จารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

จารึก[แก้ไข]

ด้านที่ ๑[แก้ไข]

จารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ
ภาษาไทย ด้านที่ ๑[1]


[ข้อความในจารึก] [คำอ่าน]
1/1 วนนอาทิตยสํมเดจพระThai character - ii.svg[2] วันอาทิตย์ สมเด็จพระอิน
1/2 ทรามหาบรํมจกกรพรรดิธรรมิกรา ทรามหาบรมจักรพรรดิธรรมิกรา
1/3 ชเป็นเจ๋าใหขุนศรีไชราชมงคลเท ชเป็นเจ้าให้ขุนศรีไชยราชมงคลเท
1/4 พเอกมนตรีพเสสแดขุนมโนรมย์ขุน[3] พเอกมนตรีพิเสส[4] แดขุนมโนรมย์ ขุน
1/5 คํแหงพระพรํนาย[5] คํแหงนารายขุน คำแหงพระพรหม นายคำแหงนารายณ์ ขุน
1/6 ปทยมขุนไตร[6] คํแหงขุนไทยอา[7] ขุน ปทยม ขุนไตรคำแหง ขุนไทยอาจ[7] ขุน
1/7 คํแหงพระพุธเจ้า[8] นครไชเจ้า[8] หาว คำแหงพระพุธ เจ้านครไชย เจ้าหาว
1/8 นายมโนโมยนายเพาพระบนทํเจ้า[8] นายมโนโมย นายเพาพระบนทม[9] เจ้า
1/9 สามชีนเจ๋าเพชดาเอาจตุรง[10] ชางมา สามชื่น เจ้าเพชดา เอาจตุรงค์ช้างม้า
1/10 รีพลไปโจมจับ[11] พระนครพีมายพนํรุง รี้พลไปโจมจับพระนคร พิมาย[12] พนมรุ้ง
1/11 สราวขชายพนํครามสเมจรดูพนํมาส[13] สราวขชาย พนมคราม สเมจรดู พนมมาส[14]
1/12 สิงคพิไชไพรขดารอนัเปนบรคมัสเบ สิงคพิไชย ไพรขดาร[15] อันบรคมัสเป็
1/13 นราชเสมาแลราบทาบดงัพระมโนสา นราชเสมาแลราบทาบดังพระมโนสา
1/14 กลัปแลจิงจ่จะ[16] พระราชเสาวนีหาขุน กัลป์ แลจึงจะละพระราชเสาวนีย์[17] หาขุน
1/15 ศรีไชยราชมงค่ลเทพแดฝูงทวยลูก ศรีไชยราชมงคลเทพแด[18] ฝูงทวยลูก
1/16 ขุนทงัหลายเอาชางมารีพลถอยคืนมา ขุนทั้งหลายเอาช้างม้ารี้พลถอยคืนมา
1/17 ลุะพระพนกำแพง[19] แตง[20] หนทางรออก[21] ลุพระพนกำแพงแตง[22] หนทาง(ร)ออก[23]
1/18 วยนชเลอยชลอยข้อย[24] คนพลทั้ง[25] หลา เวียนเชลอย[26] ชลอยข้อยคนพลทั้งหลา
1/19 ยนานาปรการมาลุะเถีงเมสบรธานจรด ยนานาประการมาลุเถิงเมสบรธานจรด
1/20 บรรนสาลาปรดิสสถาสีลาปะสัส[27] นีไว้จุงเปน บรรณศาลา ประดิษฐาสีลาประสัส[28] นี้ไว้ จุ่งเป็น
1/21 กยรติ[29] ยสสบบดลพระราชอาญาวาขุนศรี เกียรติยสสบปดล[30] พระราชอาญาว่า ขุนศรี
1/22 ไชยราชมงคลเทพเอกมนตรี[31] พีเสส ไชยราชมงคล[32] เทพเอกมนตรีพิเสส[33]
1/23 (ขี)นเมิอวาน[34] สิบเบดค่ำดอนสิบส(อง) ขึ้น[35] เมื่อวารสิบเบ็ด[36] ค่ำ เดือนสิบสอง[37]
1/24 กุรนกกสดันาคนินาตสตปานชฺThai character - i.svgเย[38] กุนนักษัตร นาค[39] นินาตสตปานชฺThai character - i.svgเย[40]
1/25 อาวาศฉนาทิบานเยฺยปริโตนุโทฺย[41] อาวาศฉนาทิปาน[42] เยฺยปริโตนุโทฺย
1/26 ตฺวํ[43] อาจสิ[44] (สุข)ปาปปาน...๛ ตฺวํอาจสิ(สุข)ปาปปาน[45] ...๛

ด้านที่ ๒[แก้ไข]

ด้านที่ ๒
(อักษรขอม ภาษาเขมรโบราณ)


