ประกาศพระราชบัญญัติและพระราชกำหนดต่าง ๆ รัชกาลที่ 5/เล่ม 3/เรื่อง 4
มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ประกาศทราบทั่วกันว่า ลักษณปกครองท้องที่ คือแบบแผนการที่จะจัดอำเภอกำนันรักษาการตามท้องที่ทั้งปวงนั้น เปนกำลังสำคัญอย่างหนึงในการปกครองบ้านเมือง เพราะเปนต้นเค้าของการที่จะรักษาความปรกติเรียบร้อยในพื้นบ้านพื้นเมือง ตลอดจนการที่จะตรวจตรากิจศุขทุกข์ของอาณาประชาราษฎร และที่จะรักษาอำนาจพระราชกำหนดกฎหมาย อนึ่งลักษณปกครองท้องที่นี้ก็ได้มีแบบแผนในพระราชกำหนดกฎหมายและเปนประเพณีมีสืบมาแต่โบราณ แต่อาไศรยเหตุที่ราชการบ้านเมืองทุกวันนี้ได้เปลี่ยนแปลงมาในทางเจริญโดยลำดับ จำต้องแก้ไขลักษณปกครองท้องที่ให้ทันกับความเจริญของบ้านเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราไว้เปนพระราชบัญญัติสืบไปดังนี้ คือ
| นามพระราชบัญญัติ | มาตรา๑พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติลักษณปกครองท้องที่ รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ | |
| ใช้พระราชบัญญัติ | มาตรา๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้ในหัวเมืองทั่วทุกมณฑลเทศาภิบาล | |
| รักษาพระราชบัญญัติ | มาตรา๓ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเปนผู้รักษาการให้เปนไปตามพระราชบัญญัติ | |
| อำนาจที่จะตั้งกฎสำหรับพนักงาน | มาตรา๔ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย แลข้าหลวงเทศาภิบาลเมื่อได้อนุมัติของเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยแล้ว มีอำนาจที่จะตั้งกฎข้อบังคับเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามพระราชบัญญัตินี้ได้ตามสมควร เพื่อจะให้ปฏิบัติราชการในน่าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้เรียบร้อยแลสดวกดีขึ้น หรือเพื่อจะแก้ไขความขัดข้องโดยเหตุที่ภูมิประเทศหรือลักษณการในท้องที่ต่างกันนั้น | |
| กำหนดเขตรที่ | มาตรา๕ในการที่จะกำหนดเขตรหมู่บ้านแลตำบลทั้งปวงในหัวเมืองใด ให้ผู้ว่าราชการเมืองนั้นเมื่อได้อนุมัติของข้าหลวงเทศาภิบาลแล้วมีอำนาจที่จะกำหนดได้ แลการที่จะกำหนดเขตรอำเภอนั้น ก็ให้ข้าหลวงเทศาภิบาลมีอำนาจที่จะกำหนดได้เมื่อได้รับอนุมัติของเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยแล้วฉนั้น | |
| ยกเลิกกฎหมายเก่า | มาตรา๖บรรดาพระราชกำหนดกฎหมายแต่ก่อนบทใดข้อความขัดกับพระราชบัญญัตินี้ ให้ยกเลิกกฎหมายบทนั้นตั้งแต่วันที่ได้ใช้พระราชบัญญัตินี้ไป | |
