ซูเราะหฺมัรยัม

จาก วิกิซอร์ซ
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

19. ซูเราะหฺมัรยัม (นางมัรยัม)

ด้วยพระนามแห่งอัลลอหฺ พระผู้ทรงเมตตายิ่ง พระผู้ทรงปรานียิ่ง

{19:1} กาฟ ฮาอ์ ยาอ์ อัยนฺ ศอด

{19:2} (นี่คือ) การกล่าวถึงเมตตาธรรมแห่งพระเจ้าของเธอ ที่มีต่อซะกะรียาบ่าวของพระองค์

{19:3} เมื่อเขาวิงวอนต่อพระเจ้าของตนด้วยการวิงวอนอย่างแผ่วเบา

{19:4} เขากล่าวว่า "พระเจ้าของข้าฯ! แท้จริง กระดูกของข้าฯอ่อนลง และศีรษะนั้นมีหงอกออกประกาย และไม่เคยปรากฏเลยว่า การวิงวอนของข้าฯต่อพระองค์นั้นไร้ผล พระเจ้าของข้าฯ!"

{19:5} และแท้จริงข้าฯกลัวลูกหลานของข้าฯภายหลังข้าฯ และภริยาของข้าฯก็เป็นหมัน ดังนั้น โปรดประทานทายาทที่ดีจากพระองค์ให้แก่ข้าฯด้วยเทอญ"

{19:6} ผู้ซึ่งจะเป็นทายาทสืบแทนข้าฯและสืบแทนจากตระกูลของยะอฺกูบ และโปรดให้เขาเป็นที่โปรดปรานด้วยเถิด พระเจ้าของข้าฯ!"

{19:7} "ดูกร ซะกะรียา! แท้จริงเราจะแจ้งข่าวดีแก่เธอซึ่งลูกคนหนึ่ง ชื่อของเขาคือยะฮฺยา เราไม่เคยตั้งชื่อนี่แก่ผู้ใดมาก่อนเลย"

{19:8} เขากล่าวว่า "พระเจ้าของข้าฯ! ข้าฯจะมีบุตรได้อย่างใด? ในเมื่อภริยาของข้าฯก็เป็นหมัน และข้าฯได้บรรลุสู่ความแก่ชราแล้ว!"

{19:9} เขากล่าวว่า กระนั้นก็ดี พระเจ้าของเธอได้ตรัสว่า "มันง่ายสำหรับฉัน เพราะฉันได้บังเกิดเธอมาก่อน ทั้ง ๆ ที่เธอยังไม่ได้เป็นสิ่งใด"

{19:10} เขากล่าวว่า "พระเจ้าของข้าฯ! โปรดบันดาลให้มีสัญญาณแก่ข้าฯด้วย" พระองค์ตรัสว่า "สัญญาณของเธอคือ เธอไม่อาจจะพูดกับผู้คนเป็นเวลาสามราตรีติดต่อกัน"

{19:11} แล้วเขาได้ออกจากมิฮฺรอบมายังหมู่ชนของตน และเขาได้ชี้ใบ้แก่พวกของตนว่า พวกเธอจงกล่าวสดุดีในยามเช้าและยามเย็น

{19:12} "ดูกร ยะฮยา! เธอจงยึดมั่นในคัมภีร์(เตารอหฺ)อย่างแข็งขัน" และเราได้ประทานปรีชาญาณให้เขาตั้งแต่ยังเยาว์

{19:13} และความเอ็นดูจากเรา อีกทั้งความบริสุทธิ์ และเขาเป็นผู้ยำเกรง

{19:14} และเป็นผู้กระทำความดีต่อบิดามารดาของเขา และเขาไม่ได้เป็นผู้หยิ่งยะโส ผู้ฝ่าฝืน

{19:15} และความศานติจงมีแด่เขาวันที่เขาประสูติ และวันที่เขาสิ้นชีพ และวันที่เขาถูกฟื้นคืนชีพ

{19:16} และจงกล่าวถึงมัรยัมที่อยู่ในคัมภีร์ เมื่อนางได้ปลีกตัวออกจากหมู่ญาติของนาง ไปยังมุมหนึ่งทางบูรพทิศ

