อรรถกถา อุปเนยยสูตร
จาก วิกิซอร์ซ
- อรรถกถาอุปเนยยสูตร
- พึงทราบวินิจฉัยในอุปเนยยสูตรที่ ๓ ต่อไป :-
- บทว่า อุปนียติ ได้แก่ ย่อมสิ้นไปโดยรอบ ย่อมดับ หรือว่า
ย่อมมาถึง คือ ย่อมเข้าถึงมรณะโดยลำดับ. อีกอย่างหนึ่ง อธิบายว่า ฝูงโค
อันนายโคบาลย่อมต้อนไป ฉันใด ชีวิตนี้ ก็ฉันนั้น อันชราย่อมต้อนไปสู่สำนัก
แห่งความตาย. บทว่า ชีวิตํ ได้แก่ ชีวิตินทรีย์. บทว่า อปฺปํ แปลว่า
เล็กน้อย คือ นิดหน่อย.
- บัณฑิต พึงทราบ ความที่ชีวิตคือ อายุนั้นเป็นของน้อย โดยอาการ
๒ อย่าง คือชื่อว่าน้อย เพราะความที่ชีวิตนั้นเป็นไปกับด้วยรส คือ ความ
เสื่อมสิ้นไป และเพราะความที่ชีวิตนั้นประกอบด้วยขณะ คือครู่เดียว.
- จริงอยู่ เพราะพระบาลีว่า โย ภิกฺขเว จิรํ ชีวติ โส วสฺสสตํ
อปฺปํ วา ภิยฺโย แปลว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลใดเป็นอยู่นาน บุคคล
นั้นก็พึงเป็นอยู่ร้อยปี ต่ำกว่าบ้าง เกินกว่าบ้าง ดังนี้ จึงชื่อว่า น้อย เพราะ
ความที่ชีวิตนั้นเป็นไปกับด้วยรส คือความเสื่อมสิ้นไป.
- ก็เมื่อว่าโดยปรมัตถ์ ขณะแห่งชีวิตของสัตว์ทั้งหลายน้อยมาก (เกิน
เปรียบ) คือสักว่าเป็นไปเพียงจิตดวงเดียวเท่านั้น (ว่าโดยปรมัตถ์ ขณะมี ๓
คือ อุปาทขณะ ฐีติขณะ ภังคขณะ) จึงชื่อว่า น้อย เพราะความที่ชีวิตนาม
นั้นเป็นของเป็นไปกับด้วยขณะ. อุปมาด้วยล้อแห่งรถ แม้เมื่อหมุนไป ย่อม
หมุนไปโดยส่วนแห่งกงรถหนึ่งเท่านั้น แม้เมื่อหยุดอยู่ ก็ย่อมหยุดโดยส่วนแห่ง
กงรถหนึ่งนั่นแหละ ฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายย่อมเป็นไปในขณะแห่งจิต
ดวงหนึ่ง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ครั้นเมื่อจิตดวงนั้นสักว่าแตกดับแล้ว ท่านก็
เรียกว่า สัตว์ตายแล้ว เหมือนคำที่ท่านกล่าวไว้ว่า
- อตีเต จิตฺตกฺขเณ ชีวิตฺถ
- น ชีวติ น ชีวิสฺสติ
- อนาคเต จิตฺตกฺขเณ
- น ชีวิตฺถ น ชีวติ ชีวิสฺสติ.
- ปจฺจุปฺปนฺเน จิตฺตกฺขเณ
- น ชีวิตฺถ ชีวติ น ชีวิสฺสติ.
- ในขณะแห่งจิตอันเป็นอดีต บุคคล
- ชื่อว่า เป็นอยู่แล้วมิใช่กำลังเป็นอยู่ มิใช่
- จักเป็นอยู่ ในขณะแห่งจิตอันเป็นอนาคต
- บุคคล ชื่อว่า จักเป็นอยู่ มิใช่เป็นอยู่
- แล้ว มิใช่กำลังเป็นอยู่ ในขณะแห่งจิตอัน
- เป็นปัจจุบัน บุคคลชื่อว่ากำลังเป็นอยู่ มิ
- ใช่เป็นอยู่แล้ว ไม่ใช่จักเป็นอยู่.
- ชีวิตํ อตฺตภาโว จ สุขทุกฺขา จ เกวลา
- เอกจิตฺตสมายุตฺตา ลหุโส วตฺตเต ขโณ.
- ชีวิต อัตตภาพ สุขและทุกข์ทั้งหมด
- ประกอบด้วยจิตดวงเดียว ขณะของจิตนั้น
- ย่อมเป็นไปเร็วพลัน.
- เย นิรุทฺธา มรนฺตสฺส ติฏฺฐมานสฺส วา อิธ
- สพฺเพปิ สทิสา ขนฺธา คตา อปฺปฏิสนฺธิยา.
- จิตเหล่าใด ของสัตว์ที่กำลังดำรงอยู่
- หรือกำลังตาย แตกดับไปแล้วในปวัตติ-
- กาลนี้ จิตเหล่านั้นทั้งหมด หาได้กลับมา
- เกิดอีกไม่ แม้ขันธ์ทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน.