| อธิบายศัพท์ | มาตรา๗ศัพท์ว่า บ้าน แล เจ้าบ้าน ซึ่งกล่าวในพระราชบัญญัติ หมวดที่ ๓ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ นั้น ให้พึงเข้าใจความอธิบายดังนี้ คือ | |
| บ้าน | ข้อ๑ศัพท์ว่า บ้าน นั้นหมายความว่า เรือนหลังเดียวก็ตาม หลายหลังก็ตาม ซึ่งอยู่ในเขตรที่มีเจ้าของที่เปนอิศรส่วน ๑ นับในพระราชบัญญัตินี้ว่าบ้าน ๑ แลแพหรือเรือชำซึ่งจอดประจำอยู่ที่ใด ถ้ามีเจ้าของครอบครองเปนอิศรต่างหากหลัง ๑ ลำ ๑ หรือหมู่ ๑ ในเจ้าของคน ๑ นั้น ก็นับว่าบ้าน ๑ เหมือนกัน | |
| เจ้าบ้าน | ข้อ๒ศัพท์ว่า เจ้าบ้าน นั้นหมายความว่า ผู้เปนเจ้าของบ้านเช่นว่ามาในข้อก่อน หรือถ้าเจ้าของบ้านไปตั้งภูมิลำเนาอยู่ที่อื่น ผู้แทนตัวซึ่งครอบครองบ้านนั้นโดยอาไศรยอยู่ก็ตาม หรือเช่าอยู่ก็ตาม ย่อมนับในพระราชบัญญัตินี้ว่าเปนเจ้าบานเหมือนกัน | |
| กำหนดหมู่บ้าน | มาตรา๘บ้านหมู่ ๑ จำนวนเจ้าบ้านราว ๑๐ บ้าน หรือราษฎรชายหญิงประมาณ ๑๐๐ คน ให้จัดเปนหมู่บ้าน ๑ | |
| เลือกผู้ใหญ่บ้าน | มาตรา๙ในหมู่บ้าน ๑ ให้ราษฎรชายหญิงซึ่งตั้งบ้านเรือนหรือจอดเรือแพประจำอยู่ในหมู่บ้านนั้นประชุมกันเลือกเจ้าบ้านผู้เปนที่นับถือของตนเปนผู้ใหญ่บ้านคน ๑ แลการที่เลือกผู้ใหญ่บ้านนี้ คือ | |
| นายอำเภอเปนประธานในการเลือก | ข้อ๑ให้นายอำเภอซึ่งได้ว่ากล่าวท้องที่นั้นนั่งเปนประธานพร้อมด้วยกำนันแลผู้ใหญ่บ้านในตำบลนั้น | |
| ให้เลือกเปนการเปิดเผยหรือการลับก็ได้ | ข้อ๒การเลือกนี้ เจ้าพนักงานซึ่งได้รับอำนาจอำนวยการจะไต่ถามความเห็นราษฎรให้พร้อมกันเลือกโดยเปิดเผยก็ได้ หรือเมื่อเห็นว่าที่เลือกโดยเปิดเผยจะไม่คล่องใจราษฎรผู้เลือก จะให้มาบอกโดยเงียบ ๆ แต่ทีละคนมิให้เพื่อนบ้านรู้ว่าเลือกผู้ใดก็ได้ | |
| ผู้ใดรับเลือกมาก ได้เปนผู้ใหญ่บ้าน | ข้อ๓ถ้าราษฎรไม่พร้อมใจกันเลือกผู้หนึ่งผู้ใดไซ้ ให้เจ้าบ้านคนที่ราษฎรมากด้วยกันเลือกได้เปนผู้ใหญ่บ้าน | |
| ผู้ใหญ่บ้านไปรับหมายตั้งที่เมือง | ข้อ๔เมื่อราษฎรได้เลือกผู้ใดให้เปนผู้ใหญ่บ้าน ก็ให้นายอำเภอพาตัวผู้นั้นเข้าไปยังที่ว่าการเมืองเพื่อได้รับหมายตั้งจากผู้ว่าราชการเมือง | |
| วุฒิผู้ใหญ่บ้าน | มาตรา๑๐ผู้ที่ต้องเลือกเปนผู้ใหญ่บ้านนั้นจะต้องเปนชายมีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๑ ปีอย่างหนึ่ง ต้องเปนคนในบังคับพระราชกำหนดกฎหมายอย่างหนึ่ง แลมิใช่เปนทหารที่ยังอยู่ในหน้าที่รับราชการประจำอย่างหนึ่ง ถ้าราษฎรเลือกผู้ใหญ่บ้านถูกผู้ต้องข้อห้ามอย่างใด จะให้เลือกใหม่ก็ได้ แต่ถ้าต้องเลือกใหม่เช่นนี้ นายอำเภอต้องแจ้งความต่อผู้ว่าราชการเมืองให้ทราบเหตุผลจงทุกราย | |
