อธิบายศัพท์ มัทที

จาก วิกิซอร์ซ
ข้ามไปยัง: บอกทาง, ค้นหา

อธิบายศัพท์


หมายเหตุ: คำอธิบายศัพท์นี้เป็นของกัณฑ์มัททีเท่านั้น ส่วนกัณฑ์อื่น ๆคงจะได้เพิ่มเติมในโอกาสต่อไป


กระบาน (อ่าน-ขะบาน) =? ขะบานใบขันแนวนีด

กราบ (อ่าน- ขาบ ) = กราบ

กรียา (อ่าน- ขียา )= กิริยา

กรุณา (อ่าน- ขุนณา )= กรุณา

กว่า = ไป ยับเอาลูกแก้วกว่าหนีไกล ,กว่า = เกิน

กวางทราย (อ่าน-กว๋างทะราย)= เนื้อทราย กวางทรายจักหนีเสียเหล่า ก็เพราะเสือโคร่งเถ้าไต่เทียวจง

กาน้ำ (อ่าน- ก๋าน้ำ) = นกกาน้ำ นกปะทาและกาป่า กาน้ำฝ่าเฟืองฟอง , กาลาบ (อ่าน-ก๋าลาบ) = ? รูปไก่หยองและเป็ดพาบ รูปกาลาบและตระเหวา

กาบจว้า =? ตั้งยองปลีและกาบจว้า

กาย (อ่าน-ก๋าย ),กราย = กราย,ผ่าน,เฉียด เช่น เทียวกราย-เดินเฉียด แม่นว่ากาดำๆในป่า บ่บินล่ามากราย ดักเสียงหายดูหลาก

การวีก (อ่าน-ก๋าระวีก) = นกการเวก,นกกรวิก นกเขียนม่ายหัสดีลิงค์ อิงฅะนิงแลการวีก

กำผาย,กำปราย(อ่าน-ก๋ำผาย) = (โปรย)ปราย,สาดให้กระจาย ลมพัดเชยดอกไม้ หล่นเหลือไว้ดอนทราย ขากำผายบิดเปล่า ลูกกำผาย=กระสุนลูกปรายหรือลูกซอง,ภายหลังใช้เรียกลูกปืนในเครื่องจักรสำหรับลดแรงเสียดทานว่าลูกกำผายด้วยเพราะมีลักษณะคล้ายกัน

กุ้ม = คลุ้ม มืดมัว ไม่แจ่มใส อากาศกุ้มพายบน

กู่ = ศาลา,เจดีย์,อาศรม,กุฏิ,วิหาร,สถูปที่บรรจุอัฐิ สองกุมารทังคู่ เหล้นใกล้กู่ศาลา

กู = (คำนี้ตามหลักต้องสะกดว่า คู เพื่อไม่ไห้ออกอ่านว่า กู๋ แต่ในที่นี้ขออนุโลมใช้ กู เพราะเห็นว่าเป็นคำที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว)

กูบ = ประทุนหลังคารถหรือเกวียน รูปนาคอวบหลังจอง ยอหัวยองหลังกูบ เอาอกอูบหลังชาย

เกียง (อ่าน-เกี๋ยง) = ขีดกา,ขีดไขว้,ชื่อเดือนอ้าย ,ชื่อผลไม้ประเภทลูกหว้า,ชื่อดอกไม้ชนิดหนึ่ง บานเบ่งสร้อยพูพวง เกียงเหมยหลวงและกัณณิเกษ

เกี้ยว = อ้อม , อ้อมเป็นวง บี้เบ้อซว่างบินบน ดอกดวงสนเกี้ยวกอด บินดั้นสอดไปมา



ขงขวาย = ขวนขวาย สุดที่ขิ่งดอมดาย ขงขวายหาเลี้ยงปาก

ขด = ขยับ กระถด ขดฅ้าย = ขยับเคลื่อนย้าย บางแห่งเขียน ขดคล้าย เจือแป้นวางลาดเลื่อน บ่หื้อขดฅ้ายเคลื่อนไปมา

ข่มเท้า = ไม้เท้า? จิ่งสะพายถงและข่มเท้า เดินเทศเข้ามาขอ

ข่วง = ลาน,บริเวณ อันว่าอารามเพียงร่มไม้ อินทร์แต่งไว้ยายใย ราบเพียงใสข่วงกว้าง

ขว้ำ = คว่ำ พ้อยหลุดไหลลงจากบ่า ขว้ำสะสว่าตกดิน

ขวี = สลับสีเลื่อมพราย(?) ไฟสะหงายดอกน้อย ขวีดอกสร้อยแจจน สะโพกลนล่วนแตก

ขอก = ขอบ,ขอบเขต นางจะเดินไปบ่ยั้ง ทุกขอกข้างอาราม

ขะแจ (อ่าน-ขะแจ๋) = ประแจ,กุญแจ ลายขะแจจำถ้วนถี่ ลายกาบควี่บานใบ ยายย้อยไกวยะยาบ

ขา = เขา มักใช้คู่กันกับ รา (คือเขา และ เรา) อันว่ารอยตีนขาเทียวท่อง เยียะหยุดหย่องตามกัน

ข้าม่อนน้อย = สรรพนามบุรุษที่ ๑ แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตัว

ข่ายสร้อยใบไร = ? ผ้าพับวงยาบย้อย แขวนข่ายสร้อยใบไร มีทังทุงไชยและทุงช่อช้าง

ข่ายหิง =ตาข่ายสาน ? เอนกนองแสนสิ่ง ข่ายหิงแก้วทุกพาย

ขิ่ง =? สุดที่ขิ่งดอมดาย ขงขวายหาเลี้ยงปาก

ขี้ไร้= ยากไร้ ญิงจักหนีเสียผัว ก็เพราะผัวขี้ไร้ หาเข้าของบ่ได้ ญิงร้ายหากดูแควน

เขี้ยวฅ่ำ = ? บ่หันในแห่งห้องดงรี พอรวายตรีเขี้ยวฅ่ำ



ควี่ (อ่าน-กวี้) = คลี่(บาน) ในดงหนาถ้วนถี่ ก้านค้อมควี่ในไพร ไม้ยายใยเป็นหมู่

คอง (อ่าน-กอง) = เฝ้ารอ ตระหมอดหน้าเข็ญใจ ดอมทางไกลคองแม่ ถ้ารับแต่หนทาง

คอง (อ่าน-กอง) = ครรลอง,ทาง,ถนน เหตุว่าพระราชามาถูกต้อง ยังข้านาฏน้องราชินี ผิดคองดีแห่งพรหมจารีต

คัดอก (อ่าน-กั๊ดอก) = แน่นอก ตื้นตันใจ สะเทือนใจ น้ำตาถั่งไหลตก ยินคัดอกเท่าฟ้า พระฅิ่นข้าบ่เจียรจา

คัน (อ่าน-กัน) = หาก คันว่า(กันว่า)=หากว่า กูบ่ทันหื้อฅนมาขอไว้ คันยับได้เที่ยงจักฟัน

