดธนบุรี แล้วย้ายมาประจำพรรษาที่วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนคร ได้อุปสมบทเป็นภิกษุ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ สอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๑ ในปี พ.ศ.๒๔๖๔ นายฉ่ำ ทองคำวรรณได้ลาสิกขาบท แล้วอาศัยออยู่บ้านศาสตราจารย ์ยอร์จ เซเดส ท่านศาสาตราจารย์ได้พาไปฝากทำงานกับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพในหอพระสมุดแห่งชาติ ใน ๙ ปีแรก นายฉ่ำ ทองคำวรรณ ได้ทำงานเกี่ยวกับจดหมายเหตุ เขมร-ไทย จนกระทั่งใน พ.ศ.๒๔๗๓ ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ จะกลับประเทศฝรั่งเศส กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพจึงทรงมีรับสั่งให้ทราบทั่งกันว่าเสมียนพนักงานของเราใครมีความรู้อะไรกันบ้าง ให้ไปเขียนความรู้นั้นถวาย นายฉ่ำ ทองคำวรรณ เขียนถวายว่า มีความรู้ในด้านอักษรศาสตร์คือ อ่านหนังสือเขมร มอญ พม่า ลาว สิงหล และ เทวนาครี ออก และมีความรู้ในภาษาเขมร ไทย ลาว บาลี สันสกฤต อังกฤษ ฝรั่งเศส สมเด็จพระเจ๋าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ทรงโปรดและตรัสว่า คนนี้อาจแทน ยอร์ช เซเดส์ได้ แล้วก็ทรงรับสั่งให้ทำงานในด้านศิลาจารึกตั้งแต่นั้นมา
นายฉ่ำ ทองคำวรรณ ได้เป็นกรรมการชำระปทานุกรม ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ และได้เป็นอาจารย์สอนภาษาเขมรกับอ่านจารึกในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๒ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ นอกจากนั้น นายฉ่ำ ทองคำวรรณ ยังได้เป็นอาจารย์สอนภาษาเขมรและอ่านจารึกที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร มาตั้งแต่เริ่มตั้งคณะเรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้
ในด้านแปลและอ่านจารึก นายฉ่ำ ทองคำวรรณ ได้อ่านและแปลประชุมศิลาจารึกภาคที่ ๓ หลักภาษาเขมร สันนิษฐานเทียบการเขียนอักษรไทยกับอักษรขอมในสมัยพ่อขุนรามคำแหง อักขรวิธีของพ่อขุนรามคำแหง อายตนิบาตภาษาเขมร เทียบภาษาไทยแบบเทียบศักราชต่าง ๆ นอกจากนี้นายฉ่ำ ทองคำวรรณ ยังเป็นกรรมการพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและโบราณคดี สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นต้นมาอีกด้วย ด้วยเหตุที่ นายฉ่ำ ทองคำวรรณ เป็นผู้ที่มีความสามารถและทรงคุณวุฒิดังที่ได้กราบบังคมทูลมา จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับพระราชทานปริญญาศิลปดุษฎีบัณฑิต (โบราณคดี) กิตติมศักดิ์ เพื่อเป็นเกียรติสืบไป
