ข้ามไปเนื้อหา

ประกาศพระราชบัญญัติและพระราชกำหนดต่าง ๆ รัชกาลที่ 7/เล่ม 1/เรื่อง 6

จาก วิกิซอร์ซ
กฎเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ออกตามมาตรา ๙๗ แห่งประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์

โดยอาศัยอำนาจที่ได้มอบหมายไว้ในมาตรา ๙๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยผู้รับผิดชอบในการปกครองท้องที่เห็นสมควรที่จะออกกฎข้อบังคับว่าด้วยการให้อำนาจและการดูแลตรวจตรามูลนิธิไว้ดังต่อไปนี้

ข้อตามความในกฎข้อบังคับนี้ คำว่า “พนักงานเจ้าหน้าที่” นั้น

(ก)ในกรุงเทพพระมหานคร นายทะเบียนใหญ่ในกองสมุหพระนครบาล หรือพนักงานอื่นซึ่งสมุหพระนครบาลจะได้มอบหมายให้ทำการแทนสมุหพระนครบาล

(ข)ในหัวเมือง คือผู้ว่าราชการจังหวัดฤๅพนักงานอื่นซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมายให้ทำการแทน

ข้อการให้อำนาจแก่มูลนิธินั้นจะได้รับต่อเมื่อทำเรื่องราวเปนลายลักษณอักษรร้องขอไปตามแบบซึ่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยจะกำหนดและลงชื่อผู้ยื่นเรื่องราว กับทั้งต้องมีข้อความสำคัญทั้งหลายที่กล่าวไว้ในมาตรา ๘๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ด้วย เรื่องราวนี้ให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าน่าที่พร้อมด้วยสำเนาตราสารตั้งมูลนิธิอันได้รับรองแล้วแนบไปด้วย

ให้ออกใบเสร็จรับเรื่องราวแก่ผู้ยื่นเรื่องราวไว้เปนคู่มือฉบับหนึ่ง

ข้อเมื่อได้รับเรื่องราวและทำการไต่สวนแล้ว ให้พนักงานเจ้าน่าที่ส่งเรื่องราวและสำเนาตราสารตั้งมูลนิธิพร้อมด้วยความเห็นของตนไปยังเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยโดยเร็ว

ข้อภายในกำหนด ๓ เดือนนับแต่ได้รับเรื่องราวเปนต้นไป ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยแจ้งไปทางพนักงานเจ้าน่าที่เพื่อให้ผู้ยื่นเรื่องราวทราบว่า ได้วินิจฉัยยอมให้อำนาจแก่มูลนิธิฤๅหาไม่

ใจความสำคัญแห่งมูลนิธิ และวันเดือนปีที่ให้อำนาจแก่มูลนิธินั้น ให้โฆษนาในราชกิจจานุเบกษา

ข้อในกรุงเทพพระมหานคร ให้มีบาญชีรายชื่อมูลนิธิทั้งหลายอันได้ให้อำนาจแล้วแสดงวันเดือนปีที่ได้ให้อำนาจนั้นสองฉบับ เก็บรักษาไว้ณศาลาว่าการสมุหพระนครบาลฉบับหนึ่ง และที่กระทรวงมหาดไทยฉบับหนึ่ง

ส่วนในหัวเมือง ให้มีบาญชีสามฉบับ เก็บรักษาไว้ที่ศาลากลางจังหวัดฉบับหนึ่ง ที่ศาลารัฐบาลมณฑลฉบับหนึ่ง และที่กระทรวงมหาดไทยฉบับหนึ่ง

เรื่องราวและสำเนาตราสารตั้งมูลนิธินั้น ให้ส่งคืนไปยังพนักงานเจ้าน่าที่เพื่อจะได้เก็บรักษาไว้ณที่ทำการนั้น ๆ

บุคคลใด ๆ ย่อมเข้าตรวจดูบาญชีรายชื่อและเอกสารต่าง ๆ อันเกี่ยวแก่การให้อำนาจมูลนิธิได้ในระหว่างเวลาทำการงาร ถ้าและบุคคลใดจะขอสำเนาบาญชีฤๅใบสำคัญแสดงว่ามูลนิธินั้น ๆ มีอยู่ในบาญชีให้เจ้าน่าที่รับรองด้วยนั้น ก็ให้พนักงานเจ้าน่าที่ออกให้

ข้อการเปลี่ยนแปลงข้อความสำคัญทั้งหลายที่กล่าวในมาตรา ๘๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ต้องบอกกล่าวแก่พนักงานเจ้าน่าที่ก่อน ๑๕ วัน ใจความที่เปลี่ยนแปลงข้อสำคัญนี้ให้โฆษนาในราชกิจจานุเบกษา

ข้อค่าฤชาธรรมเนียมนั้นให้เรียกดังต่อไปนี้ คือ

(๑)ค่าเรื่องราว ฉบับละ ๕ บาท

(๒)ค่าตรวจดูบาญชีรายชื่อมูลนิธิและเอกสารอย่างอื่น ครั้งละ ๑ บาท

(๓)ค่าคัดสำเนาบาญชีรายชื่อฤๅใบสำคัญดังกล่าวมาในมาตราก่อน ร้อยคำแรก ๑ บาท ร้อยคำหลังฤๅเศษของร้อย ๕๐ สตางค์

ให้ออกใบเสร็จเปนสำคัญแก่ผู้ชำระเงินด้วย

ข้อให้พนักงานเจ้าน่าที่ซึ่งกล่าวมาในกฎข้อบังคับนี้เปนทบวงการเจ้าน่าที่ตามมาตรา ๙๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

กระทรวงมหาดไทย
กฎให้ไว้ณวันที ๓๐ ธันวาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๘
เจ้าพระยายมราช
เสนาบดี
(ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๒ วันที่ ๓ มมกาคม น่า ๒๕๐)