คันรี(อ่าน-กันรี)= ขอเกี่ยวหรือไม้สำหรับสอยผลไม้ นางมาละทังเสียมคันรีและกระเช้า มาละทังไม้เท้าและหนังเสือ

คั้น (อ่าน-กั๊น) = บีบคั้น,กัดฟัด อันนึ่งเจ้าทังหลาย จุ่งรักษานางมัททีแก่เนื้อเบื้อคะนองของป่า อย่าหื้อคั้นกว่าเอานางแด่เทอะ

คันยู (อ่าน-กันยู) = ร่มกระดาษ (บางกรณีอาจหมายถึง ไม้กวาด เรียกไม้กวาดว่า-ไม้ยู คู่กับสลาดคือไม้กวาดซี่แข็ง) มาละทังไม้เท้าและหนังเสือ มาละทังเปลือกไม้เจือเลื่อนลวาด มาละทังสลาดและคันยู

ค่ายแคน (อ่าน-ก้ายแกน) = แหนงหน่าย,เบื่อหน่าย เมียค่ายแคนแหนงหน่าย เพราะผัวบ่ช่างเบี่ยงบ่ายขงขวาย

คำ(อ่าน-กำ) = คำ,ความ ตัวอย่าง คำคึด = ความคิด,คำสิเนห์=ความเสน่หา คำฝัน = ความฝัน

คำตระหนี่ (อ่าน-กำถะหนี่)= ความตระหนี่ ส่วนว่าฝูงฅนมีคำตระหนี่ หากมาครอบงำไว้ บ่อาจหื้อลูกเต้าเป็นทานแท้ดีหลี

คิ้วค้อม (อ่าน-กิ๊วก๊อม )= คิ้วโก่ง หมากขะตูมตืนต้อง แม่ก็เอาหื้อคิ้วค้อมก่องชาลี

คึด (อ่าน-กึ๊ด) = คิด คึดรอด (อ่าน-กึ๊ดฮอด) =คิดถึง, นึก(ย้อน)ไปถึง มักใช้กับอดีต ดั่งกูนางคึดรอด ลูกแก้วยอดจอมใจ

เครือ = เถาวัลย์ ทุกดงรามและป่ากล้วย ทุกสลอกห้วยและเครือหนาม



ฅวบ = ครอบ ทังขันหงายชายฅวบ รูปนาคอวบหลังจอง

ฅวามมัก = ความชอบ ความปรารถนา

ฅะนิง = คะนึง ,คำนึง,คิดถึง ส่วนนางมัททีเยาวยอด นางฅะนิงรอดคำฝัน

ฅ้าย = เคลื่อนย้าย เจือแป้นวางลาดเลื่อน บ่หื้อขดฅ้ายเคลื่อนไปมา

ฅำ = ทองคำ ทังชิ้นเลือดและไขมัน ทังเงินฅำช้างม้า ทังหมู่ข้าญิงชาย

ฅ่ำ = เวลาค่ำ,ก .ข่มเหง ตราบแสงพระสุริยะอาทิตย์ตาวัน บ่ตกต่ำฅ่ำลับดอยไปดั่งอั้น

ฅำแดง = ทองแดง? เสาขอมประดับด้วยแก้ว เรืองร่างแล้วด้วยฅำแดง พร่องพรายแสงด้วยโกฏิ์

ฅิ่น = กรรมสิทธิ์เฉพาะ ,ของรัก ,ของเก่าดั้งเดิม ลุกมาเทอะแม่โสมสายเฮยสร้อยฟ้า ลุกมาเทอะเมียก่ำพร้าฅิ่นเทียมองค์

ฅืน = กลับ,กลางคืน กูนางไปป่าแต่เช้า ละลูกเต้าอยู่ศาลา กูฅืนมาหาลูกบ่ได้

ฅุ่ม = พุ่ม(ไม้) ทุกที่ตาดเหวผา ทุกรอมฅาเรือนฅุ่ม ท้องห้วยลุ่มและบนดอย

ไฅว่ = ทั่ว ตีกลองหลวงไฅว่กลางเวียง จักหื้อฅนมาเรียงกันชุผู้ เพื่อบ่หื้อญิงเหล้นชู้จากผัวตน



งัน = สนุกครึกครื้น มักใช้ ม่วนงัน ขับฟ้อนเต้นอยู่งันกัน บ่รู้เวลาวันและค่ำ

งูรีและงูเงี้ยว = ? สัพะสัพพีรูปงูรีและงูเงี้ยว แมบลิ้นเกี้ยวเครือหนา



จก = ล้วง จกจ่ายหื้อเป็นทาน ทังข้าวสารและข้าวเปลือก

จ่ม = บ่น บ่มีวจีจ่มด่า คำร้ายว่าหื้อเจ็บใจ

จ่อง =เ กี่ยวเกาะ วันนี้พ้อยบ่มาชูหน่วยหน่อง จูงจ่องแม่ข้างศาลานี้ชา

จอด = จรด, ถึง สะเทือนไปเรืองรอด ชุก้ำจอดชุพาย

จะแฅ ่= จรเข้ รือว่าเสือหมีและจะแฅ่ เดินดงแก่ไพรสณฑ์

จา (อ่าน-จ๋า )= พูดจา,กล่าว ว่าข้ามัททีมีชู้ จาอวดอู้โกธา

จิ่ง = จึง นางท้าวจิ่งอาวรณ์ เพราะบ่หันสองภูธรพี่น้อง

จิ่ม = ด้วย เยียวว่านางบ่ได้อนุโมทนา จิ่มพี่และนาฯ

จุก = หยุดอยู่ กัน จุกยืนชันทุกที่ นางก็ไปที่เล็งหา

เจียรจา (อ่าน-เจี่ยนจ๋า) = เจรจา เมื่อนางมัททีเจียรจาฅะฅ้อย ท้าวบ่ต้านถ้อยต่อสักคำ

เจือ (อ่าน-เจื๋อ) = ปู,ลาด เช่น เจือสาด คือปูเสื่อ ทุกที่แห่งท่ำกลาง ตีนเจือแป้นวางตงหีด

เจือเลื่อนลวาด = ปูลาด มาละทังเปลือกไม้เจือเลื่อนลวาด

แจ่ง = มุม ประดับมณีแต่งตั้ง ทังสี่แจ่งจตุรา

ไจ้ๆ = เรื่อย ๆ เช็ดน้ำตาอยู่ไจ้ ๆ



ชา (อ่าน-จา) = ใส่ท้ายประโยคเป็นคำถามคล้าย หรือ.หรือไฉน,กระนั้นหรือ,หรือไม่,ดีไหม มักใช้คู่ ชาฤา? ตกแดนไกลบ่หันซาก ละแม่ไว้ทุกข์ยากพายหลังชาฤา

ช่างแต้ม (อ่าน-จ้างแต้ม)= ช่างเขียน,ช่างวาด งามบวรซะแล้ม ลายช่างแต้มสัพพะอันมี

ชาฤา (อ่าน-จารือ,จาฮือ) = ฤาไฉน ฤาว่าพระปิตาตนพ่อ หื้อสองหน่อหลับไป ในบัณณะศาลาบ่ตื่น หลับบ่ชื่นอยู่วอนวอยอั้นชาฤา

