ข้ามไปเนื้อหา

กฎหมายไทยฯ/เล่ม 1/เรื่อง 45

จาก วิกิซอร์ซ
ประกาศเรื่องสุริยอุปราคา
อย่าให้ราษฎรตื่นเต้นวุ่นวายไป

มีพระบรมราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า ให้ประกาศทราบทั่วกันว่า อันว่าลักษณสุริยอุปราคาธ์นั้นเปนด้วยดำเนีนพระอาทิตยพระจันทรเกี่ยวกัน พระจันทรเดีนเร็วกว่าพระอาทิตยเดือนหนึ่ง รวมราษีถึงอาทิตยครั้งหนึ่งในวันดับแล้วก็หลีกกันไปเจริญขึ้นวันละน้อยจนถึงวันเพญเลงอาทิตยตรงแล้วเดีนแรงรีบไปจนทันถึงอาทิตยอีกโดยทางมัทยมตวันตกไปตวันออก ฝ่ายทางสมผุตปัตเหนือปัตใต้นั้นก็ปัตไปตามกำหนด คือราษีธนู ๑๘ องษาบ้าง ๑๙ องษาบ้าง สุตทางใต้ แล้วเดีนกลับเข้ามาจนถึงราษีเมถุน ๑๘ องษาบ้าง ๑๙ องษาบ้าง สุตทางเหนือที่เรียกว่าโกลังเหนือใต้นั้น ปัตเข้าปัตออกอยู่เสมอเปนนิจ เมื่อจันทรเดีนถึงอาทิตยในวันดับนั้น ก็เปนกำหนดสุริยุปราคาธ์ทุกอันดับมณฑลของจันทรนั้นบังอาทิตยโดยทางที่เดีนปัตเหนือใต้นั้น ปัตถึงทางอาทิตยเกี่ยวกันได้แห่งใด ที่ทางเกี่ยวนั้นคือราหู ในประติทินว่าราหูอยู่ราษีใด ทางอาทิตยทางจันทรปัตเหนือแลใต้ก์เกี่ยวกับราษีนั้น ทั้งราษีที่เลงนั้นก็เปนที่ราหูด้วย ราหูสองราษีตรงกันคือราหูล่างราหูบนเปนกำหนดสุริยุปราคาธ์จันทรรุปะาคาธ์แน่ ถ้าอาทิตยเดินถึงทางที่เกี่ยวทางจันทรเมื่อเวลาเดือนเพญจันทรเลงอาทิตยก็เปนจันทรรุปราคาธ์ ถ้าอาทิตยเดีนถึงทางที่เกี่ยวทางจันทรเมื่อเวลาเดือนดับ จันทรก็ถึงทางนั้นด้วย รวมราษีเดียวกับอาทิตย ก็เปนสุริอุปราคาธ์ในปีละ ๒ ครั้งเปนกำหนด แลที่จะเหนได้นั้นก็ต้องเหนได้ตามประเทศที่ถูกเวลาอันควรจะเหนได้ คือสูนย์กลางวันจันทรกลางคนตัวราหูลักษณเตมคราธ์นั้นไม่มี ถ้าประเทศใดอยุ่ตรงไส้สูญ อาทิตยแลจันทรก็จะเหนเตมคราธ์มีสองอย่าง ถ้าจันทรโตกว่าอาทิตยก็เปนสรรพคราธ์หมดดวง ถ้าจันทรเล็กกว่าอาทิตย์ก็เปนสรรพคราธวงแหวนเหลือดวงอาทิตยอยู่รอบทวงจันทรที่บัง ประเทศที่ไม่ตรงนั้นก็เหนเปนตรีคราธ์บ้าง อัฒคราธ์บ้าง บาทคราธ์บ้าง ตามที่ใกล้ที่ไกลชิดแลห่าง ถ้ามีอานุภาพเหาะไปได้ ก็จะได้เหนสุริยุปราคาธ์สัพคราธ์ทุกคราว มีเปนดังนี้แน่อย่าสงไสเลย ซึ่งว่านาน ๆ จึงจะได้เหนสุริย์สรรพคราธ์ครั้งหนึ่งนั้น เพราะว่าไม่ใคร่จะตรงสูญอาทิตยแลจันทร