ซูเราะหฺมุฮัมมัด

จาก วิกิซอร์ซ

47. ซูเราะหฺมุฮัมมัด (บท มุฮัมมัด)

ด้วยพระนามแห่งอัลลอหฺ พระผู้ทรงเมตตายิ่ง พระผู้ทรงปรานียิ่ง

{47:1} บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา และขัดขวางทางของอัลลอหฺนั้น พระองค์ได้ทรงทำให้การงานของพวกเขาหลงหาย

{47:2} ส่วนบรรดาผู้มีศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลาย และศรัทธาในสิ่งที่ถูกประทานแก่มุฮัมมัด และว่าอัลกุรอานนั้นเป็นสัจธรรมมาจากพระเจ้าของพวกเขา พระองค์จะทรงลบล้างความผิดของพวกเขาให้ออกไปจากพวกเขา และจะทรงปรับปรุงสภาพของพวกเขาให้ดีขึ้น

{47:3} ทั้งนี้เพราะว่า บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ปฏิบัติตามความเท็จ ส่วนบรรดาผู้มีศรัทธาได้ปฏิบัติตามสัจธรรมจากพระเจ้าของพวกตน เช่นนี้ แหละอัลลอหฺทรงยกเหล่าอุทาหรณ์ของพวกเขาแก่ปวงมนุษย์

{47:4} และเมื่อพวกเธอพบบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาก็จงฟันที่คอ จนกระทั่งเมื่อพวกเธอพิชิตพวกเขาแล้ว ก็จงจับพวกเขาเป็นเชลย หลังจากนั้นจะปล่อยเป็นไทหรือจะเรียกเอาค่าไถ่ก็ได้ จนกระทั่งสงครามนั้นได้สิ้นสุดลงด้วยการวางอาวุธยุทโธปกรณ์ เช่นนั้นแหละ มาตรแม้นอัลลอหฺทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทรงกำราบพวกเขา แต่ทั้งนี้เพื่อพระองค์จะทรงทดสอบพวกเธอระหว่างกัน ส่วนบรรดาผู้ที่ถูกสังหารในทางแห่งอัลลอหฺ พระองค์จะไม่ทรงทำให้การงานของพวกเขาไร้หลงหายเป็นอันขาด

{47:5} พระองค์จะทรงชี้แนะทางแก่พวกเขาและจะทรงปรับปรุงสภาพของพวกเขาให้ดีขึ้น

{47:6} และจะทรงให้พวกเขาเข้าสวนสวรรค์ซึ่งพระองค์ทรงแจ้งให้พวกเขารู้แล้ว

{47:7} ดูกร บรรดาผู้มีศรัทธา หากพวกเธอสนับสนุนอัลลอหฺ พระองค์ก็จะทรงสนับสนุนพวกเธอและจะทรงตรึงเท้าของพวกเธอให้มั่นคง

{47:8} ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น ความพินาศหายนะจะประสบกับพวกเขา และพระองค์ได้ทรงทำให้การงานของพวกเขาหลงหาย

{47:9} ทั้งนี้เพราะว่า พวกเขาเกลียดชังสิ่งที่อัลลอหฺทรงประทานลงมา พระองค์จึงทรงทำให้การงานของพวกเขาสูญสลาย

{47:10} พวกเขาไม่ได้ท่องเที่ยวไปตามแผ่นดินดอกหรือ แล้วพิจารณาดูว่า บั้นปลายของประชาชาติในยุคก่อนหน้าพวกเขานั้นเป็นเช่นใด? อัลลอหฺได้ทรงทำลายล้างพวกเขา และสำหรับพวกปฏิเสธศรัทธาก็เป็นเช่นเดียวกัน

{47:11} ทั้งนี้เพราะว่าอัลลอหฺเป็นผู้ทรงคุ้มครองบรรดาผู้มีศรัทธา ส่วนพวกปฏิเสธศรัทธาไม่มีผู้คุ้มครองสำหรับพวกเขา

{47:12} แท้จริงอัลลอหฺจะทรงนำบรรดาผู้มีศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลายเข้าสู่เหล่าสวนสวรรค์ ณ เบื้องล่างสวนสวรรค์มีธารน้ำลำธารไหลผ่าน ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นพวกเขาจะหลงระเริงและกินเยี่ยงปศุสัตว์กิน และไฟนรกคือที่พำนักของพวกเขา

{47:13} และกี่เมืองมาแล้ว ที่มันมีกำลังเข้มแข็งกว่าเมืองของเธอ ที่ขับใสไล่เธอออก เราได้ทำลายล้างพวกเขา ซึ่งก็ไม่มีผู้ช่วยเหลือพวกเขา

{47:14} ดังนั้นผู้ที่อยู่บนหลักฐานอันชัดแจ้งจากพระเจ้าของตน จะเหมือนกับผู้ ที่การงานชั่วของตนได้ถูกทำให้ดูดีสำหรับตน และพวกที่ปฏิบัติตามตัณหาของพวกเขากระนั้นหรือ?