| ตั้งผู้ใหญ่บ้าน | มาตรา๑๑ราษฎรเลือกผู้ใดเปนผู้ใหญ่บ้านแล้ว ให้มอบบาญชีสำมะโนครัวในหมู่บ้านนั้นให้ผู้ใหญ่บ้านรักษาไว้ แลให้ผู้ว่าราชการเมืองทำหมายตั้งผู้นั้นเปนผู้ใหญ่บ้าน แลชี้แจงหน้าที่แลอำนาจของผู้ใหญ่บ้านให้เข้าใจจงทุกประการ | |
| หน้าที่ผู้ใหญ่บ้าน | มาตรา๑๒หน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านนั้นดังนี้ คือ | |
| รักษาความเรียบร้อย | ข้อ๑ให้ตั้งใจรักษาความศุขสำราญของราษฎรซึ่งเปนลูกบ้านแลช่วยป้องกันความทุกข์ไภยของลูกบ้านโดยเต็มกำลัง แลปฤกษาหารือกำนันแลเพื่อนผู้ใหญ่บ้านในตำบลนั้นในธุระแลการต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นในหมู่บ้านนั้น แลช่วยกันจัดไปตามสมควร | |
| บอกเหตุการณ์ต่อกำนัน | ข้อ๒ถ้าผู้ใหญ่บ้านรู้เห็นเหตุการณ์แปลกปลาดอันใดเกิดขึ้น ต้องรีบนำความแจ้งต่อกำนันให้ทราบ | |
| ปราบปรามคนพาล | ข้อ๓ลูกบ้านคนใดประพฤติชั่วร้ายให้เปนทุกข์โทษไภยแก่ผู้อื่นโดยมิเปนธรรม ให้เรียกตัวมาว่ากล่าวสั่งสอนตามควร ถ้าว่าไม่ฟัง ให้จับตัวส่งกำนัน | |
| ตรวจคนจร | ข้อ๔ให้ตรวจตราคนจรซึ่งไปมาอาไศรยในหมู่บ้านนั้น แลคอยไต่สวนลูกบ้านซึ่งคบค้าคนจร ถ้าเห็นแปลกปลาดเปนที่สงไสยว่าจะเปนโจรผู้ร้าย ให้จับตัวส่งกำนัน | |
| ตรวจเหตุร้าย | ข้อ๕ถ้าลูกบ้านรับซื้อหรือรับจำนำของแปลกปลาด หรือมีบาดแผล หรือฟกช้ำ หรือตายโดยปัจจุบัน อันควรสงไสยว่าจะคบโจรผู้ร้ายกระทำโจรกรรม หรือเพราะผู้อื่นกระทำเอาโดยทุจริต ให้สืบสวนไล่เลียงให้รู้เหตุผลแล้วแจ้งต่อกำนันโดยเร็ว | |
| ทำสำมะโนครัว | ข้อ๖ให้รักษาบาญชีสำมะโนครัวแลคอยแก้ไขให้ถูกตามจำนวนคนที่มีอยู่ หรือที่จะไปอยู่ที่อื่น หรือมาอยู่จากที่อื่น หรือเกิดตายในหมู่บ้านนั้น | |
| จับโจรแลดับไฟ | ข้อ๗ถ้าเกิดโจรผู้ร้ายหรือไฟไหม้หมู่บ้านนั้นหรือที่ใกล้เคียงกัน ให้เรียกลูกบ้านช่วยกันต่อสู้ติดตามจับโจรผู้ร้ายแลช่วยกันดับไฟโดยเต็มกำลัง | |
| ให้มีเครื่องสัญญาเรียกลูกบ้าน | ข้อ๘ในหมู่บ้าน ๑ ให้ผู้ใหญ่บ้านจัดหาเครื่องที่มีเสียงดัง เช่นกับฆ้องกลองเกราะเปนต้น ไว้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านสำหรับใช้เปนเครื่องสัญญาตีเรียกลูกบ้านมาพร้อมกันช่วยต่อสู้จับโจรผู้ร้ายหรือช่วยดับเพลิงในเวลามีเหตุเกิดขึ้น ลักษณสัญญาเรียกลูกบ้านเช่นนี้ให้ผู้ใหญ่บ้านนัดแนะชี้แจงแก่ลูกบ้านให้เข้าใจกัน | |