- อนิพฺพตฺเตน น ชาโต ปจฺจุปฺปนฺเนน ชีวติ
- จิตฺตภงฺคมโต โลโก ปญฺญตฺติ ปรมตฺถิยา.
- เพราะจิตไม่เกิด สัตว์โลกก็ชื่อว่า
- ไม่เกิด เพราะจิตเกิดขึ้นเฉพาะหน้า สัตว์
- โลกก็ชื่อว่า เป็นอยู่ เพราะความแตกดับ
- แห่งจิต สัตว์โลก จึงชื่อว่า ตายแล้ว นี้
- เป็นบัญญัติเนื่องด้วยปรมัตถ์.
- บทว่า ชรูปนตสฺส อธิบายว่า เมื่อบุคคลเข้าถึงชราแล้ว หรือว่า
เมื่อบุคคลถูกชราต้อนเข้าไปสู่สำนักแห่งความตาย. บทว่า น สนฺติ ตาณา
อธิบายว่า ใคร ๆ ชื่อว่าสามารถเพื่อจะให้ความป้องกัน คือ ให้ความปลอดภัย
ให้เป็นที่พึ่งอาศัยได้ ย่อมไม่มี. บทว่า เอตํ ภยํ ความว่า ภัยนี้มี ๓ อย่าง
คือ การเข้าถึงความตายแห่งชีวิตินทรีย์ ความที่ชีวิตินทรีย์มีอายุเล็กน้อย และ
ความที่ไม่มีเครื่องต้านทานของบุคคลผู้อันชราต้อนไปแล้ว อธิบายว่าเป็นที่ตั้ง
แห่งภัย (ภยวตฺถุ) คือ เป็นเหตุแห่งภัย (ภยการณํ). บทว่า ปุญฺญานิ กยิราถ
สุขาวหานิ ได้แก่ วิญญชนพึงทำบุญทั้งหลายอัน นำความสุขมาให้ คืออัน
ให้ซึ่งความสุข. ด้วยเหตุนี้นั้น เทวดาหมายเอารูปาวจรฌาน จึงถือเอาบุพ-
เจตนา มุญจนเจตนา และอปรเจตนาแล้วกล่าวถึงบุญทั้งหลาย ด้วยสามารถ
แห่งคำพหูพจน์. และถือเอาความชอบใจในฌาน ความใคร่ในฌาน และความ
สุขในฌานแล้ว จึงกล่าวว่า บุญทั้งหลายนำความสุขมาให้ดังนี้.
- ได้ยินว่า เทวดานั้น ได้มีความคิดว่า โอหนอ สัตว์ทั้งหลายเจริญ
ฌานแล้ว มีฌานยังไม่เสื่อม กระทำกาละแล้ว พึงดำรงอยู่ในพรหมโลกตลอด
เวลาอันยาวนาน คือประมาณ ๑ กัปบ้าง ๔ กัปบ้าง ๘ กัปบ้าง ๑๖ กัปบ้าง ๓๒
กัปบ้าง ๖๔ กัปบ้าง ดังนี้ เพราะตนเองเกิดในพรหมโลกที่มีอายุยาวนานจึง
เห็นสัตว์ทั้งหลาย ผู้กำลังตาย กำลังเกิดที่มีอายุน้อยในเทวดาชั้นกามาวจรเบื้อง
ต่ำ เช่นกับการตกลงแห่งเม็ดฝนพอถูกกระทบก็แตกไป เพราะฉะนั้น จึง
กล่าวแล้วอย่างนี้.
- ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงดำริว่า ก็เทวดานี้ ย่อมกล่าววัฎฏกถา
(ถ้อยคำอันเป็นไปในวัฏฏะ) อันไม่เหมาะสม เมื่อจะทรงแสดงวิวัฏฏกถาแก่
เทวดานั้น จึงตรัสพระคาถาที่ ๒.
- บรรดาบทแห่งคาถาที่ ๒ เหล่านั้น บทว่า โลกามิสํ ได้แก่โลกามิส
๒ อย่าง คือปริยายโลกามิส (โลกามิสที่เป็นเหตุ) นิปปริยายโลกามิส (โลกามิส
ที่ไม่เป็นเหตุ) วัฏฏะอันเป็นไปในภูมิ ๓ เรียกว่า ปริยายโลกามิส. ปัจจัยคือ
เครื่องอาศัย ๔ อย่าง เรียกว่า นิปปริยายโลกามิส. ในที่นี้ ท่านประสงค์เอา
ปริยายโลกามิส อันที่แท้ แม้นิปปริยายโลกามิสก็ควรในที่นี้เหมือนกัน.
- บทว่า สนฺติเปกฺโข อธิบายว่ามุ่งอยู่ ต้องการอยู่ ปรารถนาอยู่ซึ่ง
สันติอันยั่งยืนกล่าวคือพระนิพพาน.
- จบอรรถกถาอุปเนยยสูตรที่ ๓