ธรรมทำให้เป็นคนว่ายาก ธรรมทำให้เป็นคนว่าง่าย

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ถ้าแม้ภิกษุปวารณาไว้ว่า ขอท่านจงว่ากล่าวข้าพเจ้าๆ เป็นผู้ควรที่ท่านจะว่ากล่าวได้ แต่ภิกษุนั้นเป็นคนว่ายาก ประกอบด้วยธรรม ที่ทำให้เป็นคนว่ายาก เป็นผู้ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอนโดยเคารพเมื่อเป็นเช่นนี้ เพื่อนพรหมจรรย์ต่างไม่สำคัญภิกษุนั้นว่า ควรว่ากล่าว ควรพร่ำสอน ทั้งไม่สำคัญว่า ควรถึงความไว้วางใจในบุคคลนั้นได้

ธรรมที่ทำให้เป็นคนว่ายาก ได้แก่

  1. เป็นผู้มีความปรารถนาลามก ลุอำนาจแห่งความปรารถนาลามก
  2. เป็นผู้ยกตนข่มผู้อื่น
  3. เป็นคนมักโกรธ อันความโกรธครอบงำแล้ว
  4. เป็นคนมักโกรธ ผูกโกรธ เพราะความโกรธเป็นเหตุ
  5. เป็นคนมักโกรธ มักระแวงจัด เพราะความโกรธเป็นเหตุ
  6. เป็นคนมักโกรธ เปล่งวาจาใกล้ต่อความโกรธ
  7. ถูกโจทก์ฟ้อง กลับโต้เถียงโจทก์
  8. ถูกโจทก์ฟ้อง กลับรุกรานโจทก์
  9. ถูกโจทก์ฟ้อง กลับปรักปรำโจทก์
  10. ถูกโจทก์ฟ้อง กลับเอาเรื่องอื่นมากลบเกลื่อน พูดนอกเรื่อง แสดงความโกรธ ความมุ่งร้าย และความไม่เชื่อฟังให้ปรากฏ
  11. ถูกโจทก์ฟ้อง ไม่พอใจตอบในความประพฤติ
  12. เป็นคนลบหลู่ตีเสมอ
  13. เป็นคนริษยา เป็นคนตระหนี่
  14. เป็นคนโอ้อวด เจ้ามายา
  15. เป็นคนกระด้าง ดูหมิ่นผู้อื่น
  16. เป็นคนถือแต่ความเห็นของตน ถือรั้น ถอนได้ยาก

ถ้าแม้ภิกษุไม่ปวารณาไว้ว่า ขอท่านจงว่ากล่าวข้าพเจ้าๆ เป็นผู้ควรที่ท่านจะว่ากล่าวได้ แต่ภิกษุนั้นเป็นคนว่าง่าย ประกอบด้วยธรรม ที่ทำให้เป็นคนว่าง่าย เป็นผู้อดทนรับคำพร่ำสอนโดยเคารพ เมื่อเป็นเช่นนี้ เพื่อนพรหมจรรย์ต่างสำคัญภิกษุนั้นว่า ควรว่ากล่าวได้ ควรพร่ำสอนได้ ทั้งสำคัญว่า ควรถึงความไว้วางใจในบุคคลนั้นได้

ธรรมที่ทำให้เป็นคนว่าง่าย ได้แก่

  1. ไม่เป็นผู้มีความปรารถนาลามก ไม่ลุอำนาจแห่งความปรารถนาลามก
  2. ไม่เป็นผู้ยกตน ไม่ข่มผู้อื่น
  3. ไม่เป็นคนมักโกรธ อันความโกรธไม่ครอบงำแล้ว
  4. ไม่เป็นคนมักโกรธ ไม่ผูกโกรธเพราะความโกรธเป็นเหตุ
  5. ไม่เป็นคนมักโกรธ ไม่มักระแวงจัดเพราะความโกรธเป็นเหตุ
  6. ไม่เป็นคนมักโกรธ ไม่เปล่งวาจาใกล้ต่อความโกรธ
  7. ถูกโจทก์ฟ้อง ไม่โต้เถียงโจทก์
  8. ถูกโจทก์ฟ้อง ไม่รุกรานโจทก์
  9. ถูกโจทก์ฟ้อง ไม่ปรักปรำโจทก์
  10. ถูกโจทก์ฟ้อง ไม่เอาเรื่องอื่นมากลบเกลื่อน ไม่พูดนอกเรื่อง ไม่แสดงความโกรธ ความมุ่งร้าย และความไม่เชื่อฟังให้ปรากฏ
  11. ถูกโจทก์ฟ้อง พอใจตอบในความประพฤติ
  12. ไม่เป็นคนลบหลู่ ไม่ตีเสมอ
  13. ไม่เป็นคนริษยา ไม่เป็นคนตระหนี่
  14. ไม่เป็นคนโอ้อวด มิใช่เจ้ามายา
  15. ไม่เป็นคนกระด้าง ไม่ดูหมิ่นผู้อื่น
  16. ไม่เป็นคนถือแต่ความเห็นของตนไม่ถือรั้น ถอนได้ง่าย

อ้างอิง[แก้ไข]

งานนี้ประกอบด้วยงานย่อยหลายส่วนซึ่งอยู่ในบังคับแห่งลิขสิทธิ์หลายเรื่องต่างกัน เช่น งานอันลิขสิทธิ์หมดอายุ และงานที่ไม่มีลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ดี งานนี้ทุกส่วนล้วนเป็นสาธารณสมบัติแล้ว
ส่วนบทประพันธ์:

งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า

ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
  2. ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
    1. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
    2. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณานั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  2. แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก
ส่วนอื่น ๆ:

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะมีลักษณะตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4) คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น"