{19:17} แล้วนางได้ใช้ม่านกั้นให้ห่างพ้นจากพวกเขา แล้วเราได้ส่งวิญญาณของเราไปยังนาง เพื่อปรากฏแก่นาง เขาจึงได้จําแลงตนเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์

{19:18} นางกล่าวว่า "แท้จริง ฉันขอความคุ้มครองต่อพระผู้ทรงเมตตาให้พ้นจากท่าน หากท่านเป็นผู้ยำเกรง"

{19:19} เขากล่าวว่า "แท้จริงฉันเป็นเพียงทูตแห่งพระเจ้าของเธอ เพื่อฉันจะได้มอบบุตรชายผู้บริสุทธิ์แก่เธอ"

{19:20} นางกล่าวว่า "ฉันจะมีบุตรได้อย่างใดทั้ง ๆ ที่ไม่มีชายใดมาสัมผัสฉันเลย และฉันก็ไม่เคยเป็นหญิงแพศยา"

{19:21} เขากล่าวว่า "กระนั้นก็เถิด พระเจ้าของเธอตรัสว่า มันง่ายสำหรับฉัน̕" และเพื่อเราจะทำให้เขาเป็นสัญญาณหนึ่งสำหรับมนุษย์และเป็นความเมตตาจากเรา และนั่นเป็นกิจการที่ถูกกําหนดไว้แล้ว

{19:22} แล้วนางได้ตั้งครรภ์ และนางได้ปลีกตัวออกไปพร้อมกับบุตรในครรภ์ยังสถานที่ไกลแห่งหนึ่ง

{19:23} ความเจ็บปวดใกล้คลอดทำให้นางต้องมาที่โคนต้นอินทผาลัม นางได้กล่าวว่า "โอ้ หากฉันได้ตายไปเสียก่อนหน้านี้ และฉันเป็นคนไร้ค่าถูกลืมเสียก็คงจะดี!"

{19:24} ดังนั้น เขาได้เรียกนางทางเบื้องล่างว่า "อย่าได้เศร้าเสียใจ แน่นอน พระเจ้าของเธอทรงจัดลําธารไว้เบื้องล่างเธอแล้ว"

{19:25} "และจงเขย่าต้นอินทผาลัม ให้มันเอนมาทางตัวเธอ มันจะหล่นลงมาที่ตัวเธอเป็นอินทผาลัมที่สุกน่ากิน"

{19:26} "ฉะนั้น จงกิน จงดื่ม และจงทำจิตใจให้เบิกบานเถิด หากเธอเห็นมนุษย์คนใด ก็จงกล่าวว่า ฉันได้บนบานต่อพระผู้ทรงเมตตาว่าจะสงบนิ่ง ดังนั้นฉันจะไม่พูดกับผู้ใดวันนี้"

{19:27} แล้วนางได้พาเขามายังหมู่ชนของนาง โดยอุ้มเขามา พวกเขากล่าวว่า "ดูกร มัรยัม! แท้จริงเธอได้นำเรื่องประหลาดมาแล้ว"

{19:28} "ดูกร น้องสาวของฮารูน! บิดาของเธอไม่ได้เป็นชายชั่ว และมารดาของเธอก็ไม่ได้เป็นหญิงแพศยา"

{19:29} นางชี้ไปที่เขา พวกเขากล่าวว่า "เราจะพูดกับผู้ที่ยังเป็นทารกอยู่ในเปลได้อย่างใด?"

{19:30} เขา(อีซา)กล่าวว่า "แท้จริงฉันเป็นบ่าวของอัลลอหฺ พระองค์ทรงประทานคัมภีร์แก่ฉัน และทรงให้ฉันเป็นนบี"

{19:31} "และพระองค์ทรงให้ฉันได้รับความจําเริญ ไม่ว่าฉันจะอยู่ ณ ที่ใด และทรงสั่งเสียให้ฉันทำการนมาซและจ่ายซะกาตตราบที่ฉันยังมีชีวิตอยู่"

{19:32} "และทรงให้ฉันทำดีต่อมารดาของฉัน และจะไม่ทรงทำให้ฉันเป็นผู้หยิ่งยะโส ผู้เลวทรามต่ำช้า"

