กฎหมายโปลิศซึ่งจะรักษาน่าที่ในพระนครนอกพระนคร 53 ข้อ ออกในปีกุนสัปตศก 1237
| กฎหมาย | ||
| โปลิศ | ||
| ซึ่งจะรักษาน่าที่ในพระนคร | ||
| นอกพระนคร | ||
| ๕๓ ข้อ | ||
| ออกในปีกุนสัปตศก | ||
| ๑๒๓๗ | ||
| ตีพิมพ์โรงหลวงในพระบรมมหาราชวัง | ||
| กรุงเทพฯ | ||

๏ศุภมัศดุ ๑๒๓๗ วราหะสังวัจฉะระ จิตรมาศ ศุกปักษ นะวะมีดิถี พุฒวาร ปริเฉทกาลกำหนด พระบาทสมเดจพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า เมื่อครั้งแผ่นดินพระบาทสมเดจพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้มีเจ้าพนักงานจัดจ้างโปลิศลาดตะเวรรักษาตามแถวถนนกำแพงชั้นนอก ครั้นมาในแผ่นดินปัตยุบันนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระยามหามนตรีศรีองครักษ สมุหเจ้ากรมพระตำรวจในขวา จัดทหารรักษาแถวถนนในกำแพงชั้นนอกพระบรมมหาราชวังโดยรอบ ให้พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมืองยกโปลิศออกไปตั้งตรวจตรารักษาชั้นนอกกำแพงเมืองฝั่งตวันออก ฝั่งฟากตวันตกนั้นให้สมเดจพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กับพระสุริยภักดี เจ้ากรมพระตำรวจสนมทหารซ้าย จัดจ้างคนเปนโปลิศรักษาลาดตะเวนระวังโจรผู้ร้าย แต่ยังหามีกฎหมายสำหรับตัวโปลิศไม่ ครั้งนี้ทรงพระราชดำริห์ว่า จะให้ตั้งกฎหมายสำหรับโปลิศไว้เปนแบบฉบับสืบต่อไปภายน่า ด้วยทรงพระกรุณาแก่พระบรมวงษานุวงษแลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยราษฎรทั้งปวง เพื่อจะให้เปนศุขเปนคุณแลประโยชน์ต่อไป จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ท่านเจ้าพระยาภานุวงษมหาโกษาธิบดี พระยามหามนตรี พระยาศรีสิงหเทพ พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง พระพิเรนทรเทพ พระสุริยภักดี คิดข้อกฎหมายโปลิศรักษาตามแถวถนนในกรุงเทพฯ ระงับเหตุการมิให้คนพาลชุกชุมเกิดขึ้นแก่บ้านเมืองได้ต่อไป ๚ะ
๏ข้อ๑นายโปลิศที่เปนออฟฟิเซ่อต้องประพฤติตัวตามข้อบังคับแลกฎหมายจงทุกข้อทุกประการ ถ้าจะเกิดเหตุการขึ้นสิ่งไร ฤๅชำระความ ก็ต้องทำเตมอำนาจ อย่าให้เคลื่อนคลาศผิดข้อกฎหมายข้อหนึ่งข้อใด ถ้าโปลิศไม่ประพฤติทำตามกฎหมาย จะให้มีโทษโดยโทษานุโทษ ๚ะ
๏ข้อ๒ให้นายโปลิศที่เปนออฟฟิเซ่อเปนตำแหน่งที่สองรองอินสเปกเตอเยเนราล แลกอนสเตอเบอพวกโปลิศเลว จงทำการที่ในพนักงานของตัวโดยเลอียด แล้วให้มีไม้ตะบองแลปืนปัศตันอาวุธสำหรับมือเตรียมไว้จงพร้อม เมื่อมีเหตุการควรจะใช้ จะได้ใช้ตามกฎหมาย ๚ะ
๏ข้อ๓อินสเปกเตอเยเนราลเจ้าพนักงานใหญ่ ชิบโปลิศออฟฟิเซอที่สองรองอินสเปกเตอเยเนราลเจ้าพนักงานใหญ่ จะเปนผู้จ้างคนให้เปนกอนสเตอเบอคือโปลิศเลวในการโปลิศทุกแห่งที่มีกองโปลิศตั้งอยู่ จะจ้างคนที่ยังไม่เคยเปนโปลิศฤๅคนที่เคยเปนโปลิศแล้วมารับจ้างเปนโปลิศอีกก็ใช้ได้ แลคนที่จะเข้ารับการเปนโปลิศใหม่นั้นต้องทำหนังสือสัญญากำหนดวัน กำหนดเดือน กำหนดปี ที่จะรับใช้ในการโปลิศ เวลากำหนดในหนังสือสัญญานั้นกำหนดเพียงสามปี แลคนที่เปนโปลิศนั้น ถ้าทำราชการดี จะได้เลื่อนที่ขึ้นฤๅจะคงที่อยู่ตามหนังสือสัญญาที่ได้ทำไว้แล้วยังไม่ครบกำหนด ก็ต้องประพฤติตามหนังสือสัญญาที่ได้ทำไว้แล้วกว่าจะครบกำหนดสัญญา อนึ่งคนที่ได้รับจ้างเปนโปลิศทุก ๆ คน ถ้าผู้ใดผู้หนึ่งจะอออกจากการโปลิศ ต้องลาอินสเปกเตอเยเนราลเจ้าพนักงานใหญ่ฤๅผู้ที่เปนชิบโปลิศออฟฟิเซ่อนายโปลิศให้รู้ก่อน ถ้าไม่ได้บอกลาหนีไปจับตัวได้ ให้จำไว้ณคุกสามเดือน ถ้าจะถ่ายโทษตัว เดือนหนึ่ง ๒๐ บาท ๓ เดือนเปนเงิน ๖๐ บาท เอาไว้เปนเงินกลางในกรมโปลิศ ถ้าทาษหนีนายเงินมารับจ้างเปนโปลิศทำความผิดในการโปลิศแล้วหนีไป ตัวทาษมีผิดหนีนายเงินหนีการโปลิศ ให้ทำโทษเฆี่ยนทาษผู้นั้น ๓๐ ที ส่งตัวให้นายเงินรับไป อนึ่งหนังสือสัญญาซึ่งได้ทำไว้กับคนที่รับจ้างเปนคนโปลิศนั้นต้องมีข้อสัญญาว่าถ้าผู้หนึ่งผู้ใดมีความผิด ถ้าอินสเปกเตอเยเนราลฤๅชิบโปลิศออฟฟิเซ่อจะไล่เสียจากที่โปลิศเมื่อใดก็ไล่ได้ ฤๅผู้ที่ลาขอออกจากที่โปลิศก่อนกำหนดหนังสือสัญญา อินสเปกเตอเยเนราลฤๅชิบโปลิศออฟฟิเซ่อเหนชอบ จะให้ออกก่อนเวลากำหนดก็ได้ แต่ต้องบอกลาล่วงน่าเดือนหนึ่งก่อนจึ่งจะให้ออกได้ ๚ะ
๏ข้อ๔ว่าคนที่จะเข้าเปนโปลิศนั้น ให้นายโปลิศผู้เรียกคนพาคนที่จะเปนโปลิศไปให้เจ้าพนักงานตำแหน่งกำกับถือน้ำเอาตัวผู้นั้นไปสาบาลเสียก่อนว่าจะรับทำการโปลิศไปโดยซื่อสัตยสุจริต มิให้ผิดต่อข้อกฎหมายข้อหนึ่งข้อใด แล้วจึ่งได้รับราชการได้ ๚ะ
๏ข้อ๕ผู้ซึ่งเปนสายันเมเย่อ สายัน กอบปรัน กอนสเตอเบอฝ่ายโปลิศ เมื่อถึงกำหนดหนังสือสัญญาสามปีแล้ว จะออกจากโปลิศก็ได้ ถ้าจะรับราชการเปนโปลิศคงที่อยู่ตามเดิมต่อไปแล้ว ถ้าไม่ทำหนังสือสัญญาใหม่ ต้องประพฤติตามหนังสือสัญญาเดิม แต่ไม่มีกำหนดสามปี เปนแต่รับราชการเปนเดือน ๆ ต่อไป ๚ะ