{47:15} อุปมาของสวนสวรรค์ซึ่งบรรดาผู้ยำเกรงได้ถูกสัญญาไว้ในสวนสวรรค์นั้นมีธารน้ำลำธารที่ไม่ผันแปร และธารน้ำนมหลายสาย ที่รสชาติของมันไม่เปลี่ยนแปลง และธารน้ำสุราหลายสายเป็นโอชะอร่อยแก่ผู้ดื่ม และธารน้ำผึ้งที่สะอาดบริสุทธิ์หลายสาย และในสวนสวรรค์นั้น พวกเขาจะได้รับผลไม้ทุกชนิด และการอภัยโทษจากพระเจ้าของพวกตน จะเหมือนกับผู้ที่พำนักอยู่ในไฟนรกและตัองดื่มน้ำร้อนจัด แล้วมันตัดลําไส้ของพวกเขากระนั้นหรือ?

{47:16} ในหมู่พวกเขามีผู้เงี่ยหูฟังเธอ จนกระทั่งเมื่อพวกเขาออกไปจากเธอ พวกเขาก็จะกล่าวต่อผู้มีความรู้ว่า "เมื่อกี้นี้เขาพูดอันใดหรือ?" ชนเหล่านี้แหละคือบรรดาผู้ที่อัลลอหฺทรงประทับตราบนหัวใจของพวกเขา และพวกเขาปฏิบัติตามตัณหาของพวกเขา

{47:17} ส่วนผู้ที่ปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง พระองค์ทรงเพิ่มแนวทางที่ถูกต้องให้แก่พวกเขา และจะทรงประทานให้แก่พวกเขาซึ่งการยำเกรงของพวกเขา

{47:18} ดังนั้นพวกเขาจะคอยสิ่งใดเล่า นอกจากวันโลกาวินาศ? ซึ่งมันจะมาถึงพวกเขาอย่างกระทันหัน เพราะบรรดาสัญญาณของมันก็ได้มีมาแล้ว การรำลึกของพวกเขาจะมีประโยชน์อันใดสำหรับพวกเขาอีกเล่า? ถ้ามันได้มาถึงพวกเขา

{47:19} ฉะนั้นจงรู้เถิดว่า ไม่มีพระผู้เป็นเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอหฺ และจงขออภัยโทษต่อความผิดเพื่อตัวเธอเองและเพื่อบรรดาบุรุษผู้มีศรัทธาและบรรดาสตรีผู้มีศรัทธา และอัลลอหฺทรงรู้ดียิ่งถึงพฤติการณ์ของพวกเธอและที่พำนักของพวกเธอ

{47:20} และบรรดาผู้มีศรัทธากล่าวว่า "เหตุใดสักซูเราะหฺหนึ่งจึงไม่ถูกประทานลงมาเล่า?" ครั้นเมื่อซูเราะหฺหนึ่งที่รัดกุมชัดเจนถูกประทานลงมา และมีการสงครามระบุอยู่ในนั้น เธอจะเห็นบรรดาผู้ที่มีโรคในจิตใจของตนจะจ้องมองเธอเสมือนการมองของผู้เป็นลมใกล้จะตาย อันสิ่งที่ประเสริฐที่สุดสำหรับพวกเขาคือ...

{47:21} การภักดีและคําพูดที่ดี ดังนั้นเมื่อกิจการนั้นจริงจังแล้ว หากว่าพวกเขาจริงใจต่ออัลลอหฺแล้ว ก็จะเป็นการดีแก่เขา

{47:22} พวกเธอหวังว่า หากพวกเธอได้ปกครอง พวกเธอก็จะก่อความเสียหายในแผ่นดิน และตัดขาดกับเครือญาติของพวกเธอกระนั้นหรือ?

{47:23} ชนเหล่านี้คือบรรดาผู้ที่อัลลอหฺทรงสาปแช่งพวกเขา ดังนั้นพระองค์จึงทรงทำให้พวกเขาหูหนวก และทรงทำให้พวกเขาตาบอด

{47:24} พวกเขาไม่ได้พิจารณาใคร่ครวญอัลกุรอานดอกหรือ? ทว่าบนหัวใจของพวกเขามี้เหล่ากุญแจลั่นอยู่

{47:25} แท้จริงบรรดาผู้ผินหลังกลับไป หลังจากที่แนวทางอันถูกต้องเป็นที่ประจักษ์แก่พวกเขาแล้ว ชัยฏอนได้ล่อลวงพวกเขา และได้ให้ความหวังแก่พวกเขา

{47:26} ทั้งนี้เพราะว่าพวกเขาได้กล่าวแก่บรรดาผู้เกลียดชังสิ่งที่อัลลอหฺทรงประทานลงมาว่า "เราจะเชื่อฟังปฏิบัติตามในกิจการบางอย่าง" แต่อัลลอหฺทรงทราบดีถึงความลับของพวกเขา

{47:27} แล้วจะเป็นเช่นใด เมื่อมะลาอิกะหฺมาเอาชีวิตของพวกเขา โดยตีใบหน้าของพวกเขา และหลังของพวกเขา

{47:28} ทั้งนี้เพราะว่าพวกเขาได้ปฏิบัติตามสิ่งที่จะก่อความกริ้วแด่อัลลอหฺ และพวกเขารังเกียจความโปรดปรานของพระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงทรงทำให้การงานของพวกเขาสูญสลาย

{47:29} บรรดาผู้ที่มีโรคในจิตใจของพวกตนคิดว่า อัลลอหฺจะไม่ทรงนำเอาความอิจฉาริษยาของพวกเขาออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ กระนั้นหรือ?

{47:30} และหากเราประสงค์ เราก็จะเปิดเผยพวกเขาแก่เธอ แล้วเธอก็จะรู้จักพวกเขาที่สัญลักษณ์ของพวกเขา และเธอก็จะรู้จักพวกเขาได้ในน้ำเสียงแห่งการพูด และอัลลอหฺทรงรู้ดีถึงการงานของพวกเธอ

{47:31} และเราก็จะทดสอบพวกเธอ จนกระทั่งเราจะได้รู้ถึงบรรดาผู้ต่อสู้และบรรดาผู้หนักแน่นอดทนในหมู่พวกเธอ และเราจะทดสอบการงานของพวกเธอ

{47:32} แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและขัดขวางทางของอัลลอหฺและต่อต้านศาสนทูตนี้ หลังจากที่แนวทางที่ถูกต้องได้เป็นที่ประจักษ์แก่พวกเขาแล้ว พวกเขาไม่อาจจะก่ออันตรายใด ๆ แก่อัลลอหฺได้เลย พระองค์จะทรงทำให้การงานของพวกเขาสูญสลาย

{47:33} ดูกร บรรดาผู้มีศรัทธา จงุภักดีต่ออัลลอหฺและจงภักดีต่อศาสนทูตคนนี้เถิด และอย่าลบล้างการงานของพวกเธอ

{47:34} แท้จริง บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและขัดขวางหนทางแห่งอัลลอหฺ แล้วพวกเขาตายลงทั้ง ๆ ที่พวกเขาเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาอยู่ อัลลอหฺจะไม่ทรงอภัยโทษให้พวกเขาเลย

{47:35} ดังนั้น พวกเธออย่าท้อแท้และเรียกร้องไปสู่การสงบศึก เพราะพวกเธอเป็นผู้อยู่เหนือสุด และอัลลอหฺทรงอยู่ร่วมกับพวกเธอ และพระองค์จะไม่ทรงลิดรอนผลตอบแทนแห่งการงานของพวกเธอ

{47:36} การมีชีวิตอยู่ในโลกนี้เป็นแต่เพียงการละเล่นและการสนุกสนานร่าเริงเท่านั้น และหากพวกเธอศรัทธาและยำเกรง พระองค์จะทรงประทานรางวัลของพวกเธอแก่พวกเธอ และพระองค์จะไม่ทรงขอทรัพย์สินของพวกเธอ

{47:37} หากพระองค์ทรงขอทรัพย์สินจากพวกเธอและทรงรบเร้าพวกเธอ พวกเธอก็จะตระหนี่ และพระองค์จะทรงนำเอาความอึดอัดใจของพวกเธอออกมาให้ประจักษ์

{47:38} ก็พวกเธอนี้แหละคือหมู่ชนที่ถูกเรียกร้องให้บริจาคในทางของอัลลอหฺ แต่มีบางคนในหมู่พวกเธอเป็นผู้ตระหนี่ ดังนั้น ผู้ใดตระหนี่ เขาก็ตระหนี่แก่ตนเอง เพราะอัลลอหฺเป็นผู้ทรงมั่งมี แต่พวกเธอเป็นผู้ขัดสน และถ้าพวกเธอเผินหลังออก พระองค์ก็จะทรงเปลี่ยนหมู่ชนอื่นแทนพวกเธอ แล้วพวกเขาเหล่านั้นจะไม่เป็นเช่นพวกเธอ

กลับไปที่สารบัญ