{19:33} "และความศานติจงมีแด่ฉัน วันที่ฉันประสูติ และวันที่ฉันสิ้นชีพ และวันที่ฉันถูกฟื้นคืนชีพ"

{19:34} นั่นคืออีซาบุตรมัรยัม เป็นคําบอกเล่าที่จริง ซึ่งพวกเขายังมีความสงสัยกันอยู่

{19:35} ไม่เป็นการบังควรสำหรับอัลลอหฺ ที่พระองค์จะทรงตั้งผู้ใดเป็นพระบุตร พระพิสุทธิคุณแห่งพระองค์! เมื่อพระองค์ทรงกําหนดกิจการใด พระองค์จะตรัสแก่มันว่า "จงเป็น" แล้วมันก็จะเป็นขึ้นมา

{19:36} "และแท้จริงอัลลอหฺคือพระเจ้าของฉันและพระเจ้าของพวกท่าน ดังนั้น พวกท่านจงเคารพสักการะพระองค์เถิด นี่คือทางอันเที่ยงตรง"

{19:37} คณะต่าง ๆ ได้ขัดแย้งระหว่างกันเอง ดังนั้นความหายนะจงประสบแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา เมื่อมีการชุมนุมแห่งวันอันยิ่งใหญ่เถิด

{19:38} พวกเขาจะได้ฟังอย่างชัดแจ้งและเห็นอย่างชัดอันใดจะขนาดนั้น! วันที่พวกเขาจะมาหาเรา แต่วันนี้บรรดาผู้อธรรมอยู่ในการหลงผิดที่ชัดแจ้ง

{19:39} และเธอจงเตือนสำทับพวกเขาถึงวันแห่งความเสียใจเมื่อกิจการนั้นถูกตัดสิน และพวกเขาอยู่ในหลงลืมและพวกเขาไม่มีศรัทธา

{19:40} แท้จริง เราเป็นผู้ครอบครองมรดกแผ่นดินและสิ่งที่อยู่บนม้น และพวกเขาจะถูกนำกลับมายังเรา

{19:41} และจงกล่าวถึงเรื่องของอิบรอฮีมที่อยู่ในคัมภีร์ แท้จริง เขาเป็นผู้ซื่อสัตย์ เป็นนบี

{19:42} และจงรำลึกเมื่อเขากล่าวแก่บิดาของเขาว่า "โอ้ บิดา! เหตุใดท่านจึงเคารพสักการะสิ่งที่ไม่ได้ยินและไม่เห็นและไม่ให้คุณประโยชน์อันใดแก่ท่านเลย?"

{19:43} "โอ้ บิดา! แท้จริงความรู้ได้มีมายังฉันแล้ว ซึ่งไม่ได้มีมายังท่าน ดังนั้น จงเชื่อฟังปฏิบัติตามฉันเถิด ฉันจะชี้แนะท่านสู่ทางที่ราบรื่น"

{19:44} "โอ้ บิดา! อย่าเคารพสักการะชัยฏอนเป็นอันขาด แท้จริง ชัยฎอนนั้นมันดื้อรั้นต่อพระผู้ทรงเมตตา"

{19:45} "โอ้ บิดา! แท้จริง ฉันกลัวว่าการลงโทษจากพระผู้ทรงเมตตาจะประสบแก่ท่าน แล้วท่านก็จะเป็นสหายของชัยฏอน"

{19:46} (บิดา)กล่าวว่า "เธอรังเกียจบรรดาสิ่งบูชาของฉันกระนั้นหรือ โอ้ อิบรอฮีม! หากเธอไม่หยุดยั้ง แน่นอนฉันจะขว้างปาเธอ และเธอจงไปให้พ้นจากฉันตลอดกาล"

{19:47} เขากล่าวว่า "ขอความศานติจงมีแด่ท่าน ฉันจะขออภัยโทษจากพระเจ้าของฉันให้แก่ท่านแท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงเมตตากรุณาแก่ฉัน"