| โทษลูกบ้านไม่ช่วยจับโจรแลดับไฟ | มาตรา๑๓ถ้าเหตุดังว่ามาในข้อก่อนเกิดขึ้นในหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านตีสัญญาเรียกลูกบ้าน ลูกบ้านคนใดขัดขืนไม่มาช่วยตามสัญญา มีความผิด ต้องระวางโทษสถาน ๑ ให้จำไว้ไม่เกินกว่าเดือน ๑ สถาน ๑ ปรับเปนเงินไม่เกินกว่า ๑๖๐ บาท สถาน ๑ ให้จำแลปรับด้วย ให้ผู้ใหญ่บ้านเอาตัวลูกบ้านคนนั้นมอบกำนันพาไปส่งนายอำเภอไต่สวน ถ้าได้หลักฐาน ให้นายอำเภอขอต่อศาลให้ปรับไหมลงโทษลูกบ้านผู้กระทำผิดตามโทษานุโทษ | |
| โทษลูกบ้านละเมิดผู้ใหญ่บ้าน | มาตรา๑๔ถ้าผู้ใหญ่บ้านบังคับบัญชาราชการตามหน้าที่ แลลูกบ้านคนใดขัดขืนไม่กระทำตามหรือฬ่อลวงอำพรางให้ผู้ใหญ่บ้าน ลูกบ้านคนนั้นมีความผิด ต้องระวางโทษปรับเปนเงินไม่เกิน ๒๐ บาทสถาน ๑ จำขังไว้ไม่เกินเดือน ๑ สถาน ๑ หรือปรับแลจำด้วยทั้ง ๒ สถาน ให้ผู้ใหญ่บ้านจับตัวมอบกำนันพาไปส่งนายอำเภอ เมื่อนายอำเภอไต่สวนได้หลักฐาน ให้ขอต่อศาลให้ปรับไหมลงโทษแก่ผู้ทำผิดตามโทษานุโทษ | |
| โทษผู้ใหญ่บ้านละเมิดหน้าที่ | มาตรา๑๕ถ้าผู้ใหญ่บ้านละเมิดหน้าที่เหล่านี้ประการใด โทษไหมถานละเมิดตามบรรดาศักดิ์ ศักดินา ๓๐๐ ไร่ไหมลาหนึ่งเปนเงินไม่เกินกว่า ๓๓ บาทตามความผิดแลเหตุผล ยกไว้เปนพิไนยหลวง แต่ถ้าความผิดที่กระทำนั้นต้องระวางโทษตามพระราชกำหนดกฎหมายเกินถานละเมิดขึ้นไป ตองรับพระราชอาญาตามโทษานุโทษในกระทงที่หนักนั้น | |
| เหตุที่ผู้ใหญ่บ้านต้องออก | มาตรา๑๖ถ้าหากว่าผู้ใหญ่บ้านคนใดไม่สมควรอยู่ในตำแหน่งด้วยเหตุดังว่าต่อไปนี้อย่างใดใด คือ | |
| เพราะไปอยู่ที่อื่น | ข้อ๑ไปอยู่เสียพ้นท้องที่หมู่บ้านที่ได้ว่ากล่าว ไม่มีกำหนดที่จะกลับ หรือกำหนดเกินกว่า ๖ เดือนขึ้นไป | |
| เพราะต้องราชทัณฑ์ | ข้อ๒ต้องราชทัณฑ์อย่างใดใด นับแต่ต้องติดเวรจำขึ้นไป | |
| เพราะไปทำราชการ | ข้อ๓ไปมียศแลตำแหน่งราชการอย่างอื่นซึ่งจะทำการในหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ | |
| เพราะทำทุจริต | ข้อ๔กระทำทุจริตในหน้าที่ | |
| เพราะลูกบ้านขอให้ออก | ข้อ๕ลูกบ้านในหมู่บ้านนั้นโดยมากด้วยกันร้องขอให้เปลี่ยน | |
| เพราะหมู่บ้านร่วงโรย | ข้อ๖ลูกบ้านอพยพไปอยู่ที่อื่นเสียจนเปนหมู่บ้านไม่ได้ ให้ผู้ว่าราชการเมืองหมายเอาผู้ใหญ่บ้านนั้นออกเสียจากตำแหน่ง | |
| เหตุที่ต้องตั้งผู้ใหญ่บ้าน | มาตรา๑๗การที่ต้องเลือกผู้ใหญ่บ้านขึ้นใหม่นั้นอาไศรยเหตุ ๒ ประการ คือ | |
| เพราะลูกบ้านมากขึ้น | ข้อ๑ถ้าลูกบ้านในหมู่บ้านใดทะวีขึ้น จะเปนด้วยผู้คนเกิดก็ตาม หรืออพยพมาแต่ที่อื่นก็ตาม เมื่อกำนันแลผู้ใหญ่บ้านในตำบลนั้นปฤกษากันเห็นว่าจำนวนคนในหมู่บ้านใดเกินกว่าความสามารถในผู้ใหญ่บ้านคนเดียวจะดูแลควบคุมให้เรียบร้อยได้ ให้กำนันนำความแจ้งต่อกรมการอำเภอให้พิเคราะห์ด้วยอีกชั้น ๑ แล้วให้กรมการอำเภอบอกเข้าไปยังผู้ว่าราชการเมือง เมื่อผู้ว่าราชการเมืองเห็นสมควรแล้ว ก็ให้ลูกบ้านเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านเพิ่มเติมขึ้นใหม่ได้ | |