ชี (อ่าน-จี) = ไช,เจาะให้เป็นรู ปล่องรูชีสลอด ใส่ตงสอดขัดขวาง

ชุ (อ่าน-จุ๊) = ทุก เช่น ชุฅน=ทุกคน,ชุวัน=ทุกวัน ตีกลองหลวงไฅว่กลางเวียง จักหื้อฅนมาเรียงกันชุผู้ เพื่อบ่หื้อญิงเหล้นชู้จากผัวตน

ชุก้ำชุพาย ชุก้ำจอดชุพาย = ทุกหนทุกแห่ง ทุกทิศทุกทาง ทังหงษาและไก่น้ำ แล่นชุก้ำชุพาย

เช่น (อ่าน-เจ้น) = รุ่นคน,ช่วงอายุ,ช่วงเวลา,ช่วงความยาว,ช่วงขนาด นางจุ่งตัดอาลัยหมาดไหม้ อย่าได้ไห้นักกว่าเช่นดีหลี

เชียง = เมือง,เจ้าเมือง,พระราชาหรือราชินี,(สารานุกรมภาษาอีสาน)

เชียงฅาน (อ่าน-เจียงคาน) = ? โสภณาแลบล้วน เนื้ออ่อนอ้วน เชียงคาน , เมื่อนั้นเทวบุตรสามตน มีใจชมชื่นยินบาน ก็เนรมิตเป็นเนื้อ เชียงฅาน สามสิ่ง



ซวง =ทรวง (เหตุที่สะกดเช่นนี้อาจเป็นเพราะต้องการเสียง ซ. มิเช่นนั้นต้องออกอ่าน ทะรวง) ขัดขินใจยะยั่น ร้อนร้ายปั่นวอนซวง เพราะบ่หันทิพย์ดวงลูกแก้ว

ซอนลอน = สลอน เทวดาถือดอกไม้ ประนมมือไหว้อยู่ซอนลอน

ซะแล้ม = แฉล้ม ศักดิ์สมงามซะแล้ม สองฝ่ายแก้มยิ่งบัวจีน

ซาย = ทราย (ต้องการอ่าน ซ. พบวิธีการนี้ในภาษาลาวเช่นกัน เช่น บ้านห้วยซาย)

ซูด = โฉบ นกหัสดิลิงค์ล่าบินบน บินเหินหนอากาศ ซูดทึ้งยาดเอาไป

เซิ่ง = ซึ่ง ก็อนุโมทนาสาธุ เซิ่งอุตตมะทานแห่งเจ้า



ญิง = หญิง แม่ญิงและฅนหาไหนก็ได้ ญิงบ่มีไร้หากเหลือเมืองและนา



ดอกขัดหมอก = ? ดอกขัดหมอกบานเรือง จำปาเหลืองและกัณณิเกษ

ดอกพ้าน (อ่าน-ดอกป๊าน) = บัวเผื่อน,บัวผัน บัวขนาดเล็กสีม่วง บัวพ้าน ก็เรียก ดอกบัวบานสะอาด ดอกพ้านพาดเจจน ดอกนิโลบลเขียวอะทุ่ม

ดอม = ? ตระหมอดหน้าเข็ญใจ ดอมทางไกลคองแม่ ถ้ารับแต่หนทาง

ดอมดาย = เดียวดาย กูพี่จักได้ปลงซากเสียกลางป่าไม้ กูพี่เท่าจักก้มหน้าไห้ผ่อดอมดาย

ดัก = เงียบ แม่นว่ากาดำๆในป่า บ่บินล่ามากราย ดักเสียงหายดูหลาก

ดา = ตระเตรียม มักใช้ แต่งดา เช่น แต่งดาครัวทาน-ตระเตรียมเครื่องไทยทาน บัดนี้ตริมาวอนไห้ เดิกฅะไฅ้กูพี่ จักดานอนนี้ชา

ดาย = อย่างเดียว,เปล่า, ทัดที่นี้บ่ใช่ที่ควรนางมาตาย เท่าสองเราดายแก่นไท้

ด้าว = ดินแดน, ประเทศ สองลูกเฮยหน่อท้าว ไปลี้อยู่ด่านด้าวแดนใดนี้ชา

ดีหลี = จริงๆ, จริงแท้ ยังมีพราหมณ์ผู้นึ่งนาแม่ ไร้นักแก่ดีหลี

ดูแควน = ดูแคลน,ดูถูก,ดูหมิ่น ก็เพราะผัวขี้ไร้ หาเข้าของบ่ได้ ญิงร้ายหากดูแควน



ตกขะพ่า (อ่าน-ตกขะป้า )= ตกประหม่า ,ตกตะลึง เสือโคร่งถ้าหนทาง เสือเหลืองครางกลางป่า ข้าตกขะพ่าแท้ปูนกลัว

ตง (อ่าน-ต๋ง) = ไม้เครื่องเรือนที่วางบนรอดหรือคานสำหรับรองพื้นกระดานหรือฟาก ปล่องรูชีสลอด ใส่ตงสอดขัดขวาง

ตระบอม (อ่าน-ถะบอม = ? ตระบอมคว่ำพี่จักใส่รูปม้าน้ำตัวกลาย ตระบอมหงายพี่จักใส่แก้วแว่น

ตระหนี่ ( อ่าน-ถะหนี่)= ตระหนี่

ตระหมอด (อ่าน-ถะหมอด) = เดือดร้อน,เป็นทุกข์ ดูรา นางสายใจพี่เฮยกำพร้า ตระหมอดหนาเข็ญใจ

ตระเหวา (อ่าน-ถะเหวา) = นกดุเหว่า รูปไก่หยองและเป็ดพาบ รูปกาลาบและตระเหวา

ตริ (อ่าน-ถะหริ) = ดำริ,คิด กระทำการบ่ควรผิดแผก ใจฟุ้งแตกเสียสติ บัดนี้ตริมาวอนไห้

ต้อน = รับ,รับรอง เช่น ของต้อนของฝาก สองกุมารชอมทางแม่ แล่นต้อนแต่ไกลตา

ตัวกลาย (อ่าน-ตั๋วก๋าย ) = ? รูปเสือโคร่งหยาดยังยาย รูปตัวกลายแลกระแตกระต่าย

ตาง (อ่าน-ต่าง) = ต่าง,แทน ลางฅนพี่จักหื้อตบมือตางแส่ง

ต้าง = ต่าง(หู)? ผู้ใดพ้อยจักมาฝ้านต้างใส่สองหู

ต้าน = โต้ตอบ กล่าวต้าน = โอภาปราศรัย ส่วนพระเวสสันดรหน่อท้าว บ่ต้านถ้อยกล่าวคำดี

