ข้ามไปเนื้อหา

กฎหมายไทยฯ/เล่ม 1/เรื่อง 49

จาก วิกิซอร์ซ

ฤทธิ์ ปลัดที่ถึงแก่กรรม เผือก ภรรยาพระศักดา ส่งแทนจำนวนปีมเมียตรีศก ๒ ชั่ง ๑๕ ตำลึง ๓ บาท ปีวอกจัตวาศก ๕ ชั่ง ๑๗ ตำลึง รวม ๘ ชั่ง ๑๒ ตำลึง ๓ บาท รวม ๒๑ ชั่ง ๔ ตำลึง ๓ บาท อนึ่งได้ให้นายหมวดนายกองทำหางว่าวจำนวนเลขจำหน่าย ตาย หนีบวชภิกษุ คงมีตัวมายื่นต่อหลวงสัศดี แต่หลวงสัศดียังติดราชการอยู่ จะนำหางว่าวลงมาชำระในกรุงเทพฯ ครั้งนี้มิได้ ต่อว่างราชการเมื่อใดจึ่งจะให้นำหางว่าวลงมาชำระณกรุงเทพฯ ครั้งนี้ได้มอบเงินตรา ๒๑ ชั่ง ๔ ตำลึง ๓ บาทให้พระทิพรักษา ยกระบัตร์ คุมลงมา ถ้าชำระเร่งเงินค่าไม้เกณฑ์ตัดที่นายหมวดนายกองได้อีกมากน้อยเท่าใด จะให้กรมการคุมลงมาส่งครั้งหลัง บอกมาณวันศุกร เดือนสิบ ขึ้นค่ำหนึ่ง จุลศักราช ๑๒๓๖ ปีจอฉศก ๚ะ

ราชเสนา บอกส่งเงึนค่าตอไม้ฃอนสัก
(อ่านไม่ออก) แต่เมืองตาก ที่ ๒

ณวันพฤหัศบดี เดือนสิบ ขึ้นสิบสี่ค่ำ ปีจอฉศก พระทิพรักษา ยกระบัตรเมืองตาก ถือใบบอกลงมาฉบับหนึ่ง ในใบบอกนั้นมีความว่า พระยาอนุชิตชาญไชย พระยากระลาโหมราชเสนา ข้าหลวง บอกลงมาครั้งก่อนว่า พระยาวิชิตชลธีศรีสุรสงครามรามราไชยสวริยอภัยพิริยพาห ผู้ว่าราชการเมืองตาก ทำบาญชีไม้ฃอนสักจำนวนปีรกาเบญจศกมายื่น ไม้ฃอนสักด่านชั้นนอกทั้ง ๔ ตำบล ตกไปทางเมืองมรแมน ๑๐๑๖๕ ต้น เรียกเงินค่าตอต้นละ ๒ รูเปีย เปนเงิน ๒๐๓๓๐ รูเปีย ไม้ขอนสักด่านชั้นในตกลำน้ำเมืองตาก ป่าต้นด่านพระศิริ ๑๒๐๐ ต้น คลองตื้นด่านพระอินท คี รี ๑๔๑๗ ต้น บ้านนาแขวงเมืองตาก ๒๑๖ ต้น พม่าตองซูตัดฟัน ๓ ราย รวมไม้ฃอนสัก ๒๐๘๓๓ ต้น คลองเจ้าแขวงเมืองเชียงทอง ชาวเมืองตากตัดฟัน ๑๒ ราย รวมไม้ฃอนสัก ๗๖๘ ต้น ไม้ฃอนสักด่านชั้นในที่ตกลำน้ำเมืองตาก ๓๖๑๙ ต้น ไม้ฃอนสักด่านชั้นนอกทั้ง ๔ ตำบลไปทางเมืองมรแมนตกลำ น้ำเมือง ตากรวม ๑๓๗๘๐ ต้น ค่าตอไม้ต้นละ ๒ รูเปีย ชำระได้เงิน ๒๗๕๖๐ รูเปีย แบ่ง ๔ ส่วน เปนหลวง ๒ ส่วน เงิน ๑๓๗๘๐ รูเปีย รับพระราชทานไว้จ่ายราชการบ้านเมืองเงิน ๑๘๓๒ รูเปีย พระยาอนุชิตชาญไชย พระยากระลาโหมราชเสนา กับผู้ว่าราชการเมืองตาก ได้มอบเงิน ๑๐๐๐๐ รูเปียให้หลวงมหาดไทย กรมการ คุมลงมา แต่เงินค่าตอไม้ ค่านำซื้อ ค่านำฃาย ซึ่งยังค้างอยู่นั้น ฃ้าหลวงยังชำระต่อไป ความมีแจ้งในใบบอกครั้งก่อนนั้นแล้ว ครั้นณเดือนเก้า ปีจอฉศก ฃ้าหลวงชำระเร่งเงินค่าตอไม้ได้ ๑๙๕๒ รูเปีย กับเงินค่านำซื้อ ค่านำฃาย ต้นละรูเปีย ไม้ขอนสักด่านพระเชียงทอง ๑๒๕๒ ต้น ด่านพระไชยสงคราม ๑๗๐๙ ต้น รวม ๒๙๖๑ ต้น เปนเงิน ๒๙๖๑ รูเปีย แบ่งเปน ๔ ส่วน เปนหลวง ๒ ส่วน เงิน ๑๔๘๐ รูเปีย โปลิศส่วนหนึ่งเงิน ๗๔๐ รูเปีย นายด่านรับพระราชทานไว้ส่วนหนึ่ง ชำระเงินค่าตอไม้ ค่านำซื้อ ค่านำฃาย ครั้งนี้รวมเปนเงิน ๓๔๓๒ รูเปีย มอบให้พระทิพรักษา ยกระบัตร คุมลงมาส่ง แต่เงนค่านำซื้อ ค่านำฃาย ที่ยังค้างอยู่นั้น ฃ้าหลวงยังชำระเร่งกรมการนายด่ายอยู่ ถ้าชำระได้เมื่อใด จึ่งจะทำหางว่าวจำนวนไม้ จำนวนเงิน และมอบเงินลงมาต่อครั้งหลัง แต่ยอดครั้งก่อนที่หลวงมหาดไทยถือมานั้น จำนวนไม้ด่านชั้นใน รวมไม้ฃอนสัก คิดเดินบาญชีมา ๓๖๑๙ ต้น เปนไม้ฃอนสัก ๓๒๓๘ ต้น หาถูกตามท้องตราพระราชสีหซึ่งโปรดเกล้าฯ ขึ้นไปแลบาญชีผู้ว่าราชการเมืองตากไม่ บอกมาณวันศุกร เดือนสิบ ขึ้นค่ำหนึ่ง ศักราช ๑๒๓๖ ปีจอฉศก ๚ะ

