ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2568
เล่ม ๑๔๓ตอนพิเศษ ๑ ง
๒ มกราคม ๒๕๖๙
ราชกิจจานุเบกษา
โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๖๖ บัญญัติให้ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร คณะรัฐมนตรีจะขอให้มีการออกเสียงประชามติในเรื่องใดอันมิใช่เรื่องที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือเรื่องที่เกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคลใดก็ได้ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าจะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๘/๒๕๖๘ ลงวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๘ รวมทั้งเห็นว่ามีเหตุอันสมควรที่จะให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึงเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมาตรา ๙ วรรคสอง (๒) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔
ในการนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศกำหนดให้วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปแล้ว ซึ่งมาตรา ๑๑ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการออกเสียงประชามติ โดยกรณีที่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อาจกำหนดให้วันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งทั่วไปก็ได้ แต่ต้องไม่เร็วกว่าหกสิบวันและไม่ช้ากว่าหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เว้นแต่กรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุผลความจำเป็นเกี่ยวกับงบประมาณ หรือเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ คณะรัฐมนตรีอาจกำหนดวันแตกต่างจากที่กำหนดได้ ซึ่งในกรณีนี้คณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุความจำเป็นให้มีการออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เพื่อเป็นการประหยัดและใช้งบประมาณแผ่นดินโดยคุ้มค่า เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากที่สุด รวมทั้งเป็นการช่วยลดภาระของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ต้องดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่แตกต่างกันด้วย ตลอดจนได้ส่งข้อมูลและสาระสำคัญในเรื่องที่จะให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่ง เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้วเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๑ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ ประกอบมาตรา ๙ วรรคสอง (๒) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ กำหนดให้วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นวันออกเสียงประชามติในประเด็นคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”
จึงประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรี
งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (3) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า
- "มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
- (1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
- (2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
- (3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
- (4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
- (5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"
Public domainPublic domainfalsefalse