ซูเราะหฺสะบะอ์

จาก วิกิซอร์ซ
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

34. ซูเราะหฺสะบะอ์ (บท เมืองสะบะอ์)

ด้วยพระนามแห่งอัลลอหฺ พระผู้ทรงเมตตายิ่ง พระผู้ทรงปรานียิ่ง

{34:1} มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอหฺ ซึ่งสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ และบรรดาการสรรเสริญในปรโลกเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ และพระองค์เป็นพระผู้ทรงปรีชาญาณ พระผู้ทรงรอบรู้เชี่ยวชาญ

{34:2} พระองค์ทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่เข้าไปอยู่ในแผ่นดิน แวิวรณ์ละสิ่งที่ออกมาจากมัน และสิ่งที่ลงมาจากฟากฟ้า และสิ่งที่ขึ้นไปสู่ในนั้น และพระองค์เป็นพระผู้ทรงปรานี พระผู้ทรงอภัยเสมอ

{34:3} และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวว่า "วันโลกาวินาศนั้นจะไม่มีมาถึงเราดอก" จงกล่าวเถิด "หามิได้! ขอสาบานด้วยพระเจ้าของฉัน ผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งพ้นญาณวิสัย มันจะเกิดขึ้นแก่พวกเธออย่างแน่นอน ไม่มีแม้แต่น้ำหนักเพียงเท่าผงธุลีในเหล่าชั้นฟ้าและในแผ่นดิน และที่เล็กยิ่งกว่านั้นและที่ใหญ่กว่านั้น จะรอดพ้นจากพระองค์ เว้นแต่จะอยู่ในบันทึกอันชัดแจ้งทั้งสิ้น"

{34:4} เพื่อที่พระองค์จะทรงตอบแทนแก่บรรดาผู้มีศรัทธาและประกอบความดีทั้งหลาย ชนเหล่านั้น พวกเขาจะได้รับการอภัยโทษและปัจจัยยังชีพอันมีเกียรติ

{34:5} ชนเหล่านั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันเลวร้ายอย่างเจ็บปวด

{34:6} ตระหนักดีว่า สิ่งที่ได้ถูกประทานแก่เธอจากพระเจ้าของเธอนั้นเป็นสัจธรรม และจะชี้นำไปสู่แนวทางแห่งพระผู้ทรงอํานาจ ผู้ทรงเป็นที่สรรเสริญ

{34:7} และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้กล่าว(เยาะเย้ย)ว่า "เราจะชี้แนะแก่พวกท่านไหมเล่า? ถึงชายคนหนึ่งที่เขาจะบอกเล่าแก่พวกท่านว่า เมื่อพวกท่านถูกทำให้แตกสลายกระจัดกระจายเป็นผุยผงแล้ว พวกท่านจะถูกบังเกิดขึ้นมาใหม่"

{34:8} "เขาได้กุความเท็จให้แก่อัลลอหฺ หรือว่าเขาเป็นบ้ากันแน่?" หามิได้! บรรดาผู้ไม่มีศรัทธาต่อปรโลกนั้น จะอยู่ในการลงโทษและความหลงผิดอันไกลโพ้น

{34:9} พวกเขาไม่ดูดอกหรือ? สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขา และสิ่งที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา ที่มีอยู่ในฟากฟ้าและแผ่นดิน หากเราประสงค์ เราก็จะให้แผ่นดินสูบพวกเขาลงไป หรือเราจะให้ชิ้นส่วนจากท้องฟ้าหล่นลงมาบนพวกเขา แท้จริง ในการนี้ย่อมเป็นอภินิหารสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอนแก่บ่าวทุกคนที่หันหน้าเข้าสู่อัลลอหฺ

{34:10} และโดยแน่นอน เราได้ประทานความโปรดปรานจากเราแก่ดาวูด "โอ้ ภูเขาเอ๋ย! จงแซ่ซ้องสดุดีพร้อมกับเขาและวิหคด้วย" และแก่เขาเราได้ทำให้เหล็กอ่อนนุ่ม

{34:11} "เธอจงทำเสื้อเกราะและทำห่วงของมันให้ได้สัดส่วน และพวกเธอจงทำความดีเถิด แท้จริงฉันนี้รู้เห็นสิ่งที่พวกเธอกระทำ"

