ซูเราะหฺอัรเราะอฺดุ

จาก วิกิซอร์ซ

13. ซูเราะหฺอัรเราะอฺดุ (บท ฟ้าลั่น)

ด้วยพระนามแห่งอัลลอหฺ พระผู้ทรงเมตตายิ่ง พระผู้ทรงปรานียิ่ง

{13:1} อะลิฟ ลาม มีม รออ์ เหล่านี้คือโองการแห่งคัมภีร์ และสิ่งที่ได้ถูกประทานลงมาแก่เธอจากพระเจ้าของเธอนั้นเป็นสัจธรรม แต่มนุษย์ส่วนมากไม่มีศรัทธา

{13:2} อัลลอหฺคือพระผู้ทรงยกเหล่าชั้นฟ้าขึ้นโดยปราศจากเสาค้ำจุน ที่พวกเธอเห็นได้ แล้วทรงสถิตย์เหนือพระบัลลังก์ และทรงบันดาลให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นประโยชน์ ทุกสิ่งโคจรไปตามวาระที่ได้กําหนดไว้ ทรงบริหารกิจการ ทรงจําแนกสัญญาณทั้งหลายให้ชัดแจ้ง เพื่อพวกเธอจะได้เชื่อมั่นในการพบพระเจ้าของพวกเธอ

{13:3} และพระองค์คือผู้ทรงแผ่ขยายแผ่นดิน และในนั้นทรงบันดาลให้มีภูเขามั่นคง และแม่น้ำลำธาร และจากพืชผลทุกชนิดทรงให้มีจํานวนคู่ ทรงให้ราตรีครอบคลุมทิวา แท้จริงในการนั้น ย่อมมีสัญญาณสำหรับหมู่ชนผู้ใคร่ครวญ

{13:4} และในแผ่นดินมีเขตแดนติดต่อใกล้เคียงกัน และมีสวนพฤกษา เช่นต้นองุ่น และต้นที่มีเมล็ด และต้นอินทผาลัมที่ขึ้นเป็นกอและที่อยู่โดดเดี่ยว ถูกรดด้วยน้ำจากแหล่งเดียวกัน และเราได้ให้บางชนิดเลิศกว่าอีกบางชนิดในรสชาติ แท้จริงในการนั้น ย่อมมีสัญญาณสำหรับหมู่ชนผู้ใช้ปัญญา

{13:5} และหากเธอฉงน คํากล่าวของพวกเขาก็น่าฉงน(ที่ว่า) "เมื่อเรากลายเป็นดินไปแล้ว เราจะเกิดใหม่กระนั้นหรือ?" ชนเหล่านั้นคือบรรดาผู้ปฎิเสธศรัทธาต่อพระเจ้าของพวกเขา ชนเหล่านั้นมีเครื่องพันธนาการที่คอของพวกเขา และชนเหล่านั้นคือชาวนรก พวกเขาจะอยู่ในนั้นนิรันดร์

{13:6} และพวกเขาเร่งเร้าเธอขอความเลวร้ายก่อนความดีงาม และแน่นอนได้เคยมีหลายตัวอย่างเกิดขึ้นก่อนหน้าพวกเขาแล้ว และแท้จริงพระเจ้าของเธอทรงเป็นเจ้าแห่งการอภัยต่อปวงมนุษย์ในความอธรรมของพวกเขา และแท้จริงพระเจ้าของเธอทรงรุนแรงในการลงโทษ

{13:7} และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะกล่าวว่า "เหตุใดจึงไม่มีอภินิหารสัญญาณจากพระเจ้าของเขาถูกประทานลงมาให้แก่เขาเล่า?" แท้จริงเธอเป็นเพียงผู้ตักเตือนเท่านั้น และทุก ๆ หมู่ชนมีผู้ชี้นำทาง

{13:8} อัลลอหฺทรงรอบรู้สิ่งที่เพศหญิงทุกชนิดอุ้มครรภ์ และที่เหล่ามดลูกเหือดหายและที่เพิ่มพูน และทุก ๆ สิ่งนั้นมีมาตรการ ณ ที่พระองค์