๏ข้อ๖สายันเมเย่อ สายัน กอบปรัน กอนสเตอเบอที่รับใช้ดังนี้ ถ้าจะฃอลาออกจากการโปลิศก่อนกำหนดหนังสือสัญญา ฤๅครบกำหนดหนังสือสัญญาแล้วรับจ้างทาการต่อไป ถ้าจะออกจากโปลิศ ต้องทำหนังสือลาบอกล่วงน่าเดือนหนึ่งก่อน จึ่งจะออกจากราชการโปลิศได้ ถ้าโปลิศคนเลวเปนทาษฃองผู้ใดหลบหนีนายเงินมารับจ้างเปนโปลิศ นายเงินมาภบปะเข้า ให้บอกต่ออินสเปกเตอเยเนราลว่าตัวทาษหนีมารับจ้างเปนโปลิศ ให้อินสเปกเตอเยเนราลเอาตัวผู้รับจ้างมาถามสอบปากคำ ถ้ารับถูกต้องว่าเปนทาษฃองผู้นั้นจริง ให้อินสเปกเตอเยเนราลเอาตัวผู้ที่หนีนายเงินมารับจ้างโบยเสีย ๒๐ ที ส่งไห้นายเงินไป ถ้าขุนหมื่นเสมียนทนายไพร่หลวงไพร่สมหมู่ใดกรมใดมารับจ้างเปนโปลิศเลว ถ้าเจ้าหมู่มูลนายมีราชการจะต้องการตัวขุนหมื่นเสมียนทนายไพร่หลวงไพร่สมที่มาจ้างเปนโปลิศไปใช้สอยด้วยราชการหลวงจริง ให้มาแจ้งความต่ออินสเปกเตอเยเนราล ๆ ต้องให้ตัวผู้นั้นไปกับเจ้าหมู่มุลนาย อย่าให้เสียราชการหลวงได้ แล้วให้อินสเปกเตอเยเนราลสืบดูว่าเจ้าหมู่มุลนายมาถอนเอาคนที่รับจ้างเปนโปลิศไปด้วยราชการหลวงจริงฤๅไม่จริง ถ้าไม่ใช่ราชการหลวง เจ้าหมู่มุลนายมาหลอกลวงชักถอนเอาคนที่มารับจ้างเปนโปลิศไป ให้ปรับเจ้าหมู่มุลนายที่มาหลอกลวงเปนเงิน ๘๐ บาทไว้เปนเงินกลางในกรมโปลิศ ถ้าสายันเมเย่อ สายัน กอบปรัน กอนสเตอเบิล หลบหนีราชการไป ไม่ได้ทำหนังสือฃอลา ถ้าสืบจับตัวได้ จะปรับไหมตามกฎหมายข้อสาม แลเงินเดือนฃองผู้ที่กระทำผิดต้องปรับไหมเอาไว้เปนเงินกลางในกรมโปลิศเดือนหนึ่งฃองผู้นั้น ๚ะ
๏ข้อ๗ถ้าเกิดเหตุปัตยุบัน ทรงพระกรุณาโปรดให้ผู้ที่เปนชิบโปลิศออฟฟิเซ่อเรียกคนให้มากเกินกำหนดตามธรรมเนียมให้ภอสมกับการ แลคนซึ่งเริยกมาเปนเอกสตรา คือคนที่จ้างมารักษาบ้านเรือนผู้มีบันดาศักดิแลพ่อค้าราษฎรนั้น ต้องสาบาลตัวทุก ๆ คน แลอยู่ในบังคับอินสเปกเตอเยเนราลตามกฎหมายเหมือนกับโปลิศทุก ๆ คน ๚ะ
๏ข้อ๘ถ้าข้าราชการฤๅราษฎรชาวบ้านผู้หนึ่งผู้ใดมีสาเหตุกับเพื่อนบ้าน กลัวจะมีเหตุการขึ้นในบ้านของตัว จะมาหาชิบโปลิศออฟฟิเซ่อแจ้งความให้ทราบ ชิบโปลิศออฟฟิเซ่อทราบความแล้ว ต้องนำความนั้นแจ้งต่ออินสเปกเตอเยเนราล ถ้าอินสเปกเตอเยเนราลเหนว่าจะเรียกคนมากเกินกว่าเหตุ ก็ให้อินสเปกเตอเยเนอราลนำความขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวายคำนับบังคมทูลพระกรุณา แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรด ถ้าเหนควรที่การที่มาแจ้งแล้ว จะบังคับให้โปลิศออฟฟิเซ่อจัดหาจ้างคนเปนโปลิศไปรักษาบ้านฃองผู้นั้นภอสมควรแก่เหตุการที่จะเกิดขึ้น แต่ให้จ้างคนอื่นมาเปนโปลิศ อย่าให้ชักถอนคนโปลิศเดิมซึ่งได้ประจำน่าที่อยู่แล้วนั้นไป แลคนที่จะรับจ้างเปนโปลิศไปรักษาบ้านนั้นต้องประพฤติตามกฎหมายทุกข้อทุกประการ เมื่อจะเอาเข้ารับจ้างการนั้น ต้องสาบาลตัวเสียก่อน ผู้ที่จะเปนโปลิศไปรักษาบ้านนั้นต้องอยู่ในบังคับอินสเปกเตอเยเนอราลแลชอบโปลิศออฟฟิเซ่อเหมือนกับโปลิศทั้งปวง เงินเดือนค่าจ้างนั้นเจ้าฃองบ้านที่ได้ฃอโปลิศมารักษาบ้านฃองตัวต้องเสียเอง ถ้าเจ้าฃองบ้านจะไม่ต้องการโปลิศรักษาต่อไปแล้ว ต้องให้ทำหนังสือมาแจ้งยังอินสเปกเตอเยเนราลและชิบโปลิศออฟฟิเซ่อให้รู้ แล้วให้อินสเปกเตอเยเนราลฤๅชิบโปลิศออฟฟิเซ่อให้เลิกถอนโปลิศที่ให้เฝ้าบ้านนั้นเสีย ๚ะ
๏ข้อ๙ถ้าผู้ใดรับจ้างเปนโปลิศ อินสเปกเตอเยเนราลจะบังคับให้ไปรักษาที่แห่งใดตำบลใดฤๅเรือลูกค้าลำใด ผู้นั้นต้องไปรวังการตามคำสั่งอินสเปกเตอเยเนราลทุกแห่งทุกตำบล ๚ะ
๏ข้อ๑๐โปลิศทุก ๆ คนครบกำหนดจะออกจากโปลิศก็ดี ฤๅเปนโทษต้องถอดออกจากโปลิศก็ดี ฤๅจะออกไปทำราชการกรมอื่น ๆ ก็ดี เครื่องนุ่งห่มที่แต่งตัวกับม้าแลเครื่องอาวุธสิ่งของทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับตัวเมื่อเปนโปลิศอยู่นั้น ต้องมอบคืนให้แก่เจ้าพนักงานในกรมโปลิศให้ครบทุกสิ่ง ถ้าผู้ใดมิได้มอบเครื่องนุ่งห่มอาวุธสำหรับตัวเหมือนหนึ่งว่ามาแล้วนี้ ให้ปรับไหมเหมือนคนหนีราชการตามกฎหมายข้อสาม แล้วเร่งเอาเครื่องนุ่งห่มแลอาวุธสำหรับตัวให้ครบตามบาญชีที่จ่ายไป ถ้าผู้ที่จะออกจากโปลิศส่งของเครื่องนุ่งห่มแลเครื่องอาวุธสำหรับตัวขาดไม่ครบตามบาญชีที่ได้จ่ายไป ก็ให้คิดเอาเงินแทนสิ่งของที่ขาดไปนั้นไว้ตามราคามากแลน้อย ๚ะ
๏ข้อ๑๑โปลิศที่จ้างมารับราชการหลวง ถ้าประพฤติการดี อินสเปกเตอเยเนราลเหนควรจะเพิ่มเติมรางวันให้ ก็จะเพิ่มเติมให้ตามสมควร ถ้าโปลิศไปจับผู้ร้าย ๆ ต่อสู้ฆ่าโปลิศถึงแก่กรรม์ จะพระราชทานเงินรางวันให้แก่บุตรภรรยาโปลิศที่ถึงแก่กรรม์ภอสมควรตามแต่เหตุ แลเงินเดือนฃองโปลิศที่ถึงแก่กรรม์นั้นยังค้างอยู่เท่าใด ก็จะพระราชทานให้แก่บุตรภรรยาของโปลิศ ถ้าโปลิศคนไรไปจับผู้ร้าย ๆ ทุบตีฟันแทงมีบาดแผลถึงแตกหักเปนคนพิการ จะรับราชการต่อไปอีกไม่ได้ จะโปรดพระราชทานเงินเดือนของผู้นั้นครึ่งหนึ่งเสมอทุกเดือนไปจนตลอดชีวิตรฃองโปลิศผู้นั้น ๚ะ
๏ข้อ๑๒ผู้ที่รับราชการในโปลิศกว่าสิบปีไป ไม่มีความผิดสิ่งไร จนถึงอายุได้ ๖๐ ปี เปนคนชะรา จะรับราชการในโปลิศไม่ได้ ก็ให้อินสเปกเตอเยเนราลถวายคำนับบังคมทูลพระกรุณา จะได้พระราชทานเงินให้ผู้นั้นภอเปนกำลังเลี้ยงชีวิตรไปตามสมควร ๚ะ