{34:12} และแก่สุลัยมานเราประทานลม ซึ่งมันจะพัดไปในยามเช้าเป็นระยะเวลาเดินทางหนึ่งเดือน และมันจะพัดกลับในยามเย็นเป็นระยะเวลาเดินทางหนึ่งเดือน และแก่เขาเราได้บันดาลให้ตาน้ำทองเหลืองหลั่งไหล ในหมู่ญินนั้นมีผู้ทำงานอยู่เบื้องหน้าเขาด้วยพระอนุมัติแห่งพระเจ้าของเขา และผู้ใดในหมู่พวกเขาหันเหจากพระบัญชาของเรา เราจะให้เขาลิ้มรสการลงโทษที่มีไฟลุกโชติช่วง

{34:13} พวกเขา (ญิน) ทำงานให้เขา ตามที่เขาต้องการ (เช่นสร้าง) ปราสาทหลายแห่งที่สูงตระหง่าน และบรรดาหุ่นจําลอง และบรรดาโคมใส่อาหารมีขนาดเท่าบ่อน้ำ และบรรดาหม้อหุงอาหารตั้งมั่นอยู่กับที่ "พวกเธอจงทำงานเถิด วงศ์วานของดาวูดเอ๋ย! ด้วยการขอบพระคุณ และเพียงส่วนน้อยจากปวงบ่าวของเราที่เป็นผู้ขอบพระคุณ"

{34:14} ครั้นเมื่อเราได้กําหนดความตายแก่เขา ไม่ได้มีสิ่งใดบ่งชี้ถึงความตายของเขาแก่พวกเขา นอกจากปลวกใต้ดินแทะกินไม้เท้าของเขา ดังนั้น เมื่อเขาล้มลง พวกญินก็รู้อย่างชัดแจ้งว่า หากพวกตนรู้ในสิ่งพ้นญาณวิสัยแล้ว พวกตนจะไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานที่น่าอดสูเช่นนี้

{34:15} แท้จริงแล้ว พวกสะบะอ์นั้น มีสัญญาณหนึ่งในที่อาศัยของพวกเขา มีสวนสองแห่งทางขวาและทางซ้าย "พวกเธอจงบริโภคจากปัจจัยยังชีพของพระเจ้าของพวกเธอ และจงขอบพระคุณต่อพระองค์ นี่เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ และมีพระเจ้าผู้ทรงอภัย"

{34:16} แต่พวกเขาได้ผินหลัง ดังนั้นเราจึงปล่อยน้ำจากเขื่อนให้ท่วมพวกเขา และเราได้ทดแทนสวนทั้งสองแห่งของพวกเขานั้น ด้วยสวนอีกสองแห่งที่มีผลไม้ขมและต้นไม้พุ่ม และต้นพุทราบ้างเล็กน้อย

{34:17} เช่นนั้นแหละ เราได้ตอบแทนพวกเขา เนื่องจากพวกเขาเนรคุณ และเราไม่ได้ลงโทษผู้ใด (ด้วยการลงโทษอย่างรุนแรงเช่นนี้) นอกจากพวกเนรคุณ

{34:18} และระหว่างพวกเขากับบ้านเมืองซึ่งเราได้ให้ความจําเริญในนั้น เราได้บันดาลให้มีบ้านเมืองที่เชื่อมโยงเห็นกันได้ และเราได้กําหนดการเดินทางไว้ในนั้น "พวกเธอจงเดินทางไปตามนั้นเถิด ทั้งทิวาและราตรีอย่างปลอดภัย"

{34:19} และพวกเขาได้อธรรมต่อตัวพวกเขาเอง ดังนั้นเราจึงได้ทำให้พวกเขาเป็นเรื่องเล่าขานติดต่อกันมา

{34:20} และโดยแน่นอน อิบลีสได้ทำให้ความตั้งใจของมันที่มีต่อพวกเขากลายเป็นจริงขึ้นมา ดังนั้นพวกเขาจึงได้ปฏิบัติตามมัน เว้นแต่ส่วนน้อยของบรรดาผู้มีศรัทธาเท่านั้น3