ฃ้าพระพุทธเจ้า พระยาอนุชิตชาญไชย จางวางกรมพระตำรวจขวา พระยากระลาโหมราชเสนา ฃ้าหลวง พระยาวิชิตชลธีศรีสุริยสงครามรามราไชย ผู้ว่าราชการเมืองตาก กับกรมการ บอกมายังพระยาจ่าแสนบดีศรีบริบาล ปรีวีเคาน์ซิลลอร์ ฃอได้นำความขึ้นกราบเรียน ฯพณฯ สมุหนายกได้ทราบ ณวันพฤหัศบดี เดือนแปดบุรพาสาธ แรมสี่ค่ำ ปีจอฉศก ฃ้าพระพุทธเจ้าได้จัดให้หลวงไชยวงษา หลวงอาจสงคราม เชิญศุภอักษรแลท้องตราพระราชสีหขึ้นไปเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำพูน ท้าวพรหม ท้าวมหายศ เชิญศุภอักษรไปณเมืองนครหลวงพระบาง ณวันพฤหัศบดี เดือนเก้า ขึ้นค่ำหนึ่ง ปีจอฉศก หลวงไชยวงษา หลวงอาจสงคราม ท้าวพรหม ท้าวมหายศ กลับลงมาถึงเมืองตาก เจ้าเมืองนครเชียงใหม่ เจ้าเมืองนครลำพูน เจ้าเมืองนครหลวงพระบาง มีหนังสือมาถึงพระยาวิชิตชลธีศรีสุริยสงครามรามราไชย ผู้ว่าราชการเมืองตาก แลกรมการ แจ้งความมายังฃ้าพระพุทธเจ้าว่าได้ถวายคำนับเชิญศุภอักษรแลท้องตราพระราชสีหออกอ่านทราบทุกประการแล้ว เจ้าอินทวิไชยานนท์ เจ้าเมืองนครเชียงใหม่ เจ้าพรหมมาภิพงษธาดา เจ้าเมืองนครหลวงพระบาง เจ้าราชวงษ ผู้ว่าราชการเมืองลำพูน บอกมาว่าได้จัดโปลิศไปตั้งระวังรักษาตรวจตราอยู่มิได่ขาดแต่ณเดือนเก้า ปีจอฉศก จำนวนโปลิศมากน้อยเท่าใดมีแจ้งอยู่ในศุภอักษรแลหนังสือบอกที่พระพิเรนทรเทพย์ เจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ซ้าย ถือมาณครั้งก่อนนั้นแล้ว อนึ่งฃ้อราชการที่เมืองเชียงแสนนั้น เจ้าเมืองนครเชียงใหม่แต่งให้ท้าวจอมใจหาญกับพวกเมืองนครเชียงรายไปพูดจากับปัญญายิงยอมที่มาตั้งอยู่ณเมืองเชียงแสนแต่ณวันพุฒ เดือนแปดอุตราสาธ ขึ้นแปดค่ำ ปีจอฉศก ผู้ที่รับบังคับไปว่าแก่ปัญญายิงยอมก็ยังไม่กลับมา แต่โปละอิงที่ถือหนังสือมาแต่เมืองหน่ายไม่มีดวงตราประทับเปนสำคัญ เจ้าเมืองนครเชียงใหม่จับตัวผู้ถือหนังสือจำตรวนไว้ แล้วแต่งหนังสือให้ไปถึงเจ้าเมืองหน่าย ถ้าหนังสือตอบเจ้าเมืองหน่ายมีมาเมื่อใด จะส่งต้นหนังสือมาเมื่อนั้น ความในหนังสือเจ้าเมืองนครเชียงใหม่ เจ้าเมืองนครหลวงพระบาง เจ้าราชวงษ ผู้ว่าราชการเมืองลำพูน มีบอกมาดังนี้ ฃ้าพระพุทธเจ้าได้ถามหลวงไชยวงษา หลวงอาจสงคราม ท้าวพรหม ท้าวมหายศ สอบกับหนังสือเจ้าเมืองนครเชียงไหม่ เจ้าเมืองนครหลวงพระบาง เจ้าเมืองนครลำพูน ก็แจ้งความว่าราชการในเมืองนั้น ๆ จัดสรรในราชการดูเรียบร้อยดี ฃ้าพระพุทเจ้า พระยาอนุชิตชาญไชย พระยากระลาโหมราชเสนา ข้าหลวง ให้พระทิพรักษา ยกะบัตร กรมการเมืองตาก ถือบอกลงมาแต่ณวันศุกร เดือนสิบ ขึ้นค่ำหนึ่ง ปีจอฉศก ศักราช ๑๒๓๖ ๚ะ