{13:9} พระผู้ทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับและสิ่งเปิดเผย พระผู้ทรงเกรียงไกร พระผู้ทรงสูงส่งยิ่ง

{13:10} เท่าเทียมกันในหมู่พวกเธอ ผู้ที่ปกปิดคําพูดและผู้ที่เปิดเผยมัน และผู้ที่ซ่อนตนในยามราตรีและผู้ที่สัญจรในยามทิวา

{13:11} เขาจะมีมะลาอิกะหฺผู้เฝ้าติดตามทั้งข้างหน้าและข้างหลังเขา ซึ่งรักษาเขาตามพระบัญชาของอัลลอหฺ แท้จริงอัลลอหฺจะไม่ทรงเปลี่ยนแปลงสภาพของชนกลุ่มใด จนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงสภาพของพวกเขาเอง และเมื่ออัลลอหฺทรงประสงค์ร้ายแก่ชนกลุ่มใด ก็จะไม่มีวิธีตอบโต้ความเลวร้ายนั้นได้ และพวกเขาจะไม่มีผู้ช่วยเหลือนอกจากพระองค์

{13:12} พระองค์คือพระผู้ทรงแสดงให้พวกเธอเห็นฟ้าแลบ เพื่อให้เกิดความกลัวและความหวัง และทรงบันดาลให้เกิดเมฆทึบ

{13:13} และฟ้าลั่นจะแซ่ซ้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระองค์ เช่นเดียวกับมะลาอิกะหฺ เพราะความกลัวต่อพระองค์ และพระองค์ทรงส่งอสุนีบาต แล้วมันจะฟาดถูกผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ โดยพวกเขาโต้เถียงกันในเรื่องของอัลลอหฺ และพระองค์คือผู้ทรงอํานาจยิ่ง

{13:14} สำหรับพระองค์นั้นคือการวิงวอนที่แท้จริง และบรรดาผู้วิงวอนต่อสิ่งอื่นนอกจากพระองค์ มันจะไม่สนองตอบใด ๆ แก่พวกเขา เว้นแต่เสมือนกับผู้ที่แบมือทั้งสองไปยังน้ำเพื่อให้ไหลสู่ปากของเขา และมันจะไหลถึงไม่ได้ และการวิงวอนของพวกปฏิเสธศรัทธานั้นไม่ใช่อื่นใด นอกจากอยู่ในการหลงผิด

{13:15} และผู้อยู่ในเหล่าชั้นฟ้าและแผ่นดินต่างก็สดุดีพระพิสุทธิคุณแห่งอัลลอหฺ ด้วยความภักดีและด้วยความจํายอม เช่นเดียวกับเงาของมัน ทั้งยามเช้าและยามเย็น

{13:16} จงกล่าวเถิด "ผู้ใดคือพระเจ้าแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน?" จงกล่าวเถิด "อัลลอหฺ" จงกล่าวเถิด "พวกเธอได้ยึดเอาบรรดาผู้คุ้มครองอื่นจากอัลลอหฺกระนั้นหรือ? ซึ่งพวกเขาไม่มีอํานาจให้คุณและให้โทษแก่ตัวของพวกเขาเอง" จงกล่าวเถิด "คนตาบอดกับคนตาดีจะเหมือนกันหรือ? หรือความมืดมนจะเหมือนกับแสงสว่างหรือ?" หรือพวกเขาได้ตั้งเหล่าภาคีขึ้นเพื่ออัลลอหฺนั้น เพื่อให้ได้สร้างเช่นกับการสร้างของพระองค์ แล้วการสร้างนั้นได้คล้ายคลึงสับสนสำหรับพวกเขากระนั้นหรือ?" จงกล่าวเถิด "อัลลอหฺคือพระผู้ทรงสร้างทุกสิ่ง และพระองค์คือผู้ทรงเอกะ พระผู้ทรงพิชิต"