ศิลาจารึก ด้านที่ ๑
พ่อกูชื่สรีอินทราทีตย แม่กูชื่นางเสือง พี่กูชื่บานเมือง ตูมีพี่น๋องท๋องดยวห๋าคน ผู้ชายสาม ผู้หญิงโสง พี่เผือ ผู้อ้ายตายจากเผือตยมแต่ญงงเลก เมื่อกูขึ๋นใหญ่ได๋ สิบเก๋าเข๋า ขุนสามชนเจ๋าเมืองฉอดมาท่เมืองตาก พ่อกูไปรบ ขุนสามชนหววซ๋าย ขุนสามชนขับมาหววขวา ขุนสาม ชนเกลื่อนเข๋า ไพร่ฟ๋าหน๋าใสพ่อกู หนีญญ่ายพายจแจ้ น กูบ่หนี กูขี่ช๋างเบกพล กูขับเข๋าก่อนพ่อกู กูต่อ ช๋างด๋วยขุนสามชน ตนกูพุ่งช๋าง ขุนสามชนตววชื่ มาสเมือง แพ๋ ขุนสามชนพ่ายหนี พ่อกูจึ่งขึ๋นชื่กู ชื่พระรามคํแหง เพื่อกูพุ่งช๋างขุนสามชน เมื่- อชั่วพ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู กูบำเรอแก่แม่กู กูได๋ตวว เนื้อตววปลา กูเอามาแก่พ่อกู กูได๋หมากส๋มหมากหวา- น อนนใดอนนกินอร่อยกินดี กูเอามาแก่พ่อกู กูไปตี- หนังวงงช๋างได๋ กูเอามาแก่พ่อกู กูไปท่บ๋านท่เมื- อง ได๋ช๋างได๋งวง ได๋ป่ววได๋นางได๋เงือนได๋ทอง กูเอา มาเวนแก่พ่อกู พ่อกูตายยังพี่กู กูพร่ำบํเรอแก่พี่ กู ฎงงบำเรอแก่พ่อกู พี่กูตาย จึงได๋เมืองแก่กูท๋งง (ก)ลํ เมื่อช่ววพ่อขุนรามคํแหง เมืองสุโขไทนี๋ดี ในน๋ำ มีปลา ในนามีข๋าว เจ๋าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ ลูท่างเพื่- อนจูงวววไปค๋า ขี่ม๋าไปขาย ใครจกกใคร่ค๋าช๋างค๋า ใคร จกกใคร่ค๋าม๋าค๋า ใครจกกใคร่ค๋าเงือนค๋าทองค๋า ไพร่ฟ๋าหน๋าใส ลูกเจ๋าลูกขุนผู้ใดแล้ ล้มตายหายกว่าเหย้าเรือนพ่อเชื้อ เสื้อคำมนน ช๋างขอลูกเมียยียเข๋า ไพร่ฟ๋าข๋าไท ป่า หมากป่าพลูพ่อเชื้อมนน ไว๋แก่ลูกมนนสิ้น ไพร่ฟ๋า ลูกเจ๋าลูกขุน ผิ๋แล๋ผิดแผกแสกว้างกนน สวนดู แท้แล จึ่งแล่งความแก่ขาด๋วยซื่ บ่เข๋าผู้ลกกนกกมกก ผู้ซ่อน เหนข๋าวท่านบ่ใคร่พีน เหนสินท่านบ่ใคร่เดือ- ด คนใดขี่ช๋างมาหา พาเมืองมาสู่ ช่อยเหนือเฟื้อ กู้ มนนบ่มีช๋างบ่มีม๋า บ่มีป่ววบ่มีนาง บ่มีเงือ- นบ่มีทอง ให๋แก่มนน ช่อยมนนตวงเปนบ๋านเปนเมือ- ง ได๋ข๋าเสือกข๋าเสือ หววพุ่งหววรบก่ดี บ่ข๋าบ่ตี ใน ปากปตูมีกดิ่งอนนณึ่งแขวนไว๋ห๋นน ไพร่ฟ๋าหน๋า ปกกลางบ๋านกลางเมือง มีถ้อยมีความ เจบท๋อง ข๋องใจ มนนจกกกล่าวเถิงเจ๋าเถิงขุนบ่ไร้ ไปล่นนก- ดิ่งอนนท่านแขวนไว๋ พ่อขุนรามคํแหงเจ๋าเมืองได๋