๏ข้อ๑๓ถ้าสายันเมเย่อ สายัน กอบปรัน กอนสเตอเบอ เมื่อตัวรับราชการ ถ้าเสพสุราเมาเสียสติ ๑ ไม่เข้าเวนตามเวลา ๑ นอนหลับไม่เข้าเวน ๑ เข้าเวนไม่รวังการ ๑ เล่นหวยเล่นไพ่เล่นโปเล่นถั่วกำตัดการพนันต่าง ๆ ๑ ถ้าผิดดังนี้ ให้อินสเปกเตอเยเนราลเอาตัวผู้ที่ทำผิดมาโบย ๒๐ ที แล้วให้ไล่เสียจากโปลิศ ถ้าเปนออฟฟิเซ่อ ให้ถอดออกจากออฟฟิเซ่อ แล้วเอาใช้เปนโปลิศเลวต่อไป ถ้าทำผิดต่อข้อกฎหมายหนึ่ง คลาดเมื่อเกิดเหตุหนึ่ง สั่งแล้วไม่ทำหนึ่ง เปนคนป้องกันรักษาพวกพ้องที่น้องฃองตัวที่ทำการผิดหนึ่ง ให้อินสเปกเตอเยเนราลเอาตัวผู้ที่กระทำผิดจำไว้สามเดือน ครบสามเดือนแล้วให้ถอดปล่อยผู้นั้นไป ถ้าเปนตัวออฟฟิเซ่อ ให้เอามาเปนโปลิศเลวรับราชการต่อไป อนึ่งถ้าออฟฟิเซ่อแลโปลิศเลวเมื่อรับราชการอยู่ในการโปลิศกระทำคุมเหงข้าราชการฤๅอาณาประชาราษฎรให้ได้ความเดือดร้อน ก็ให้ผู้ต้องคุมเหงไปฟ้องต่ออินสเปกเตอเยเนราลก่อน ถ้าอินสเปกเตอเยเนราลไม่รับฟ้องชำระให้ ก็ให้ไปฟ้องยังโรงศาลตามกระทรวง ถ้าข้าราชการแลราษฎรทำคุมเหงโปลิศเมื่อเวลารับราชการอยู่ในการโปลิศอย่างหนึ่งอย่างใด ให้อินสเปกเตอเยเนราลหาตัวผู้ที่คุมเหงโปลิศมาชำระไต่สวน ถ้าได้ความจริงเปนความเลกน้อยควรจะตัดสินให้แล้วกันไปได้ ก็ให้อินสเปกเตอเยเนราลตัดสินไปให้แล้วกันตามกฎหมาย ถ้าเบนควมาควรจะน้อมเกล้าถวายคำนับบังคมทูลพระกรุณา ก็ให้นำความขึ้นน้อมเกล้าถวายคำนับบังคมทูลพระกรุณา แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ๚ะ
๏ข้อ๑๔ถ้าชิบโปลิศออฟฟิเซ่อแลตัวนายโปลิศจะทำผิดต่อกฎหมายข้อบังคับในกรมโปลิศข้อหนึ่งข้อใดก็ดี อินสเปกเตอเยเนราลชำระได้ความจริงแล้ว ต้องนำความขึ้นน้อมเกล้าถวายคำนับบังคมทูลพระกรุณา ถ้าอินสเปกเตอเยเนราลทำผิดต่อกฎหมาย ก็ให้ชิบโปลิศออฟฟอเซ่อแลตัวนายในกรมโปลิศนำความขึ้นน้อมเกล้าถวายคำนับบังคมทูลพระกรุณา แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตามโทษานุโทษของผู้ที่ล่วงพระราชกำหนดกฎหมาย ๚ะ
๏ข้อ๑๕ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดออฟฟิเซ่อแลโปลิศเลวในกรมโปลิศพูดจาหยาบช้ากับผู้ที่สูงบันดาศักดิกว่าตัว ฤๅด่าถึงบิดามารดาต่อคนโปลิศที่มีตำแหน่งสูงกว่าตัวเมื่อตัวรับราชการอยู่ในโปลิศนั้น ถ้าชำระได้ความจริงแล้ว ให้ปรับไหมผู้ที่ทำความผิดให้กับผู้นั้นตามบันดาศักดิ ฤๅจำขังไว้ณคุกปีหนึ่ง ฤๅจะกำหนด ๖ เดือน ๓ เดือนก็ได้ สุดแล้วแต่อินสเปกเตอเยเนอราลจะเหนชอบเหนควรตามโทษมากแลน้อย ๚ะ
๏ข้อ๑๖เงินที่ได้ปรับไว้จากคนโปลิศที่ทำผิดต่อกฎหมายนอกจากสินไหมนั้น ให้อินสเปกเตอเยเนอราลมอบให้เจ้าพนักงานในกรมโปลิศเก็บเงินนั้นไว้เปนเงินกลาง ถ้ามีเหตุการเกิดขึ้นควรจะต้องเรียกคนเปนโปลิศเตีมขึ้นอิก ก็ให้อินสเปกเตอเยเนอราลจ่ายเงินกลางรายนี้ให้เปนค่าจ้างกับคนที่มาเปนโปลิศใหม่ ถ้าเงินกลางรายนี้ไม่ภอจ่าย จึงให้เบีกเงินในท้องพระคลัง ถ้าออฟฟิเซอแลโปลิศเลวมีความชอบ อินสเปกเตอเยเนอราลจะให้เงินกลางรายนี้เปนรางวันแก่ผู้ซึ่งมีความชอบตามสมควรก็ได้ อนึ่งของสิ่งใดซึ่งเปนของที่ยังไม่มีในกฎหมาย ถ้าอินสเปกเตอเยเนอราลเหนว่าสิ่งนั้นมีประโยชน์ในการโปลิศ จะเอาเงินรายนี้ซื้อไว้เปนกลางสำหรับในการโปลิศก็ได้ แต่ต้องถวายคำนับบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทก่อน ๚ะ
๏ข้อ๑๗อินสเปกเตอเยเนอราลแลออฟฟิเซอในกรม โปลิศเหนการสิ่งไรที่ยังไม่มีในกฎหมาย ควรจะต้องตั้งกฎหมายเพิ่มเตีมขึ้น ก็ให้นำความขึ้นถวายคำนับบังคมทูลพระกรุณาให้ทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทก่อน ๚ะ
๏ข้อ๑๘ผู้ซึ่งจะเปนโปลิศนั้นให้รักษาระวังดูแลกำชับตักเตือนเจ้าของบ้านเจ้าของเรือนผู้ใดอย่าให้เปรอะเปื้อนมีขึ้นที่น่าบ้านหลังบ้านได้ทุกบ้านทุกเรือนแต่บันดาที่อยู่ในท้องที่ของโปลิศได้รักษาดูแล ๚ะ
๏ข้อ๑๙ให้ระวังผู้ที่จะทำผิดต่าง ๆ ถ้ามีเหตุการขึ้นสิ่งไร ถึงไม่มีโจทย์มาว่ากล่าว ก็ให้สืบสวนเอาความจริงแล้วจับตัวผู้ซึ่งกระทำความผิดนั้นให้จงได้ แล้วให้นำความนั้นมาแจ้งต่ออินสเปกเตอเยเนอราลให้ทราบก่อน ถ้าผู้ที่กระทำผิดนั้นหนีออกนอกพระนครไปอยู่บ้านใดหัวเมืองใด ก็ให้อินสเปกเตอเยเนอราลนำความไปแจ้งแต่ท่านผู้ได้บังคับบ้านเมืองนั้นให้จับตัวผู้กระทำความผิดนั้นมาส่ง ๚ะ
๏ข้อ๒๐ผู้ซึ่งกระทำผิด ถ้าโปลิศเหนแล้ว ให้รีบเอาตัวโดยเร็ว ถ้าพวกโปลิศน้อยตัวกว่าคนร้าย จะเรียกพวกโปลิศมาช่วยอิกไม่ทันที ก็ให้โปลิศร้องบอกกล่าวให้ชาวบ้านอยุ่ใก้ลเคียงนั้นช่วยจับตัวคนร้ายให้จงได้ ถ้าโปลิศแก้ลงนี่งเสียฤๅแก้ลงทำไล่จับไม่ทัน ถ้าอินสเปกเตอเยเนอราลชำระได้ความจริง จะทำโทษตามกฎหมาย ๚ะ
๏ข้อ๒๑มีผู้มานำให้โปลิศจับคนที่หนีจากทิมจากตรางหนีเจ้าเบี้ยนายเงินก็ดี ฤๅโปลิศภบโจรผู้ร้ายแลคบที่มีความผิดต้องด้วยกฎหมายแลหมายประกาศข้อหนึ่งข้อใดซึ่งเกีดขึ้นในท้องที่โปลีศรักษาอยู่นั้น ๆ ถ้าโปลิศไล่จับ คนที่ทำความผิดดังกล่าวมานี้วิ่งหนีเข้าไปในวังนั้นในบ้านนั้น ถ้าคนในวังในบ้านนั้นร้องบอกให้โปลิศเข้าไปช่วยกันจับในวังนั้นบ้านนั้น จึงให้โปลิศติดตามเข้าไปจับผู้ร้ายแลคนร้ายในวังนั้นบ้านนั้นให้จงได้ ถ้าคนในวังนั้นบ้านนั้นรับต่อโปลิศไว้ว่ามิให้จับกุม จะเอาตัวคนร้ายมาส่ง ก็ให้โปลิศเรียกเอาหนังสือกำหนดว่าจะส่งคนร้ายในวันนั้นเวลานั้นไว้เปนสำคัญ ถ้าเจ้าของวังเจ้าของบ้านทำหนังสือรับให้ไม่ทันเวลานั้น ให้โปลิศมีพยานรู้เหนไว้ แล้วให้โปลิศนำเอาหนังสือแลข้อความมาแจ้งแก่อินสเปกเตอเยเนอราล ถ้าถึงกำหนดไม่เอาตัวผู้ร้ายแลคนร้ายมาส่ง ก็ให้อินสเปกเตอเยเนอราลไปเกาะเอาตัวผู้ที่ทำหนังสือแลรับมาเร่งเอาตัวคนร้ายแลผู้ร้ายตามกฎหมาย ถ้าผู้ร้ายแลคนร้ายวิ่งเข้าไปในวังใดบ้านใด โปลิศร้องบอกคนที่อยู่ในวังในบ้านให้ช่วยจับอ้ายผู้ร้ายแลคนร้าย คนที่อยู่ในวังนั้นบ้านนั้นกลับกั้นกางให้อ้ายผู้ร้ายแลคนร้ายหนีไปได้ ให้โปลิศมาแจ้งความต่ออินสเปกเตอเยเนอราล ๆ ต้องมีหมายไปถึงเจ้าของวังเจ้าของบ้านขอเอาตัวคนที่กั้นกางอ้ายผู้ร้ายแลคนร้ายมาพิจารณา ถ้าได้จริงก็ให้ทำโทษผู้ที่กั้นกางอ้ายผู้ร้ายแลคนร้ายนั้นตามกฎหมาย ๚ะ
