กฎหมายไทยฯ/เล่ม 1/เรื่อง 44
๏ด้วยสมเด็จพระเจ้าบรมวงษเธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ อธิบดีในกรมพระคลังมหาสมบัติ รับพระบรมราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาทใส่เกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศแก่พระราชวงษานุวงษข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยผ่ายทหารพลเรือนแลราษฎรคนชาวต่างประเทศทั้งปวงให้ทราบทั่วกันว่า ไม้ใหญ่ ๆ ในพื้นบ้านพื้นเมืองมาก คือไม้สักไม้แก่นต่าง ๆ ไม้กระยาเลยต่าง ๆ หลายอย่างหลายประการ เปนทำเลที่ราษฎรชาวสยามแลคนชาวต่างประเทศได้อาไศรย เปนสินค้าใหญ่อยู่อย่างหนึง ผู้ว่าราชการเมืองแลกรมการเจ้าภาษีนายอากรได้เก์บค่าตอไม้บ้าง ชักภาษีต้นบ้างปีหนึ่งเปนเงินก็มาก ได้มาเจือจานเปนกำลังในการทนุบำรุงแผ่นดินอยู่ เจ้าภาษีไม้ขอนสักไม้กระยาเลยแต่เจ้าภาษีเสาไม้แก่นไม้น่าเก็บภาษีเอาแก่ราษฎรลูกค้ามักเก้าก่ายคละปนกันด้วยฉนิดไม้ต่าง ๆ ยังไม่มีกำหนด ราษฎรก็ได้ความเดือดร้อน บางทีราษฎรจะล่องแพไม้เปนต้นเปนท่อนลงมา กลัวเจ้าภาษีจะชักภาษียักเลื่อยเปนกระดานมัดเปนแพล่องลงมาบ้าง ต่อเปนเรือใหญ่น้อยล่องลงมาขายบ้าง เจ้าภาษีเรียกภาษีบ้าง ไม่ได้เรียกบ้าง เงินแผ่นดินก็ตกขาดไป บางทีเจ้าภาษีตั้งเรียกภาษีอยู่แควนี้ ราษฎรลูกค้ายักล่องแพไม้ไปเสียแควอื่นบ้าง ยักล่องหนีภาษีบ้าง เจ้าภาษีเก็บไม่ได้บ้าง ก็ฃาดประโยชน์เงินแผ่⟨น⟩ดินไป บางทีราษฎรล่องแพไม้ลงมาจวนถึงภาษีน้ำเซี่ยวพวนฃาดแพแตกล่องเลยเกินภาษีไป เจ้าภาษีจับว่าลักล่องแพไม้เกีนภาษีกำหนดที่เกินเพียงไรไม่เกินเพียงไร ก็ยังไม่มีราษฎรลูกค้าก็ได้ความเดือนร้อน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคำประกาศสำหรับภาษีไม้ขอนสักไม้กระยาเลยไว้ว่า ตั้งแต่นี้สืบไป ๚ะ
๏ข้อ๑ภาษีไม้ขอนสักไม้กระยาเลย ให้เปนภาษีคอเวอนแทนต์ทำ พระราชทานเงินลด ฯะ
๏ข้อ๒เดิมราษฎรลูกค้าล่องไม้ขอนสักไม้กระยาเลยลงมาทางแควเมืองกำแพงเพชรทาง ๑ แควใหญ่ทาง ๑ สองทางรวมกันที่เมืองนครสวรรค์ เจ้าภาษีได้ตั้งเรียกภาษีที่เมืองไชยนาทใต้เมืองนครสวรรค์ บัตนี้มีราษฎรลูกค้าบางพวกตัดไม้ซื้อขอนสักไม้กระยาเลยชักลากลงทางลำน้ำเมืองกาญจนะบุรีหนีภาษี ให้เจ้าภาษีแยกไปตั้งเรียกภาษีทางลำน้ำเมืองกาญจนบุรีตำบลหนึ่ง ๚ะ