ศิลาจารึก ด้านที่ ๒
ยินรยกเมือถาม สวนความแก่มนนด๋วยซื่ ไพร่ใน เมืองสุโขไทนี๋จึ่งชม สร้างป่าหมากป่าพลูท่ววเมือ- งนี๋ทุกแห่ง ป่าพร๋าวก่หลายในเมืองนี๋ ป่าลาง ก่หลายในเมืองนี๋ หมากม่วงก่หลายในเมืองนี๋ หมากขามก่หลายในเมืองนี๋ ใครสร้างได๋ไว๋แก่มนน กลางเมืองสุโขมัยนี๋ มีน๋ำตระพังโพยสีใสกินดี ...ฎ่งงกินน๋ำโขงเมื่อแล้ง รอบเมืองสุโขไทนี๋ตรี- บูรได๋สามพันสี่ร๋อยวา คนในเมืองสุโขไทนี๋ มกกทาน มกกทรงศีล มกกโอยทาน พ่อขุนรามคํแหง เจ๋าเมืองสุโขไทนี๋ ท๋งงชาวแม่ชาวเจ๋า ท่วยป่ววท่วยนา- ง ลูกเจ๋าลูกขุนท๋งงสิ้นท๋งงหลาย ท๋งงผู้ชายผู้ญีง ฝูงท่วยมีสรธาในพระพุทธศาสนทรงสีลเมื่อพรน ษาทุกคน เมื่อโอกพรนษากรานกถิน เดือนณึ่งจิ่- งแล๋ว เมื่อกรานกถินมีพนมเบี้ย มีพนมหมาก มี พนมดอกไม้ มีหมอนนั่งหมอนโนน บริพารกถินโอ- ยทานแล้ปีแล้ญิบล้านไปสูตญัติกฐินเถืงอ- รญญิกพู๋น เมื่อจกกเข๋ามาเวียงเรียงแต่อร- ญญิกพู๋นเท่าหววลานดดํบงคํด๋วยสยงพาดสยงพี- นสยงเลื๋อนสยงขับ ใครจกกมกกเหล๋นเหล๋น ใครจก- กมกกหวว หววใครจกกมกกเลื๋อน เลื๋อน เมืองสุ- โขไทนี๋มีสี่ปากปตูหลวง ที๋ยนญ่อมคนเสียดกนน เข๋ามาดูท่านเผาทยนท่านเหล๋นไฟ เมืองสุโขไทนี๋ มีฎ่งงจกกแตก กลางเมืองสุโขไทนี๋มีพิหาร มี พระพุทธรูปทอง มีพระอฏฐารศ มีพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปอนนใหญ่ มีพระพุทธรูปอนน ราม มีพิหารอนนใหญ่มีพิหารอนนราม มีปู่ ครูนิสัยมุตก์ มีเถร มีมหาเถรเบื๋องตะวนนตก เมืองสุโขไทนี๋มีอไรญิก พ่อขุนรามคํํแหงกทำ โอยทานแก่มหาเถร สงงฆราชปราชญ์รยนจบปิดกไตร หลวกกว่าปู่ครูในเมืองนี๋ ทุกคนลุกแต่เมืองสรีธ- รมมราชมา ในกลางอรญญิก มีพิหารอนนณึ่งมน ใหญ่ สูงงามแก่กํ มีพระอฏฐารศอนนณึ่งลุกยื- น เบื๋องตะวนนโอกเมืองสุโขไทนี๋มีพิหารมีปู่ครู มีทเลหลวงมีป่าหมากป่าพลูมีไร่มีนามีถิ่นถ๋าน มีบ๋านใหญ่บ๋านเลก มีป่าม่วงมีป่าขาม ดูงามฎงงแกล้
ศิลาจารึก ด้านที่ ๓
(งแฏ่)ง เบื๋องตีนนอนเมืองสุโขไทนี๋มีตลาดป- สาน มีพระอจน มีปราสาท มีป่าหมาก พร๋าว ป่าหมากลาง มีไร่มีนา มีถิ่นถ๋าน มีบ๋านใหญ่บ๋านเล็ก เบื๋- องหววนอนเมืองสุโขไทนี๋ มีกุดีพิหารปู่ครู อยู่ มีสรีดภงส มีป่าพร๋าวป่าลาง มีป่าม่วงป่าขาม มีน๋ำโคกมีพระขพุง ผีเทพดาในเขาอนนน๋นน เปนใหญ่กว่าทุกผีในเมืองนี๋ ขุนผู้ใดถืเมือง สุโขไทนี๋แล้ ไหว้ดีพลีถูก