ณวันพฤหัศบดี เดือนสิบ แรมสามสิบค่ำ จุลศักราช ๑๒๓๖ ปีจอฉศก มีไบบอกมาแต่เมืองสมุทปราการฉบับ ๑ ในใบบอกนั้นมีความว่า กำปั่นบารกชื่อยามันลำ ๑ กับตันอังกฤษชื่อเวเบกเกอ แจ้งความว่ามาแต่เมืองไวแวนมารีเซียด ขึ้นห้างบอน์โอกัมปะนีณกรุงเทพฯ มีเหลกฟาก ๓๕ ท่อน ศิลา ๔๒ แผ่น คนซึ่งมาในลำเรื่อนั้น กับตัน ต้นหน กลาสี ๑๒ คน มีปีน ๒ บอก ไม่มีดินดำ มาจากเมืองไวแวรมารีเซียด ๑๓ วันถึงเมืองสมุทปราการณวันศุกร เดือนสิบ แรมเจดค่ำ ปีจอฉศก ๚ะ

เรือกลไฟชื่อกรมท่าลำ ๑ กับตันอังกฤษชื่อแหบเฝนเดน มาแต่เมืองสิงคโปร์ ขึ้นห้างแอบดุลหุเซนณกรุงเทพฯ มีเพชร ๒ หีบ เล่าเบีย ๒ หีบ ผลอินลพลำ ๔๐๐ กระสอบ แลสินค้าต่าง ๆ ๓๗๓ กระสอบ คนซึ่งมาในลำเรือนั้น กับตัน ต้นหน กลาสี ๕๐ โดยสารฝรั่ง ๓ แขกจีน ๑๖ รวม ๑๙ รวม ๖๙ คน มาจากเมืองสิงคโปร์ ๕ วันถึงเมืองสมุทปราการณวันอาทิตย เดือนสิบ แรมเก้าค่ำ ปีจอฉศก ๚ะ