{34:21} และมันไม่มีอํานาจใด ๆ เหนือพวกเขา เว้นแต่เพื่อเราจะได้รู้แยกแยะว่า ผู้ใดมีศรัทธาต่อวันปรโลก ออกจากผู้ที่เขามีความสงสัยในเรื่องนั้น และพระเจ้าของเธอนั้นเป็นผู้ทรงดูแลคุ้มครองทุกสิ่งทุกอย่าง

{34:22} จงกล่าวเถิด "พวกเธอจงวิงวอนต่อบรรดาที่พวกเธอหลงคิด(ว่าเป็นพระเจ้า)อื่นจากอัลลอหฺ พวกมันไม่ได้ครอบครองแม้แต่เพียงน้ำหนักเพียงเท่าผงธุลีในเหล่าชั้นฟ้าและแผ่นดิน และพวกมันไม่ได้มีภาคีในทั้งสองนั้น และพระองค์นั้นไม่ได้มีผู้ช่วยเหลือมาจากพวกมัน

{34:23} การรับรองจะไม่เกิดประโยชน์อันใด ณ ที่พระองค์ นอกจากผู้ที่พระองค์ทรงอนุญาตแก่เขา จนกระทั่งเมื่อความหวาดกลัวได้คลายจากจิตใจของพวกเขา พวกเขากล่าวว่า "พระเจ้าของพวกท่านได้ตรัสอันใด?" พวกเขากล่าวว่า "สัจธรรม" และพระองค์เป็นพระผู้ทรงสูงสุด พระผู้ทรงยิ่งใหญ่

{34:24} จงกล่าวเถิด "ผู้ใดเล่าเป็นผู้ประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเธอจากเหล่าชั้นฟ้าและแผ่นดิน?" จงกล่าวเถิดว่า "อัลลอหฺ และแท้จริง พวกเรา หรือไม่ก็พวกเธอ ที่อยู่บนแนวทางที่ถูกต้อง หรืออยู่ในการหลงผิดอย่างชัดแจ้ง"

{34:25} จงกล่าวเถิด "พวกเธอจะไม่ถูกสอบถามเกี่ยวกับที่เราทำผิด และเราก็จะไม่ถูกสอบถามเกี่ยวกับพวกที่เธอกระทำ"

{34:26} จงกล่าวเถิด "พระเจ้าของเราจะทรงรวบรวมพวกเราเข้าด้วยกัน แล้วพระองค์จะทรงพิพากษาระหว่างพวกเราด้วยความสัจจะ และพระองค์คือพระผู้ทรงพิพากษา พระผู้ทรงรอบรู้"

{34:27} จงกล่าวเถิด "พวกเธอจงแสดงให้ฉันเห็นบรรดาที่พวกเธอได้นำไปตั้งเป็นภาคีร่วมกับพระองค์ ไม่ดอก! พระองค์คืออัลลอหฺพระผู้ทรงอํานาจ พระผู้ทรงปรีชาญาณ"

{34:28} และเราไม่ได้ ส่งเธอมาเพื่ออื่นใดเว้นแต่เป็นผู้แจ้งข่าวประเสริฐและเป็นผู้ตักเตือนแก่ปวงมนุษย์ ทว่ามนุษย์ส่วนมากไม่รู้"

{34:29} และพวกเขากล่าวว่า "เมื่อใดเล่าสัญญานี้(จะมาถึง) หากพวกท่านเป็นผู้สัตย์จริง"

{34:30} จงกล่าวเถิด "พวกเธอมีกําหนดวาระหนึ่ง ซึ่งพวกเธอจะขอผ่อนผันให้ล่าช้าสักระยะหนึ่งก็ไม่ได้ และจะร่นเวลาให้เร็วเข้าก็ไม่ได้"

{34:31} และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวว่า "เราจะไม่มีศรัทธาต่ออัลกุรอานนี้และต่อสิ่งที่มีมาก่อนอัลกุรอาน และหากเธอได้เห็นเมื่อบรรดาผู้อธรรมจะถูกให้หยุดยืนต่อหน้าพระเจ้าของพวกเขา พวกเขาก็จะซัดทอดต่อกันและกัน บรรดาผู้ถูกกดขึ่กว่ากล่าวแก่บรรดาข่มเหงว่า "หากไม่ใช่พวกท่านแล้ว พวกเราก็คงได้เป็นผู้มีศรัทธากันแล้ว"