{19:48} "และฉันจะปลีกตัวออกจากพวกท่านและสิ่งที่พวกท่านวิงวอนขออื่นจากอัลลอหฺ และฉันจะวิงวอนขอพระเจ้าของฉัน หวังว่าด้วยการวิงวอนขอต่อพระเจ้าของฉัน จะไม่ทำให้ฉันได้รับความทุกข์"

{19:49} ครั้นเมื่อเขาปลีกตัวออกไปจากพวกเขาและสิ่งที่พวกเขาเคารพสักการะ นอกจากอัลลอหฺแล้ว เราได้ให้แก่เขาอิสฮาก และยะอฺกูบ และแต่ละคนเราได้แต่งตั้งให้เป็นนบี

{19:50} และเราได้ให้ความเมตตาของเราแก่พวกเขา และเราได้ทำให้พวกเขาได้รับการกล่าวขวัญที่ดี (ในหมู่มวลมนุษย์)

{19:51} และจงกล่าวถึงเรื่องของมูซาที่อยู่ในคัมภีร์แท้จริงเขาเป็นผู้ได้รับคัดเลือก และเขาเป็นศาสนทูตเป็นนบี

{19:52} และเราได้ร้องเรียกเขาจากทางด้านขวาของภูเขาตูร และเราได้ให้เขาเข้ามาใกล้ชิดเพื่อบอกความลับ

{19:53} และเราได้ประทานจากความเมตตาของเราแก่เขา โดยให้ฮารูนพี่ชายของเขาได้เป็นนบี

{19:54} และจงกล่าวถึงเรื่องของอิสมาอีลที่อยู่ในคัมภีร์ แท้จริงเขาเป็นผู้ซื่อสัตย์ต่อสัญญาและเขาเป็นศาสนทูต เป็นนบี

{19:55} และเขาสั่งสอนหมู่ญาติของเขาให้ปฏิบัตินมาซและจ่ายซะกาต และเขาเป็นที่โปรดปราน ณ ที่พระเจ้าของเขา

{19:56} และจงกล่าวถึงเรื่องของอิดรีสที่อยู่ในคัมภีร์ แท้จริงเขาเป็นผู้ซื่อสัตย์ เป็นนบี

{19:57} และเราได้เทิดเกียรติเขาซึ่งตําแหน่งอันสูงส่ง

{19:58} ชนเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่อัลลอหฺทรงโปรดปรานพวกเขาให้เป็นนบีที่มีเชื้อสายจากอาดัม และจากเชื้อสายผู้ที่เราบรรทุกไว้ในเรือกับนูฮฺ และจากเชื้อสายของอิบรอฮีมและอิสรออีล และจากเชื้อสายผู้ที่เราได้ชี้แนะทางและเราได้คัดเลือกไว้ เมื่อบรรดาโองการของพระผู้ทรงเมตตาถูกอ่านแก่พวกเขา พวกเขาจะก้มลงกราบและร้องไห้

{19:59} ภายหลังจากพวกเขาชนรุ่นชั่วก็ได้สืบต่อมา พวกเขาได้ทิ้งนมาซและปฏิบัติตามความใคร่ ต่อมาพวกเขาก็จะประสบความหายนะ

{19:60} เว้นแต่ผู้ขอลุแก่โทษและศรัทธา และกระทำความดี ชนเหล่านั้นจะได้เข้าสวนสวรรค์และพวกเขาจะไม่ได้รับความอธรรมแต่อย่างใด

{19:61} เหล่าสวนสวรรค์แห่งอะดัน ซึ่งพระผู้ทรงเมตตาทรงสัญญาแก่ปวงบ่าวของพระองค์ด้วยความเร้นลับ แท้จริง สัญญาของพระองค์นั้นจะมีมาอย่างแน่นอน

{19:62} พวกเขาจะไม่ได้ยินสิ่งไร้สาระในนั้น นอกจากคําทักทายที่เป็นศานติ และพวกเขาจะได้รับเครื่องยังชีพของพวกเขาในนั้น ทั้งในยามเช้า และยามเย็น