เมืองนี๋ท่ยง เมืองนี๋ดี ผิไหว๋บ่ดีพลีบ่ถูก ผีในเขาอนนบ่ คุ๋มบ่เกรง เมืองนี๋หาย ๑๒๑๔ สก ปีมโรง พ่อขุนรามคํ- แหงเจ๋าเมืองศรีสชชนาไลสุโขไทปลูกไม้ตา- นนี๋ได๋สิบสี่เข๋าจึ่งให๋ช่างฟนนขดารหินต๋งงหว่าง กลางไม๋ตานนี๋ วนนเดือนดบบเดือนโอกแปดวนน วน- นเดือนเตม เดือนบ๋างแปดวนน ฝูงปู่ครู เถร มหาเถ- ร ขึ๋นณ่งงเหนือขดานหีนสูดธรมมแก่อูบาสกฝู- งท่วยจำสีล ผิใช่วนนสูดดธรมมพ่อขุนรามคํํแหง เจ๋าเมืองศรีสชชนาไลสุโขไทขึ๋นณ่งงเหนือขดา- รหีน ให๋ฝูงลูกเจ๋าขุน ฝูงท่วยถืบ๋านถื เมือง คร๋นนวนนเดือนดบบเดือนเตม ท่านแฏ่งช๋างเผื- อกกรพดดลยางท๋ยนญ่อมทองงา...ขวา ชื่รูจาครี พ่อขุนรามคํแหงขึ๋นขี่ไปนบพระ....(เถิง)อรญญิกแล๋- วเข๋ามา, จารึกอนนณึ่ง มีในเมืองชลยงสถาบกไว๋ ด๋วยพระศรีรตนธาตุ จารึกอนนณึ่งมีในถ๋ำชื่ถ๋ำ พระราม อยู่ฝ่งงน๋ำสํพาย จารึกอนนณึ่งมีในถ๋ำ รตนธารในกลวงป่าตานนี๋ มีษาลาสองอนน อนนณึ่งชื่ ษาลาพระมาส อนนณึ่งชื่พุทธษาลา ขดารหีนนี๋ชื่ม- นงงษีลาบาตร สถาบกไว๋หนี๋(จึ่ง)ทงงหลายเหน
ศิลาจารึก ด้านที่ ๔
พ่อขุนรามคํแหงลูกพ่อขุนษรีอินทราทีตยเป- นขุนในเมืองสรีสชชนาไลสุโขไท ทงงมากาวลาว แลเมืองไทเมืองใต๋หล๋าฟ๋าฏ...ไทชาวอูชาวของมาออ- ก ๑๒๐๗ สก ปีกุรให๋ขุด(เอา)พระธาตุออกทงงหลาย เหนกทำบูชาบํเรอแก่พระธาตุได๋เดือนหกวนน จึ่- งเอาลงฝงงในกลางเมืองสรีสชชนาลัยก่พระเจ- ดีเหนือหกเข๋าจึ่งแล๋วต๋งงวยงล้อมพระม- หาธาตุสามเข๋าจึ่งแล๋ว เมื่อก่อนลายสืนี๋บ่ มี ๑๒๐๕ สกปีมะแม พ่อขุนรามคํแหงหาใคร่ใจ ในใจ แลใส่ลายสืไทนี้ลายสืนี้จึ่งมีเพื่- อขุนผู๋น๋นนใส่ไว๋ พ่อขุนรามคํแหงน๋นนหา เปนท๋าวเปนพรญาแก่ไททงงหลายหาเปน ครูอาจารยส่งงสอนไททงงหลายให๋รู๋ บุนรู๋ธรมมแท๋แต่คนอนนมีในเมืองไทด๋วย รู๋ด๋วยหลวก ด๋วยแกล๋วด๋วยหาน ด๋วยแคะ ด๋วยแรง หาคนจกกเสมอมิได๋ อาจปราบฝูงข๋า- เสิก มีเมืองกว๋างช๋างหลาย ปราบเบื้องตวนนอ- อกรอดสรลวง สองแคว ลมบาจาย สคาเท๋าฝ่งงข- องเถีงวยงจนนวยงคำเปนที่แล๋ว เบื๋องหวว นอนรอดคนที พระบาง แพรก สุพรณณภู- มิ ราชบูรี เพช(บู)รี ศรีธรมมราช ฝ่งงทเล สมุทรเปนที่แล๋ว เบื๋องตวนนตกรอดเมือ- งฉอด เมือง...น หงศาพดี สมุทรหาเป- นแดน, เบื๋องตีนนอน รอดเมืองแพร่ เมื- องม่าน เมืองน...เมืองพลววพ้นฝ่งงของ เมืองชวาเปนที่แล๋ว , ปลูกล๋ยงฝูงลูกบ๋า- นลูกเมืองน๋นน ชอบด๋วยธรมมทุกคน
ศิลาจารึก ด้านที่ ๑