ตาวัน (อ่าน-ต๋าวัน) = ตะวัน ตาวันลงใกล้ฅ่ำ สองพี่น้องร่ำรนหา แม่มาดาก่ำพร้า

ติ้ว = หิ้ว รือว่าเสือหมีและจะแฅ่ เดินดงแก่ไพรสณฑ์ ปะลูกสองฅนติ้วกว่า

ตืน ต้อง (อ่าน-ตื๋น) = กระท้อน (บางครั้งเรียก หมากตื๋น หรือ หมากต้อง) หมากขะตูมตืนต้อง แม่ก็เอาหื้อคิ้วค้อมก่องชาลี

ตุ้ม = ยกประคอง ผู้ใดจักมาช่วยกูพี่ตุ้มหัว นางหนุนหมอนและห่มผ้า

แต้ม = วาด, เขียน ประตูโขงพี่จักหื้อแต้มรูปเทวดาถือดอกไม้ ประนมมือไหว้อยู่ซอนลอน



ถง = ถุง จิ่งสะพายถงและข่มเท้า เดินเทศเข้ามาขอ เอาสองสอบอพี่น้อง

ถ้วน = ครบ,ที่ มาเถิงเทิงมัททีกัณฑ์ถ้วนเก้า อันพระพุทธเจ้าหากเทสนา

ถ้า = รอคอย, คอยท่า แล่นต้อนแต่ไกลตา ดังปุตตาลูกงัวงามแง่ ถ้ารับแม่กินนมนั้นแลฯ

เถ้า = เฒ่า ฝูงญิงลามแถ่วเถ้า เพิ่นก็ยังอยู่กับลูกเต้าและผัวขวัญ

เถิง = ถึง ถือคองดีใช่ช้า หวังขึ้นฟ้าเถิงสวรรค์

เถื่อน = ป่า,ดง จักละพระบาทเจ้าอยู่คนเดียว ในไพรเขียวกลางเถื่อน

แถ่ว = (วัย) รุ่น เช่น บ่าวแถ่ว-หนุ่มวัยรุ่น ฝูงญิงลามแถ่วเถ้า เพิ่นก็ยังอยู่กับลูกเต้าและผัวขวัญ



ทรง (อ่าน ทะรง) = ทรง อกร้อนปานไฟวะวาด ทรงยศราชหนักเท่าฟ้า สังบ่เยื้อนหน้าและหูฟัง

ทัง (อ่าน-ตัง) = ทั้ง เช่น ทังหลาย ข้าก็หันแผ่ผิดผวน ทิศาทังมวลดูหลาก

ทัด (อ่าน-ตั๊ด) = ทัด ,เหน็บ ทัดบุปผาเกี้ยวเกษ คือดอกสลิดเทศมะลิวัลย์

ทัด,ทัดที่ = (อ่าน- ตั๊ด) ตรง, ตรงที่ (ตัวอย่าง ทัดหั้น=ตรงนั้น) จิ่งกล่าวว่ามัททีเฮยเจ้าพี่ ทัดที่นี้บ่ใช่ที่ควรนางมาตาย

ท้าง (อ่าน-ต๊าง) = ? ,ทำนบเฉลี่ยน้ำเข้าสู่นา, ช่องระบายน้ำ ราบเพียงใสข่วงกว้าง ประเทศท้างปูนเคย

ท่าว ,ท่าวลวงหงายถะแบ่น (อ่าน-ต้าว) = หกล้ม,ล้มหงายหลังนอนแผ่ นางท้าวไห้สยุบท่าวตาย ท่าวลวงหงายถะแบ่น แทบท้องแท่นธรณี

ทึ้ง,ทึ้น = ทึ้ง นกหัสดิลิงค์ล่าบินบน บินเหินหนอากาศ ซูดทึ้งยาดเอาไป

ทือว่า (อ่าน-ตือว่า) =ตราหน้าว่า,ถือว่า เพิ่นจักทือว่าข้าเป็นญิงใจบาป

ทุงไชย (อ่าน-ตุงไจ )= ธงไชย มีทังทุงไชยและทุงช่อช้าง ยายแลบข้างฉัตรคำ

เท่า = ได้แต่,เพียง กูฅืนมาหาลูกบ่ได้ เท่าร้องไห้อยู่ดอมดาย

เทอะ (อ่าน-เต๊อะ) = เถอะ ขอพระราชาผายโปรด อดโทษแก่ข้าเมียกำพร้าพ่อปางเดียวก่อนเทอะ

เทิง (อ่าน-เติง) = ถึง (ตัวอย่าง หยื้อเทิง=เอื้อมถึง) ลำดับธรรมเทศนา มาเถิงเทิงมัททีกัณฑ์ถ้วนเก้า อันพระพุทธเจ้าหากเทสนา

เที่ยง (อ่าน-เตี้ยง) = ย่อม เช่น กูพี่เที่ยงจักไห้วะโวกหานาง

เทียว (อ่าน-เตียว) = เดิน พระยาเนื้อจิ่งวางหลบหลีก เต้นหลีกฟีกทางเทียว

เทื่อ (อ่าน-เติ้อ) = ที,ครั้ง ตัวอย่าง เทื่อเดียว=ครั้งเดียว,ยังบ่มาเทื่อ= ยังไม่มาที หนีเสียเรือนมาบวช สร้างผนวชเป็นชี บ่ห่อนถูกตัวนางมัททีสักเทื่อ



นกขุ้ม = นกคุ่ม รูปนกเขาและนกขุ้ม มีเป็นชุมเป็นหมู่ จับไม้อยู่เหนือคอน

นกเขียน = นกกระเรียน นกเขียนม่ายหัสดีลิงค์ อิงฅะนิงแลการวีก

นกจากะพาก (อ่าน-นกจ๋ากะป้าก) = นกจากพาก,นกจากพราก ชื่อนกในวงศ์นกเป็ดน้ำ (ทางวรรณคดีนิยมว่า คู่ของนกนี้ต้องพรากและครวญถึงกันในเวลากลางคืน) จักรพาก หรือจักรวาก ก็เรียก นกจากะพากและยูงคำ

นกปะทา (อ่าน-นกปะตา) = นกกระทา นกปะทาและกาป่า กาน้ำฝ่าเฟืองฟอง

นักแก่ = เต็มที (ปัจจุบันมักใช้เป็น นักแก) ยังมีพราหมณ์ผู้นึ่งนาแม่ ไร้นักแก่ดีหลี

นัน = เสียงอึกทึก เช่น เดือดนันสันเล้า -ส่งเสียงเอะอะอึกทึกเหมือนลิงกับไก่ เสียงสนั่นนันเนือง ยังหิมวันต์ดงเถื่อน

น้ำต้น = คนโท ก็ถือเอาน้ำต้นคัณฑีมาประปรายลูบหน้า เมียก่ำพร้าจิ่งชายา

นึ่ง = หนึ่ง นางสยบตายไปหน้อยนึ่งแล้ว นางแก้วก็ตื่นชื่นได้สติฟื้นฅืนมา

เนื้อ = สัตว์ อันนึ่งเจ้าทังหลาย จุ่งรักษานางมัททีแก่เนื้อเบื้อคะนองของป่า อย่าหื้อคั้นกว่าเอานางแด่เทอะ