| เพราะตำแหน่งเดิมว่าง | ข้อ๑ถ้าผู้ใหญ่บ้านออกแลตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ใดว่างลง ให้กำนันในตำบลนั้นแจ้งต่อนายอำเภอซึ่งเปนผูับังคับการในท้องที่อำเภอนั้นให้ทราบภายใน ๗ วัน แลให้นายอำเภอไปเปนประธานพร้อมด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้านเรียกลูกบ้านในหมู่บ้านที่ตำแหน่งว่างนั้นเลือกสรรผู้ใหญ่บ้านขึ้นใหม่ตามวิธีที่ได้ว่าไว้ในพระราชบัญญัตินี้ภายในกำหนด ๗ วันแต่ได้ทราบความจากกำนัน | |
| กำนันมอบทะเบียนแลเปลี่ยนหมายตั้งสำหรับผู้ใหญ่บ้าน | มาตรา๑๘เมื่อผู้ใหญ่บ้านต้องออกจากตำแหน่งด้วยเหตุประการใด ๆ เปนหน้าที่ของกำนันในตำบลนั้นจะต้องเรียกหมายตั้งแลทะเบียนบาญชีที่ได้ทำขึ้นไว้ในหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านนั้นมารักษาไว้ เมื่อผู้ใดรับตำแหน่งเปนผู้ใหญ่บ้านแทน ก็ให้มอบทะเบียนทั้งปวงให้ แต่หมายตั้งนั้นกำนันต้องส่งให้กรมการอำเภอไปจัดการที่จะเปลี่ยนมาให้คนใหม่ได้ตรงกับชื่อ อนึ่งในการที่จะเรียกหมายตั้งแลทะเบียนบาญชีที่ได้ว่ามาในข้อนี้ ถ้าขัดข้องประการใด กำนันต้องรีบแจ้งความต่อกรมการอำเภอ | |
| ผู้ใหญ่บ้านทำการแทนกัน | มาตรา๑๙ถ้าผู้ใหญ่บ้านคนใดจะทำการในหน้าที่ไม่ได้ในครั้งหนึ่งคราวหนึ่ง เช่นมีกิจธุระไปทางไกลเปนต้น ให้มอบหน้าที่แก่ผู้ใหญ่บ้านคนใดคนหนึ่งในหมู่บ้านที่ใกล้เคียงในตำบลอันเดียวกันให้ทำการแทนกว่าจะมา แลต้องบอกให้กำนันทราบไว้ด้วย | |
| ผู้ใหญ่บ้านต้องถือน้ำ | มาตรา๒๐ผู้ใหญ่บ้านต้องถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาปีละครั้ง ๑ เปนกำหนด | |
| ยกราชการอย่างอื่นพระราชทานให้ผู้ใหญ่บ้าน | มาตรา๒๑ผู้ใหญ่บ้านจะเปนไพร่หลวงหรือมีหน้าที่ต้องเสียข้าราชการเสียส่วยอันใดก็ดี ถ้าเปนผู้ใหญ่บ้านอยู่ตราบใด ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นหน้าที่ราชการแลไม่ต้องเสียเงินเหล่านั้นทั้งสิ้น | |
| กำหนดตำบล | มาตรา๒๒หลายหมู่บ้านรวมกันราว ๑๐ หมู่บ้าน ให้จัดเปนตำบล ๑ ให้ผู้ว่าราชการเมืองปักหมายเขตรตำบลนั้นให้ทราบได้โดยชัดเจนว่าเพียงใด ถ้าที่หมายเขตรไม่มีลำห้วยหนองคลองบึงบางหรือสิ่งใดเปนสำคัญได้ ก็ให้ผู้ว่าราชการเมืองจัดให้มีหลักปักหมายเขตรอันจะถาวรอยู่ไปได้ยืนนาน | |