พ่อกูชื่สรีอินทราทีตย แม่กูชื่นางเสือง พี่กูชื่บานเมือง ตูมีพี่น้องท้องเดียวห้าคน ผู้ชายสาม ผู้หญิงโสง พี่เผือ ผู้อ้ายตายจากเผือเตียมแต่ญังเลก เมื่อกูขึ้นใหญ่ได้ สิบเก้าเข้า ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดมาท่เมืองตาก พ่อกูไปรบ ขุนสามชนหัวซ้าย ขุนสามชนขับมาหัวขวา ขุนสาม ชนเกลื่อนเข้า ไพร่ฟ้าหน้าใสพ่อกู หนีญญ่ายพายจแจ้- น กูบ่หนี กูขี่ช้างเบกพล กูขับเข้าก่อนพ่อกู กูต่อ ช้างด้วยขุนสามชน ตนกูพุ่งช้าง ขุนสามชนตัวชื่ มาสเมืองแพ้ ขุนสามชนพ่ายหนี พ่อกูจึ่งขึ้นชื่กู ชื่พระรามคำแหง เพื่อกูพุ่งช้างขุนสามชน เมื่- อชั่วพ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู กูบำเรอแก่แม่กู กูได้ตัว เนื้อตัวปลา กูเอามาแก่พ่อกู กูได้หมากส้มหมากหวา- น อันใดอันกินอร่อยกินดี กูเอามาแก่พ่อกู กูไปตี- หนังวงงช้างได้ กูเอามาแก่พ่อกู กูไปท่บ้านท่เมื- อง ได้ช้างได้งวง ได้ปั่วได้นางได้เงือนได้ทอง กูเอา มาเวนแก่พ่อกู พ่อกูตายยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่ กู ฎั่งบำเรอแก่พ่อกู พี่กูตาย จึงได้เมืองแก่กูทั้ง (ก)ลม เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขไทนี้ดี ในน้ำ มีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ ลูท่างเพื่- อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใคร จักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงือนค้าทองค้า ไพร่ฟ้าหน้าใส ลูกเจ้าลูกขุนผู้ใดแล้ ล้มตายหายกว่าเหย้าเรือนพ่อเชื้อ เสื้อคำมัน ช้างขอลูกเมียเยียเข้า ไพร่ฟ้าข้าไท ป่า หมากป่าพลูพ่อเชื้อมัน ไว้แก่ลูกมันสิ้น ไพร่ฟ้า ลูกเจ้าลูกขุน ผิแล้ผิดแผกแสกว้างกัน สวนดู แท้แล จึ่งแล่งความแก่ขาด้วยซื่อ บ่เข้าผู้ลักนักมัก ผู้ซ่อน เหนข้าวท่านบ่ใคร่พีน เหนสินท่านบ่ใคร่เดือ- ด คนใดขี่ช้างมาหา พาเมืองมาสู่ ช่อยเหนือเฟื้อ กู้ มันบ่มีช้างบ่มีม้า บ่มีปั่วบ่มีนาง บ่มีเงือ- นบ่มีทอง ให้แก่มัน ช่อยมันตวงเปนบ้านเปนเมือ- ง ได้ข้าเสือกข้าเสือ หัวพุ่งหัวรบก่ดี บ่ข้าบ่ตี ใน ปากปตูมีกดิ่งอันณึ่งแขวนไว้หั้น ไพร่ฟ้าหน้า ปกกลางบ้านกลางเมือง มีถ้อยมีความ เจบท้อง ข้องใจ มันจักกล่าวเถิงเจ้าเถิงขุนบ่ไร้ ไปลั่นก- ดิ่งอันท่านแขวนไว้ พ่อขุนรามคำํแหงเจ้าเมืองได้
ศิลาจารึก ด้านที่ ๒
