คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ. ๑๓/๒๕๔๗/ย่อ

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา



คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ. ๑๓/๒๕๔๗



นายเฉลา ทิมทอง   ผู้ฟ้องคดี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย   ผู้ถูกฟ้องคดี


เรื่อง:   คดีพิพาทเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของกฎที่ออกโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี


ประเภทคดี:   การควบคุมอาคารและการผังเมือง (ขอให้เพิกถอนกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๔๔ ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ เฉพาะพื้นที่ตำบลคลองด่าน เพราะการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองมีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของราษฎรในบริเวณดังกล่าว)


กฎหมายและกฎที่เกี่ยวข้อง:   พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ (มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑), มาตรา ๑๑ (๒), มาตรา ๔๒, มาตรา ๔๙, และมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑)) ; พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ (มาตรา ๒๒, มาตรา ๒๓, มาตรา ๒๔, มาตรา ๒๕, และมาตรา ๒๖) ; ระเบียบฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ (ข้อ ๓๐)



ในการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมให้เหมาะสมกับสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตาม พ.ร.บ. การผังเมืองฯ มาตรา ๒๖ จะต้องดำเนินการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว กล่าวคือ กรมโยธาธิการและผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะต้องนำผังเมืองรวมที่จัดทำเสร็จแล้วเสนอคณะกรรมการผังเมืองพิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อคณะกรรมการฯ ให้ความเห็นชอบแล้ว กรมโยธาธิการและผังเมืองจะต้องจัดให้มีการปิดประกาศแผนที่แสดงแนวเขตผังเมืองรวมไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ตามที่กฎหมายกำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียตรวจดูแผนผังและข้อกำหนดผังเมืองรวมนั้น เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วหากผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้วแต่กรณีจะต้องเสนอคำร้องขอต่อคณะกรรมการฯ พร้อมด้วยความเห็น หากคณะกรรมการฯ เห็นชอบตามคำร้องขอ คณะกรรมการฯ ต้องสั่งให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าว ถ้าไม่เห็นชอบด้วยก็จะสั่งยกเลิกคำร้องขอนั้น ในกรณีที่ไม่มีผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของผังเมืองรวม หรือมีแต่คณะกรรมการฯ สั่งยกคำร้องขอ หรือคณะกรรมการฯ ได้สั่งให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าว และกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้วแต่กรณีได้จัดการให้เป็นไปตามนั้นแล้ว กรมโยธาธิการและผังเมืองต้องเสนอผังเมืองรวมต่อรัฐมนตรีเพื่อออกกฎกระทรวงใช้บังคับผังเมืองรวมต่อไป ดังนั้น กรณีที่คณะกรรมการฯ มีมติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในผังเมืองรวมโดยไม่มีผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้แก้ไขปรับปรุง และไม่มีการนำมติดังกล่าวของคณะกรรมการฯ ไปปิดประกาศเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียได้มีโอกาสตรวจดูจึงไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ดังกล่าวข้างต้น การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินในกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมโดยที่ยังไม่ได้นำมติคณะกรรมการฯ ไปดำเนินการจัดให้มีการปิดประกาศเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียได้มีโอกาสตรวจดูตามนัยมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ. การผังเมืองฯ จึงไม่ชอบด้วยขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายดังกล่าวข้างต้น






ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ประกอบอาชีพประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีออกกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองเดิมสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๔๔ ออกตามความใน พ.ร.บ. การผังเมืองฯ โดยได้เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองรวมสมุทรปราการในเขตตำบลคลองด่าน ที่กำหนดเป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย และที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมตามผังเมืองเดิมเป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดินไปเพื่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้าซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการประกอบอาชีพของผู้ฟ้องคดีและประชาชนที่ประกอบอาชีพดังกล่าว

ผู้ฟ้องคดีขอให้ศาลเพิกถอนกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๔๔ ออกตามความใน พ.ร.บ. การผังเมืองฯ เฉพาะพื้นที่ตำบลคลองด่าน

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การฟ้องว่ากฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๔๔ ออกตามความใน พ.ร.บ. การผังเมืองฯ ที่ได้กำหนดให้ที่ดินในเขตตำบลคลองด่านบางส่วนเป็นที่ดินประเภทตสาหกรรมและคลังสินค้า ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๔ แห่ง พ.ร.บ. การผังเมืองฯ มาตรา ๖๗ (๗) มาตรา ๖๘ (๑๓) และมาตรา ๖๙ แห่ง พ.ร.บ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ และมาตรา ๔๖ มาตรา ๕๖ และมาตรา ๒๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของกฎที่ออกโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดตามมาตรา ๑๑ (๒) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ

ผู้ฟ้องคดีประกอบอาชีพประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเขตตำบลคลองด่าน การที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้ออกกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตตำบลคลองด่านบางส่วน เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและกระทบต่อการประกอบอาชีพประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของผู้ฟ้องคดีและประชาชนในบริเวณดังกล่าว ทำให้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งการแก้ไขความเดือดร้อนหรือเสียหายดังกล่าว ศาลมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วนได้ตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ และการฟ้องขอให้เพิกถอนกฎกระทรวง ไม่มีกรณีที่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนและวิธีการสำหรับการแก้ไขความเดือดร้อนหรือเสียหายตามมาตรา ๔๒ วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นผู้ที่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง และโดยที่กฎกระทรวงดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่มที่ ๑๑๘ ตอน ๔๕ ก ลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๔ ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๔ จึงเป็นการยื่นฟ้องภายในระยะเวลาการฟ้องคดีตามมาตรา ๔๙ แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ ประกอบกับข้อ ๓๐ ของระเบียบฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครองฯ

สำหรับประเด็นว่า กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๔๔ ออกตามความใน พ.ร.บ. การผังเมืองฯ ซึ่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงผังเมืองรวมสมุทรปราการเฉพาะที่ดินในเขตตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ บางส่วนโดยแก้ไขให้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณกิโลเมตรที่ ๕๘ ถึง ๕๙ ถนนสุขุมวิท จากที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยเป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า และแก้ไขจากที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมเป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าการแก้ไขเปลี่ยนแปลงผังเมืองรวมสมุทรปราการในขณะที่ผังเมืองรวมฉบับเดิมตามกฎกระทรวงฯ ฉบับที่ ๑๗๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ฯ ยังมีผลใช้บังคับต้องดำเนินการตามนัยมาตรา ๒๖ แห่ง พ.ร.บ. การผังเมืองฯ ซึ่งบัญญัติให้นำความมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม จึงมีขั้นตอนในการดำเนินการ ๔ ขั้นตอน คือ

๑.   เมื่อกรมการผังเมือง (ปัจจุบันเป็นกรมโยธาธิการและผังเมือง) หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นจัดทำผังเมืองรวมเสร็จแล้วให้กรมการผังเมืองเสนอคณะกรรมการผังเมืองให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๒๒ แห่ง พ.ร.บ. การผังเมืองฯ ข้อเท็จจริงในขั้นตอนนี้ปรากฏว่า กรมการผังเมืองได้นำผังเมืองรวมสมุทรปราการ (ปรับปรุงครั้งที่ ๑) เสนอคณะกรรมการผังเมืองพิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการฯ กล่าวถึงโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมระยะที่หนึ่งของกรมควบคุมมลพิษในพื้นที่ตำบลคลองด่านด้วย แต่ไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อรองรับโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียดังกล่าว ฉะนั้น การใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตตำบลคลองด่าน ตามผังเมืองรวมสมุทรปราการ (ปรับปรุงครั้งที่ ๑) ยังคงเป็นพื้นที่ประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย และประเภทชนบทและเกษตรกรรม ตามกฎกระทรวงฯ ฉบับที่ ๑๗๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ฯ เช่นเดิม การดำเนินการของกรมการผังเมืองตามขั้นตอนนี้ชอบด้วยมาตรา ๒๒ แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว

๒.   กรมการผังเมืองได้นำผังเมืองรวมสมุทรปราการ (ปรับปรุงครั้งที่ ๑) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมืองไปปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ราชการ และที่ทำการขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เป็นเวลา ๙๐ วัน เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียตรวจดูแผนผังและข้อกำหนด โดยแจ้งด้วยว่าให้ผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิร้องขอให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของผังเมืองรวมภายในเวลาดังกล่าวได้ การดำเนินการตามขั้นตอนนี้เป็นไปตามมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว แล้ว