๏ข้อ๒๒ผู้หนึ่งผู้ใดทำกิริยานุ่งห่มผิดประหลาดกว่าคนปรกติตามธรรมเนิยมเดินมาตามท้องถนนฤๅจะแอบแฝงนั่งนอนในที่ลับที่แจ้งแห่งใดแห่งหนึ่งก็ดี ถ้าโปลิศมีความสงไสยว่าผู้นั้นจะเปนผู้ร้าย ก็ให้จับตัวผู้นั้นมาส่งให้ตระลาการในกรมโปลิศชำระไล่เลียง ถ้าผู้นั้นมีชุดอังแพลมแลเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับตัวตัดฝาลักล้วง ฤๅอาวุธต่าง ๆ สำหรับที่จะทำร้ายแก่คนทั้งปวง อย่างหนึ่งอย่างใดดังว่ามานี้แล้ว ให้อินสเปกเตอเยเนอราลพิจารณาไต่สวน เหนว่าเปนคนร้ายจริงก็ให้เอาผู้นั้นทำโทษตามกฎหมาย ถ้าเปนแต่กิริยานุ่งห่มผิดคนปรกติตามธรรมเนิยม ไม่มีของสำคัญสิ่งไรว่าเปนผู้ร้าย ก็ให้เอาตัวขังไว้กว่าจะมีผู้มารับ ถ้าเจ้าหมู่มุลนายมารับ จึงให้ปล่อยตัวไป ๚ะ
๏ข้อ๒๓ถ้ามีผู้เสพสุราเมาเดินมา⟨ใ⟩นท้องถนน แต่หาไ⟨ด้⟩ทำร้ายผู้หนึ่งไม่ ถ้าโปลิศเหนกริยาเวลานั่งเมาของผู้นั้น มีความไสงไวยว่า ผู้ที่เมานั้นจะเที่ยวทำร้ายผู้หนึ่งผู้ใด ฤๅจะมีเหตุผลกับตัวผู้ที่เมานัันประการใด ก็⟨ให้⟩โปลิสจับตัวผู้นั้นมาขึงไว้กว่าจะส่งเมาเปนปรกติแล้ว จึงให้ปล่อยต่อไป อย่าให้เรียกเอาค่าธรรมเนียมสิ่งหนึ่งสิ่งใด ๚ะ
๏ข้อ๒๔ถ้าจะมีการเล่นสิ่งหนึ่งสิ่งใด เปนการแห่ในท้องถนนก็ดี แลการเล่นต่าง ๆ ฤๅทำบุญเปนที่ประชุมคนมาก ก็ให้โปลิศกำกับรักษาดูแลระวังจับผู้ที่เมาสุราแลถือไม้พลองตระบองสั้นอาวุธต่าง ๆ มาในที่การประชุมนั้น ให้โปลิศจับตัวผู้นั้นส่งให้ตระลาการในกรมโปลิศถามปากคำไว้ แล้วให้ขังผู้นั้นไว้ใช้การ ๒ เดือน ถ้ามีผู้มารับตัว จึงให้ปล่อยตัวไป แลไม้พลองตระบองสั้นอาวุธต่าง ๆ ที่ถือมานั้นให้เอาเปนของกลางในกรมโปลิศ ๚ะ
๏ข้อ๒๕ให้โปลิศระวังดูแลห้ามปรามในท้องถนนที่โปลิศได้รักษา อย่าให้ราษฎรชาวบ้านปลูกพะเพิงแลวางสิ่งของเข้ามาในแนวถนนให้กีดทางรถทางม้าทางคนเดินไปมา ถ้าผู้ใดทำดังว่ามานี้ ก็ให้โปลิศห้ามปรามบังคับให้เจ้าของรื้อถอนแลเกบของนั้นไปเสียให้พ้นแนวถนน ๚ะ
๏ข้อ๒๖ที่แห่งใดเปนที่ประชุมคนมาก เปนต้นว่าโรงหวยบ่อนโปบ่อนถั่วแลที่เล่นการพนันต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในท้องที่โปลิศได้ระวังรักษา ให้โปลิศไปกำกับระวังการวิวาทต่าง ๆ แลฉกชิงวิ่งราวอย่าให้มีขึ้นได้ในที่นั้น ๚ะ
๏ข้อ๒๗ของสิ่งหนึ่งสิ่งใด ไม่ว่าราคามากแลน้อย ตกอยู่ในท้องที่ถนนโปลิศรักษาแห่งหนึ่งแห่งใดก็ดี ถ้าโปลิศภบปะของเข้าแล้ว ก็ให้เอาของนั้นมาแจ้งแก่ชิบโปลิศออฟฟิซเซอให้รับของนั้นรักษาไว้ แลให้มาแจ้งความต่ออินสเปกเตอเยเนอราล ๆ ต้องเขิยนหนังสือบอกรายสิงของที่เกบไว้นั้นปิดหนังสือน่าโรงโปลิศ กำหนดตั้งแต่วันปิดหนังสือ ๓๐ วัน ถ้าเจ้าของมาติดตามในกำหนด ๓๐ วัน ให้อินสเปกเตอเยเนอราลพิจารณาได้ความว่าเปนของ ๆ ผู้นั้นจริง ให้คิดราคาของที่เกบได้เปนสิบลดสองให้เปนรางวันแก่โปลิศที่เก็บของได้ แล้วให้คืนของนั้นให้เจ้าของไปโดยดี ถ้าไม่มีเจ้าของมาติดตามพ้นกำหนด ๓๐ วันไปแล้ว ให้คิดราคาเปนของสิบลดสองให้เปนรางวันแก่โปลิศที่เกบของได้ ของที่เหลือนั้นให้เกบไว้เปนของกลางในกรมโปลิศ ถ้าโปลิศเกบของสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ ปิดบังของนั้นไว้ ไม่บอกแก่อินสเปกเตอเยเนอราล ๆ สืบสวนเปนสัจว่าปิดบังของที่เกบได้ไว้จริง ให้ตี ๒๐ ที แล้วให้ถอดจากโปลิศ แลสิบลดสองนั้นอย่าให้ชักให้แก่โปลิศที่เกบของปิดบังไว้นั้นเลย ให้เอาของนั้นเกบไว้เปนของกลางในกรมโปลิศ ๚ะ
๏ข้อ๒๘ทาษลูกนี่แลนักโทษฤๅผู้ใดหนีเจ้าหมู่มุลนายแลผู้คุมมาในท้องที่โปลิศรักษาอยู่นั้น ถ้าเจ้าหมู่มุนนายแลผู้คุมฤๅผู้รับสินบลติดตามมาจับตัว ถ้าร้องให้โปลิศจับ ก็ให้โปลิศจับ แล้วให้ถามสอบปากคำผู้ที่ต้องจับนั้นเสียก่อน ถ้าผู้ที่ต้องจับรับถูกต้องกับผู้ที่มาจับนั้น ก็ให้โปลิศมอบตัวให้กับผู้ทีมาจับไป ถ้าผู้ที่ต้องจับให้การไม่ถูกต้องกับผู้ที่มาจับกล่าวหา ก็ให้โปลิศยึดเอาตัวผู้ที่ต้องจับนั้นขังไว้ที่โรงโปลิศก่อน แล้วให้มาแจ้งความต่ออินสเปกเตอเยเนอราลให้ทราบ ถ้ามีเจ้าหมู่มุลนายมารับตัว จึงให้มอบตัวไป ถ้าเจ้าหมู่มุลนายผู้คุมฤๅผู้รับสีนบนจับตัวทาษลูกหนี้แลนักโทษได้มาแต่ถนนอื่น เดีนมาในท้องที่ถนนซึ่งโปลิศรักษาอยู่นั้น ก็ให้โปลีศถามผู้จับกับผู้ต้องจับว่าจับกันมาด้วยเหตุอันใด ถ้าได้ความแล้วก็ให้โปลิศปล่อยไป อย่าให้กักขังไว้ แล้วให้โปลิศไปแจ้งความแก่อินสเปกเตอเยเนอราลฤๅชิบโปลิศออฟฟิเซอให้จตหมายไว้ทุกครั้ง ๚ะ