บ่ปาก = ไม่พูด วันนี้เป็นสันใด พระราชะเจ้าบ่ปาก

บัวจีน (อ่านบัวจี๋น) = ดอกบัวจีน? สองฝ่ายแก้มยิ่งบัวจีน ตาเขียวนิลดำปลอด

บัวตรา (อ่าน-บัวถา)= ? นางก็ไปหยืดร้องหา ก็บ่หันสองบัวตราหน่อท้าว

บัวพ้าน (อ่าน-บัวป๊าน)= บัวเผื่อน ดอกบัวบานสะอาด ดอกพ้านพาดเจจน

บัวริยาต = บริสุทธิ์ ดูราภิกขุทังหลาย ตนทรงศีลใสบัวริยาต เป็นขีณาสวชาติอรหันตา

บี้ = แมลงปอ คำเต็มใช้ กะบี้ ลายดอกดวงเกี้ยวรอด บี้เบ้อสอดบินตอม

บุ่น = มุด แทรก ทุกรูผาเถื่อนถ้ำ ทุกท่าน้ำหาดเหวผา บุ่นหนามหนาเถื่อนถ้อง

เบ็ง = ทะแยง, ไม้ที่ตียึดเป็นมุมทะแยงไม่ให้โครงสร้างโย้เย้ เรียกว่า ไม้เบ็ง เบ็งจะพาดผันขัดไขว่ ชายหลวงใส่มุงดี

เบ็งตรา = เครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง? สระไนจักหื้อสั่น สนั่นด้วยเบ็งตรา จากับด้วยเสียงปี่

เบ่น,บิ่น = หัน(ทิศทาง) เช่น เบ่นหน้า = หันหน้า มาเยียะหน้าปูนกลัว ตั้งตนตัวหนิมอยู่ บ่เบ่นหน้าสู่สักคำ

เบ้อ = ผีเสื้อ คำเต็มใช้ กะเบ้อ หรือ กะเบื้อ ลายดอกดวงเกี้ยวรอด บี้เบ้อสอดบินตอม

ใบ้ = โง่ ศรมณ์จักหนีเสียครู ก็เพราะครูนั้นใบ้



ประญา (อ่าน-ผะหญา ) = ปัญญา อันว่าสัปปุริสะเจ้าตนดีมีประญา

ประนม (อ่าน-ผะหนม) = ประนม นางจิ่งประนมมือน้อมไหว้ ยังพระยาเนื้อร้ายสามตัว

ประปราย (อ่าน-ผะผาย) = ประปราย ก็ถือเอาน้ำต้นคัณฑีมาประปรายลูบหน้า เมียก่ำพร้าจิ่งชายา

ประสาท (อ่าน-ผะสาด) = ให้ กับด้วยพระระสีผ่านแผ้ว อันประสาทหื้อลูกแก้วเป็นทาน

ประหมาณ (อ่าน-ผะหมาน) = ประมาณ จักหื้อมีเรื่องเหล้นหลายประการ เป็นประหมาณดังกล่าวแล้ว

ปรารถนา (อ่าน- ผาถะนา ) = ปรารถนา อันโพธิสัตว์เจ้าตนล้ำเลิศหากปรารถนาเอา

ปราสาท (อ่าน-ผาสาด) = ปราสาท สันดาน กูพี่จักหื้อสร้างวิมานปราสาท

ปราไสร (อ่าน-ผาสะไหร) = ปราศรัย,พูดจา ท้าวตนพ่อก็บ่ปราไสร ข้าถามอันใดก็บ่ต้านต่อ

ปลาฝา = ตะพาบน้ำ ทังปลาฝาและเต่าน้ำ มีสุขล้ำชื่นชมฟอง

ปลอม = ปะปน บอกไฟรูปแรดโยนปาวเปิบ แล่นผะเผิบเลยกัน แล่นปลอมควันงะหงาด

ปุน,ปูน (อ่าน-ปุ๋น,ปูน) = น่า,ควร เช่น ปุนกลัว=น่ากลัว,บ่ปุนดีเยียะ= ไม่ควรทำ นางฅะนิงรอดคำฝัน ปูนอัศจรรย์เป็นโทษ

เป็ดป้อง = เป็ด? โพนดกวางเสียงก้อง นกเป็ดป้องร้องเสียงหวาน เป็ดพาบ = เป็ด? รูปไก่หยองและเป็ดพาบ

เป็นเค้า = เป็นต้น,เป็นผู้นำ พระผ่านแผ้วจิ่งบอกอัศจรรย์ทังหลาย มีแผ่นดินไหวเป็นเค้า

เปิบ = ถลาหรือกระโดดเข้าใส่ ผิว่าราชะสีห์ตัวกล้า หลอนปาวเปิบข้านางเมือง

แป้น = กระดาน ใส่ตงสอดขัดขวาง เจือแป้นวางลาดเลื่อน

ไป = (คำนี้ที่ถูกควรจะเขียนว่า ไพ เพื่อไม่ให้ออกเสียงเป็น "ไป๋" แต่ในที่นี้ขออนุโลมใช้ว่า ไป เพราะเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว)



ผ่อ = มอง ส่วนนางมัททีสรีแก่นไท้ ร้องร่ำไห้ผ่อเล็งหา

ผะผาย = ประปราย, โปรยปราย เคยหันปุตตาแล่นเหล้น กำฝุ่นเต้นผะผาย

ผะหด =? พระจอมใจหน่อแก้ว ตนผ่องแผ้วงามผะหด

ผัน = หมุน,เคลื่อนไหวไปมา ขาชักเหล้นเลื่อนเลยกัน ขาเคยหยุบผันบ่พราก

ผับ = ทั่ว ดอกไม้บานเรืองงามเรื่อ หอมรสเร้าเผื่อผับดง

ผายโปรด (อ่าน-ผายโผด) = ได้โปรด พระอยู่เหนือหัวผายโปรด ขอจุ่งอดโทษแก่ข้า

ผุยผาย = โปรยปราย หันทุกแดนที่เหล้น กำดอกเต้นผุยผาย




ฝ้าน,ฝั้น = ฟั่น ผู้ใดพ้อยจักมาฝ้านต้างใส่สองหู



พระยมภิบาล = ยมบาล (ข้อสังเกต : คำนี้อาจเป็นต้นเค้าของภาษาพูด ยมพบาล ในภาษากลางซึ่งถือว่าเป็นการอ่านไม่ถูกต้อง) ดังพระยมภิบาลตนสุภาพ อันตกแต่งบุญและบาปตามตรา

พรูก = พรุ่ง วันพรูก-วันพรุ่ง ข้าเที่ยงจักตายมรณาต ใจข้าขาดเป็นผี ยามพอดีภูกเช้า

พ้อย (อ่าน-ป๊อย) = กลับ,ไฉน,ทำไม วันนี้พ้อยบ่มาชูหน่วยหน่อง จูงจ่องแม่ข้างศาลานี้ชา