คำปริวรรต คำแปล
2/1 _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/2 _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/3 กฺษ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ กฺษ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/4 อุทฺย _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ อุทฺย _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/5 ศเต _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ ศเต _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/6 ศฺรต(วฺระ)ปรมราชา _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ ศฺรตพระบรมราชา _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/7 _ _ รญฺญา _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ รญฺญา _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/8 ยราชมงฺคลเทพเอก _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ ยราชมงคลเทพเอก _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/9 ขุนมโนรมฺยขุนกุมฺแหงวฺระ _ _ _ _ _ _ _ _ _ ขุนมโนรมย์ ขุนกำแหงพระ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/10 ไ...กุมฺแหงพฺระวุธขุนรา(ช) _ _ _ _ _ _ _ _ ขุนกำแหงพระพุธ ขุนรา(ช) _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/11 กํแหงไฑยอาขุนก(แหง) _ _ _ _ _ _ _ _ _ กำแหงไทยอา ขุนกำ(แหง) _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/12 เจาหาวนายมโนโมย(นาย) _ _ _ _ _ _ _ _ เจ้าหาว นายมโนโมย (นาย) _ _ _ _ _ _ _ _
2/13 ราชมนฺตฺริโอยนำ(จ)ตุ(ร)งฺควลวฺยูหเนะ(ต) _ ราชมนตรีให้นำจตุรงค์พลพยุหะนี้ _
2/14 มฺรยฺยจาตุราชยฺย _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ ช้าง จาตุราชย์ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/15 _ _ ทูนมา _ _ ยฺย _ _ ปป _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ ทูนมา _ _ ยฺย _ _ ปป _ _ _ _ _ _ _ _
2/16 จาปนาวฺระนครศฺริศฺรีนฺทฺทรปุร _ _ _ _ _ _ _ จับ ณ พระนครศรีศรีนทรปุระ _ _ _ _ _ _ _
2/17 ยวฺระกุญเต _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ พระกุญเต (พระกฤตฺญปุระ?) _ _ _ _ _ _ _
2/18 ปนฺทายเศฺราวิมายเตฺมเอต _ _ _ _ _ _ _ _ บันทายเศรา พิมาย เตมฺเอต _ _ _ _ _ _ _ _
2/19 ศมาะสฺลนาวฺรสีปลลทุก _ _ _ _ _ _ _ _ _ ศมาะสฺล ณ พระสีปปลไว้ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/20 วิมาย _ _ ไน _ _ ศฺรชราชก _ _ _ _ _ _ _ พิมาย _ _ ของ _ _ ศฺรชราชก _ _ _ _ _ _ _
2/21 วฺยูหวฺระตํเรยฺยวฺระเ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ พยุหะพระดำรี (ช้าง) พระเสะ (ม้า) _ _ _ _ _ _
2/22 โกทลปติฏฺสนา _ _ กุมารป _ _ _ _ _ _ _ _ _ โกทล ประดิษฐานา _ _ กุมารป _ _ _ _ _ _ _
2/23 ทิวมนาลฺยเหม.กศฺวทูปาสิ _ _ _ _ _ _ _ _ _ ทิวมนาลฺยเหม.กศฺวทูปาสิ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/24 ปรามตชฺญ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ ปรามตชฺญ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/25 _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
2/26 นาถ _ _ _ _ _ _ _ _ ปฺรสิทฺธิ _ _ _ _ _ _ _ _ นาถ _ _ _ _ _ _ _ _ ประสิทธิ _ _ _ _ _ _ _
2/27 _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _


หมายเหตุ ข้อความในตัวเน้น คือ ภาษาเขมรโบราณในศิลาจารึกด้านที่ ๒ ภาษาเขมรโบราณ ที่สามารถจับใจความแปลได้ ส่วนข้อความอื่นยังไม่สามารถแปลได้

เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ[แก้ไข]

