กฎหมายไทยฯ/เล่ม 1/เรื่อง 21
๏พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริห์ว่า อ้ายผู้ร้ายคบหากันเปนพวกเปนเหล่าเที่ยวชกชิงวี่งราวปล้มสดมย่องเบาฆ่าฟันกันตายในกรุงเทพฯ แลหัวเมืองชุกชุมเปนอันมาก เจ้าหมู่มุลนายก็หากำชับกำชาว่ากล่าวไม่ แลพระราชบัญญัติเดิมก็มีว่า บ่าวไพร่เสมียนทนายทาษเชลยของผู้ใดแลขุมหมื่นพันทนายกรมใด เปนผ้ร้ายนก็ดี ผู้ร้ายซัดก็ดี ให้มุลส่งบ่าวทาษมาพิจารณ มุลนายไม่เจบน้อยด้วยราชการแผ่นดิน เหนกับทาษแลบ่าวไพร่ ปกปิดอำพรางไว้ ไม่หนีว่าหนี บางทีไม่รับว่าเปนขุนหมื่นพันทนายอยู่วนกรม ไม่รับว่าเปนช่าวไพร่ของตัว คิตอุถบายแตที่จะไม่ส่งตัวผู้ร้าย จะให้ความจืดจาง ถ้าผู้รายให้การซัดทอดถึงขุนหมื่นพันเสมียนทนายสมทาษของผู้ใดว่าเปนผู้ร้าย ให้ตระลาการเอาตัวสังกัดซึ่งเปนเจ้าหมู่มุลนายแลนายเงินมาบังคับให้ส่งตัวผู้ร้ายแลผู้ต้องซัตมาให้ตระลาการพิจารณาเอาความจริง แลพระราชบัญญัติเดีมก็มีอยู่ดังนี้ เจ้าหมู่มุลนายแลนายเงินไม่ประพฤติตามพระราชบัญญัติ อ้ายผู้ร้ายจึงกำเริบชุกชุมขึ้น ประการหนึ่ง เจ้าพระยายมราชซึ่งเปนอธิบดีในกรมพระนครบาลก็ชราป่วยอยู่ จะบังคับว่ากล่าวความในกรมพระนครบาลไม่ไคร่ตลอดไปได้ ความโจรผู้ร้ายจึงคั่งค้างอยู่มาก จะต้องจัดข้าทูลลอองธุลีพระบาทซึ่งมีสติปัญญาเปนตระลาการศาลรับสั่งประชุมกันชำระความผู้ร้ายเก่าใหม่รับเรื่องราวความโจรผู้ร้ายต่อไป จึงทรงพระราชดำริห์ปฤกษากับด้วยที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน ๆ เหนตามกระแสพระราชดำริห์พร้อมกัน จึงมีพระบรมราชโองการมารพระบัณทูรสุรสิงหนาทให้ประกาศแก่พระบรมวงษานุวงษ แลข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือน แลหัวเมืองเอกโทตรีจัตวาฝ่ายเหนือฝ่ายใต้ แลราษฎร ให้รู้ทั่วกันว่า ครั้งนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งข้าทูลลอองธุลีพระบาทผู้ที่ควรจะเปนใหญ่ในความกรมพระนครบาลกับตระลาการเท่านั้นนาย เปนตระลาการศาลรับสั่ง ชำระความนครบาลเก่าใหม่ให้แล้วโดยเรว แลให้ยกตระลาการศาลกรมพระนครบาลแลนายพธำมรงผู้คุมมารับราชการอยู่ในตระลาการศาลรับสั่ง ถ้าเกิดโจรผู้ร้ายขึ้นแห่งใดตำบลใด อ้ายผู้ร้ายหลบหนีไม่ได้ตัวมาชำระ ตระลาการศาลรับสั่งจะทำหมายประกาศให้ทราบทั่วกันว่า อ้ายผู้ร้ายชื่อนั้นทำร้ายที่ตำบลนั้นหลบหนีไป ถ้าผู้ใดสืบได้ความ ฤๅนำจับตัวผู้ร้ายได้ของกลาง ฤๅได้แต่ของกลางที่ผู้ใดผู้หนึ่ง จะให้เงินสินบลคนหนึ่งเท่านั้นตามสมควรแก่รูบความมากแลน้อย ประการหนึ่ง ให้พระราชาคะณะถานานุกรมพระนครูเจ้าอธิการเจ้าบ้านเจ้าตึกเจ้าเรือนเจ้าโรงเจ้าร้านตลาดเจ้าเรือเจ้าแพเอาใจใสรวังระไวในเขตรของตนให้เสมอจงทุกวัน อย่าให้มีคนจรมาสำนักนิ์อาไศรยตั้งแต่วันหนึ่งคืนหนึ่งขึ้นไปเปนอันขาด ถ้ามีคนร้ายแปลกปลอมมาอาไศรยอยู่ในอารามเจ้าบ้านเจ้าตึกเจ้าเรือนเจ้าโรงเจ้าร้านตลาดเจ้าเรือเจ้าแพ ให้ขับไล่ไปเสีย ถ้ามิไป ให้มาแจ้งตอตระลาการศาลรับสั่ง ถ้ามามิทัน ให้ไปแจ้งแก่อำเภอกำนัน ให้อำเภอกำนันกับเจ้าที่เจ้าถิ่นไปช่วยจับเอาตัวส่งให้ตระลาการศาลรับสั่ง ถ้าเปนหัวเมือง ให้อำเภอกำนันเอาไปส่งต่อผู้รักษาเมืองกรมการ ถ้าอำเภอกำนันไม่ไปจับอ้ายคนร้าย ฤๅพระชาราคะณะถานานุกรมพระครูเจ้าอธิการเจ้าบ้านเจ้าตึดเจ้าเรือนเจ้าโรงเจ้าร้านตลาดเจ้าเรือเจ้าแพไม่ได้ไปบอกตระลาการศาลรับสั่งแลอำเภอกำนันให้ไปจับอ้ายคนร้าย จะให้มีโทษแก่พระราชาคะณะถานานุกรมพระครูเจ้าอธิการเจ้าบ้านเจ้าตึกเจ้าเรือนเจ้าโรงเจ้าร้านตลาดเจ้าเรือเจ้าแพแลอำเภอกำนันตามโทษานุโทษกฎหมายเดิม ประการหนึ่ง ผู้ใดมีบุครหลานบาวทาษญาติพี่น้องเปนพาล ยังภอจะว่ากล่าวกดขี่ทรมารให้ละความชั่วได้ ก็ให้สั่งสอนกดขี่ตามอำนาจตนก่อน ถ้าผู้นั้นมิฟัง ก็ให้เอาตัวมาส่งยังตระลาการศาลรับสั่ง ถ้าเหลือกำลังจะเอาตัวมามิได้ ก็ให้มาแจ้งต่อตระลาการศาลรับสั่งและอำเภอกำนันไปจับตัวมาจำตรวนทรมารไว้ว่าจะเข็ดหลาบ แล้วก็ให้เรียกประกันทานบลไว้ต่อตระลาการ ให้มีบาญชีชื่อคนตำบลบ้านไว้ทุกราย ภายน่าผู้นั้นไปทำโจรกำม์ขึ้นอิก จะให้มีโทษแก่ผู้ที่รับประกันตามโทษานุโทษ ถ้าผู้ใดมีบตรหลานบ่าวทาษญาติพี่น้องเปนพาล บิดามารดาญาติพี่น้องที่เปนผู้ใหญ่แลเจ้าหมู่มุลนายไม่ได้เอามาส่งยังศาลรับสั่ง ปิดบังไว้ ถ้ามันไปกระทำโจรกำม์ ชำระได้ความจริง จะลงโทษบิดามารดาญาติพี่น้องเปนผู้ใหญ่แลเจ้าหมู่มุลนายตามกฎหมาย หนึ่ง ถ้าเกิดโจรผู้ร้ายแย่งชิงวิ่งราวขึ้นแห่งใดตำบลใด ถ้าเจ้าของทรัพย์ร้องขึ้นแล้ว ให้ชาวบ้านชาวตึกชาวเรือนชาวโรงชาวร้านตลาดชาวเรือชาวแพออกช่วยกันจับคนร้ายเอาตัวให้ได้ ถ้าผู้ร้ายวิ่งหนีไปถนนใดกรอกใดแลลำน้ำลำคลองแห่งใดตำบลใด ก็ให้ชาวบ้านชาวตึกชาวเรือนชาวโรงชาวร้านตลาดชาวเรือชาวแพที่ไล่ไปนั้นร้องบอกต่อไปข้างน่าให้ออกช่วยกันจับคนร้ายให้ได้ ถ้ารู้จักตัวคนร้ายจับคนร้ายได้พิจารณาเปนสัจ จะให้เงินสินบลแก่ผู้จับตามสมควร อนึ่ง ถนนหนทางที่มีโปลิศรักษาอยู่นั้น ให้โปลิศที่เดินโมงเดินยามตรวจตรารวังโจรผู้ร้ายในน่าที่ให้แขงแรง ถ้าผู้ร้ายชกชิงวิ่งราวฤๅมีผู้วิวาทนัดชกตีกันในน่าที่ซึ่งโปลิศรักษาอยู่นั้น ก็ให้โปลิศจับตัวอ้ายคนร้ายที่วิวาทชกชิงวิ่งราวให้จงได้ ถ้าจับได้ตัวอ้ายคนร้ายแล้ว ให้เอาตัวมาส่งต่อตระลาการศาลรับสั่ง ๆ จะให้รางวัลแก่โปลิศตามสมควร ถ้าโปลิศจับตัวอ้ายผู้ร้ายในน่าที่ของโปลิศไม่ได้ แลอ้ายผู้ร้ายวิ่งหนีไปพ้นน่าที่โปลิศ ⟨ผู้⟩อื่นจับตัวได้ แลเงินสินบลซึ่งผู้อื่นจับอ้ายคนร้ายได้นั้น ให้ทำสามส่วน ให้โปลิศเจ้าน่าที่นั้นใช้แทนให้ส่วน ๑ แลหมายประกาศซึ่งได้ประกาศออกมานี้ ต่อไปภายน่าอ้ายคนร้ายจะทำการผันแปรไปประการใด จึงจะหมายประกาศเพิ่มเติมฤๅจะตัดรอนให้สมกับอ้ายคนร้ายต่อภายหลัง ประกาศมาณวันอังคาร เดือนแปดอุตราสาธ ขึ้นค่ำหนึ่ง ปีจอฉอศก จุลศักราช ๑๒๓๖ ๚ะ