ทสกนิบาต - ทุติยปัณณาสก์ - ๒. ยมกวรรค - นฬกปานสูตรที่ ๒

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ทสกนิบาต - ทุติยปัณณาสก์ - ๒. ยมกวรรค - นฬกปานสูตรที่ ๒

พระไตรปิฎก ฉบับธรรมทาน
นฬกปานสูตรที่ ๒
[๖๘] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ปลาสวัน ในนฬกปานนิคม สมัยนั้น

แล พระผู้มีพระภาคอันหมู่ภิกษุแวดล้อม ประทับนั่งแล้วในวันอุโบสถ พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจง

ภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทานให้อาจหาญ ให้ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาสิ้นส่วนแห่ง

ราตรีเป็นอันมาก ทรงตรวจดูภิกษุสงฆ์ผู้นิ่งเงียบอยู่แล้ว ตรัสกะท่านพระสารีบุตรว่า

ดูกรสารีบุตร ภิกษุสงฆ์เป็นผู้ปราศจากถีนมิทธะแล้ว ธรรมีกถาเพื่อภิกษุทั้งหลายจงแจ่มแจ้งกะ

เธอเราเมื่อยหลัง จักเอนหลัง ท่านพระสารีบุตรทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระ

ภาครับสั่งให้ปูผ้าสังฆาฏิสี่ชั้นแล้ว สำเร็จสีหไสยาโดยพระปรัศว์เบื้องขวาซ้อนพระบาทเหลื่อม

พระบาท ทรงมีสติสัมปชัญญะ ทรงกระทำอุฏฐานสัญญาไว้ในพระทัย ฯ

ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรเตือนภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลายภิกษุเหล่านั้น

กล่าวรับท่านพระสารีบุตรแล้ว ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง

ไม่มีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย ไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะ ไม่มีวิริยะ ไม่มีปัญญา ไม่มีการ

เงี่ยโสตลงฟังธรรม ไม่มีการทรงจำธรรมไว้ ไม่มีการพิจารณาเนื้อความ ไม่มีการปฏิบัติธรรม

สมควรแก่ธรรม ไม่มีความไม่ประมาทในกุศลธรรมทั้งหลาย กลางคืนหรือกลางวันของผู้นั้นย่อม

ผ่านพ้นไป ผู้นั้นพึงหวังได้ความเสื่อมในกุศลธรรมทั้งหลาย ไม่หวังได้ความเจริญเลยดูกร

อาวุโสทั้งหลาย เปรียบเหมือนกลางคืนหรือกลางวันของพระจันทร์ในปักษ์ข้างแรม ย่อมผ่านพ้น

ไป พระจันทร์ย่อมเสื่อมจากวรรณะ ... ฉันใด ผู้ใดผู้หนึ่งไม่มีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย ...

ไม่หวังได้ความเจริญเลย ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ

ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่งมีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย มีหิริมีโอตตัปปะ มีวิริยะ

มีปัญญา มีการเงี่ยโสตลงฟังธรรม มีการทรงจำธรรมไว้มีการพิจารณาเนื้อความ มีการปฏิบัติ

ธรรมสมควรแก่ธรรม มีความไม่ประมาทในกุศลธรรมทั้งหลาย กลางคืนหรือกลางวันของผู้นั้น

ย่อมผ่านพ้นไป ผู้นั้นพึงหวังความเจริญในกุศลธรรมทั้งหลาย ไม่หวังได้ความเสื่อมเลย ดูกร

อาวุโสทั้งหลายเปรียบเหมือนกลางคืนหรือกลางวันของพระจันทร์ในปักษ์ข้างขึ้น ย่อมผ่านพ้น

ไปพระจันทร์นั้นย่อมเจริญด้วยวรรณะ ... ฉันใด ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่งมีศรัทธาใน

กุศลธรรมทั้งหลาย ... ไม่หวังได้ความเสื่อมเลย ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ

ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเสด็จลุกขึ้นแล้ว ตรัสชมท่านพระสารีบุตรว่าดีละ ดีละ

สารีบุตร ผู้ใดผู้หนึ่งไม่มีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย ... ไม่หวังได้ความเจริญเลย ดูกรสารีบุตร

เปรียบเหมือนกลางคืนหรือกลางวันของพระจันทร์ในปักษ์ข้างแรม ย่อมผ่านพ้นไป พระจันทร์

ย่อมเสื่อมจากวรรณะ ... ฉันใดดูกรสารีบุตร ผู้ใดผู้หนึ่งไม่มีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย ...

ไม่หวังได้ความเจริญเลย ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ

ดูกรสารีบุตร ผู้ใดผู้หนึ่งมีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย ... ไม่หวังได้ความเสื่อมเลย

ดูกรสารีบุตร เปรียบเหมือนกลางคืนหรือกลางวันของพระจันทร์ในปักษ์ข้างขึ้น ย่อมผ่านพ้นไป

พระจันทร์นั้นย่อมเจริญด้วยวรรณะ ... ฉันใดผู้ใดผู้หนึ่งมีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย ... ไม่หวัง

ได้ความเสื่อมเลย ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ

จบสูตรที่ ๘