พาย (อ่าน-ปาย) = ภาย เช่น พายหน้า พายลูนก็ฅืนมาสู่ ในแก้วกู่ศาลา

พายลูน (อ่าน-ปายลูน) = ภายหลัง

พ่ำเพ็ง (อ่าน-ป้ำเป็ง) = บำเพ็ญ ก็พ่ำเพ็งแต่ทังถม เต็มด้วยน้ำนมทังสองเต้า

พ่ำเริน(อ่าน-ป้ำเริน) = ปรนนิบัติ ก็หื้อข้าอายุฑีฆายืนยิ่ง พ่ำเรินเจ้าจอมมิ่งราชา

เพ็ง (อ่าน-เป็ง) = เพ็ญ,พระจันทร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ ก็เป็นวันอุโปสถศีลเดือนเพ็งส่องแจ้งใสงาม

เพิง (อ่าน-เปิง) = พึง, เหมาะสม, กูพี่จักก้มหน้าไห้ว่า นางตาย นางตาย ว่าอั้นเพิงมี ชะแลฯ

เพิงพาว (อ่าน-เปิงปาว ) = พร่างพราว ถือปุบผังดวงดอก กิ่งก้านออกเพิงพาว

เพิ่น,เพื่อน(อ่าน-เปิ้น,เปื้อน) = เขา,เขาทั้งหลาย เพิ่นก็ยังอยู่กับลูกเต้าและผัวขวัญ

เพียง (อ่าน-เปียง) = ราบเสมอกัน อันว่าอารามเพียงร่มไม้ อินทร์แต่งไว้ยายใย ราบเพียงใสข่วงกว้าง

แพง (แปง) = รัก,หวง,ถนอม คำแพง คือ รักหวงดั่งทองคำ ละห้อยแก่นยามแลง สองเพิงแพงอยากน้ำ

โพนดก (อ่าน-โปนดก) = (นก)โพระดก โพนดกวางเสียงก้อง นกเป็ดป้องร้องเสียงหวาน



ฟั่ง = รีบ พระระสีฟันฟั่ง เหงี่ยงน้ำหลั่งไหลตก

ฟาน = เก้ง

ฟ้าหยาด = ? รูปเดือนดาวและอากาศ รูปฟ้าหยาดกลางหาว

ฟีก = หลีก เลี่ยง เว้น ห่าง ในเมื่อมิคาเนื้อหนีหลีก เต้นเว้นฟีกมัคคา

ไฟโยน = ? หนวันตกพี่จักหื้อแต่งไฟโยนรูปช้าง แล่นขึ้นม้างกองฟอน

ไฟสะหงาย = ? ไฟสะหงายดอกน้อย ขวีดอกสร้อยแจจน



มอม = รูปราชสีห์ เครือดอกดวงเกี้ยวก่าย สิงห์มอมม่ายหมาหนี ทังกินรีแลเถื่อนถ้ำ

ม้าง = รื้อถอน แต่งไฟโยนรูปช้าง แล่นขึ้นม้างกองฟอน

มานค่า (อ่าน-มานก้า) = ? ควันไฟเขียวติดช่อฟ้า มานค่าอ้าปานจักบินบน

ม่าย = ชม้าย,เหลือบแล รูปกินรีนรอนม่ายฟ้อน ยายเหยียบหย้อนหากัน

มิคา (อ่าน-มิกา) =กวาง ,สัตว์ป่าจำพวกกวาง ในที่นี้ใช้ในความหมาย สัตว์ใหญ่ ข้าร้องไห้ว่าวอนขอ เนื้อมิคายอหัวหลีก

มี่ = เสียงอึงมี่ ว่านกในไพรถ้วนถี่ บ่ได้ยินเสียงมี่นันเนือง

เมี้ยนชาติ = ตายดับ รอยว่าสองกุมารมรณาต ม้วยเมี้ยนชาติตายไป

เมือ = ไป,กลับ เช่น เมือบ้าน = กลับบ้าน ผิว่านางเมือตาย ในนครหลวงใหญ่กว้าง

แมงใย = เรไร แมงจั่น ก็ว่า ขับอ่อนอ้อยเสียงใส ดั่งเสียงแมงใยและแมงว้าง

แมงว้าง = ?

แมบ = แลบ เช่นแมบลิ้น,ฟ้าแมบ อันว่าสายฟ้าบ่ใช่กาละควรแลบ ก็มาแมบมะเมือง



ยอ = ยก ข้ายอมือสาหว่านไหว้

ยอง = วาง ยอหัวยองหลังกูบ เอาอกอูบหลังชาย

ยองปลี = ? ชายหลวงใส่มุงดี ตั้งยองปลีและกาบจว้า

ยับ = จับ สัตว์ตัวใดในป่า ยับเอาลูกแก้วกว่าหนีไกล

ยาด = แย่ง,ยื้อแย่ง ซูดทึ้งยาดเอาไป ตกแดนไกลบ่หันซาก

ยาย = เรียงราย เทวดาทังหลายมวลหมู่ อันยายอยู่ป่าไม้หิมพานต์

ยำ = ยำเกรง พระนรินทร์ตนยศยิ่ง เป็นเจ้าจอมมิ่งควรยำ

ยิน =ได้ยิน ,รู้สึก,รับรู้ เช่นยินดี รู้สึกดี ยินทุกข์ = เป็นทุกข์ ยินทุกข์ตกโศกไหม ้ยินผลาญ = เดือดเนื้อร้อนใจ ทุกข์ยากลำบาก ยินบาน = เบิกบาน มีใจชมชื่นยินบาน

ยูงคำ = นกยูงทอง นกปะทาและกาป่า กาน้ำฝ่าเฟืองฟอง

เยียวว่า = ผิว่า,แม้ว่า,ถ้า เยียวว่านางจักไห้หิวรอดตาย

เยียะ = ทำ พระเหนือหัวยอดฟ้า มาเยียะหน้าปูนกลัว



รวายตรี (อ่าน-รวายถี)=ราตรี,กลางคืน คันรวายตรีคืนนี้รุ่ง สายฟ้าพุ่งเรืองราย ข้าเที่ยงจักตายมรณาต

รอด (ฮอด)=ถึง,กระทั่ง เช่น คึดรอด=คิดถึง,มารอดบ้าน=มาถึงบ้าน รอดตาย = กระทั่งตาย เยียวว่านางจักไห้หิวรอดตาย

รอย =ชะรอย นางก็มีคำสงสัยไจ้ๆ รอยว่าสองหน่อไท้แม่เมือมรณ์

ระเมา = หลงใหล พอใจ ยินดี รื่นรมย์ ดั่งเสียงแมงใยและแมงว้าง ร้องที่ข้างเขาฅำ เป็นระบำถี่ถ้วน กลมเกลียวล้วนควรละเมา