๏ข้อ๒๙ให้อินสเปกเตอเยเนอราลมีตาชูตาชั่งถังทนานไม้เลหลาไม้ศอกไม้วาไว้สำหรับสอบลูกค้าซื้อขายแก่กันในท้องตลาดอย่าให้ฉ้อแก่กันได้ ให้โปลิศรักษาท้องที่ตรวจตราตาชูตาชั่งถังทนานไม้เลหลาไม้ศอกไม้วาจงเสมอ ถ้าผู้ใดทำถังทนานไม้เลหลาไม้ศอกไม้วาตาชูตาชั่งไม่เท่ากับตัวอย่าง ให้โปลิศหักทำลายของอันนั้นเสีย แล้วให้แบบให้ถูกต้องตามตัวอย่างที่ทำไว้ แลห้ามมิให้เรียกเอาข้าธรรมเนียม อนึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เงินบาทเงินสลึงเงินเฟื้องแลเสี้ยวอัฐโสฬศซื้อขายแก่กันตามพระราชบัญญัติ ให้โปลิศตรวจตราดูแลเงินบาทเงินสลึงเงินเฟื้องเสี้ยวอัฐโสฬศอย่าให้มีปลอมใช้ปะปนของหลวงไนท้องที่โปลิศได้รักษา ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดใช้เงินบาทเงินสลึงเงินเฟื้องเสี้ยวอัฐโสฬศปลอมก็ดี โปลีศได้เหนเข้าในท้องที่ของตัว ก็ให้เอาของที่ปลอมนั้นทุบทำลายเสีย แล้วเอามาส่งยังอินสเปกเตอเยเนอราล ถ้าเจ้าของร้องว่าเปนของดี ก็ให้อินสเปกเตอเยเนอราลตัดสิน ถ้าเหนเปนของไม่ปลอม โปลิศแกล้งทุบทำลายเสีย ก็ให้โปลิศใช้ของนั้นให้เจ้าของจงครบ ถ้าพ่อค้านายห้างชาวบ้านชาวร้านที่ซื้อขายจะเอาเสี้ยวอัฐโสฬศมาส่งให้โปลิศว่าปลอมก็ดี ให้โปลิศรับเอามาส่งยังอินสเปกเตอเยเนอราล ๆ ต้องสืบสวนเอาตัวผู้ที่ใช้ผู้ที่ทำปลอมให้จงได้ แล้วให้เอาเสี้ยวอัฐโสฬศที่ปลอมนั้นไปส่งแก่เจ้าพนักงานหอรัษฎากรพิพัฒน์ ๚ะ
๏ข้อ๓๐ถ้าเกีดไฟไหม้ขึ้นที่แห่งใดตำบลใดอยู่ในท้องที่โปลิศได้รักษาก็ดี แลมิใช่ท้องที่ของโปลิศก็ดี โปลิศที่รักษายามใก้ลเคียงภอจะไปช่วยทัน ก็ให้โปลิศนายไพร่ไปดับไฟที่ไหม้ในที่แห่งนั้นตำบลนั้นให้ไฟดับโดยเร็ว แล้วให้ช่วยระวังของ ๆ ผู้ที่ถูกไฟไหม้ยังเหลืออยู่แลของผู้ที่อยู่ใกล้เคียงไฟไหม้นั้นอย่าให้มีผู้แย่งชิงได้ ๚ะ
๏ข้อ๓๑ของสิ่งไรที่เปนของหลวงปลูกสร้างขึ้นไว้ในที่แห่งใดตำบลใดท้องที่โปลิศรักษา ก็ให้ระวังรักษาอย่าให้ผู้ใดผู้หนึ่งทำของเหล่านั้นสลักหักพังไปได้ ถ้ามีผู้ทำลายยื้อแย่งของหลวงเหล่านั้น ก็ให้โปลิศจับเอาตัวผู้นั้นมาส่งยังอินสเปกเตอเยเนอราล ๆ จะได้ตัดสินให้สมควรแก่การ ๚ะ
๏ข้อ๓๒ถ้ามีการเสด็จพระราชดำเดีนทางสถลมารถ ให้ชิบโปลิศออฟฟิเซอคอยระวังอยู่ที่ทางลงรถขึ้นรถ ถ้านายลงจากรถแล้ว ให้บอกผู้ที่ขับรถให้เลื่อนไปอยู่ที่สมควร ให้เรียบเรียงอย่าให้กีดขวางทางรถที่จะไปมา ถ้าท่านผู้ใดเปนเจ้าของรถจะกัลบมาถึงที่จะขึ้นรถก่อน ให้ชิบโปลิศออฟฟิเซอเรียกเอารถของท่านผู้นั้นเข้ามารับ อย่าให้รถที่เจ้าของยังไม่มาเข้ามาแซกแซงกีดขวางได้ ๚ะ
๏ข้อ๓๓ถึงพระราชพิธียิงปืนอัตนา เจ้าพนักงานผู้ที่ต้องเกณฑ์ยิงปืนอัตนาเบีกดินดำเบิกปืนไปตั้งยิงในท้องที่ถนนของโปลิศรักษา ให้โปลิศตรวจดินดำให้ครบตามจำนานเบีก ให้ตักเตือนผู้ที่ต้องเกณฑ์ยิงทุกนัดทุกคราวอย่าให้ขาดได้ ไห้โปลิศระวังดูแลอย่าให้มีเหตุขึ้นได้ ๚ะ
๏ข้อ๓๔ถ้าจะมีสัตวร้ายเกีดขึ้นในท้องถนน เปนต้นว่าโค กระบือ ฤๅสุนักข์บ้า ฤๅสัตวอื่น ๆ ที่จะทำร้ายแก่คน ถ้ามีขึ้นในท้องถนน ก็ให้โปลิศจับสัตวนั้นขังเสียให้จงได้ ๚ะ
๏ข้อ๓๕ให้อินสเปกเตอเยเนอราลหาที่ทำคอกขังสัตวไว้ ถ้าโค กระบือ ม้า ฤๅสุกร แพะ แกะ ที่เปนสัตวมีเจ้าของเลี้ยง เจ้าของไม่เลี้ยงรักษาไว้ให้ดี ปล่อยไปให้เที่ยวทำเปรอะเปื้อนในท้องถนน แลเปนที่กีดขวางทางรถแลทางคนเดีน ถ้าโปลิศเหนสัตวทั้งปวงที่ไม่มีเจ้าของจูงมาเดีนอยู่ในท้องถนนแล้ว ให้โปลิศจับสัตวนั้นขังไว้ในคอกสำหรับขังสัตว อย่าปล่อยให้สัตวที่ไม่มีคนจูงเดีนไปมาในท้องถนนได้ แล้วอย่าให้สัตวนั้นอดอาหาร ให้ชิบโปลิศออฟฟิเซอทำหนังสือกำหนดราคาว่า สัตวอย่างนั้นกินอาหารวันละเท่าไร ค่าดูรักษาสัตวนั้นวันละเท่าไร ให้ทำหนังสือแขวนไว้ที่ประตูคอกสำหรับขังสัตว ถ้าเจ้าของมาติดตาม ก็ให้เรียกเอาเงินค่าไถ่ตามหนังสือที่แขวนไว้ประตูคอกนั้น จึงคืนสัตวนั้นให้เจ้าของไป ถ้าไม่มีเจ้าของมาติดตามถึง ๑๕ วัน ก็ให้เอาสัตวนั้นออกขายเลหลังเสีย แล้วให้เอาเงินค่าสัตวที่ขายเลหลังได้นั้นใช้แทนเงีนค่ากินแลค่ารักษาสัตวนั้น ถ้าเงินค่าสัตวนั้นเหลืออยู่ ก็ให้ชิบโบลิศออฟฟิเซอใช้จ่ายในการซื้ออาหารเลี้ยงสัตวที่ต้องขังนั้นต่อไป ๚ะ
๏ข้อ๓๖ถ้าผู้ใดผู้หนึ่งที่เปนโปลิศก็ดี มิใช่โปลิศก็ดี จะทำเรื่องราวกล่าวโทษคนที่เปนโปลิศต่ออินสเปกเตอเยเนอราล ให้อินสเปกเตอเยเนอราลตรวจดูเรื่องราวนั้นเสียก่อน ถ้าความในเรื่องราวที่กล่าวมานั้นว่าทำผิดต่อกฎหมายโปลิศแล้ว จึงให้อินสเปกเตอเยเนอราลมอบเรื่องราวนั้นให้ตระลาการในโปลิศชำระให้เหนเท็จแลจริง ถ้าเปนความมิได้เกี่ยวข้องในกฎหมายโปลิศ ก็ให้คืนเรื่องราวให้กับผู้ที่มาฟ้องนั้นไปฟ้องยังโรงศาลตามกระทรวงความ ถ้าขุนศาลมีหมายมายังกรมโปลิศให้ส่งตัวโปลิศผู้ซึ่งต้องคะดีนั้น ให้อินสเปกเตอเยเนอราลส่งตัวโปลิศซึ่งต้องคะดีนั้นไปว่าความให้เหนเท็จแลจริง ๚ะ
๏ข้อ๓๗ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดจะทำบุญ แลเปนการประชุมเลี้ยงดูกัน ฤๅจะมีการเล่นทุกอย่าง จะปลูกโรงฤๅทำพะเพิงออกมาในเนื้อที่ถนนของโปลิศได้รักษา ก็ให้ไปบอกกับอินสเปกเตอเยเนอราลให้ทราบก่อนว่าจะปลูกโรงแลปลูกพะเพิงออกมาในถนน ถ้าอินสเปกเตอเยเนอราลเหนควรวาจะปลูกได้ อินสเปกเตอเยเนอราลต้องให้หนังสืออนุญาตแก่ผู้ที่จะทำการนั้นฉบับหนึ่งว่า ถ้าจะทำการตั้งแต่วันนั้นไปถึงวันนั้นเปนวันหมดการ ถ้าถึงกำหนดที่จะเลิกการตามหนังสือสัญญานั้นแล้ว เจ้าของการนั้นไม่รื้อถอนของที่ปลูกไว้ในท้องถนนที่โปลิศรักษานั้นเสีย ให้อินสเปกเตอเยเนอราลบังคับให้โปลิศไปรื้อถอนเอาของที่ปลูกไว้นั้นเอาเปนของโปลิศ ถ้าผู้ใดปลูกสร้างโรงร้านพะเพิงในท้องถนนที่โปลิศได้รักษา ไม่ได้บอกให้อินสเปกเตอเยเนอราลรู้ ปลูกตามอำเภอใจของตนเอง ให้โปลิศไปบอกเจ้าของให้รื้อเสีย ถ้าไม่รื้อก็ให้โปลิศไปรื้อถอนเอาของที่ปลูกไว้นั้นเปนของโปลิศ แล้วให้ปรับเจ้าของที่ปลูกพะเพิงโรงร้านเปนเงินห้องละหกบาทเอาไว้เปนเงินกลางในกรมโปลิศ ๚ะ
