ข้ามไปเนื้อหา

ประชุมกฎหมายประจำศก/เล่ม 57/เรื่อง 57

จาก วิกิซอร์ซ
พระราชบัญญัติ
ราชบัณฑิตยสถาน (ฉะบับที่ ๒)
พุทธศักราช ๒๔๘๗

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๗)
ปรีดี พนมยงค์
ตราไว้ ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๗
เป็นปีที่ ๑๑ ในรัชชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดั่งต่อไปนี้

มาตราพระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉะบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๗”

มาตราพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

มาตรา๑๓ภาคีสมาชิกได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาใดสาขาหนึ่งแห่งวิชาซึ่งสมัครเข้าทำการร่วมกับราชบัณฑิตยสถานโดยได้ยื่นความจำนงตามระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน และเมื่อราชบัณฑิตยสถานได้รับสมัครแล้ว

คุณวุฒิดังกล่าวในวรรคก่อนได้แก่การแสดงความสามารถดังต่อไปนี้

(๑)ได้คิดขึ้นใหม่หรือคิดแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นซึ่งแบบวิธีหรือหลักอันใดซึ่งราชบัณฑิตยสถานเห็นว่าเป็นประโยชน์ถึงขนาด

(๒)ได้แต่งหนังสือซึ่งราชบัณฑิตยสถานเห็นว่าดีถึงขนาด และหนังสือนั้นได้พิมพ์โฆษณาแล้ว ถ้าเป็นหนังสือซึ่งแปลจากภาษาอื่น ต้นฉะบับต้องเป็นที่ยกย่องกันว่าเป็นหนังสือชั้นเยี่ยม และคำแปลนั้นเป็นคำแปลที่ถูกต้อง

(๓)ได้แสดงฝีมือจนมีชื่อเสียงเกียรติคุณในศิลป หรือ

(๔)ได้เคยสอนวิชาฉะเพาะในฐานะอาจารย์แห่งสำนักอุดมศึกษาซึ่งรัฐบาลได้รับรองแล้ว”

มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

มาตรา๑๖การเลือกและการแต่งตั้งราชบัณฑิตในตำแหน่งใหม่ ให้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้

(๑)ให้นายกราชบัณฑิตยสถานเสนอความเห็นขออนุมัติให้มีการเลือกราชบัณฑิตต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อนายกรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว ให้ดำเนินการได้

(๒)ก่อนการเลือกหกสิบวัน ให้เลขาธิการราชบัณฑิตยสถานแจ้งแก่ภาคีสมาชิกและผู้ที่เคยเป็นภาคีสมาชิกในสาขาวิชานั้น ๆ ผู้ใดประสงค์จะเข้ารับเลือก ให้ยื่นความจำนงต่อเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน

(๓)ผู้ที่จะเข้ารับเลือกต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังนี้

(ก)มีสัญชาติไทย

(ข)มีอายุสามสิบห้าปีบริบูรณ์แล้ว

(ค)เป็นหรือเคยเป็นภาคีสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ตามความในมาตรา ๖ จนได้รับความนิยมว่าเป็นผู้มีความรู้แตกฉานในสาขาวิชาที่ตนสมัครรับเลือกนั้น

(ง)ไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง

(๔)เมื่อที่ประชุมราชบัณฑิตยได้เลือกผู้ใดแล้ว ให้นายกราชบัณฑิตยสถานรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิต”

มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

มาตรา๑๗การเลือกและการแต่งตั้งราชบัณฑิตในตำแหน่งที่ว่าง ให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๑๖ มารใช้บังคับโดยอนุโลม”

มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

มาตรา๑๙สมาชิกราชบัณฑิตยสถานพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุ

(๑)ตาย

(๒)ลาออก

(๓)ไร้ความสามารถ

(๔)ขาดสัญชาติไทย

(๕)ไม่สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ของราชบัญฑิตยสถานตามความในมาตรา ๖ และที่ประชุมราชบัณฑิตวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งโดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนราชบัณฑิตที่มาประชุม หรือ

(๖)มีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง และที่ประชุมราชบัณฑิตวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งโดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนราชบัณฑิตที่มาประชุม

ในกรณีที่ราชบัณฑิตพ้นจากตำแหน่ง ให้นายกราชบัณฑิตยสถานรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ”

มาตราให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ควง อภัยวงศ์
นายกรัฐมนตรี
(๖๑ ร.จ. ๑๒๐๕ ตอนที่ ๗๙ ลงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๔๗๗)