ยินเรียกเมือถาม สวนความแก่มันด้วยซื่อ ไพร่ใน เมืองสุโขไทนี้จึ่งชม สร้างป่าหมากป่าพลูทั่วเมือ- งนี้ทุกแห่ง ป่าพร้าวก่หลายในเมืองนี้ ป่าลาง ก่หลายในเมืองนี้ หมากม่วงก่หลายในเมืองนี้ หมากขามก่หลายในเมืองนี้ ใครสร้างได้ไว้แก่มัน กลางเมืองสุโขมัยนี้ มีน้ำตระพังโพยสีใสกินดี ...ฎั่งกินน้ำโขงเมื่อแล้ง รอบเมืองสุโขไทนี้ตรี- บูรได้สามพันสี่ร้อยวา คนในเมืองสุโขไทนี้ มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองสุโขไทนี้ ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า ท่วยปั่วท่วยนา- ง ลูกเจ้าลูกขุนทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผู้ชายผู้ญีง ฝูงท่วยมีสรธาในพระพุทธศาสนทรงสีลเมื่อพรร ษาทุกคน เมื่อโอกพรรษากรานกถิน เดือนณึ่งจิ่- งแล้ว เมื่อกรานกถินมีพนมเบี้ย มีพนมหมาก มี พนมดอกไม้ มีหมอนนั่งหมอนโนน บริพารกถินโอ- ยทานแล้ปีแล้ญิบล้านไปสูตญัติกฐินเถืงอ- รญญิกพู้น เมื่อจักเข้ามาเวียงเรียงแต่อร- ญญิกพู้นเท่าหัวลานดํบงคํด้วยเสียงพาดเสียงพี- นเสียงเลื้อนเสียงขับ ใครจักมักเหล้นเหล้น ใครจก- กมักหัว หัวใครจักมักเลื้อน เลื้อน เมืองสุ- โขไทนี้มีสี่ปากปตูหลวง เที้ยนญ่อมคนเสียดกัน เข้ามาดูท่านเผาเทียนท่านเหล้นไฟ เมืองสุโขไทนี้ มีฎั่งจักแตก กลางเมืองสุโขไทนี้มีพิหาร มี พระพุทธรูปทอง มีพระอัฏฐารศ มีพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปอันใหญ่ มีพระพุทธรูปอัน ราม มีพิหารอันใหญ่มีพิหารอันราม มีปู่ ครูนิสัยมุตก์ มีเถร มีมหาเถรเบื้องตะวันตก เมืองสุโขไทนี้มีอไรญิก พ่อขุนรามคำแหงกทำ โอยทานแก่มหาเถร สังฆราชปราชญ์เรียนจบปิดกไตร หลวกกว่าปู่ครูในเมืองนี้ ทุกคนลุกแต่เมืองสรีธ- รรมราชมา ในกลางอรัญญิก มีพิหารอันณึ่งมน ใหญ่ สูงงามแก่กํ มีพระอฏฐารศอันณึ่งลุกยื- น เบื้องตะวันโอกเมืองสุโขไทนี้มีพิหารมีปู่ครู มีทเลหลวงมีป่าหมากป่าพลูมีไร่มีนามีถิ่นถ้าน มีบ้านใหญ่บ้านเลก มีป่าม่วงมีป่าขาม ดูงามฎั่งแกล้
ศิลาจารึก ด้านที่ ๓
(งแฏ่)ง เบื้องตีนนอนเมืองสุโขไทนี้มีตลาดป- สาน มีพระอจนะ มีปราสาท มีป่าหมาก พร้าว ป่าหมากลาง มีไร่มีนา มีถิ่นถ้าน มีบ้านใหญ่บ้านเล็ก เบื้- องหัวนอนเมืองสุโขไทนี้ มีกุฎีพิหารปู่ครู อยู่ มีสรีดภงส(ศรีตระพังสระ???) มีป่าพร้าวป่าลาง มีป่าม่วงป่าขาม มีน้ำโคกมีพระขพุง ผีเทพดาในเขาอันนั้น เปนใหญ่กว่าทุกผีในเมืองนี้ ขุนผู้ใดถืเมือง สุโขไทนี้แล้ ไหว้ดีพลีถูก