๏ข้อ๓๘ผู้ใดจะเชิญคนมาประชุมคนในที่ตำบลใดฤๅจะมีการสิ่งอันใดในท้องถนนที่โปลิศได้รักษา ก็ให้เจ้าของงานไปแจ้งความต่ออินสเปกเตอเยเนอราลให้ทราบก่อน อินสเปกเตอเยเนอราลจะได้ให้หนังสืออนุญาตไว้เปนสำคัญ แล้วจะได้ให้โปลิศมาช่วยป้องกันการวิวาท ถ้าผู้ใดไม่ได้ไปแจ้งความต่ออินสเปกเตอเยเนอราลให้ทราบก่อน ทำแต่อำเภอน้ำใจตนเอง ถ้ามีเหตุเกิดขึ้นอย่างใดอย่างหนึ่ง อินสเปกเตอเยเนอราลจะปรับไหมเจ้าของงานเปนเงิน ๑๐๐ บาท ๚ะ
๏ข้อ๓๙แถวถนนที่โปลิศได้รักษา ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดเลี้ยงสุนักข์แลลิงฤๅสัตวต่าง ๆ ที่ดุร้ายไว้กับบ้านให้กัดคนที่เดินไปมาตามถนนน่าบ้านนั้นก็ดี ให้ปรับไหมเจ้าของสุนักข์เจ้าของลิงที่กัดคนหนึ่งเปนเงิน ๑๐ บาท ถ้าแผลที่สัตวกัดคนนั้นเจบมาก ก็ให้ปรับไหมให้สมควีแก่บาทแผล ถ้าเปนเวลากลางคืนล่วง ๒ ทุ่มแล้ว ถ้าสัตวที่เลี้ยงนั้นกัดผู้ที่เข้าไปในบ้าน ไม่ต้องปรับไหม ถ้าสัตวนั้นออกมากัดคนกลางถนนที่เปนหนทางเดินไปมา ก็ต้องปรับไหมเจ้าของสัตวเหมื่อเวลาวัน ถ้าผู้ที่เลี้ยงสุนักข์แลสัตวต่าง ๆ ปล่อยให้เดินตามถนนที่ทางม้าทางคน สัตวนั้นทำให้คนแลม้าตกใจกลัวตื่นไป ก็ให้ปรับไหมเจ้าของสัตวเปนเงิน ๑๐ บาท ถ้าสุนักข์และสัตว์ต่าง ๆ ไม่มีเจ้าของอยู่ในวัดในบ้านแห่งใดตำบลใด ให้โปลิศถามพระสงฆ์ถามฆราวาศซึ่งอยู่ในวัดนั้นในบ้านนั้น ถ้าไม่รับว่าเปนเจ้าของสุนักข์แลสัตวต่าง ๆ ก็ให้โปลิศรักษาถนนจับสุนักข์แลสัตวต่าง ๆ ไปปล่อยเสียให้สิ้น ๚ะ
๏ข้อ๔๐ถ้าผู้ใดมีรถมีเกวียนมีฬ้อที่ใช้อยู่ในท้องถนนจะไปหยุดภักที่แห่งใดตำบลใด ฤๅจะภักขนของลงจากรถก็ดี จากเกวียนก็ดี จากฬ้อก็ดี ฤๅเมื่อขนของขึ้นบันทุกรถบันทุกเกวียนบันทุกฬ้อที่บันทุกของมานั้น ให้หลีกไว้ให้พ้นทาง อย่าให้เปนที่กีดขวางอยู่ในทางรถทางเกวียนทางฬ้อได้ ถ้าผู้ใดหยุดรถหยุดฬ้อหยุดเกวียนต่าง ๆ อยู่ในท้องถนนเกินกำหนดธุระของตัว ชิบโปลิศออฟฟิซเซอจะปรับไหมเอาเงิน ๑๐ บาท แล้วให้ชิบโปลิศออฟฟิซเซอบังคับให้เจ้าของภารถภาเกวียนภาฬ้อไปไว้ในที่สมควร อย่าให้กีดทาง ๚ะ
๏ข้อ๔๑ถ้าผู้ใดจะหัดม้าฤๅจะหัดรถในท้องถนนที่โปลิศได้รักษา ก็ให้ไปบอกกับชิบโปลีศออฟฟิซเซอให้รู้ก่อน ถ้าชิบโปลิศออฟฟิซเซอกำหนดให้ว่าให้ไปหัดที่ตรงนั้น ให้วิ่งไปเพียงนั้น ให้กลับมาเพียงนั้น ถ้าผู้ที่หัดม้าขับรถแลหัดม้าขี่วิ่งเดินกำหนดของชิบโปลิศที่กำหนดไว้นั้นก็ดี ฤๅไม่ได้บอกให้รู้ก็ดี โปลิศได้ห้ามปรามไม่ฟังก็ดี ให้ปรับไหมเอาเงิน ๑๐ บาท ๚ะ
๏ข้อ๔๒ห้ามมิให้เด็กผู้ใหญ่เอาดินสอแลถ่านเพลิงแลสิ่งของไปเที่ยวขีดเขียน เปนต้นว่ากำแพงเมืองกำแพงวัดฝาผนังอุโบสถวิหารการเปรียญบ้านเรือนสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งปลูกสร้างไว้นั้น ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดไม่ฟังตามข้อบังคับ ให้ชิบโปลิศออฟฟิเซอจับตัวผู้เขียนนั้นมาปรับไหมเอาเงิน ๑๐ บาทเอาไว้เปนเงินกลางในกรมโปลิศ ถ้าไม่มีเงินให้ ๆ เอาตัวผู้ทำผิดจำขังใช้การในกรมโปลิศเดือนหนึ่งจึงให้ปล่อยตัวไป ถ้าผู้ใดมีกิจธุระของตัว หยากจะเขียนหนังสือปิดให้คนทั้งหลายทราบ เปนต้นว่าหนังสือบนจับโจรจับผู้ร้าย แลผู้คนข้าทาษหนีแลสืบหาสิ่งของต่าง ๆ ให้ผู้ที่จะต้องการออกหนังสือนั้น ๆ เขียนข้อความมาแจ้งต่ออินสเปกเตอเยเนอราล ๆ ต้องรับเอาหนังสือนั้นไปปีดประกาศให้แก่ผู้จะต้องธุระนั้น ถ้าผู้จะธุระที่จะปิดหนังสือต่าง ๆ ที่ว่ามานี้ ฤๅเปนหนังสือเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ดี มิได้บอกต่ออินสเปกเตอเยเนอราล ไปปิดเอาตามอำเภอใจตนเอง โปลิศจับได้ ให้ปรับไหมเอาเงิน ๑๐ บาท ๚ะ
๏ข้อ๔๓ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดจะเทน้ำล้างของก็ดี แลจะอาบน้ำฤๅจะทำการสิ่งใดในที่ต้องใช้น้ำ ห้ามมิให้ทำที่ในท้องถนนให้น้ำไหลเปื้อนเปรอะถนนได้ ถ้าผู้ใดเทน้ำที่เปนของโสโครกก็ดี แลอาบน้ำในถนนก็ดี แลทำการต่าง ๆ ด้วยน้ำในถนนให้เปื้อนเปรอะดังกล่าวมาแล้ว ให้ปรับไหมเอาเงินตรา ๑๐ บาท ถ้าไม่มีเงินให้ ๆ เอาตัวผู้ผิดนั้นจำไว้ใช้การในกรมโปลิศเดือนหนึ่งจึงให้ปล่อยตัวไป ๚ะ
๏ข้อ๔๔ถ้าจะวิวาทแก่กันในท้องถนนก็ดี แลน่าโรงน่าเรือนก็ดีในท้องที่โปลิศได้รักษา เปนแต่ทะเลาด่ากันทั้งสองฝ่าย ผู้หญิงต่อผู้หญิง ผู้ชายต่อผู้ชายก็ดี ฤๅผู้หญิงกับผู้ชายก็ดี ถ้าทะเลาะด่าว่ากันแลกันทั้งสองฝ่าย ก็ให้โปลีศว่ากล่าวห้ามปรามอย่าให้ทะเลาด่าว่าแก่กันได้ ถ้าโปลิศห้ามไม่ฟัง ให้จับตัวมาทั้งสองฝ่าย ถ้าเปนแต่ด่าว่ากันข้างเดียวข้างหนึ่ง มิได้ด่าว่าโต้ตอบ ก็ให้โปลิศห้ามปรามเสียก่อน ถ้าห้ามไม่ฟัง จึงให้จับผู้ที่ด่าฝ่ายเดียวนั้นมาให้อินสเปกเตอเยเนอราลว่ากล่าวตัดสินเสียให้แล้ว อย่าให้วิวาทกัน แล้วให้ปล่อยตัวไป ถ้ายังกลับไปวิวาทกันอยู่อิก ก็ให้เอาตัวผู้ที่วิวาททั้งสองฝ่ายขังไว้ ๓ วัน อินสเปกเตอเยเนอราลจะเปรียบเทียบควรแล้วประการใด ก็ให้แล้วกันไป อย่าให้เรียกเอาค่าธรรมเนียมสิ่งใด ๚ะ