{19:63} นั่นคือสวนสวรรค์ซึ่งเราให้เป็นมรดกแก่ปวงบ่าวของเรา ผู้ที่มีความยำเกรง

{19:64} (ญิบรีลกล่าวว่า) "และเราไม่ได้ลงมาเว้นแต่ด้วยพระบัญชาของพระเจ้าของเธอ พระองค์ทรงเป็นเจ้าของสิ่งที่อยู่ระหว่างเบื้องหน้าของเรา และสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของเรา และสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสองนั้น และพระเจ้าของเธอนั้นไม่ทรงหลงลืมสิ่งใดเลย"

{19:65} พระเจ้าแห่งบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสอง ดังนั้น จงเคารพสักการะพระองค์และจงอดทนต่อการเคารพสักการะพระองค์ พวกเธอรู้หรือว่า มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์?

{19:66} และมนุษย์กล่าวว่า "เมื่อฉันตายไปแล้ว ฉันจะถูกให้ออกมาในสภาพมีชีวิตจริงหรือ?"

{19:67} มนุษย์คิดไหมว่า เราได้บังเกิดเขามาแต่กาลก่อน โดยที่เขาไม่ได้เป็นสิ่งใดมาก่อนเลย

{19:68} ดังนั้นด้วยพระนามของพระเจ้าของเธอแน่นอนเราจะชุมนุมพวกเขาพร้อมด้วยบรรดาชัยฏอนแล้วเราจะนำพวกเขาให้มาคุกเข่าอยู่รอบข้างนรก

{19:69} แล้วแน่นอนที่สุดเราจะดึงออกจากทุกหมู่คณะ คนที่ดื้อรั้นที่สุดต่อพระผู้ทรงเมตตา

{19:70} แล้วแน่นอนที่สุด เรารู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้ที่เหมาะสมยิ่งที่จะเข้าไปอยู่ในนรก

{19:71} และไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเธอนอกจากจะเป็นผู้ผ่านเข้าไปในมันมันเป็นสิ่งที่กําหนดไว้แน่นอนแล้วสำหรับพระเจ้าของเธอ

{19:72} แล้วเราจะให้บรรดาผู้ยำเกรงรอดพ้นแล้วเราจะปล่อยให้บรรดาผู้อธรรมคุกเข่าอยู่ในนั้น

{19:73} และเมื่อโองการทั้งกลายอันแจ่มแจ้งของเรา ถูกอ่านขึ้นแก่พวกเขา บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวแก่บรรดาผู้มีศรัทธาว่า ฝ่ายใดในสองฝ่ายนี้จะมีฐานะดีกว่า และมีเกียรติทางสังคมมากกว่า?

{19:74} และประชาชาติก่อนพวกเขาตั้งเท่าใดแล้ว ที่เราได้ทำลายพวกเขา โดยที่พวกเขามีสมบ้ติและรูปลักษณ์ดีกว่า

{19:75} จงกล่าวเถิด "ผู้ที่อยู่ในความหลงผิดนั้น พระผู้ทรงเมตตาจะทรงผ่อนผันให้เขาระยะหนึ่ง จนกระทั่งเมื่อพวกเขาได้เห็นสิ่งที่พวกเขาถูกสัญญาไว้ว่า จะเป็นการลงโทษในโลกนี้ หรือจะเป็นการลงโทษในปรโลก แล้วพวกเขาก็จะรู้ว่าผู้ใดจะมีฐานะเลวกว่าและมีกําลังพลน้อยกว่า"

{19:76} และอัลลอหฺจะทรงเพิ่มแนวทางที่ถูกต้องให้แก่ผู้ที่อยู่ในแนวทางนั้น และการงานที่ดีที่ยั่งยืนนั้นดียิ่ง ณ ที่พระเจ้าของเธอ ในการตอบแทนรางวัลและดียิ่งในการกลับ (ไปสู่พระองค์)

{19:77} เธอเห็นหรือไม่ว่า ผู้ที่ปฏิเสธโองการทั้งหลายของเรา แล้วเขากล่าวอ้างว่า "ฉันจะได้รับทรัพย์สมบัติและลูกหลานนั้น"

{19:78} เขาล่วงรู้ในสิ่งเร้นลับหรือว่าเขาได้รับคํามั่นสัญญา จากพระผู้ทรงเมตตา?