๓.   เมื่อครบกำหนด ๙๐ วัน ได้มีผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตผังเมืองรวมสมุทรปราการรวม ๑๗ ราย โดยบริษัทอิสเทิร์น เพาเวอร์ แอนด์อิเลคทริค จำกัด ขอเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๕๘ ถึง ๕๙ ของถนนสุขุมวิทในเขตตำบลคลองด่าน จากที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยเป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ซึ่งตามมาตรา ๒๔ แห่ง พ.ร.บ. การผังเมืองฯ กำหนดให้กรมการผังเมืองเสนอคำร้องขอนั้นต่อคณะกรรมการผังเมืองพร้อมด้วยความเห็น ถ้าคณะกรรมการฯ เห็นด้วยกับคำร้องขอ ให้สั่งกรมการผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้วแต่กรณีแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าวในผังเมืองรวมนั้น ถ้าไม่เห็นด้วยก็สั่งยกเลิกคำขอ ตามข้อเท็จจริงปรากฏว่า กรมการผังเมืองได้เสนอคำร้องขอทั้งหมดให้คณะกรรมการผังเมืองพิจารณา ซึ่งคณะกรรมการฯได้พิจารณาคำร้องขอทั้งหมดแล้วมีมติเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ให้ความเห็นชอบให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่มีผู้ร้องขอรวม ๑๒ ราย ซึ่งรวมถึงคำร้องขอของบริษัท อิสเทิร์น เพาเวอร์ แอนด์อิเลคทริค จำกัด และสั่งยกเลิกคำร้องขอรวม ๕ ราย นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้มีมติให้เปลี่ยนแปลงพื้นที่การใช้สอยเพิ่มเติมในตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการจากเขตชนบทและเกษตรกรรมเป็นเขตอุตสาหกรรมและคลังสินค้า เพื่อขยายให้ครอบคลุมถึงบริเวณโรงบำบัดน้ำเสียรวมของกรมควบคุมมลพิษที่อยู่ติดกันต่อไปจากบริเวณพื้นที่ของบริษัท อิสเทิร์น เพาเวอร์ แอนด์อิเลคทริค จำกัด โดยไม่มีผู้มีส่วนได้เสียร้องขอด้วย ศาลเห็นว่า มติของคณะกรรมการฯ ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองรวมสมุทรปราการ (ปรับปรุงครั้งที่ ๑) ที่กรมการผังเมืองนำไปปิดประกาศตามนัยมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ. การผังเมืองฯ ชอบด้วยขั้นตอนในมาตรา ๒๔ แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว เพราะมีผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ ส่วนมติที่ให้เปลี่ยนแปลงพื้นที่ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตตำบลคลองด่าน จากที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมเป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้าโดยไม่มีผู้ร้องขอ และผังเมืองรวมสมุทรปราการ (ปรับปรุงครั้งที่ ๑) ที่กรมการผังเมืองนำไปปิดประกาศ มิได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินดังกล่าว ทั้ง ๆ ที่ควรจะมีการแก้ไขโดยกำหนดให้เขตพื้นที่ใดรองรับโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียระยะที่หนึ่งของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ เพราะที่ประชุมคณะกรรมการผังเมืองครั้งแรกได้มีการกล่าวถึงโครงการนี้แล้ว ซึ่งกรมการผังเมืองควรจะนำไปพิจารณาแก้ไขผังเมืองรวมสมุทรปราการ (ปรับปรุงครั้งที่ ๑) ก่อนที่จะนำไปปิดประกาศให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ ฉะนั้น มติคณะกรรมการผังเมืองดังกล่าว จึงเป็นกรณีที่มาตรา ๒๔ แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าวไม่ได้ให้อำนาจไว้ และเป็นกรณีที่ถือได้ว่ามติของคณะกรรมการผังเมืองดังกล่าวเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงผังเมืองรวมสมุทรปราการตามกฎกระทรวงฯ ฉบับที่ ๑๗๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ฯ

๔.   ในกรณีที่ไม่มีผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงผังเมืองรวมที่ได้นำไปปิดประกาศในขั้นตอนตามมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว กรมการผังเมืองชอบที่จะนำผังเมืองรวมนั้นเสนอผู้ถูกฟ้องคดีออกกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมนั้นต่อไปได้ แต่ถ้าผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของผังเมืองรวมและคณะกรรมการฯ ให้ความเห็นชอบ กรมการผังเมืองต้องนำผังเมืองรวมดังกล่าวมาแก้ไขให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการฯ ให้ความเห็นชอบ แล้วนำเสนอผู้ถูกฟ้องคดีออกกฎกระทรวงเพื่อใช้บังคับผังเมืองรวมนั้นต่อไป ทั้งนี้ ตามมาตรา ๒๕ แห่ง พ.ร.บ. การผังเมืองฯ ซึ่งข้อเท็จจริงในขั้นตอนนี้ปรากฏว่า กรมการผังเมืองได้แก้ไขผังเมืองรวมสมุทรปราการ (ปรับปรุงครั้งที่ ๑) ตามมติคณะกรรมการผังเมือง ในการประชุมเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ทั้ง ๒ กรณี จึงเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมเป็นที่ดินอุตสาหกรรมและคลังสินค้าในท้องที่ตำบลคลองด่าน ในกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๔๔ ฯ โดย กรมการผังเมืองยังไม่ได้นำมติคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ไปดำเนินการตามนัยมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ. การผังเมืองฯ ไม่ชอบด้วยขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ แห่ง พ.ร.บ. การผังเมืองฯ

จึงพิพากษาให้เพิกถอนกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๔๔ฯ เฉพาะในส่วนที่กำหนดให้พื้นที่ตำบลคลองด่าน เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ซึ่งแต่เดิมเป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม และที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ฉบับที่ ๑๗๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ฯ โดยให้คงไว้เฉพาะพื้นที่บริเวณระหว่างหลักกิโลเมตรที่ ๕๘ ถึง ๕๙ ของถนนสุขุมวิท ตามที่บริษัท อินเทิร์น เพาเวอร์ แอนด์อิเลคทริค จำกัด ร้องขอและคณะกรรมการผังเมืองได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ ให้การเพิกถอนมีผลย้อนหลังไปถึงวันที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๔๔ฯ มีผลใช้บังคับ

(ตุลาการผู้แถลงคดีในศาลปกครองสูงสุดมีความเห็นในแนวทางเดียวกันกับองค์คณะพิจารณาพิพากษา)






องค์คณะ:  นายเฉลิมชัย วสีนนท์ ― นายจรัญ หัตถกรรม ― พลเอก นิยม ศันสนาคม ― นายพีระพล เชาวน์ศิริ ― นายดำริ วัฒนสิงหะ



ดูเพิ่ม[แก้ไข]




ขึ้น

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะมีลักษณะตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา ๗ สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(๑)   ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(๒)   รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(๓)   ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(๔)   คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(๕)   คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (๑) ถึง (๔) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น"