๏ข้อ๔๕หญิงแก่ก็ดี หญิงสาวก็ดี ที่เปลือนผ้าห่มไม่มีความละอายไปนอกบ้านให้คนเดีนไปมาแลเหน ฤๅเดีนในท้องถนนที่โปลิศได้รักษา ให้ห้ามปรามเสียอย่าให้เดีนในท้องถนนโปลิศรักษา แลคนชะราคนพิการคนง่อยคนเปลี้ยคนขอทานมานั่งกีดขวางอยู่ในท้องที่โปลิศได้รักษา กีดทางรถทางม้าทางคนเดีน ก็ให้โปลิศห้ามปรามอย่าให้นั่งกีดถนนหนทางอยู่ได้ ถ้าชายที่มีกิริยาอันชั่ว นุ่งผ้าหยักรั้งจนแลเหนของที่ลับเดีนไปมาก็ดี ฤๅนุ่งผ้าพกใหญ่หยักรั้งห่มสองบ่า กิริยาเปนคนเก่งก็ดี จนของในที่ลับนั้นพลัดไพล่ให้คนเดีนไปมาเหนเปนที่รังเกียจในท้องที่โปลิศได้รักษา ให้โปลิศบังคับให้ผู้นั้นนุ่งห่มผ้าให้เปนปรกติ ถ้าผู้นั้นไม่ฟังตามบังคับ ให้จับตัวผู้นั้นปรับเปนเงิน ๑๐ บาท ถ้าผู้นั้นไม่มีเงินจะให้ ก็ให้จำไว้ใช้การในโรงโปลิศเดือนหนึ่ง แล้วให้มีผู้มารับตัวไป ถ้าคนเสียจริตเดีนมาในท้องที่โปลิศได้รักษา ให้โปลิศจับตัวผู้เสียจริตมอบให้เจ้าพนักงานตามหมายประกาศในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งโปรดเกล้าฯ ไว้ว่า บันตาคนซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ในกำแพงพระนครแลนอกกำแพงพระนครโดยรอบ แลที่วัดทุกพระอารามซึ่งไปมาตรวจถึงกันได้ ถ้าญาติพี่น้องบุตรหลานบ่าวทาษของผู้ใด แลลูกวัดคฤหัฐสามเณรศิศย์ของพระองค์ไร เสียจริตเปนบ้าคลุ้มคลั่งฤๅคลุ้มดีคลุ้มร้ายเปนคราว ๆ มีอยู่ ก็ให้ผู้นั้นเอาใจใส่รักษาพยาบาลกักขังระวังให้แน่นหนามั่นคง อย่าปล่อยให้เที่ยวไปมาตามลำพังได้ ถ้าคนเสียจริตพลัดแพลงหลบหนีไปเมื่อใด ก็ให้เจ้าของบ้านเจ้าของเรือนญาติพี่น้องฤๅผู้ที่รับคนเสียจริตไว้รักษานั้นมาอายัตบอกรูปพรรณสัณฐาณตำนิกิริยาอาการต่อเวรกรมวังให้แน่นอน แล้วให้เจ้าของบ้าไปบอกต่อกรมพระนครบาลแลนายโปลิสให้ช่วยตามจับ แลให้เจ้าของบ้าเร่งติดตามจับเสียให้ได้โดยเรว อย่าให้นิ่งยอยใจเสีย ถ้าญาติพวกพ้องเหลือกำลังที่จะระวังดูแลรักษา ก็ให้เอาตัวคนเสียจริตนั้นมามอบหมายส่งให้นายโปลิศแลกรมพระนครบาล ด้วยโปรดเกล้าฯ พระราชทานเข้าหลวงไว้สำหรับแจกให้เลี้ยงคนเสียจริต ถ้าไม่มีผ้านุ่งผ้าห่ม ให้กรมพระนครบาลไปรับที่โรงทานมาให้ ทรงพระกรุณาโปรดไม่ให้อดหยากขัดสน ให้โปลิศตรวจตราระวังเมื่อภบปะในท้องถนน ฤๅมีผู้มาอายัตไว้ ก็ให้สังเกตจับตัวแลทำตามหมายประกาศทุกประการ อนึ่งที่แห่งหนึ่งแห่งใดเปนที่อันไม่สมควรที่จะถ่ายอุจาระ เปนต้นว่าข้างถนนริมถนนเปนที่กลางแจ้ง ถ้าผู้ใดถ่ายอุจาระลงในที่ดังว่ามานี้ ให้จับตัวปรับไหมเอาเงิน ๒๐ บาทแล้วให้ปล่อยตัวไป ถ้าไม่มีเงินจะให้ค่าปรับไหม ก็ให้เอาตัวขังไว้ใช้การจงครบสามเดือนแล้วให้ปล่อยตัวไป อนึ่งเปนแต่ถ่ายปะสาวะในที่ต่าง ๆ ดังว่ามาแล้วนั้น ให้โปลิศจับเอาตัวผู้นั้นมามัดไว้ ๔ ชั่วโมง ถ้าจะถ่ายโทษที่มัด โมงละบาท ๔ ชั่วโมงเปนเงิน ๔ บาท ถ้ามีกิจธุระไปมาในที่แห่งหนึ่งแห่งใดหยากจะถ่ายปะสาวะ ก็ให้ถ่ายปะสาวะได้ แต่ให้หาที่ลับที่ควร จึงให้ถ่ายปะสาวะลงในที่นั้น ถึงจะเปนที่ลับ แต่เปนที่สอ้านสอาจที่ไม่ควรจะถ่ายปะสาวะ ถ้าไปถ่ายปะสาวะลงในที่ไม่สมควรดังนั้น ก็ต้องมีโทษเสมอกับที่ถ่ายปะสาวะกลางถนนดังว่ามาแล้วนั้น ๚ะ
๏ข้อ๔๖ถ้าผู้ใดเลี้ยงสัตวสารพัดทุกอย่าง ถ้าสัตวนั้นตาย ให้เจ้าของเอาสัตวไปฝังเสียวัดที่ป่าช้าอันสมควร ฤๅที่บ้านของตัวเองก็ได้ ห้ามมิให้เอาสัตวที่ตายไปทิ้งไว้ตามถนนหนทางข้างบ้านข้างกำแพงในท้องที่โปลิศได้รักษาให้มีกลิ่นอาเกียรแก่คนเดินไปมา ถ้าผู้ใดไม่ฟัง ให้โปลิศปรับไหมเอากับผู้ที่ทิ้งสัตวตัวละ ๑๐ บาท ๚ะ
๏ข้อ๔๗ถ้าผู้ใดจะไล่ฝูงสัตวเดินไปมาในท้องถนนที่โปลิศได้รักษา ก็ให้โปลิศบอกเจ้าของที่ไล่ฝูงสัตวช่วยกันระวังไล่สัตวนั้นเดินในท้องถนนให้เปนท่องแถวให้เรียบร้อยอย่าให้สัตวนั้นกระจายกันเดินให้เตมถนน จะเปนที่กีดขวางทางรถทางคนเดิน ถ้าม้ามีลำพองขาดแหล่งภารถวิ่งเหลือกำลัง เจ้าของที่รักษาร้องให้โปลิศช่วยจับ ก็ให้โปลิศช่วยจับ ถ้าเหลือกำลังโปลิศ ม้าวิ่งไปเหยียบของฤๅโดนคน จะเอาโทษแก่โปลิศแลเจ้าของม้านั้นไม่ได้ ด้วยเจ้าของได้ร้องให้ช่วยจับอยู่แล้ว ๚ะ
๏ข้อ๔๘ถ้าผู้ใดชักนำกันเล่นการพนัน คือไม้สามอัน ๑ ไม้ดำไม้แดง ๑ ไม้หมุน ๑ ดีดควง ๑ อีโปงกำ ๑ อีโปงปัน ๑ อีโปงซัด ๑ ปันอีแปะ ๑ ขลุกขลิก ๑ น้ำเต้าฬ่อ ๆ ๑ กรอกแกร ๑ สี่เง้าลัก ๑ ตัดทุเรียน ๑ ตัดส้มโอ ๑ ข้องอ้อย ๑ รวม ๑๕ สิ่งนี้ ห้ามมิให้เล่นในถนนหนทางที่โปลิศได้รักษา ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดยังขืนเล่นการพนันตามถนนทางอย่างที่กล่าวมาทั้ง ๑๕ สิ่งนี้ก็ดี อนึ่งการเล่นให้เปนกีดขวางทางถนนซอกกรอก ลำบากแก่คนเดินคนคนขี่ม้าขี่รถไปมา คือเล่นลูกข่าง ๑ ช่วงไชย ๑ จ้องเต ๑ ทอยเทศ ๑ ทอยกอง ๑ ซ่อนหา ๑ คุลาซ่อนผ้า ๑ เล่นตี่ ๑ อยู่โยง ๑ เล่นว่าว ๑ เล่นตะกร้อ ๑ จุดดอกประทัด ๑ จุดดอกไม้เพลิง ๑ พุ่งฟืน ๑ เรือพุ่ง ๑ ตีไม้ดั้ง ๑ ไม้หึ่ง ๑ คว่างย่น ๑ รวม ๑๘ สิ่งนี้ ให้บิดามารดาพี่ป้าน้าอาแลนายเงินของเด็กห้ามปรามเด็กอย่าให้ออกมาเล่นเปนอันขาด ถ้าเด็กมิฟังขืนออกมาเล่นให้กีดขวางในทางถนน ก็ให้ปรับไหมเอาแก่ผู้เล่นตามหมายประกาศพระราชบัญญัติที่ห้ามไม่ให้เด็กเล่นการพนันต่าง ๆ ณวันอาทิตย เดือนสิบ แรมเก้าค่ำ ปีจอฉอ⟨ศก⟩ ศักราช ๑๒๓๖ อนึ่งถ้าผู้ใดชนไก่แลเอาสุ่มครอบไก่ที่ถนนให้กีดขวางทางรถทางม้าทางคนที่โปลิศได้รักษา ก็ให้โปลิศห้ามปรามอย่าให้กีดทางรถทางม้าทางคนเดินได้ ๚ะ
๏ข้อ๔๙ถ้าผู้ที่ทำผิดในถนนตามกฎหมายโปลิศดังว่ามาแล้วทุก ๆ ข้อนี้ โปลิศจะทำโทษกับคนที่ทำผิดได้แต่ในถนนที่เปนน่าที่ของโปลิศได้ดูแลรักษา นอกจากถนนที่เปนน่าที่ของโปลิศแล้ว ถึงผู้ใดจะทำผิดในกฎหมายโปลิศข้อหนึ่งข้อใด โปลิศไม่มีอำนาจที่จะทำโทษผู้ที่กระทำผิดต่อกฎหมายนั้นได้ ถ้าอินสเปกตอเยเนอราลมีคำสั่งให้ไปกำกับระวังรักษาในที่แห่งใดตำบลใดแล้ว โปลิศที่รับคำสั่งของอินสเปกเตอเยเนอราลไประวังรักษานั้นมีอำนาจเตมที่จะรักษาน่าที่นั้นตามกฎหมายทุก ๆ ข้อ ๚ะ