| ผู้ใหญ่บ้านเลือกนำนัน | มาตรา๒๓ให้ผู้ใหญ่บ้านทั้งปวงในตำบลนั้นเลือกกันเปนกำนันนายตำบลคน ๑ แลการเลือกกำนันนี้ นายอำเภอซึ่งได้ว่ากล่าวท้องที่ต้องนั่งเปนประธาน เมื่อผู้ใหญ่บ้านในตำบลนั้นเหนพร้อมกันหรือโดยมากด้วยกันว่าผู้ใหญ่บ้านxx | |
| การปกครองตำบลอยู่ในหน้าที่กำนันกับผู้ใหญ่บ้าน | มาตรา๒๔xxxx | |
| เหตุซึ่งกำนันควรเรียกผู้ใหญ่บ้านประชุมกัน | มาตรา๒๕xx | |
| ประชุมเพื่อปฤกษาการทั่วไปเดือนละ ๒ ครั้ง | ข้อ๑xx | |
| ประชุมเพื่อสืบจับโจรผู้ร้าย | ข้อ๒xx | |
| ประชุมเพื่อเรียกประกันลูกบ้านที่ประพฤติตัวไม่ดี | ข้อ๓xxxx | |
| ประชุมเพื่อบังคับให้ลูกบ้านย้ายที่อยู่จากที่เปลี่ยว | ข้อ๔xx | |
| ประชุมเพื่อป้องกันการเลี้ยงชีพในตำบลให้พ้นภยันตราย | ข้อ๕xxxx | |
| ประชุมเพื่อตัดสินความเกี่ยงแย่ง | ข้อ๖xx | |
| ประชุมทำทะเบียน | ข้อ๗xxxx | |
| ประชุมทำรายงาน | ข้อ๘xx | |
| ประชุมประกาศราชการ | ข้อ๙xx | |
| ประชุมรักษาความเรียบร้อยในการนักขัตฤกษ์ | ข้อ๑๐xx | |
| ประชุมเพื่อรับผู้มีบรรดาศักดิ์ | ข้อ๑๑xxxx | |
| ประชุมแจ้งข้อราชการแก่ผู้ตรวจ | ข้อ๑๒xx | |
| หน้าที่กำนัน | มาตรา๒๖xx | |
| ปกครองตำบล | ข้อ๑xx | |
| เอาตัวผู้ละเมิดส่งกรมการอำเภอ | ข้อ๒xx | |
| บอกเหตุโจรผู้ร้ายต่อกรมการอำเภอ | ข้อ๓xx | |
| ช่วยในการทำอายัติ ชัณสูตร และตราสิน | ข้อ๔xx | |
| สืบจับโจรผู้ร้ายแลส่งตัวคน | ข้อ๕xx | |
| xx | ข้อ๖xx | |
| xx | ข้อ๗xx | |
| xx | ข้อ๘xx | |
| ทำบาญชีสิ่งของต้องภาษี | ข้อ๙xx | |
| นำเก็บภาษี | ข้อ๑๐xx | |
| รายงานเหตุการณ์ต่อกรมการอำเภอ | ข้อ๑๑xx | |
| กำนันต้องถือน้ำ | ข้อ๑๒xx | |
| อำนาจกำนัน | มาตรา๒๗xx | |
| จำโจรผู้ร้ายได้ | ข้อ๑xx | |
| อำนาจเหนือผู้ใหญ่บ้านและราษฎร | ข้อ๒xxxx | |
| เปรียบเทียบความแพ่ง | ข้อ๓xx | |
| xxxx | ||
| โทษกำนันละเมิดหน้าที่ | มาตรา๒๘xx | |
| เหตุที่ต้องเปลี่ยนกำนัน | มาตรา๒๙xx | |
| เพราะออกจากผู้ใหญ่บ้าน | ข้อ๑xx | |
| เพราะผู้ใหญ่บ้านขอให้ออก | ข้อ๒xx | |
| เพราะมีความผิดหรือไม่สามารถ | ข้อ๓xx | |
| ตั้งกำนัน | มาตรา๓๐xx | |
| ผู้ใหญ่บ้านทำการแทนกำนัน | มาตรา๓๑xx | |
| สาระวัดตำบล | มาตรา๓๒xx | |
| กำหนดอำเภอ | มาตรา๓๓xx | |
| ในที่มีคนมาก | ข้อ๑xx | |
| ในที่มีคนน้อย | ข้อ๒xx | |
| ที่ว่าง | ข้อ๓xxxx | |
| ตำแหน่งกรมการอำเภอ | มาตรา๓๔xx | |
| xx | ||
| xx | ||
| xx | ||
| xx | ||
| วิธีเลือกนายอำเภอ แลวุฒินายอำเภอ | มาตรา๓๕xx | |
| ต้องอยู่ในท้องที่อำเภอ | ข้อ๑xx | |
| ต้องเคยเปนกรมการ เปนมุลนาย หรือเปนคฤหบดี | ข้อ๒xx | |
| ต้องเปนคนในบังคับไทย | ข้อ๓xx | |
| วิธีเลือกปลัดแลสมุห์บาญชีอำเภอ | มาตรา๓๖xxxx | |