กำปั่นปริกชื่อกิมฃุนหองลำ ๑ จีนหอง นายเรือ แจ้งความว่าเจ้สัวเก่าแต่งไปค้าเมืองสิงคโปร์ กลับเข้ามาไม่มีสินค้า คนซึ่งมาในลำเรือ กับตัน ต้นหน จีนนายเรือ จีนลูกเรือ รวม ๒๓ คน มีปืน ๖ บอก ดิน ๖ ถัง มาจากเมืองสิงคโปร์ ๔ วันถึงเมืองสมุทปราการณวันอาทิตย เดือนสิบ แรมเก้าค่ำ ปีจอฉศก ๚ะ

เรือกลไฟชื่อบันยองเสงลำ ๑ กับตันอังกฤษชื่อวิเลียมเกรด มาแต่เมืองสิงคโปร์ ขึ้นห้างจีนบันหลวงณกรุงเทพฯ มีเงินเหรียนหีบ ๑ เหล็กฟาก ๑๐๐ ท่อน เก้าอี้ ๒๓ เก้าอี้ แลสินค้าต่าง ๆ ๘๐๕ หีบ คนซึ่งมาในลำเรือนั้น กับตัน ต้นหน กลาสี ๕๔ โดยสาร ๖ รวม ๖๐ คน มีปืนบอก ๑ ไม่มีดินดำ มาแต่เมืองสิงคโปร์ ๕ วันถึงเมืองสมุทปราการณวันพุฒ เดือนสิบ แรมสิบสองค่ำ ปีจอฉศก ๚ะ

เรือกลไฟชื่อแบงกอกลำ ๑ กับตันอังกฤษชื่อแบลบิล แจ้งความว่าพระยานรนารถภักดีแต่งไปค้าเมืองสิงคโปร์กลับเข้ามา มียาฝิ่น ๓๐ หีบ แลสินค้าต่าง ๆ ๒๒๓๘ หีบ คนซึ่งมาในลำเรือนั้น กับตัน ต้นหน กลาสี อินเยอเนีย ๓๓ โดยสาน แขกจีน ๗ รวม ๔๐ คน ปืนดินดำไม่มี มาจากเมืองสิงคโปร์ ๕ วันถึงเมืองสมุทปราการณวันพุฒ เดือนสิบ แรมสิบสองค่ำ ปีจอฉศก๚ะ

ณวันพุท แรมสิบห้าค่ำ เดือนสิบ ปีจอฉศก จุลสักราช ๑๒๓๖ มีใบบอกมาแต่เมืองสมุทปราการฉบับหนึ่ง ในใบบอกนั้นมีความว่า กำปั่นบารกสยามลำ ๑ จีนคีหวด นายเรือ แจ้งความว่านายอากรชื้อแต่งไปค้าเมืองสิงคโปร์กลับเข้ามา มีเหลกตะปู ๔๐๐ มัด แลสิ่งฃองต่าง ๆ คนซึ่งมาในลำเรือ กับตัน ต้นหน ๒ กะลาสี ๒๐ จีนนายเรือ จีนลูกเรือ ๘ รวม ๓๐ คน มีปืน ๖ บอก มีดินดำ ๔ ถัง มาจากเมืองสิงคโปร์ ๑๕ วันถึงเมืองสมุทปราการณวันศุกร ขึ้นสิบห้าค่ำ เดือนสิบ ปีจอฉศก ๚ะ

กำปั่นบารกชาตตาดลำหนึ่งชื่อการนี กับตันอังกฤษชื่อเมเย่อ มาแต่สำปะหลัง ขึ้นห้างแมกกูดาเอประหิมณกรุงเทพฯ มีสินค้าต่าง ๆ คนซึ่งมาในลำเรือ กับตัน กะลาสี ๒๐ โดยสาน จีน ๗ แขก ๒ รวม ๙ รวม ๒๙ คน มาจากเมืองสำปะหลัง ๓๒ วันถึงเมืองสมุทปราการณวันเสาร เดือนสีบ แรมค่ำหนึ่ง ปีจอฉศก ๚ะ