เมืองนี้เที่ยง เมืองนี้ดี ผิไหว้บ่ดีพลีบ่ถูก ผีในเขาอันบ่ คุ้มบ่เกรง เมืองนี้หาย ๑๒๑๔ สก ปีมโรง พ่อขุนรามคำ- แหงเจ้าเมืองศรีสัชนาไลสุโขไทปลูกไม้ตา- นนี้ได้สิบสี่เข้าจึ่งให้ช่างฟันขดารหินตั้งหว่าง กลางไม้ตานนี้ วันเดือนดับเดือนโอกแปดวัน วั- นเดือนเตม เดือนบ้างแปดวัน ฝูงปู่ครู เถร มหาเถ- ร ขึ้นณั่งเหนือขดานหีนสูดธรรมแก่อูบาสกฝู- งท่วยจำสีล ผิใช่วันสูดดธรรมพ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองศรีสัชนาไลสุโขไทขึ้นณั่งเหนือขดา- รหีน ให้ฝูงลูกเจ้าขุน ฝูงท่วยถืบ้านถื เมือง ครั้นวันเดือนดับเดือนเตม ท่านแฏ่งช้างเผื- อกกรพัดลยางเที้ยนญ่อมทองงา...ขวา ชื่รูจาครี พ่อขุนรามคำแหงขึ้นขี่ไปนบพระ....(เถิง)อรัญญิกแล้- วเข้ามา, จารึกอันณึ่ง มีในเมืองเชลียงสถาบกไว้ ด้วยพระศรีรตนธาตุ จารึกอันณึ่งมีในถ้ำชื่ถ้ำ พระราม อยู่ฝั่งน้ำสํพาย จารึกอันณึ่งมีในถ้ำ รตนธารในกลวงป่าตานนี้ มีษาลาสองอัน อันณึ่งชื่ ษาลาพระมาส อันณึ่งชื่พุทธษาลา ขดารหีนนี้ชื่ม- นังษีลาบาตร สถาบกไว้หนี้(จึ่ง)ทังหลายเหน
ศิลาจารึก ด้านที่ ๔
พ่อขุนรามคำแหงลูกพ่อขุนษรีอินทราทีตยเป- นขุนในเมืองสรีสัชนาไลสุโขไท ทังมากาวลาว แลเมืองไทเมืองใต้หล้าฟ้าฏ...ไทชาวอูชาวของมาออ- ก ๑๒๐๗ สก ปีกุรให้ขุด(เอา)พระธาตุออกทังหลาย เหน กทำบูชาบำเรอแก่พระธาตุได้เดือนหกวัน จึ่- งเอาลงฝังในกลางเมืองสรีสัชนาลัยก่พระเจ- ดีเหนือหกเข้าจึ่งแล้วตั้งเวียงล้อมพระม- หาธาตุสามเข้าจึ่งแล้ว เมื่อก่อนลายสือนี้บ่ มี ๑๒๐๕ สกปีมะแม พ่อขุนรามคำแหงหาใคร่ใจ ในใจ แลใส่ลายสืไทนี้ลายสืนี้จึ่งมีเพื่- อขุนผู้นั้นใส่ไว้ พ่อขุนรามคำแหงนั้นหา เปนท้าวเปนพรญาแก่ไททังหลายหาเปน ครูอาจารยสั่งสอนไททังหลายให้รู้ บุนรู้ธรรมแท้แต่คนอันมีในเมืองไทด้วย รู้ด้วยหลวก ด้วยแกล้วด้วยหาน ด้วยแคะ ด้วยแรง หาคนจักเสมอมิได้ อาจปราบฝูงข้า- เสิก มีเมืองกว้างช้างหลาย ปราบเบื้องตวันอ- อกรอดสรลวง สองแคว ลมบาจาย สคาเท้าฝั่งข- องเถีงเวียงจันเวียงคำเปนที่แล้ว เบื้องหัว นอนรอดคนที พระบาง แพรก สุพรณณภู- มิ ราชบูรี เพช(บู)รี ศรีธรรมราช ฝั่งทเล สมุทรเปนที่แล้ว เบื้องตวันตกรอดเมือ- งฉอด เมือง...น หงศาพดี สมุทรหาเป- นแดน, เบื้องตีนนอน รอดเมืองแพร่ เมื- องม่าน เมืองน...เมืองพลัวพ้นฝั่งของ เมืองชวาเปนที่แล้ว , ปลูกเลี้ยงฝูงลูกบ้า- นลูกเมืองนั้น ชอบด้วยธรรมทุกคน