| ข้าหลวงเทศาภิบาลมีอำนาจเปลี่ยนกรมการอำเภอ | มาตรา๓๗xx | |
| ตราตำแหน่งนายอำเภอ | มาตรา๓๘xx | |
| ลักษณทำการแทนนายอำเภอ นายอำเภอมอบให้ปลัดแทนได้ | มาตรา๓๙xx | |
| ไม่ควรให้แทนโดยไม่จำเปน | ข้อ๑xxxx | |
| แทนกันในเวลามิได้มอบ | ข้อ๒xx | |
| ต้องบอกการที่แทนกันให้ผู้ว่าราชการเมืองทราบ | ข้อ๓xx | |
| หน้าที่กรมการอำเภอ | มาตรา๔๐xx | |
| หน้าที่รักษาความเรียบร้อยในท้องที่ | มาตรา๔๑xx | |
| ต้องคอยสืบสวนเหตุการณ์แลป้องกันการเสื่อมเสีย | ข้อ๑xx | |
| ช่วยระงับทุกข์ร้อนของราษฎร | ข้⟨อ⟩๒xx | |
| หน้าที่จัดการปกครองท้องที่ | มาตรา๔๒xx | |
| ต้องสมาคมกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน | ข้อ๑xx | |
| ต้องช่วยแก้ไขความขัดข้องของกำนันผู้ใหญ่บ้าน | ข้อ๒xx | |
| ต้องแก้ไขอย่าให้ราษฎรได้ความเดือดร้อนจากกำนันผู้ใหญ่บ้าน | ข้อ๓xx | |
| ต้องรีบตั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านเวลาตำแหน่งว่าง | ข้อ๔xxxx | |
| หน้าที่ตรวจท้องที่ | มาตรา๔๓xx | |
| ต้องไปตรวจท้องที่ตำบลหนึ่งเดือนละครั้ง | ข้อ๑xx | |
| ต้องหมั่นไปตรวจในเวลามีราชการในท้องที่ | ข้อ๒xx | |
| หน้าที่สืบจับโจรผู้ร้าย | มาตรา๔๔xx | |
| ต้องหมั่นตักเตือนกำนันผู้ใหญ่บ้านให้สืบจับโจรผู้ร้าย | ข้อ๑xx | |
| ต้องจัดที่พักพลตระเวรแลจัดการตระเวร | ข้อ๒xx | |
| ต้องไปไต่สวนยังที่เกิดเหตุโจรผู้ร้าย | ข้อ๓xx | |
| ต้องรายงานการโจรผู้ร้ายต่อผู้ว่าราชการเมือง | ข้อ๔xx | |
| หน้าที่คุมขังนักโทษ | มาตรา๔๕xx | |
| คุมขังนักโทษตามคำสั่งศาลแลนักโทษในระหว่างไต่สวน | ข้อ๑xx | |
| ห้ามมิให้กรมการอำเภอคุมขังคนไว้โดยไม่มีหลักถาน | ข้อ๒xx | |
| (๑)xx | ||
| (๒)xxxx | ||
| หน้าที่เรียกตัวคนส่ง | มาตรา๔๖xx | |
| ส่งคนตามหมาย | ข้อ๑xx | |
| ส่งคนตามสูตรนารายน์ | ข้อ๒xx | |
| ส่งตัวจำนำ | ข้อ๓xxxx | |
| หน้าที่รับอายัติ ทำชัณสูตร แลตราสิน | มาตรา๔๗xx | |
| ทำชัณสูตร | ข้อ๑xx | |
| ทำตราสิน | ข้อ๒xxxx | |
| รับอายัติ | ข้อ๓xx | |
| (๑)xx | ||
| (๒)xx | ||
| (๓)xx | ||
| หน้าที่ทำบริคณห์สัญญาแลหนังสือสำคัญ | มาตรา๔๘xx | |
| บริคณห์กู้หนี้แลขายตัว | ข้อ๑xx | |
| บริคณห์ซื้อขายแลจำนำ | ข้อ๒xx | |
| xx | (๑)xx | |
| xx | (๒)xxxx | |
| ตั๋วรูปพรรณสัตว์พาหะนะ | ข้อ๓xx | |
| หนังสือเดินทาง | ข้อ๔xx | |
| การเกี่ยวด้วยนายอำเภอเอง ต้องให้ผู้อื่นทำบริคณห์สัญญา | ข้อ๕xx | |
| xx | มาตรา๔๙xx | |
| xx | ข้อ๑xx | |
| xx | ข้อ๒xx | |
| xx | ข้อ๓xx | |
| xx | ข้อ๔xx | |
| xx | ข้อ๕xx | |
| หน้าที่รักษาผลประโยชน์แผ่นดิน | มาตรา๕๐xx | |
| ประกาศพิกัดภาษีอากร | ข้อ๑xx | |
| ประกาศหวงห้ามแลการอนุญาตในภาษีอากร | ข้อ๒xx | |
| เก็บภาษีบางอย่าง | ข้อ๓xxxx | |
| หน้าที่ประกาศข้อราชการ | มาตรา๕๑xx | |
| หน้าที่เพิ่มเติม | มาตรา๕๒xxxx | |
| หน้าที่ช่วยการอำเภออื่น | มาตรา๕๓xx | |
| ช่วยจับโจรผู้ร้าย | ข้อ๑xx | |
| ช่วยระงับเหตุร้าย | ข้อ๒xx | |
| บอกเหตุการณ์ | ข้อ๓xx | |
| จับผู้ร้ายข้ามแขวง | ข้อ๔xx | |
| ปฤกษาการที่เกี่ยวข้องกัน | ข้อ๕xx | |
| หน้าที่ทำรายงาน | มาตรา๕๔xx | |
| รายงานประจำเดือน | ข้อ๑xx | |
| รายงานจร | ข้อ๒xx | |
| อำนาจกรมการอำเภอ | มาตรา๕๕xx | |
| อำเภอเหนือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แลราษฎร | ข้อ๑xx | |
| หมายเอากำนันผู้ใหญ่บ้านออกจากตำแหน่งชั่วคราวหนึ่งได้ | ข้อ๒xxxx | |
| เปรียบเทียบความแพ่ง | ข้อ๓xxxx | |
| ไต่สวนคะดีมีโทษหลวง | ข้อ๔xxสั่งให้ปล่อยนั้นไปให้ผู้ว่าราชการเมืองทราบด้วยเหมือนกัน | |
| แต่อำนาจที่ว่ามาในข้อนี้ให้มีแต่เฉภาะตำแหน่งนายอำเภอ | ||
| กรมการอำเภอต้องกระทำสัตย์เมื่อแรกรับตำแหน่ง ต้องถือน้ำ แลจัดการที่กำนันผู้ใหญ่บ้านถือน้ำ | มาตรา๕๖เมื่อผู้ใด ๆ รับตำแหน่งเปนกรมการอำเภอ ต้องกระทำสัตย์สาบาลต่อหน้าผู้ว่าราชการเมืองแสดงความภักดีที่จะรับราชการตามตำแหน่งโดยความซื่อสัตย์สุจริตเปนเบื้องต้น แลเมื่อถึงกำหนดพระราชพิธีศรีสัตตะปานะกาล กรมการอำเภอต้องไปพร้อมกันกับกรมการเมืองกระทำสัตย์ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาตามประเพณีที่เปนข้าทูลลอองธุลีพระบาทเสมอไปทุก ๆ คราว อนึ่งเมื่อถึงกำหนดพระราชพิธีศรีสัจจะปานะกาล ให้กรมการอำเภอบอกกำนันให้พร้อมกันเข้าไปถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาที่เมืองจงทุกคน แต่ผู้ใหญ่บ้านนั้นให้แบ่งเปน ๒ พวก ให้เข้าไปถือน้ำตรุศพวก ๑ สารทพวก ๑ คงให้ได้ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาคน ๑ ปีละครั้งเปนกำหนด ถ้ากำนันแลผู้ใหญ่บ้านคนใดจะเข้าไปถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาไม่ได้ด้วยความจำเปนอย่างใด ให้กรมการอำเภอรับน้ำพระพิพัฒน์สัตยามาให้ถือแลกระทำสัตย์ตามอำเภอ แต่การที่กำนันและผู้ใหญ่บ้านจะถือน้ำกระทำสัตย์นี้ ถ้าเปนคนนับถือสาสนาใด ให้ถือน้ำกระทำสัตย์ตามลัทธิในสาสนานั้น |
ประกาศมาณวันที่ ๒๐ พฤษภาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ เปนวันที่ ๑๐๔๑๘ ในรัชกาลปัตยุบันนี้