{34:32} บรรดาผู้ข่มเหงก็กล่าวแก่บรรดาผู้ถูกกดขึ่ว่า "พวกเรานะหรือที่ได้หน่วงเหนี่ยวพวกท่านจากแนวทางที่ถูกต้องหลังจากที่มันได้มายังพวกท่าน? พวกท่านเองต่างหากเป็นผู้กระทำผิด"

{34:33} บรรดาผู้ถูกกดขึ่กล่าวแก่บรรดาผู้ข่มเหงว่า "มันเป็นแผนการทั้งราตรีและทิวาต่างหาก เมื่อพวกท่านสั่งให้พวกเราปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอหฺ และให้เราตั้งภาคีคู่เคียงกับพระองค์" และพวกเขาจะซ่อนความสำนึกผิดเมื่อพวกเขาได้เห็นการลงโทษ และเราได้คล้องเครื่องพันธนาการที่คอของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา พวกเขาจะไม่ได้รับการตอบแทนใด ๆ นอกจากที่พวกเขาได้กระทำไว้

{34:34} และเราไม่ได้ส่งผู้ที่ตักเตือนคนใดไปยังเมืองใด นอกจากบรรดาผู้ฟุ่มเฟือยของมันจะกล่าวว่า "แท้จริงเราเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาในสิ่งที่ถูกส่งมาให้พวกท่าน"

{34:35} และพวกเขาได้กล่าวอีกว่า "พวกเรามีทรัพย์สินและลูกหลานมากกว่า และพวกเราจะไม่ถูกลงโทษ"

{34:36} จงกล่าวเถิด "แท้จริงพระเจ้าของฉันทรงแผ่ปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และทรงควบคุม ทว่ามนุษย์ส่วนมากไม่รู้"

{34:37} และไม่ใช่ทรัพย์สินของพวกเธอ และไม่ใช่บุตรหลานของพวกเธอที่จะทำให้พวกเธอใกล้ชิดสนิทกับเรา นอกจากผู้มีศรัทธาและกระทำความดี ดังนั้นชนเหล่านั้น พวกเขาจะได้รับการตอบแทนเป็นสองเท่า ตามที่พวกเขาได้กระทำไว้ และพวกเขาจะพำนักอยู่ในสวนสวรรค์อย่างผู้ปลอดภัย

{34:38} และบรรดาผู้มุ่งมั่นเพื่อทำลายล้างสัญญาณทั้งหลายของเรา ชนเหล่านั้นจะถูกนำมา เพื่อการลงโทษ

{34:39} จงกล่าวเถิด "แท้จริง พระเจ้าของฉันทรงแผ่ปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ และทรงควบคุมสำหรับเขา และอันใดสักอย่างที่พวกเธอบริจาค พระองค์จะทรงทดแทนมัน และพระองค์นั้นทรงเป็นพระผู้ดีเลิศแห่งบรรดาผู้ประทานปัจจัยยังชีพ

{34:40} และวันที่พระองค์จะทรงรวบรวมพวกเขาทั้งหมด แล้วพระองค์จะตรัสแก่มะลาอิกะหฺว่า "พวกเขาเหล่านั้นหรือ ที่เคยเคารพสักการะพวกเธอ?"

{34:41} พวกเขา (มะลาอิกะหฺ) กล่าวว่า "พระพิสุทธิคุณแห่งพระองค์ พระองค์ทรงเป็นพระผู้ทรงคุ้มครองพวกข้าฯ ไม่ใช่พวกเขา แต่พวกเขาเคารพสักการะญิน พวกเขาส่วนมากเป็นผู้มีศรัทธาต่อพวกมัน

{34:42} ดังนั้น วันนี้พวกเธอไม่มีอํานาจที่จะให้คุณและให้โทษซึ่งกันและกัน และเราจะกล่าวแก่บรรดาผู้กระทำผิดเหล่านั้นว่า "พวกเธอจงลิ้มรสการลงโทษของไฟนรก ซึ่งพวกเธอเคยปฏิเสธมัน"