{19:79} ไม่ใช่เช่นนั้นดอก! เราจะบันทึกสิ่งที่เขากล่าวและเราจะเพิ่มการลงโทษแก่เขาอีกระยะหนึ่ง

{19:80} และเราจะรับช่วงจากเขาสิ่งที่เขากล่าวไว้และเขาจะมาหาเราอย่างโดดเดี่ยว

{19:81} และพวกเขาได้ยึดเอาบรรดารูปปั้นเป็นพระเจ้าอื่นจากอัลลอหฺ เพื่อที่จะเป็นพลังอํานาจแก่พวกเขา

{19:82} ไม่ใช่เช่นนั้นดอก! รูปปั้นเหล่านั้นจะปฏิเสธการเคารพสักการะของพวกเขา และพวกมันจะเป็นปฏิปักษ์ต่อพวกเขา

{19:83} เธอไม่เห็นดอกหรือ? ว่าเราได้ปล่อยให้ชัยฏอนมีอํานาจเหนือพวกที่ปฏิเสธศรัทธา เพื่อมันจะได้ยุแหย่พวกเขาอย่างจริงจัง

{19:84} ดังนั้น เธออย่าได้เร่งร้อนต่อพวกเขาแท้จริงเราได้นับวันที่เหลือสำหรับพวกเขาไว้แล้วด้วยการนับที่แน่นอน

{19:85} วันที่เราจะรวมบรรดาผู้ยำเกรงให้มาชุมนุมต่อหน้าพระผู้ทรงเมตตาเป็นหมู่เหล่า

{19:86} และเราจะไล่ต้อนบรรดาอาชญากรไปยังนรก อย่างสัตว์ที่กระหายน้ำเป็นฝูง ๆ

{19:87} พวกเขาไม่มีอํานาจในการรับรอง นอกจากผู้ที่ได้ทำสัญญาไว้กับพระผู้ทรงเมตตา

{19:88} และพวกเขากล่าวว่าพระผู้ทรงเมตตาทรงตั้งพระบุตรขึ้นเพื่อพระองค์

{19:89} แน่นอนที่สุด พวกเธอได้นำมาซึ่งสิ่งร้ายแรงยิ่งใหญ่

{19:90} ชั้นฟ้าทั้งหลายแทบจะพังทลายลงมาและแผ่นดินก็แทบจะถล่มลึกลงไป และขุนเขาทั้งหลายก็แทบจะยุบทลายลงมาเป็นเสี่ยง ๆ

{19:91} ที่พวกเขาอ้างพระบุตรแก่พระผู้ทรงเมตตา

{19:92} และไม่เป็นการบังควรแก่พระผู้ทรงเมตตา ที่พระองค์จะทรงมีพระบุตร

{19:93} ไม่มีผู้ใดในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน เว้นแต่เขาจะมายังพระผู้ทรงเมตตาในฐานะบ่าวคนหนึ่ง

{19:94} แน่นอนที่สุด พระองค์ทรงรอบรู้ถึงพวกเขาและทรงนับพวกเขาอย่างถี่ถ้วนไว้แล้ว

{19:95} และทุกคนในพวกเขาจะมายังพระองค์ในวันฟื้นคืนชีพอย่างโดดเดี่ยว

{19:96} แท้จริงบรรดาผู้มีศรัทธาและประกอบคุณงามความดีทั้งหลายนั้น พระผู้ทรงเมตตาจะทรงโปรดปรานความรักใคร่แก่พวกเขา

{19:97} แท้จริงเราได้ทำให้อัลกุรอานเป็นภาษาที่ง่ายแก่เธอเพื่อว่าเธอจะได้นำมันไปแจ้งเป็นข่าวดีแก่บรรดาผู้ยำเกรง และเธอจะได้นำมันไปตักเตือนหมู่ชนที่ดื้อรั้น

{19:98} และตั้งเท่าใดแล้วจากประชาชาติในอดีต ที่เราได้ทำลายพวกเขา เธอได้เห็นผู้ใดสักคนในหมู่พวกเขาหรือได้ยินเสียงกระซิบของพวกเขาบ้างไหม?

กลับไปที่สารบัญ