{13:17} พระองค์ทรงประทานน้ำลงมาจากฟากฟ้า แล้วลำน้ำต่าง ๆ ก็ไหลไปตามปริมาณของมัน กระแสน้ำได้พัดพาเอาฟองลอยอยู่เหนือน้ำ และจากสิ่งที่พวกเขาหลอมลงไปในไฟเพื่อหวังทำเครื่องประดับหรือเครื่องใช้ก็จะมีฟองเช่นกัน ในทำนองนั้นอัลลอหฺทรงยกตัวอย่างความจริงและความเท็จ ส่วนฟองนั้นก็จะออกไปเป็นสิ่งเหลือเดน ส่วนที่เป็นประโยชน์แก่ปวงมนุษย์ก็คงจะอยู่ในแผ่นดิน ในทำนองนั้น อัลลอหฺทรงยกอุทาหรณ์ทั้งหลาย

{13:18} บรรดาผู้ตอบสนองต่อพระเจ้าของพวกตน ก็จะได้รับความดี และบรรดาผู้ไม่ตอบสนองต่อพระองค์ แม้ว่าพวกเขาจะมีทั้งหมดที่มีอยู่ในแผ่นดินและมีอีกเยี่ยงนั้น พวกเขาก็จะยอมเอามาไถ่โทษอย่างแน่นอน ชนเหล่านั้น พวกเขาจะมีบัญชีที่ชั่ว และที่พำนักของพวกเขาคือนรกญะหันนัม และมันเป็นที่พำนักที่ชั่วช้าเสียนี่กระไร!

{13:19} ดังนั้น ผู้ทีรู้ว่าสิ่งที่ถูกประทานแก่เธอจากพระเจ้าของเธอนั้นเป็นความจริง จะเหมือนกับผู้ที่ตาบอดกระนั้นหรือ? แท้จริงบรรดาผู้มีสติปัญญาเท่านั้นที่จะใคร่ครวญ

{13:20} บรรดาผู้ปฏิบัติตามสัญญาของอัลลอหฺอย่างครบถ้วน และไม่บิดพริ้วข้อตกลง

{13:21} และบรรดาผู้เชื่อมสัมพันธ์ที่อัลลอหฺทรงบัญชาให้เขาเชื่อมสัมพันธ์และยำเกรงพระเจ้าของพวกเขา และกลัวการมีบัญชีที่เลว

{13:22} และบรรดาผู้อดทนโดยหวังเอาพระพักตร์ของพระเจ้าของพวกเขา และดํารงการนมาซและบริจาคสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา โดยซ่อนเร้นและเปิดเผย และพวกเขาขจัดความชั่วด้วยความดี ชนเหล่านั้น พวกเขาจะได้รับที่พำนักอันประเสริฐในปั้นปลาย

{13:23} เหล่าสวนสวรรค์แห่งอะดัน พวกเขาจะเข้าไปอยู่พร้อมกับผู้ทำดีจากบรรพบุรุษของพวกเขา และคู่ครองของพวกเขา และบรรดาลูกหลานของพวกเขา และมะลาอิกะหฺ จะเข้ามาหาพวกเขาจากทุกประตู

{13:24} (พร้อมกับกล่าวว่า) "ความศานติ จงมีแต่พวกท่าน เนื่องด้วยพวกท่านได้อดทน" ที่พำนักอันประเสริฐในบั้นปลายนั้นช่างดีเสียนี่กระไร!