ระสี =ฤาษี ยามนั้นใจพระระสีสายสั่น

รา=เรา ปองว่าสองราได้เสวยราชเมืองขวาง

ราม = ? ดอกไม้หล่นดูราม กองซายงามจะจ่อน

ร่ำเพิง=รำพึง คึดใจต่อสิเนหา ร่ำเพิงเถิงราพี่น้อง

รูเปียว=รูสำหรับหนีภัยของสัตว์ หรือปล่องถ้ำที่มีแนวตั้ง บางครั้งใช้ ปล่องเปียว ราชะสีห์จักหนีเสียดอย ก็เพราะดอยอันนั้นบ่มีรูเปี ยวป ล่องถ้ำ



ฤาว่า =



ลวง = ด้าน,ฝ่าย,ทิศ,ข้าง,ทาง,แนว ชาติแล้วได้ด่า คำร้ายว่าลวงผิด แก่เจ้าตนกระทำพรหมจารีตทรงเพศ

ลวงลาย,ลายลวง = ลวดลาย,ชั้นเชิง

ลวด = เลย, ทำไปพร้อมกันรวดเดียว ซื้อถ้วยลวดช้อน ฤาว่าไปขงขวายหาเครื่องเหล้น กำฝุ่นเต้นลวดลืมมา

ล่อ = ตรง,ตรงหน้า หันหน้ามาให้ตรงกัน บ่อว่ายหน้าล่อเจียรจา ไม่หันหน้ามาเจรจากัน

ล่าย = โกหก ,หลอก

ลี้ = ซ่อน ,หลบลี้ เอาไปซ่อนไว้ไหนบอกแก่ข้า เอาไปลี้หน้าอยู่ทัดที่ทางใด

แลง = (เวลา)เย็น ตาวันใสร่ำห้อย คลาคลาดคล้อยลงแลง



วันวา = วันวาน บางครั้งใช้ ตะวา,ตะวาวันซืน เพื่อหื้อเป็นข้าแก้วแก่มัน ในวันวานี้แล้ว

เวสสันตรราช (อ่าน-เวดสันตะระราด) = พระเวสสันดร ในเมื่อพระยาเวสสันตระราช ได้ประสาทหื้อลูกแก้วเป็นทาน


ษ,ศ


ศรมณ์ = ผู้ปฏิบัติบำเพ็ญพรต,พระสงฆ์ ศรมณ์จักหนีเสียครู ก็เพราะครูนั้นใบ้

ษมา = ขมา ด้วยบ่สุภาพควรละอาย จิ่งษมาถวายกราบไหว้



ส่งสะการ,เลิกซากส่งสะการ = ฌาปนกิจ, การทำพิธีศพ จิ่งจักเป็นโบราณ ส่งสการนางพระยามาแต่ก่อน และนา

สยบตาย = หมดสติ,สลบ นางสยบตายไปหน้อยนึ่งแล้ว นางแก้วก็ตื่นชื่นได้สติฟื้นฅืนมา

สระไน = ปี่ชนิดหนึ่ง? เสียงตื่นต้องด้วยสัพพไชย สระไนจักหื้อสั่น สนั่นด้วยเบ็งตรา

สรี (อ่าน-สะหรี) = ศรี ดูรานางราชะมัทที อันว่าสองสรีหน่อเหน้า

สลอก = ซอก ทุกดงรามและป่ากล้วย ทุกสลอกห้วยและเครือหนาม

สลอด = ? ปล่องรูชีสลอด ใส่ตงสอดขัดขวาง

สลั้ง = พลั้ง,พลาดพลั้ง ได้สลั้งผิดผวน กระทำการบ่ควรผิดแผก

สลาด = ไม้กวาดซี่แข็ง มาละทังสลาดและคันยู

สอด = ซอกซอน ในภาษากลางมีใช้ใน "สอดแนม" (แนม=มอง) บี้เบ้อซว่างบินบน ดอกดวงสนเกี้ยวกอด บินดั้นสอดไปมา

ส้อน = ก.ช้อน เช่น เอาแซะ(เครื่องมือจับปลาชนิดหนึ่ง)ไปส้อนปลา รือว่าเจ้าจำไปรีบร้อน ไปสืบส้อนคำเมือง

ส้อม = เสียบ เช่น อ้อยส้อม -อ้อยที่หั่นเป็นแว่น ๆเสียบด้วยไม้ไผ่ที่ผ่าออกเป็นซี่ ๆ ผู้ใดพ้อยจักมาส้อมดอกไม้เหน็บเกศเกล้าเกษา

สะบันงา = กระดังงา สลิดเทศและสะบันงา มะลิลาหอมยิ่ง

สะโพก = เครื่องจุดระเบิดให้มีอ่านดัง ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่ สะโพกลนล่วนแตก ไฟม้าแยกแก้วเป็นเปลียว

สัง = ไฉน,ใย,เหตุใด ทรงยศราชหนักเท่าฟ้า สังบ่เยื้อนหน้าและหูฟัง

สันนี้ = ฉันนี้ กระทำการสันนี้แล้ว จิ่งจักเป็นโบราณ

สัพพะ-สัพพะสัพพี (อ่าน-สับป๊ะสับปี) = สารพัด ,หลายหลาก บางครั้งใช้ สัพพะสัพเพศ (สับป๊ะสับเป้ด) คือหลายหลากเพศพรรณ

สมุนแว้ง = ต้นไม้ชนิดหนึ่งเปลือกมีกลิ่นหอมร้อน ใช้ทำยาได้ ไม้แก่นขั้นจันทน์แดง สมุนแว้งมันซวะซวาด

สายแสง = ฉายแสง พอรวายตรีคืนนั้นรุ่ง พระสุริยะพุ่งสายแสง

สาวจี (สาวจี๋) = สาวแรกรุ่น แต่เมื่อยังหนุ่มหน้อยสาวจี ได้สิบหกปีปลายรอด ดอกจี (ดอกจี๋) = ดอกตูม

สิงห์มอม= รูปราชสีห์ เครือดอกดวงเกี้ยวก่าย สิงห์มอมม่ายหมาหนี

เสาขอม = ? เสาขอมยันถ้อยถี่ คุงค้ามที่ตีนผังมัน

เสียมคันรี - เสียมสุบคันรีจอดบ้อง = ? นางมาละทังเสียมคันรีและกระเช้า

แส่ง ,แส้ง = ฉาบ (เครื่องดนตรี) ลางฅนพี่จักหื้อตบมือตางแส่ง

โสม,โสมสาย = โฉม,โฉมฉาย ลุกมาเทอะแม่โสมสายเฮยสร้อยฟ้า



หกกะโดง = กระโดดตีลังกา,เล่นกายกรรม ฝูงหมู่ฅนจักมาม่วนเหล้น ชักเชือกเต้นหกกะโดง

หน = ทาง,ทิศ,ครั้ง,คราว,ถอย หนใต้พี่จักหื้อแต่งรูปสิงห์ไว้ถ้า

หน่อง = หน่วงดึง กัณหางามผิวผ่อง เคยเหนี่ยวหน่องกินนม

หน้อย = น้อย,เล็ก แต่เมื่อยังหนุ่มหน้อยสาวจี ได้สิบหกปีปลายรอด

หนัว = คลุกคลี มั่วสุม มัวไปเหล้นชู้ลวดลืมผัว สนุกสมหนัววอนยิ่ง

หนิม = นิ่ง,(กิริยา)สงบเสงี่ยม ตั้งตนตัวหนิมอยู่ บ่เบ่นหน้าสู่สักคำ

หมากเกวน = ผลไม้ชนิดหนึ่ง หมากเกียง (อ่าน-หมากเกี๋ยง) = ลูกหว้าชนิดหนึ่ง หมากคับทอง = มะพลับ ผลไม้ในวงศ์ตะโกลูกกินได้

หมากเต้า = แตงโม หมากพิน (อ่าน-หมากปิน) = มะตูม หมากหาด = ผลไม้ชนิดหนึ่ง หมากหำฟาน = ? หมากหำรอก = ?