๏ข้อ๓ให้ลูกค้าผู้ที่ล่องไม้ลงมาถึงเจ้าภาษีแล้วให้บอกแก่เจ้าภาษีจงทุกราย ถ้าไม่บอกเจ้าภาษิล่องแพไม้เลยลงมาพ้นโรงภาษี ๔๐๐ เส้น เจ้าภาษีจับได้ ให้ปรับผู้ลักล่องแพไม้เกีนที่กำหนด เอาพิกัดภาษีขึ้นตั้งปรับ ๑๐ ต่อเปนสินใหมกึ่งเปนพิในยกึ่ง ส่วนสินใหมยกให้แก่ผู้จับ ส่วนพิในเอาเปนหลวง ๚ะ
๏ข้อ๔ให้เจ้าภาษีพร้อมกับผู้ว่าราชการเมืองกรมการลงเส้นเชือกวัดแต่โรงภาษีทุกตำบลด้านใต้น้ำให้ได้ ๔๐๐ เส้น แล้วปักหลักไม้แก่นใหญ่ ๆ ลงไว้ให้รู้ทั่วกันเปนสำคัญ ๚ะ
๏ข้อ๕ถ้าราษฎรลูกค้าล่องแพไม้มาจวนถึงโรงภาษีพวกขาดฤๅแพแตก ไม้ล่องเกีนโรงภาษี ๔๐๐ เส้นพ้นหลักปักไว้ไป อย่าให้เจ้าภาษีจับปรับลูกค้าเปนอันขาด ให้เจ้าภาษีคิดพิกัดเก็บตามธรรมเนียม ๚ะ
๏ข้อ๖ราษภรลูกค้าขึ้นไปซื้อไม้ขอนสักไม้กระยาเลยเลื่อยเหนือ⟨โรง⟩ภาษี เปนกระดานหนาบ้าง กระดานบางบ้าง แล้วล่องเปนกระดานลงมา ให้เจ้าภาษีคิดน่ากระดานใหญ่น้อยยาวสั้นเปนไม้ต้นได้ใหญ่กำเท่าใด ได้ยาววาเท่าใด ให้ชักภาษีตามพิกัดไม้ขอนสักไม้กระยาเลย ฤๅจะชักภาษีเปนแผ่นกระดานหนาบางกว้างยาวเท่ากัน ๑๐ แผ่นชัก ๒ แผ่นตามพิกัดก็ได้ ๚ะ
๏ข้อ๗ราษฎรลูกค้าขึ้นไปตั้งเลื่อยไม้ขอนสักไม้กระยาเลยเปนกระดานต่อเรือใช้บ้างขายบ้าง อย่าให้เจ้าภาษีเรียกเก็บภาษีเอาแก่ราษฎรเปนอันขาด ๚ะ
๏ข้อ๘ไม้กระยาเลยนั้นกำหนดไว้คือไม้ตะแบก ๑ ไม้ตะทิต ๑ ไม้กระทุ่ม ๑ ไม้ตานหก ๑ ไม้สีเสียด ๑ ไม้ยาง ๑ ไม้อุโลก ๑ ไม้เงิ้ว ๑ ไม้พยอม ๑ ไม้คร่าว ๑ ไม้ก้านเหลือง ๑ ไม้ตะเคียน ๑ ไม้บุนนาก ๑ ไม้เหียง ๑ ไม้อินทนิน ๑ ไม้เสลา ๑ รวม ๑๖ อย่าง ยาวตั้งแต่ ๓ วาขึ้นไป ให้เจ้าภาษีเรียกภาษีตามพิกัดไม้กระยาเลย อย่าให้เรียกภาษีเปนพิกัดไม้ขอนสัก ไม้เสา ไม้รอต เปนอันขาด ๚ะ
๏ข้อ๙ราษฎรลูกค้าตัดไม้ล่องไม้กระยาเลยมาจำหน่ายหลายแควหลายลำน้ำ ถ้าลำน้ำเมืองกาญจนบูรี ให้เจ้าภาษีตั้งเรียกภาษีณแขวงเมืองราชบูรี ถ้าลำน้ำสุพรรณบูรี ให้เจ้าภาษีตั้งเรียกภาษีณแขวงเมืองนครไชยศรี ถ้าลำน้ำเมืองประจิณบูรี ให้เจ้าภาษีตั้งเรียกภาษีณแขวงเมืองฉเชิงเทรา ถ้าลำน้ำเมืองกำแพงเพช เมืองพิศณุโลกย ให้เจ้าภาษีตั้งเรียกภาษีณแฃวงเมืองไชยนาทตามเดีม อย่าให้เจ้าภาษีคอเวอนแมนเรียกเก็บภาษีไม้ขอนสักไม้กระยาเลยเอาแก่ราษฎรลูกค้าให้ผิดจากคำประกาศ ๙ ข้อนี้ไปเบนอันขาดทีเดียว ประกาศมาณวันอาทิตย เดือนสี่ แรมแปดค่ำ ปีจอฉศก จุลศักราช ๑๒๓๖ เปนปีที่ ๗ ในรัชการปัตยุบันนี้ ๚ะ