{13:25} และบรรดาผู้ทำลายสนธิสัญญาแห่งอัลลอหฺ หลังจากที่ได้ให้คํามั่นสัญญาแก่พระองค์และพวกเขาตัดขาดสิ่งที่อัลลอหฺทรงบัญชาให้มีการสานต่อ และบ่อนทำลายในแผ่นดิน ชนเหล่านี้ พวกเขาจะได้รับการสาปแช่งและจะได้ที่พำนักอันเลวร้าย

{13:26} อัลลอหฺทรงเผื่อแผ่และทรงจำกัดปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และพวกเขาดีใจต่อชีวิตโลกนี้ อันชีวิตโลกนี้ เมื่อเทียบกับปรโลกแล้ว ก็ไม่ใช่อันใด นอกจากความเพลิดเพลินเท่านั้น

{13:27} และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวว่า "เหตุใดอภินิหารสัญญาณจากพระเจ้าของเขาจึงไม่ถูกประทานให้แก่เขาเล่า?" จงกล่าวเถิดว่า "อัลลอหฺทรงให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์นั้นหลงทาง และทรงนำทางผู้ที่สำนึกตัวนั้นสู่พระองค์"

{13:28} บรรดาผู้มีศรัทธา และจิตใจของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอหฺ ไม่ใช่ด้วยการรำลึกถึงอัลลอหฺดอกหรือ? ที่จิตใจจะสงบ

{13:29} บรรดาผู้มีศรัทธาและกระทำความดี ความผาสุกย่อมได้แก่พวกเขาและเป็นการกลับคืนที่ดียิ่ง

{13:30} ในทำนองนี้เราได้ส่งเธอมายังกลุ่มชนหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านั้นมีกลุ่มชนอื่นได้ล่วงลับไปแล้ว เพื่อเธอจะได้บอกกล่าวแก่พวกเขาถึงสิ่งที่เราได้เปิดเผยสำแดงแก่เธอ โดยที่พวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่อพระผู้ทรงเมตตา - จงกล่าวเถิด "พระองค์คือพระเจ้าของฉัน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ เฉพาะพระองค์เท่านั้นฉันมอบหมาย และยังพระองค์คือการกลับคืนของฉัน"

{13:31} ถึงแม้ว่าด้วยอัลกุรอาน ภูเขาถูกทำให้เคลื่อนที่ หรือแผ่นดินถูกทำให้แยกออกจากกัน หรือคนตายถูกทำให้พูดจาสนทนาได้ก็ตาม - ทว่าพระบัญชาทั้งมวลเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอหฺ บรรดาผู้มีศรัทธา ยังไม่รู้ดอกหรือว่า หากว่าอัลลอหฺทรงประสงค์จริง แน่นอนพระองค์จะทรงชี้แนะทางแก่มนุษย์ทั้งมวลก็ได้ และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น ความหายนะคงจะประสบแก่พวกเขา เนื่องด้วยพวกเขาได้กระทำไว้ หรือจะเกิดขึ้นใกล้ที่พำนักของพวกเขา จนกระทั่งสัญญาณของอัลลอหฺจะมาถึง แท้จริงอัลลอหฺไม่ทรงผิดสัญญา

{13:32} และโดยแน่นอน บรรดาศาสนทูตก่อนหน้าเธอได้ถูกเย้ยหยันมาแล้ว ฉันได้ประวิงเวลาแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา แล้วฉันได้คร่าพวกเขา แล้วการลงโทษของฉันเป็นเช่นใด?

{13:33} ดังนั้น พระองค์ผู้ทรงเฝ้ามองทุกชีวิตที่มันได้ขวนขวายเอาไว้ (จะเหมือนกับเจว็ดทั้งหลาย) กระนั้นหรือ? และพวกเขาได้ตั้งภาคีเทียมอัลลอหฺ จงกล่าวเถิด "พวกเธอจงบอกชื่อของพวกมัน หรือว่าพวกเธอจะบอกพระองค์ในสิ่งที่พระองค์ไม่ทรงทราบในแผ่นดิน หรือว่าเป็นเพียงคําพูดที่กล่าวขึ้นมาลอย ๆ กระนั้นหรือ?" หามิได้! แผนการณ์ของบรรดาผู้ปฏิเสธได้ถูกทำให้พวกตนเห็นดีงาม และพวกเขาถูกปิดกั้นจากแนวทางเที่ยง และผู้ใดที่อัลลอหฺทรงให้เขาหลงทาง เขาก็จะไม่มีผู้ชี้แนะเลย