จะกำหนดว่าเท่านั้นปีเท่านี้ปี จะเหนตรงที่นั่นที่นี่ ก็ไม่ได้ตามแต่ดำเนิ่นเกียวห่างแลชิดตรงแห่งไดก็แห่งนั้นเหน ในประเทศชาวสยามนี้รู้น้อยแต่หยาบ ๆ ไม่รู้ละเอียดได้ คราวเมื่อเปนนั้นจะตรงแห่งใด จะเหนแห่งใด ก็ไม่อาจคำนวฯณให้แน่ได้ ผู้ที่รู้จริงโดยละเอียดแท้เขาคำนวณกะลงว่าตรงแห่งใดจะเหนเปนสรรพคราธ์ได้ เขาก็ไม่คอยดูไว้เปนแบบอย่างตามกำลัง ที่เขาไปได้มีมากหลายครั้งหลายอย่าง ที่จะว่าร้อยปีสองร้อยปีมีครั้งหนึ่งนั้นจะได้อย่างที่ใหนเขียน เหนจะมีไม่ห่างนักจึงเที่ยวดูได้ เขาไม่ได้ทายว่าร้าย เปนสุริยครั้งหนึ่งก็เหนมากด้วยกันหลายบ้านหลายเมือง ฝ่ายไทยซึ่งได้คำนวนตามคำภีร์สารำไทยสารำรามัญนั้น ก็ทำไปตามตำราเหมือนหลับตาคลำ มิได้รู้อไรงมงายไปตามของเก่า ถือสุรยสัพคราธ์หมดดวงนั้นไม่มี ครั้นเมื่อมีขึ้นก็จับไม่ได้ทายไม่เปน การที่จริงนนที่ทำสถิตคราธ์ฉะฉายาลักได้ทั้ง ๖ ถานก็เปนสัพคราธ์ทุกครั้ง ต้องคีดคำนวนหาที่ประเทศตรงไส้อาทิตย์ไส้จันทรแล้วก็ทายได้ว่าประเทศนั้นจะเหนหมดดวงเปนแน่ ไม่รู้คำนวหาที่ตรงแล้วก็หลงงมไปว่าสูรยหมดดวงนั้นเปนอันขาด การไม่มีวิชาที่จะคำนวนสุริยุปราคาธ์นั้นยังมีการละเอียดโดยมาก จะว่าไปก็ยาวนัก ประกาศมาให้รู้เปนสังเขป ผู้รักเรียนวิชาโหราสาตร จะได้ตริตรองศึกษาให้ละเอียด ขอเสียอย่าหลงงมงายทายร้ายทายดีเปนสูรยอยางนั้นดีอย่างนี้ร้าย เมืองนี้จะเปนเมืองโน้นจะตาย ทายตามตำราโง่ ๆ ไม่ต้องการเลย ผู้ที่เขาเปนนักปราชแท้เขาจะเย้ยเยาะว่าเปนป่าเหมือนข่าลาว ไม่รู้พูดขู่ให้ตกใจ ไม่ควรจะพูดออกความโง่ของตัวเลย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการดำรัศพยากรณไว้ว่า สูรยนี้ยากนัก นาน ๆ จะได้เห็นสักครั้งหนึ่ง ด้วยไม่ถูกที่ตรงไส้ เปนของปลาดอยู่ ถ้าอยู่ในที่เดียวแล้ว ร้อยปีสองร้อยปีจะได้เหนสักครั้งหนึ่ง เกิดมาตายเสียไม่ได้เหนมีมาก ยากที่คนไทยจะคิดคำนวนให้ถูกได้ ทรงพยากรณไว้ดังนี้ คำที่กล่าวว่าทรงพยากรณไว้ว่าสูรยสัพคราธ์นี้มีบ่อย ๆ ไม่ได้ร้อยปีแลร้อยปีเสศจึงมีครั้งหนึ่งนั้น ท่านผู้ที่ได้ยินได้ฟังฟังผิดเข้าใจผิดไปเอง หาได้ทรงพยากรณ์ดังนี้ไม่ อย่ากล่าวตู่ การเรื่องนี้ท่านทราบจริงดีจริง ในสยามประเทศจะหาผู้รู้เสมอมิได้ ซึ่งจะทรงพยากรณไว้ดังกล่าวนั้นไม่มีเลย ๚ะ