กำปั่นปริกลำหนึ่งชื่อกัต (อ่านไม่ออก) กา กับตันอังกฤษชื่อกอมฟอด แจ้งความว่าพระยาอาหารบริรักษแต่งไปค้าเมืองฮ่องกงกลับมา มีกระเทียมดอง ๘๐๐ ไห เครื่องทองเหลือง ๓ หีบ คนซึ่งมาในลำเรือ กับตัน ต้นหน จีนนายเรือลูกเรือ ๒๔ คน มีปืน ๔ บอก ไม่มีดินดำ มาจากเมืองฮ่องกง ๓๐ วันถึงเมืองสมุทปราการณวันจันทร เดือนสิบ แรมสามค่ำ ปีจอฉศก ๚ะ

กำปั่นบารกลำหนึ่งชื่อยุลิกโรชี กับตันอังกฤษชื่อลุยสิตกัด มาแต่เมืองปวนนิสี ขึ้นห้างมาแหมยุเลียมเอนีณกรุงเทพฯ ไม่มีสินค้า คนซึ่งมาในลำเรือ กับตัน กะลาสี ๑๖ คน ปืนดินดำไม่มี มาจากเมืองปวนนีสี ๘๒ วันถึงเมืองสมุทปราการณวันอังคาร เดือนสิบ แรมสี่ค่ำ ปีจอฉศก ๚

ณวันพฤหัศบดี เดือนสิบ แรมหกค่ำ ปีจอฉศก พระยาราชพงษานุรักษ ผู้ว่าราชการเมืองสมุทสงคราม กับกรมการ บอกเข้ามาว่า หลวงอร่ามเรืองฤทธิ ยกระบัตรเมืองสมุทสงคราม ป่วยเปนโรคชราเรื้อรังมานาน อาการให้ไอแล้วทำให้หอบเปนกำลัง หาหมอชะเลยศักมารักษา โรคนั้นก็ไม่คลาย มีแต่ทรุดหนักลง ครั้นณวันอาทิตย เดือนสิบ ขึ้นสิบค่ำ ปีจอฉศก หลวงอร่ามเรืองฤทธิ ยกระบัตร รับประทานไม่ได้ ให้อ่อนหิวน้อยกำลัง หมอประกอบยาให้รับประทาน อาการหาคลายไม่ ครั้นมาณวันพุฒ เดือนสิบ ขึ้นสิบสามค่ำ ปีจอฉศก เวลาสามยามเสศ หลวงอร่ามเรืองฤทธิถึงแก่กรรม อายุ ๗๔ ปี บอกมาณวันพุฒ เดือนสิบ แรมห้าค่ำ ปีจอฉศก ๑๒๓๖ ๚ะ

หนังสือราชกิจจานุเบกษานี้ตีพิมพ์ที่โรงพิมพ์หลวงในพระบรมมหาราชวัง ออกวันอาทิตย์ตามกำหนดทุก ๆ อาทิตยมิได้ขาด ราคาตลอดปี ๔๘ ฉบับ สองตำลึง ครึ่งปี ๒๔ ฉบับ ราคาห้าบาท สามเดือน ๑๒ ฉบับ ราคาสามบาท ใบหนึ่งจนถึง ๑๑ ใบ ๆ ละสลึงเฟื้อง ถ้าต้องไปส่งถึงบ้าน ปีหนึ่งค่าจ้างกึ่งตำลึง ครึ่งปีหกสลึง สามเดือนบาทหนึ่ง ถ้าผู้ใดจะต้องการ ก็ให้มาลงชื่อที่โรงพิมพ์หลวงในพระบรมมหาราชวังเทอญ ๚ะ

อนึ่งหนังสือในโรงพิมพ์หลวงที่เปนเรื่องวิเสศสำคัญ ๆ นั้นมีอยู่หลายเรื่อง ซึ่งได้ตีไว้ใช้ในราชการจนภอพระราชประสงค์แล้ว ก็แต่ที่เหลือใช้ในราชการบ้างเลกน้อยนั้น ข้าพเจ้าเหนว่าท่านผู้ซึ่งได้รับพระราชบัญญัติแลหมายประกาศไป จะหายเสียบ้าง ฤๅไม่ได้แจก จะต้องการทราบบ้าง ก็จะไม่มีที่หาได้ อนึ่งลูกค้าแลราษฎรผู้ใดซึ่งอยากจะทราบราชการให้เลอียดบ้าง ข้าพเจ้าได้จัด