{13:34} พวกเขาจะได้รับการลงโทษในชีวิตโลกนี้ และแน่นอน การลงโทษในปรโลกนั้นร้ายแรงกว่า และพวกเขาจะไม่มีผู้คุ้มกันจากอัลลอหฺเลย

{13:35} อุปมาสวนสวรรค์ซึ่งบรรดาผู้ยำเกรงได้ถูกสัญญาไว้คือ มีแม่น้ำลำธารไหลผ่านภายใต้มัน ผลไม้และเงาร่มมีอยู่ตลอดกาล นั่นคือบั้นปลายของบรรดาผู้ยำเกรง และบั้นปลายของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาก็คือเพลิงนรก

{13:36} และบรรดาผู้ที่เราได้ให้คัมภีร์แก่พวกเขาต่างก็ดีใจ ต่อ(อัลกุรอาน)ที่ได้ถูกประทานให้แก่เธอ และส่วนหนึ่งจากกลุ่มชนต่าง ๆ มีผู้ปฏิเสธบางส่วนของมัน จงกล่าวเถิดว่า "ฉันถูกบัญชาให้เคารพสักการะต่ออัลลอหฺ และฉันจะไม่ตั้งภาคีเท่าเทียมพระองค์ และยังพระองค์ฉันจะเชิญชวน และยังพระองค์เท่านั้นคือการกลับคืนของฉัน"

{13:37} และในทำนองนั้น เราได้ประทานมันลงมาเป็นข้อชี้ขาดที่เป็นภาษาอาหรับ และหากเธอปฏิบัติตามความใคร่ของพวกเขา หลังจากหลักฐานได้มายังเธอแล้ว เธอจะไม่มีผู้ช่วยเหลือและผู้คุ้มกันจากอัลลอหฺเลย

{13:38} และโดยแน่นอน เราได้ส่งบรรดาศาสนทูตมาก่อนหน้าเธอ และเราได้ให้พวกเขามีภริยาและลูกหลาน และไม่บังควรแก่ศาสนทูตที่จะแสดงอภินิหารสัญญาณใด ๆ เว้นแต่โดยอนุมัติของอัลลอหฺ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนั้น มีบันทึกไว้แล้ว

{13:39} อัลลอหฺทรงยกเลิกสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงยืนหยัดให้มั่น และ ณ พระองค์มีแม่บทแห่งคัมภีร์

{13:40} และบางทีเราจะให้เธอเห็นบางสิ่งที่เราขู่พวกเขาไว้ หรือเราจะให้เธอตายไปก่อน แท้จริง หน้าที่ของเธอคือการเผยแพร่ และหน้าที่ของเราคือการชําระบัญชี

{13:41} พวกเขาไม่เห็นดอกหรือว่า เรามุ่งไปยังแผ่นดิน แล้วเราได้บั่นทอนจากขอบต่าง ๆ ของมัน และอัลลอหฺทรงพิพากษา ไม่มีผู้ใดเปลี่ยนแปลงการพิพากษาของพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงฉับพลันในการคิดบัญชี

{13:42} และโดยแน่นอน บรรดาผู้ที่มาก่อนหน้า พวกเขาได้วางแผนมาก่อนแล้ว ดังนั้นแผนการณ์ทั้งหมดเป็นของอัลลอหฺ พระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่ทุกชีวิตแสวงหาเอาไว้ และพวกปฏิเสธศรัทธาจะได้รู้ว่าที่พำนักอันประเสริฐในบั้นปลายจะเป็นของผู้ใด

{13:43} และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวว่า "ท่านไม่ใช่ทูต" จงกล่าวเถิด "เพียงพอแล้วที่อัลลอหฺทรงเป็นพยานระหว่างฉันกับพวกเธอและผู้ที่เขามีความรู้ในคัมภีร์ (ก็เป็นพยานเช่นกัน)"

กลับไปที่สารบัญ