ตำราพิชัยสงครามของซุนวู บทที่ 3

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กลับไปหน้าหลัก
Gtk-go-back-ltr.svg ก่อนหน้า ถัดไป Gtk-go-forward-ltr.svg
บทที่ 3 ยุทธศาสตร์การรุก

ซุนวูกล่าวว่า ในการทำศึกนั้น การทำให้ศัตรูยอมศิโรราบแต่โดยดีย่อมดีกว่าการเข้าตีให้ราพณาสูญ ความพินาศไม่นำพามาซึ่งชัยชนะอันน่าภาคภูมิ ทำให้ข้าศึกยอมจำนน ย่อมดีกว่าทรมานข้าศึกที่บาดเจ็บพ่ายแพ้

รบร้อยชนะร้อยยังไม่ดีพอ ชนะโดยไม่ต้องรบแม้เพียงครั้งเดียว ย่อมถือว่าเลิศภพจบแดน

ฉะนั้น รูปแบบการรบขั้นสูงสุดคือการใช้อุบายทำลายข้าศึก รองลงมาคือสลายกำลังของศัตรูด้วยการทูต รองลงมาอีกคือการเข้าประจันในสนามรบ อย่างเลวที่สุดคือการเข้าหักกำแพงเมือง

ในการเข้าหักกำแพงเมือง ต้องใช้เวลาเตรียมรถเกราะและรถศึกสามเดือน ก่อมูลดินสูงประชิดกำแพงเมืองอีกสามเดือน ซึ่งจักทำก็ต่อเมื่อไม่มีทางเลือกเท่านั้น

ขุนศึกใจร้อนที่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เร่งส่งกำลังเข้าหักกำแพงเมือง ย่อมเสียกำลังพลอย่างเปลืองเปล่าไปหนึ่งในสามส่วน ไพร่พลเสียขวัญ บาดเจ็บและล้มตาย เป็นสิ่งที่มิควรกระทำ

ดังนั้น ขุนพลผู้เชี่ยวชาญศึกย่อมเอาชนะโดยมิเสียเหงื่อ ยึดเมืองโดยมิต้องหักกำแพง ขยายอาณาเขตด้วยการรบที่ไม่ยืดเยื้อ

กองทัพของเขาก็ไม่บอบช้ำ ทหารหาญไม่ต้องตาย การครอบครองแดนดินก็สมบูรณ์แบบ ผลลัพธ์ที่ต้องการก็สมบูรณ์แบบ นี้แลคือวิถีแห่งกลยุทธ์

หลักทั่วไปของการสงครามมีอยู่ว่า หากมีกำลังพลมากกว่าสิบเท่าพึงปิดล้อม หากมีกำลังพลมากกว่าห้าเท่าพึงระดมโจมตี หากมีกำลังพลมากกว่าสองเท่าพึงแบ่งแยกกำลังศัตรู

หากมีกำลังพลเท่ากัน รบได้ก็รบ หากมีกำลังพลน้อยกว่า พึงตั้งรับไว้ หากด้อยกว่าทุกประการ เลี่ยงได้ก็เลี่ยง

การเอากำลังน้อยกว่าเข้าหักหาญตรงๆ จักพ่ายกำลังใหญ่ได้โดยง่าย

แม่ทัพย่อมเปรียบดังเสาหลักของรัฐ หากแม้นเสานั้นแข็งแรง ประเทศชาติย่อมมั่นคง หากว่าอ่อนแอแล้วไซร้ ไหนเลยประเทศชาติจะอยู่รอดได้

อย่างไรก็ตาม ประมุขอาจนำความปั่นป่วนมาสู่กองทัพได้สามทาง

ประการหนึ่ง สั่งเคลื่อนทัพโดยมิรู้ว่ากองทัพไม่สามารถเคลื่อนทัพได้ จักทำให้กองทัพพบความพ่ายแพ้ เช่นนี้เรียกว่า "แทรกแซงสายการบังคับบัญชา"

ประการหนึ่ง เข้าบัญชาการกองทัพโดยที่มิรู้กิจการอันใดของกองทัพ แม่ทัพย่อมสับสน เหล่าทหารย่อมเสียขวัญ

ประการหนึ่ง เข้าบัญชาการรบเองโดยไม่รู้หลักการทำศึกแม้แต่น้อย เช่นนี้จะทำให้กองทัพพินาศ

เมื่อใดที่กองทัพสับสน เหนื่อยล้า ข้าศึกย่อมฉวยโอกาสเข้ารุกราน นำมาซึ่งความปั่นป่วนในกองทัพ พัดพาชัยชนะให้หลุดลอยไป

ดังนั้น หลักการกุมชัยจึงมีอยู่ห้าประการ คือ

  1. รู้ว่าเมื่อใดควรรบ เมื่อใดควรพัก
  2. รู้จักการบัญชาการและเลือกใช้ทัพเล็กและทัพใหญ่ให้เหมาะสม
  3. ชนะใจคนทั้งกองทัพตั้งแต่พลทหารไปจนถึงนายพล
  4. เตรียมพร้อมที่จะฉกฉวยโอกาสจากข้าศึกตลอดเวลา
  5. รู้จักใช้ผู้มีความสามารถ และปราศจากการแทรกแซงจากประมุข

ผู้ที่รู้ซึ้งถึงหลักห้าประการนี้จักกุมชัยชนะเอาไว้ได้

ดังนั้น รู้เขารู้เรา รบร้อยชนะร้อย รู้เราไม่รู้เขา ชนะหนึ่งพ่ายหนึ่ง ไม่รู้เขาไม่รู้เรา ทุกศึกพ่ายสิ้นแล