หมากขะตูม (อ่าน-หมากขะตู๋ม) = ? หมากขะตูมตืนต้อง แม่ก็เอาหื้อคิ้วค้อมก่องชาลี

หย้อง = ตกแต่ง,ประดับประดา แม่คอกลมตกปล้อง เต็มว่าบ่หย้องก็หากดูงาม

หยืด = ยืดกาย ,ชะเง้อ นางก็ไปหยืดร้องหา ก็บ่หันสองบัวตราหน่อท้าว

หยุบ = จับ พระมาหยุบกำตัวน้อง ด้วยกองข้องสิเนหา

หรึ่ง = หริ่ง หนูหริ่ง?หนูขนาดเล็ก เห็นอ้มลายหรึ่งเหม้น หกตื่นเต้นไปมา

หลอน = แอบเข้ากระทำ เช่นหลอนหลัง แอบเข้าข้างหลัง ,หาก หลอนว่านางมีใจบ่ตั้ง

หลังจอง = อกไก่ (โครงสร้างของหลังคา) รูปนาคอวบหลังจอง ยอหัวยองหลังกูบ

หลัว = ฟืน กองหลัวสูงร้อยชั้น ไม้แก่นขั้นจันทน์แดง

หลาก = แปลก วันนี้อัศจรรย์ดูหลาก สองก่ำพร้าพรากไปไหนนี้ชา

หล้าง ,บ่หล้าง หล้างว่า = ควรจะ น่าจะ คง บ่หล้างจักกระทำทุจริตกัมม์อันเป็นบาป

ห้อง = ห้อง บางกรณี คือ ห้วง เช่นห้องอบาย ส่วนรัศมีพระอาทิตย์เรืองใสส่อง ในแห่งห้องยุคันธร

หัน = เห็น เพราะบ่หันสองลูกแก่นไท้ แสนโศกไหม้วอนทรวงมากและนา

หิง = ตาข่ายตาถี่ ? ,ปัจจุบันหมายถึงมุ้งลวด เรียก ตาหิง ข่ายหิงห้อยประตูโขง ผ้าพับวงยาบย้อย

หิว = อ่อนระโหย เหนื่อยอ่อน หิวโหย มักใช้ อิดหิว -เหนื่อยและหิว เยียวว่านางจักไห้หิวรอดตาย

หีด = หีบ ทุกที่แห่งท่ำกลาง ตีนเจือแป้นวางตงหีด งามประณีตสุวรรณ

หื้อ = ให้ จักหื้อช่างขีดลายลวง ลายดอกดวงเกี้ยวรอด

เหงี่ยง = เอียง เหงี่ยงก้างหง้าง = เอียงกะเท่เร่ ยามนั้นกูพี่จักแหงนเหงี่ยงหน้าผ่อเล็งดู

เห็นอ้ม = ชะมด เห็นอ้มลายหรึ่งเหม้น หกตื่นเต้นไปมา

เหนาะหน่อง = ยึดเหนี่ยว เช่น เป็นที่เหนาะหน่องน้าวชื่นเชยใจ

เหนี่ยง = (แมลง)เหนี่ยง ฝูงปูปลาเหนี่ยงเหนี้ยว เหล้นสอดเสี้ยวไปมา

เหนี้ยว = ตัวอ่อนของแมลงปอช่วงที่อาศัยอยู่ในน้ำ เรียก อี่เหนี้ยว

เหม้น = เม่น เห็นอ้มลายหรึ่งเหม้น

เหล้น = เล่น ฝูงหมู่ฅนจักมาม่วนเหล้น

เหลื้อมมะมาบ = เลื่อมเป็นมัน,แวววาว ประดับแดงดำลายก้านกาบ เหลื้อมมะมาบมีวรรณ

เหิง = นาน ไผจักมาเป็นเพื่อนไท้ กูพี่ไห้หาแม่เหิงนาน



อิงฅะนิง = ? นกเขียนม่ายหัสดีลิงค์ อิงฅะนิงแลการวีก

อยากเข้า = หิวข้าว

อยากน้ำ = กระหายน้ำ

อวบ =ก.ว. คร่อม เช่น นอนอวบ=นอนคร่อม ทังขันหงายชายฅวบ รูปนาคอวบหลังจอง

อว่าย ,หว่าย = เอี้ยว,เลี้ยว,หัน เช่น อว่ายรถ = เลี้ยวรถ อว่ายหน้า = หันหน้า เมื่อนั้นท้าวจิ่งขานไขต้านต่อ อว่ายหน้าล่อเจียรจาว่า

อะธะวา = ? ไปลี้หน้าเสียไหนนี้ชา นางก็อะธะวาอยู่ไจ้ๆ

อันนึ่ง = อนึ่ง อันนึ่งเจ้าทังหลาย จุ่งรักษานางมัททีแก่เนื้อเบื้อคะนองของป่า

อั้นชาฤา = เช่นนั้นหรือ,กระนั้นหรือ หลับบ่ชื่นอยู่วอนวอยอั้นชาฤา

อา = น้องผู้หญิงของพ่อ อาว = น้องผู้ชายของพ่อ ฝูงน้องพี่หมู่อาวอา ญาติกาแห่งเจ้า

อิ่นดู = (อีสานใช้อีดู-สอ.) สงสาร,เมตตา ,เอ็นดู ผู้ใดพ้อยจักมาอิ่นดูนางน้องไท้

อินทา (อ่าน-อินตา) = อินทร์ ขออาราธนาขุนสวรรค์อินทาเจ้าฟ้า

อุทิสสรอด (อ่าน-อุติ๊ดสะรอด) = อุทิศถึง พร้อมกันมาเลิกซากส่งสะการ ดาเครื่องบริขารทานทอด อุทิสสรอดนางเมือง

อู้ = พูด จาอวดอู้โกธา ว่าข้าไปเหล้นชู้มายาจากเจ้า

อูบ = อวบ, ครอบ,คร่อม ยอหัวยองหลังกูบ เอาอกอูบหลังชาย อูบ = ภาชนะเครื่องเขินชนิดหนึ่งรูปทรงคล้ายเจดีย์




แฮ่น = คึกคะนอง, บอกไฟรูปม้าก็จักริแฮ่นตามเสียง แฮ่น ๆแด่นๆ -ลิงโลด คึกคะนอง