  1. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ขึ้นหัวเรื่องว่า "ด้านที่ ๑ (อักษรไทย ภาษาไทย และอักษรขอม ภาษาเขมรโบราณ)" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๖) ขึ้นหัวเรื่องว่า "จารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ ด้านที่ ๑ (อักษรไทย ภาษาไทย และอักษรขอม ภาษาบาลี)"
  2. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "๏ วนนอาทิตยสํเดจพระอีน" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๖) ว่า "วนนอาทิตยสํมเดจพระThai character - ii.svgน"
  3. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "พเอกมนตรีพีเสสแด่ขุนมโนรํมขุน" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๖) ว่า "พเอกมนดรีพเสสแตขุนมโนรํมขุน"
  4. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) และวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๖) ว่า "พิเศษ"
  5. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "พระพรํ(นาย" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๗) ว่า "พระพรํนาย"
  6. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) และวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๗) ว่า "ไดร"
  7. 7.0 7.1 ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "ไทรอาด" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๗) ว่า "ไทยอา"
  8. 8.0 8.1 8.2 ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "เจ๋า" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๗) ว่า "เจ้า"
  9. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "บันทม" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๗) เขียนว่า "บนทม" และอธิบายว่า "นายเพาพระบันทม อาจเป็น นายเผ้าพระบันทม เผ้า แปลว่า หัวหน้า"
  10. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "จดุรงค" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๗) ว่า "จตุรงค"
  11. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "จบั" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๗) ว่า "จับ"
  12. วทัญญู ฟักทอง (๒๕๕๔, น. ๕๐) เขียนว่า "พระนคร พิมาย" อาจเพราะเห็นว่า หมายถึง เมืองสองเมือง คือ เมืองพระนคร และเมืองพิมาย ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๗) เขียนว่า "พระนครพิมาย" และศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ก็เขียนว่า "พระนครพิมาย" พร้อมแสดงความเห็น (๒๕๕๘, น. ๗๗) ว่า "พระนครพิมาย หมายถึง เมืองพิมาย"
  13. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "พนมมาส" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๗) ว่า "พนํรุง" แต่เขียนคำอ่าน (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "พนมมาส"
  14. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "สราวขชาย พนมครามสเมจรดู พนมมาส" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "สราวขชายพนมครามสเมจรคูพนมมาส"
  15. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "สิงคพิไชยไพรขดาร" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "สิงคพิไชยไพรขคาร"
  16. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) และวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "ละ"
  17. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "เสาวนี" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "เสาวนีย์"
  18. วินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "แค" แต่เขียนคำอ่านว่า "แด" ส่วนศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "แด"
  19. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) และวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "กแพง"
  20. วินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "แคง" แต่เขียนคำอ่านว่า "แตง" ส่วนศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "แตง"
  21. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "ทาง(ออก)" แต่สามหน้าถัดมา (๒๕๕๘, น. ๗๘) เขียนว่า "ทางร(ออก)" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "ทางร(ออก)"
  22. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "แต่ง" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "แตง"
  23. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "ทาง(ออก)" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "ทางร(ออก)"
  24. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "ข๋อย" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "ข้อย"
  25. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) และวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "ทงั"
  26. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "เชลย" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๘) ว่า "เชลอย"
  27. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "ปรสสั" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "ปะสัส"
  28. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "ศิลาประศัสต์" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "สีลาประสัส"
  29. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) และวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "กยรดิ"
  30. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "เกียรติยศสบบดล" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "เกียรดิยสสบปดล"
  31. วินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "มนดรี" ส่วนศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "มนตรี"
  32. วินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "มงดล" ส่วนศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "มงคล"
  33. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "พิเศษ" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "พิเสส"
  34. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "วาร" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "วาน"
  35. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "(ขึ้)น" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "ขึ้น"
  36. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) และวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "เอ็ด" ส่วนวทัญญู ฟักทอง (๒๕๕๔, น. ๕๒) อธิบายว่า "สิบเบ็ด" ก็คือ "สิบเอ็ด"
  37. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "ส(อง)" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "สอง"
  38. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "กุรนกกสดั ๏ นาคนินาติสตปานเชฺยิ" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "กุรนกกสดั นาคนินาตสตปานชฺิเย"
  39. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "กุนนักษัตร ๏ นาค" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "กุนนักษัตร นาค"
  40. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "เชฺยิ" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "ชฺิเย"
  41. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) และวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "นุทฺย"
  42. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ว่า "บาน" ส่วนวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "ปาน"
  43. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) และวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "พฺวํ"
  44. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) และวินัย พงศ์ศรีเพียร (๒๕๕๒, น. ๑๐๙) ว่า "ปิ"
  45. ศานติ ภักดีคำ (๒๕๕๘, น. ๗๕) ให้คำแปลว่า "ไม่อาจซึ่ง(สุข)บาปได้"

บรรณานุกรม[แก้ไข]

  • วทัญญู ฟักทอง. (๒๕๕๔). "เอกสารลำดับที่ ๓๗ จารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ: การประกาศชัยชนะของทัพอโยธยาในรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒". ใน ธิษณา วีรเกียรติสุนทร, และอรพินท์ คำสอน (บรรณาธิการ), ๑๐๐ เอกสารสำคัญ: สรรพสาระประวัติศาสตร์ไทย ลำดับที่ ๗ (น. ๔๙–๕๒). กรุงเทพฯ: ศักดิโสภาการพิมพ์. ISBN 9789744967435.
  • วินัย พงศ์ศรีเพียร. (๒๕๕๒). "จารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ". ใน วินัย พงศ์ศรีเพียร (บรรณาธิการ), อาจารยบูชา (น. ๑๐๑–๑๐๙). กรุงเทพฯ: ศักดิ์โสภาการพิมพ์. ISBN 9789746425827.
  • ศานติ ภักดีคำ. (๒๕๕๘). "ศิลาจารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ". ใน ภูธร ภูมะธน (บรรณาธิการ), ซับจำปา (น. ๖๙–๗๙). กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง. ISBN 9876169154679.

งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า

ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
  2. ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
    1. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
    2. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณานั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  2. แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก