ซูเราะหฺฟาฏิร

จาก วิกิซอร์ซ
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

35. ซูเราะหฺฟาฏิร (บท พระผู้ทรงสร้าง)

ด้วยพระนามแห่งอัลลอหฺ พระผู้ทรงเมตตายิ่ง พระผู้ทรงปรานียิ่ง

{35:1} มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอหฺ พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน พระผู้ทรงแต่งตั้งมะลาอิกะหฺให้เป็นทูต ผู้มีปีก สอง สาม และสี่ ทรงเพิ่มในการสร้างตามที่พระองค์ทรงประสงค์ แท้จริงอัลลอหฺนั้นเป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง

{35:2} สิ่งใดจากความเมตตาที่อัลลอหฺทรงประทานให้แก่ปวงมนุษย์ ก็ไม่มีผู้ยับยั้งมันได้ และสิ่งใดที่พระองค์ทรงยับยั้งไว้ ก็ไม่มีผู้ใดปล่อยมันได้หลังจากพระองค์ และพระองค์เป็นพระผู้ทรงอํานาจ พระผู้ทรงปรีชาญาณ

{35:3} ดูกร ปวงมนุษย์! พวกเธอจงรำลึกถึงความโปรดปรานของอัลลอหฺที่มีต่อพวกเธอ จะมีพระผู้สร้างอื่นใดจากอัลลอหฺกระนั้นหรือ ที่จะประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเธอจากฟ้าและแผ่นดิน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ แล้วเหตุใดเล่าพวกเธอจึงถูกหลอกลวงให้หันห่างออกไป?

{35:4} หากพวกเขาปฏิเสธเธอ อันที่จริงศาสนทูตก่อนหน้าเธอก็เคยถูกปฏิเสธมาก่อนแล้ว และสู่อัลลอหฺคือการกลับคืนของกิจการทั้งมวล

{35:5} ดูกร ปวงมนุษย์! แท้จริงสัญญาของอัลลอหฺนั้นเป็นจริงเสมอ ดังนั้นอย่าให้การดํารงชีวิตอยู่ในโลกนี้ล่อลวงพวกเธอ และอย่าให้การหลอกล่อ(ชัยฏอน)มาล่อลวงพวกเธอเกี่ยวกับอัลลอหฺเป็นอันขาด

{35:6} แท้จริงชัยฏอนนั้นเป็นศัตรูกับพวกเธอ ดังนั้นพวกเธอจงยึดถือมันเป็นศัตรู แท้จริงมันเรียกร้องพลพรรคของมัน เพื่อให้พวกมันเป็นพรรคพวกแห่งเพลิง

{35:7} บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันสาหัส ส่วนบรรดาผู้มีศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลาย พวกเขาจะได้รับการอภัยโทษและรางวัลอันยิ่งใหญ่

{35:8} แล้วผู้ที่ความชั่วแห่งการงานของเขาได้ถูกทำให้เพริศแพร้ว เขาเห็นว่ามันเป็นสิ่งดีกระนั้นหรือ? แท้จริงอัลลอหฺจะทรงทำให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์นั้นหลงผิด และจะทรงชี้แนะแนวทางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ ดังนั้นเธออย่าทำให้จิตใจของเธอต้องไประทมทุกข์เพราะพวกเขา แท้จริงอัลลอหฺนั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเขากระทำ

{35:9} และอัลลอหฺคือพระผู้ทรงส่งเหล่าลม แล้วมันจะพัดเมฆ แล้วเราได้ขับเมฆนั้นไปยังเมืองที่ตาย แล้วด้วย(น้ำฝน)นั้นเราได้คืนชีพให้แก่แผ่นดินนั้น หลังความตายของมัน เช่นนั้นแหละคือการฟื้นคืนชีพ

{35:10} ผู้ใดต้องการอํานาจ อันที่จริงอํานาจทั้งมวลเป็นของอัลลอหฺ คํากล่าวที่ดีย่อมจะขึ้นไปสู่พระองค์ และการงานที่ดีนั้นพระองค์ทรงยกย่องสรรเสริญมัน และบรรดาผู้วางแผนชั่วร้ายทั้งหลายนั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบ และแผนการณ์ของชนเหล่านั้นย่อมต้องพินาศ

{35:11} และอัลลอหฺทรงบังเกิดพวกเธอมาจากดิน แล้วก็มาจากเชื้ออสุจิ แล้วทรงทำให้พวกเธอเป็นคู่สามีภรรยา และจะไม่มีหญิงใดตั้งครรภ์และนางจะไม่คลอด เว้นแต่ด้วยความรอบรู้ของพระองค์ และไม่มีผู้สูงอายุสักคน ถูกยืดอายุออกไป หรือถูกตัดทอนอายุของเขา โดยที่ไม่อยู่ในบันทึก แท้จริงสิ่งนันง่ายนักสำหรับอัลลอหฺ

{35:12} และทะเลทั้งสองนั้นไม่เหมือนกัน อันนี้จืดสดชื่น เครื่องดื่มของมันคล่องคอ และอันนี้เค็มจัด และจากแต่ละแห่งนั้น พวกเธอจะได้กินเนื้ออันอ่อนนุ่ม และพวกเธอนำเอาเครื่องประดับออกมา เพื่อสวมใส่มัน และเธอเห็นเรือแล่นฝ่าผิวน้ำไป เพื่อพวกเธอจะได้แสวงหาความโปรดปรานของพระองค์ และเพื่อพวกเธอจะได้ขอบคุณ

{35:13} พระองค์ทรงให้ราตรีคาบเกี่ยวเข้าไปในทิวา และทรงให้ทิวาคาบเกี่ยวเข้าไปในราตรี และทรงให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นประโยชน์ ทุกสิ่งโคจรไปตามวาระที่ได้กําหนดไว้ นั่นคืออัลลอหฺพระเจ้าของพวกเธอ อํานาจการปกครองทั้งมวลเป็นสิทธิ์ของพระองค์ และสิ่งที่พวกเธอวิงวอนขออื่นจากพระองค์นั้น พวกมันไม่ได้ครอบครองสิ่งใดแม้แต่เยื่อหุ้มเมล็ดอินทผาลัม

{35:14} หากพวกเธอวิงวอนขอพวกมัน พวกมันจะไม่ได้ยินการวิงวอนของพวกเธอ ถึงแม้พวกมันได้ยินพวกมันก็จะไม่ตอบรับพวกเธอ และในวันฟื้นคืนชีพพวกมันจะปฏิเสธการตั้งภาคีของพวกเธอ และไม่มีผู้ใดจะแจ้งแก่เธอได้เท่าพระผู้ทรงรอบรู้ยิ่ง

{35:15} ดูกร ปวงมนุษย์! พวกเธอเป็นผู้ขัดสนต้องพึ่งอัลลอหฺ แต่อัลลอหฺนั้น พระองค์คือพระผู้ทรงมั่งมีอย่างล้นเหลือ พระผู้ทรงเป็นที่สรรเสริญ

{35:16} หากพระองค์ทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทรงให้พวกเธอสูญสิ้นไป และจะทรงนำมาซึ่งกลุ่มชนรุ่นใหม่

{35:17} และการนั้นไม่ยากสำหรับอัลลอหฺเลย

{35:18} และไม่มีผู้แบกภาระคนใดที่จะแบกภาระของผู้อื่นได้ และถ้าผู้ที่แบกภาระหนักอยู่แล้วขอร้องให้ช่วยแบกมัน ก็จะไม่มีสิ่งใดถูกแบกออกจากเขา ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นญาติสนิทก็ตาม แท้จริงเธอเป็นเพียงผู้ตักเตือนบรรดาผู้เกรงกลัวพระเจ้าของพวกเขาในสิ่งเร้นลับ และพวกเขาดํารงไว้ซึ่งการนมาซ และผู้ใดขัดเกลาตนเอง เขาก็ขัดเกลาเพื่อตัวของเขาเอง และยังอัลลอหฺเท่านั้นคือการกลับคืน

{35:19} และคนตาบอดกับคนตาดีนั้นย่อมไม่เหมือนกัน

{35:20} และความมืดมนกับแสงสว่างก็ไม่เหมือนกัน

{35:21} และที่เงาร่มกับที่ร้อนแดดก็ไม่เหมือนกัน

{35:22} และคนเป็นกับคนตายนั้นย่อมไม่เหมือนกัน แท้จริงอัลลอหฺทรงให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ได้ยิน และเธอไม่สามารถที่จะให้ผู้ที่อยู่ในหลุมฝังศพได้ยินได้

{35:23} เธอไม่ใช่อื่นใดนอกจากเป็นผู้ตักเตือนเท่านั้น

{35:24} แท้จริงเราได้ส่งเธอมาด้วยสัจธรรม เป็นผู้แจ้งข่าวดีและผู้ตักเตือน และไม่มีประชาชาติใดเลย ที่ไม่มีผู้ตักเตือนในนั้น

{35:25} และหากพวกเขาปฏิเสธเธอ อันที่จริงบรรดาผู้ที่มีมาก่อนพวกเขาก็ได้ปฏิเสธมาก่อนแล้ว บรรดาศาสนทูตของพวกเขาได้นำหลักฐานอันชัดแจ้งมายังพวกเขา และด้วยคัมภีร์ต่าง ๆ และคัมภีร์อันแจ่มจรัส

{35:26} และฉันได้ลงโทษบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา แล้วการปฏิเสธต่อเราเป็นเช่นใดบ้าง?

{35:27} เธอไม่ได้พิจารณาดอกหรือว่า อัลลอหฺนั้นทรงให้น้ำหลั่งลงมาจากฟ้า แล้วเราได้ให้พืชผลงอกเงยออกมาด้วย(น้ำ)นั้น สีสรรของมันแตกต่างกันไป และในหมู่ภูเขาทั้งหลายมีชนิดต่าง ๆ ขาวและแดงหลากหลายสี และสีดําสนิท

{35:28} และในหมู่มนุษย์ และสัตว์ และปศุสัตว์ ก็มีหลากหลายสีเช่นเดียวกัน แท้จริง บรรดาผู้ที่มีความรู้จากปวงบ่าวของพระองค์เท่านั้นที่เกรงกลัวอัลลอหฺ แท้จริงอัลลอหฺคือพระผู้ทรงอํานาจ พระผู้ทรงอภัยเสมอ

{35:29} แท้จริง บรรดาผู้อ่านคัมภีร์ของอัลลอหฺ และดํารงการนมาซ และบริจาคสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา โดยซ่อนเร้นและเปิดเผย เพื่อหวังการค้าที่ไม่ซบเซา(สูญเสีย)

{35:30} เพื่อพระองค์จะทรงตอบแทนรางวัลของพวกเขา ให้แก่พวกเขาอย่างครบถ้วนและจะทรงเพิ่มให้แก่พวกเขาจากความโปรดปรานของพระองค์ แท้จริงพระองค์คือพระผู้ทรงอภัย พระผู้ทรงชื่นชม (เพราะการภักดีของพวกเขา)

{35:31} และคัมภีร์ที่เราได้ให้แก่เธอนั้นมันคือสัจธรรม เป็นการยืนยันในสิ่งที่ได้มีมาก่อนมัน แท้จริงอัลลอหฺคือพระผู้ทรงตระหนัก พระผู้ทรงเห็น ต่อปวงบ่าวของพระองค์

{35:32} และเราได้ให้คัมภีร์เป็นมรดกสืบทอดมาแก่บรรดาผู้ที่เราได้คัดเลือกจากปวงบ่าวของเรา บางคนในหมู่พวกเขาก็เป็นผู้อธรรมแก่ตัวเอง และบางคนในหมู่พวกเป็นผู้เดินสายกลาง และบางคนในหมู่พวกเขาเป็นผู้รุดหน้าในการทำความดีทั้งหลาย ด้วยอนุมัติของอัลลอหฺ นั่นคือความโปรดปรานอันใหญ่หลวง

{35:33} เหล่าสวนสวรรค์เป็นที่พำนักแห่งอะดัน พวกเขาจะเข้าไปอยู่ในนั้น ในสวนสวรรค์พวกเขาจะให้แต่งกายด้วยกําไลทองและไข่มุก และอาภรณ์ของพวกเขาในนั้นคือผ้าไหม

{35:34} และพวกเขากล่าวว่า "บรรดาการสรรเสริญเป็นของอัลลอหฺ ซึ่งพระองค์ทรงขจัดความระทมทุกข์ออกจากเรา แท้จริงพระเจ้าของเราคือพระผู้ทรงอภัย พระผู้ทรงชื่นชม"

{35:35} ซึ่งพระองค์ทรงให้เราได้พำนักในสถานที่พำนักแห่งอะดัน ด้วยความโปรดปรานของพระองค์ความเหน็ดเหนื่อยจะไม่ประสบแก่เราในนั้น และความเบื่อหน่ายก็จะไม่ประสบแก่เราในนั้น

{35:36} ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาพวกเขาจะได้รับไฟนรกญะหันนัม พวกเขาจะไม่ถูกตัดสินให้ตาย และจะไม่มีการลดหย่อนการทรมานของนรกแก่พวกเขา เช่นนั้นแหละเราจะตอบแทนแก่ทุกผู้เนรคุณ

{35:37} และพวกเขาจะตะโกนอยู่ในนรกนั้นว่า "พระเจ้าของพวกข้าฯ! โปรดนำเราออกไป เพื่อเราจะได้ปฏิบัติการงานที่ดี อื่นจากที่เราได้ปฏิบัติไปแล้ว" - "และเราไม่ได้ให้อายุของพวกเธอยืนนานพอดอกหรือ? เพื่อผู้ที่ใคร่ครวญจะได้รำลึกถึงข้อตักเตือน อีกทั้งยังได้มีผู้ตักเตือนมายังพวกเธอแล้ว ดังนั้นพวกเธอจงลิ้มรสเถิด เพราะบรรดาผู้อธรรมนั้นจะไม่มีผู้ช่วยเหลือเลย"

{35:38} แท้จริงอัลลอหฺนั้นทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในทรวงอก

{35:39} พระองค์คือผู้ทรงแต่งตั้งพวกเธอให้เป็นตัวแทนรับช่วงในแผ่นดิน ดังนั้นผู้ใดปฏิเสธศรัทธา การปฏิเสธของเขาก็จะตกอยู่แก่เขา และการปฏิเสธศรัทธาของพวกปฏิเสธศรัทธาจะไม่เพิ่มสิ่งใดเลยให้แก่ตน นอกจากความอัปยศอดสู ณ ที่พระเจ้าของพวกเขา และการปฏิเสธศรัทธาของพวกปฏิเสธศรัทธาจะไม่เพิ่มสิ่งใดให้แก่ตน นอกจากความหายนะ

{35:40} จงกล่าวเถิด "พวกเธอเห็นบรรดาภาคีของพวกเธอ ที่พวกเธอวิงวอนขออื่นจากอัลลอหฺนั้นไหม? จงแสดงให้ฉันเห็นเถิดว่า พวกมันได้สร้างอันใดในแผ่นดินนี้? หรือว่าพวกมันมีส่วนร่วมในชั้นฟ้าทั้งหลาย? หรือว่าเราได้ให้คัมภีร์แก่พวกมัน พวกมันจึงยึดมั่นอยู่บนหลักฐานจากมัน" เปล่าดอก! บรรดาผู้อธรรมนั้นต่างก็ไม่ได้มีสัญญาอันใดต่อกัน นอกจากการหลอกลวงเท่านั้น

{35:41} แท้จริงอัลลอหฺทรงค้ำจุนชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเอาไว้ไม่ให้มันหล่นลงมา และหากมันทั้งสองหล่นลงมา ก็ไม่มีผู้ใดค้ำจุนมันทั้งสองไว้ได้นอกจากพระองค์ แท้จริงพระองค์คือพระผู้ทรงขันติ พระผู้ทรงอภัยเสมอ

{35:42} และพวกเขาได้สาบานต่ออัลลอหฺด้วยการสาบานอย่างแข็งขันว่า หากมีผู้ตักเตือนมายังพวกเขา แน่นอนพวกเขาก็จะเป็นประชาชาติหนึ่งที่อยู่ในแนวทางที่ถูกต้องยิ่ง (กว่าประชาชาติอื่น ๆ) ครั้นเมื่อได้มีผู้ตักเตือนมายังพวกเขา มันไม่ได้เพิ่มสิ่งใดแก่พวกเขานอกจากการเตลิดหนี

{35:43} ด้วยการหยิ่งยะโสในแผ่นดินและการวางแผนชั่ว แต่แผนชั่วนั้นจะไม่ห้อมล้อมผู้ใด นอกจากเจ้าของของมันเท่านั้น พวกเขาจะคอยอันใดอีกเล่านอกจากแนวทางของบรรพชน ดังนั้น เธอจะไม่พบการเปลี่ยนแปลงในแนวทางของอัลลอหฺ และเธอจะไม่พบการบิดเบือนในแนวทางของอัลลอหฺแต่ประการใด

{35:44} แล้วพวกเขาไม่ได้ท่องเที่ยวไปตามแผ่นดินดอกหรือ แล้วพิจารณาดูว่า บั้นปลายของประชาชาติในยุคก่อนหน้าพวกเขานั้นเป็นเช่นใด? ทั้ง ๆ พวกเหล่านั้นมีพลังเข้มเข็งกว่าพวกเขา และอัลลอหฺนั้น ไม่มีสิ่งใดในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินจะทำให้พระองค์หมดความสามารถไปได้ แท้จริงพระองค์เป็นพระผู้ทรงรอบรู้ พระผู้ทรงอานุภาพเสมอ

{35:45} และหากอัลลอหฺจะทรงเอาโทษมนุษย์ตามที่พวกเขาได้ขวนขวายเอาไว้แล้ว พระองค์จะไม่ทรงปล่อยให้ผู้เดินเหินหลงเหลือบนหน้าแผ่นดิน ทว่าพระองค์ทรงประวิงเวลาให้พวกเขาจนถึงเวลาที่ถูกกําหนดไว้ ทันใดที่วาระกําหนดของพวกเขาได้มาถึง เมื่อนั้น อัลลอหฺเป็นพระผู้ทรงเห็นปวงบ่าวของพระองค์เสมอ

กลับไปที่สารบัญ