ข้ามไปเนื้อหา

กฎวางระเบียบเครื่องแต่งกายผู้พิพากษาตุลาการ

จาก วิกิซอร์ซ
วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๔๕๙
เล่ม ๓๓น่า ๕๗
ราชกิจจานุเบกษา

กฎวางระเบยบเครื่องแต่งกายผู้พิพากษาตุลาการ

เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม อธิบดีศาลฎีกาประมุขฝ่ายตุลาการ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ ได้ปฤกษาตกลงพร้อมกันว่า บัดนี้ถึงสมัยสมควรที่จะวางระเบียบเครื่องแต่งกายผู้พิพากษาตุลาการมิให้ก้าวก่ายลักลั่นให้ลงทำนองพระราชกำหนดเครื่องแต่งตัวข้าราชการพลเรือน รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ นั้น ให้ออกฎบังคับไว้สืบไปดังนี้

ข้อเมื่อผู้พิพากษาตุลาการจะขึ้นนั่งบัลลังก์พิจารณาพิพากษาคดี ให้แต่งเครื่องยศตามแบบข้าราชการพลเรือนในการธรรมดาทุกวัน ให้แต่งเครื่องยศอย่างปรกติ คือสรวมเสื้อขาวแบบข้าราชการ ติดอินทร์ธนู นุ่งผ้าม่วงสีน้ำเงินแก่ สรวมถุงเท้ารองเท้า ถ้าเปนการพิเศษ ให้แต่งเครื่องครึ่งยศฤๅเต็มยศโดยลักษณกำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินั้น ถ้าผู้พิพากษาตุลาการคนใดเปนเนติบัณฑิตสยาม ให้สรวมครุยทับนอกเสื้อยศนั้นด้วย ห้ามมิให้แต่งกายอย่างอื่นอย่างธรรมดาขึ้นนั่งพิจารณาพิพากษาความ

ข้อข้าราชการต่างประเทศเปนที่ปรึกษากฎหมาย จะขึ้นนั่งบัลลังก์ช่วยพิจารณาปรึกษาคดี ให้สรวมเสื้อดำ สรวมเกาน์สโมสรกฎหมายแห่งประเทศซึ่งตนเปนสมาชิกมีสิทธิจะใช้ได้นั้นทับบนเสื้อดำ แลผู้ซึ่งมีผ้าผูกคอแถบขาวก็ให้ใช้แถบนั้นด้วย ห้ามมิให้สรวมเกาน์ทับเสื้อขาวนั่งบัลลังก์ปรึกษาความ

ข้ออธิบดีแลผู้พิพากษาทั้งหลาย แลข้าราชการต่างประเทศที่ปรึกษากฎหมาย แต่งกายตามระเบียบนิยมซึ่งได้วางกำหนดมานี้เฉภาะแต่เวลาขึ้นนั่งบัลลังก์ปรึกษาพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อเปนสง่าแก่ศาลยุติธรรมแห่งพระราชอาณาจักร แต่เวลาอื่นทำงานศาลนอกบัลลังก์นั้นมิได้นิยม

อนึ่งให้สำเหนียกข้อบังคับมรรยาททนายความ (ลงวันที่ ๒๗ เดือนพฤษภาคม พระพุทธศักราช ๒๔๕๙) ว่าด้วยเครื่องแต่งกายอย่างไรจะเปนสุภาพเปนคาระวะนิยม ให้พึงดูแลตักเตือนว่ากล่าวทนายความให้แต่งกายสำรวมตามข้อบังคับของเนติบัณฑิตยสภาในเวลาทนายนั้น ๆ จะเข้ามายังบริเวณศาลยุติธรรมซึ่งอยู่ใต้บังคับบัญชาแห่งผู้พิพากษานั้นด้วย

กฎนี้ให้เริ่มต้นใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๙ เปนต้นไป

กฎให้ไว้ณวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พระพุทธศักราช ๒๔๕๙
(ลงนาม) มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาอภัยราชา
เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"

Public domainPublic domainfalsefalse