๏ข้อ๕๐ถ้าผู้ใดขึ้นม้าขึ้นรถขึ้นเกวียนขึ้นฬ้อ ฤๅจะแบกของแลหาบหามไปมา ถ้าผู้หนึ่งไปผู้หนึ่งมาเหนกันแต่ไกล ให้หลีกกันข้างซ้ายมือของตัวทั้ง ๒ ฝ่ายข้างผู้ที่ไปแลผู้ที่มา ถ้าผู้หนึ่งไปข้างซ้ายมือของตัว ผู้หนึ่งไปข้างขวามือของตัว รถฤๅฬ้อเกวียนโดนกันแตกหัก จะตัดสินให้ผู้ไปข้างซ้ายมือนั้นชะณะฝ่ายเดียว ถ้าผู้หลีกไปข้างขวามือจะแตกหักยับเยินมาก ผู้ที่หลีกไปข้างซ้ายมือนั้นโดนไม่แตกหักสิ่างใด ผู้ที่หลีกไปข้างซ้ายมือนั้นไม่ต้องใช้ค่าสิ่งไร เพราะผู้ที่หลีกไปข้างขวามือทำผิดกฎหมาย ถ้ารถม้าเกวียนฬ้อจะโดนกันถึงคนตาย ที่หลีกไปซ้ายมือโดนผู้หลีกไปข้างขวามือตาย ผู้โดนต้องเสียค่าปลุกตัวเผาผีให้แก่ผู้ตาย แต่ไม่มีโทษสิ่งไร ถ้าผู้ที่หลีกไปข้างขวามือโดนผู้ที่หลีกไปซ้ายมือตาย ต้องเสียค่าปลุกตัวเผาผีแลปรับไหม แล้วให้มีโทษหลวงตามพระราชกำหนดกฎหมายเหมือนหนึ่งผู้ที่แกล้งฆ่าคนตาย ถ้ามีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะหลีกไปข้างซ้ายมือของตัวไม่ได้ ก็ให้ร้องบอกกันแต่ไกล อย่าให้นิ่งเสีย ให้ผู้ที่ไม่กีดขวางหลีกไป อย่าให้โดนกันได้ ถ้าคนเดินตามถนน ให้เดินริมถนนข้างซ้ายมือของตัว อย่าให้เดินออกมากลางถนนกีดทางรถทางม้า ถ้าเดินออกมากลางถนนที่ทางรถทางม้าง ถ้ารถม้าโดนผู้ที่เดินออกมากลางถนน ผู้นั้นเจบ ก็เจบเปล่า ๆ จะเอาโทษแก่ผู้โดนไม่ได้ ถ้าผู้ที่ขี่รถขี่ม้าขับรถขับม้าไปโดนผู้ที่เดินริมถนนเจบป่วย จะปรับไหมผู้ที่ขับรถขับม้าไปโดนผู้นั้นตามบาดแผลมากแลน้อย ถ้ารถถ้าม้าโดนคนที่เดินริมถนนถึงตาย จะปรับไหมเจ้าของม้าเจ้าของรถให้เสียเบี้ยปลุกตัวเผาผีให้แก่ผู้ตายแล้ว ให้มีโทษตามพระราชกำหนดกฎหมาย ถ้าคนเดินจะข้ามถนนไป ให้คอยดูม้าดูรถว่าง จึงข้ามไป ๚ะ
๏ข้อ๕๑ถ้าผู้ใดขับรถขับฬ้อขับเกวียนเปนเวลาพลบค่ำแล้ว ถ้าเปนรถ ให้มีโคมจุดเพลีงน่ารถเปนที่สังเกต จะได้แลเหนกันแต่ไกล ถ้าเปนฬ้อเปนเกวียน ให้มีเพลีงสว่างเปนสำคัญให้เปนที่สังเกตได้ ถ้าผู้ใดขับรถขับเกวียนขับฬ่อในถนนเวลาพลบค่ำไม่มิเพลิงสว่างเปนสำคัญแล้ว ให้ปรับไหมเอาเงินสิบบาท ถ้าผู้ใดขึ้นม้าไปในถนนเวลากลางคืน ถ้าไม่มีโคมเพลีงเปนสำคัญแล้ว ให้ผูกพรวนที่ฅอม้าให้มีเสียงเปนสำคัญ ถ้ามีโคมเพลีงคนเดีนนำไปเปนสำคัญแล้ว ไม่ต้องผูกพรวน ถ้าผู้ใดทำผิดกฎหมายข้อนี้แล้ว รถแลฬ้อแลเกวียนไปมาโดนกันแตกหักถึงคนล้มตาย จะปรับไหมตามที่ว่ามานี้ทุกข้อทุกประการ ๚ะ
๏ข้อ๕๒อินสเปกเตอเยเนอราลต้องทำหมายประกาศที่ข้อบังคับราษฎรชาวบ้านจะต้องประพฤตินั้นป่าวร้องแลปิดไว้ตามที่สมควร ให้ราษฎรชาวบ้านรู้ตามข้อบังคับจงทุกข้อ จะได้ประพฤติกิริยาแลข้อบังคับให้ถูกต้องตามกฎหมายโปลิศทุกอย่าง อนึ่งถ้าจะมีการเล่นเปนของหลวงเปนที่ชุมนุมคนมาก ให้อินสเปกเตอเยเนอราลออกหมายปรากาศให้ราษฎรชาวบ้านรู้ทั่วกันว่า ในเวลาที่เดีนกระบวนแห่ไปนั้น จะให้ราษฎรที่ไปดูแห่นั้นประพฤติตัวประการใด จะให้ยืนอยู่แห่งใดก็ให้ราษฎรรู้ทั่นกัน อย่าให้เปนที่กีดขวางทางเสด็จพระราชดำเนีนแลกระบวนแห่ได้ แลให้โปลิศระวังตรวจตราทางอย่าให้มีสิ่งหนึ่งสิงใดเปนที่กีดขวางอยู่ในท้องถนนนั้นได้ ถ้าราษฎรชาวบ้านจะมีการแห่ขึ้นในท้องถนน ก็ให้โปลิศระวังรักษาการแห่นั้นจนถึงที่ อย่าให้เกีดเหตุแลวิวาทชกตีกันได้ ให้อินสเปกเตอเยเนอราลออกหมายประกาศให้ราษฎรชาวบ้านรู้ทั่วกันว่า ผู้ใดจะมีการเล่นต่าง ๆ ฤๅจะมีการแห่ไปตามท้องถนนแล้ว ให้มาบอกแก่อินสเปกเตอเยเนอราลให้รู้ก่อน จึงทำการนั้นได้ ๚ะ
๏ข้อ๕๓ถ้าข้าราชการฤๅราษฎรชาวบ้านมานำให้โปลิศไปจับผู้ร้ายทาษลูกหนี้ได้มาอายัตไว้ต่ออินสเปกเตอเยเนอราลฤๅชิบโปลิศออฟฟิศเซอ ตระลาการในกรมโปลิศได้ถามปากคำผู้ที่ต้องจับรับถูกต้องตามคำอายัต ถ้าเปนความชกชิงวิ่งราววิวาทตีรัน มิใช่ความฉกรรจมหันตเหตุ ก็ให้ตระลาการในกรมโปลิศชำระให้แล้วแต่ใน ๑๕ วัน ถ้าไม่แล้วตกลงกัน ก็ให้โจทย์มาฟ้องยังโรงศาลตามกระทรวง ถ้าเปนความฆ่ากันตายโจรผู้ร้ายฉะกรรจ์มหันตเหตุ ถ้าตรบกำหนดอายัต โจทย์มิได้มาฟ้องตามกระทรวง ก็ให้ส่งตัวโจทย์จำเลยไปยังตระลาการตามกระทรวง จะได้ชำระโดยอาญาแผ่นดินตามกฎหมาย ถ้าผู้ที่ต้องจับไม่รับตามคำอายัต ฤๅทาษลูกหนี้ต่อสู้สารกรมธรรม์ ก็ให้โจทย์ไปร้องฟ้องยังกระทรวงตามพระราชกำหนดกฎหมายแผ่นดิน ถ้าชิบโปลิศออฟฟิศเซอฤๅโปลิศเลวจับโจรผู้ร้ายแลคนถือเครื่องสาตราอาวุธชกชิงวิ่งราววิวาทตีรันฟันแทง ราษฎรชาวได้มีโจทย์ติดตามมาอายัตก็ดี ไม่มีโจทย์ติดตามมาอายัตก็ดี ให้อินสเปกเตอเยเนอราลนำข้อความขึ้นน้อมเกล้าถวายคำนับบังคมทูลพระกรุณาจงทุกเรื่องทุกราย ๚ะ
งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า
- "มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
- (1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
- (2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
- (3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
- (4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
- (5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"
Public domainPublic domainfalsefalse