{34:43} และเมื่อบรรดาโองการอันชัดแจ้งของเราถูกอ่านแก่พวกเขา พวกเขากล่าวว่า "นี่ไม่ใช่ผู้ใดอื่น นอกจากชายคนหนึ่งที่ปรารถนาจะยับยั้งท่านจากสิ่งที่บรรพบุรุษของพวกท่านได้เคารพสักการะมาก่อน" และพวกเขากล่าวว่า "นี่ไม่ใช่อันใดอื่น นอกจากเรื่องเท็จที่ถูกอุปโลกน์ขึ้น" และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้กล่าวในเรื่องของสัจธรรม เมื่อมันได้มีมายังพวกเขา พวกเขากล่าวว่า "นี่ไม่ใช่อื่นใดเลย นอกจากไสยศาสตร์อย่างชัดแจ้ง"

{34:44} และเราไม่เคยประทานบรรดาคัมภีร์ให้แก่พวกเขาได้ศึกษาค้นคว้า และเราก็ไม่เคยส่งผู้ตักเตือนไปยังพวกเขาก่อนหน้าเธอเลย

{34:45} และบรรดาผู้มาก่อนหน้าพวกเขาก็เคยปฏิเสธ และพวกเขานี้ไม่เคยบรรลุหนึ่งในสิบของ(ความมั่งคั่ง)ที่เราได้ให้แก่พวกเขาเหล่านั้น กระนั้นก็ดี พวกเขาก็ได้ปฏิเสธบรรดาศาสนทูตของฉัน แล้วการตอบโต้ของฉันเป็นอย่างใดบ้าง?

{34:46} จงกล่าวเถิด "ฉันขอเตือนพวกเธอเพียงข้อเดียวว่า พวกเธอจงยืนขึ้นเพื่ออัลลอหฺ(ครั้งละ)สองคนและคนเดียว แล้วจงไตร่ตรองดู (ก็จะประจักษ์ว่า) สหายของพวกเธอนั้นไม่ได้เป็นบ้า แต่เขาเป็นเพียงผู้ตักเตือนพวกเธอถึงการเผชิญหน้ากับการลงโทษอย่างสาหัส"

{34:47} จงกล่าวเถิด "ฉันไม่เคยขอรางวัลจากพวกเธอเลย เพราะมันเป็นของพวกเธอ แต่รางวัลของฉันอยู่ที่อัลลอหฺ และพระองค์ทรงเป็นสักขีพยานต่อทุกสิ่ง"

{34:48} จงกล่าวเถิด "แท้จริง พระเจ้าของฉันทรงให้ความจริงทำลาย(ความเท็จ) พระผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับทั้งหลาย"

{34:49} จงกล่าวเถิด "เมื่อความจริงได้ปรากฏขึ้น ความเท็จก็จะไม่เกิดขึ้นและจะไม่หวนกลับมาอีก"

{34:50} จงกล่าวเถิด "หากฉันหลงผิดฉันก็หลงผิดเฉพาะตัวของฉันเอง แต่ถ้าฉันอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง นั่นก็คือพระเจ้าของฉันได้ทรงเปิดเผยสำแดงแก่ฉัน แท้จริงพระองค์คือพระผู้ทรงได้ยิน พระผู้ทรงใกล้ชิด"

{34:51} และหากเธอเห็น ขณะที่พวกเขาตื่นตระหนกตกใจ แล้วไม่มีทางหนีรอด และพวกเขาจะถูกจับเอาไปจากสถานที่อันใกล้

{34:52} และพวกเขาก็จะกล่าวว่า "พวกเราได้มีศรัทธาต่อมัน" แล้วพวกเขาจะเรียกร้องจากสถานที่อันห่างไกลได้อย่างใดกัน?"

{34:53} และแน่นอน พวกเขาได้ปฏิเสธศรัทธาต่อมันมาก่อน และพวกเขาขว้างทิ้งสิ่งที่พ้นญาณวิสัยจากสถานที่อันไกล"

{34:54} และพวกเขาถูกขวางกั้นจากสิ่งที่พวกเขาปรารถนา ดั่งเช่นพลพรรคเยี่ยงเดียวกับพวกเขาเคยถูกปฏิบัติมาก่อน แท้จริงพวกเขานั้นอยู่ในความสงสัยที่หมดหวัง"

กลับไปที่สารบัญ