ประชุมกฎหมายประจำศก/เล่ม 57/เรื่อง 57
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๗)
เป็นปีที่ ๑๑ ในรัชชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดั่งต่อไปนี้
มาตรา๑พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉะบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๗”
มาตรา๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา๓ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๑๓ภาคีสมาชิกได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาใดสาขาหนึ่งแห่งวิชาซึ่งสมัครเข้าทำการร่วมกับราชบัณฑิตยสถานโดยได้ยื่นความจำนงตามระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน และเมื่อราชบัณฑิตยสถานได้รับสมัครแล้ว
คุณวุฒิดังกล่าวในวรรคก่อนได้แก่การแสดงความสามารถดังต่อไปนี้
(๑)ได้คิดขึ้นใหม่หรือคิดแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นซึ่งแบบวิธีหรือหลักอันใดซึ่งราชบัณฑิตยสถานเห็นว่าเป็นประโยชน์ถึงขนาด
(๒)ได้แต่งหนังสือซึ่งราชบัณฑิตยสถานเห็นว่าดีถึงขนาด และหนังสือนั้นได้พิมพ์โฆษณาแล้ว ถ้าเป็นหนังสือซึ่งแปลจากภาษาอื่น ต้นฉะบับต้องเป็นที่ยกย่องกันว่าเป็นหนังสือชั้นเยี่ยม และคำแปลนั้นเป็นคำแปลที่ถูกต้อง
(๓)ได้แสดงฝีมือจนมีชื่อเสียงเกียรติคุณในศิลป หรือ
(๔)ได้เคยสอนวิชาฉะเพาะในฐานะอาจารย์แห่งสำนักอุดมศึกษาซึ่งรัฐบาลได้รับรองแล้ว”
มาตรา๔ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๑๖การเลือกและการแต่งตั้งราชบัณฑิตในตำแหน่งใหม่ ให้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้
(๑)ให้นายกราชบัณฑิตยสถานเสนอความเห็นขออนุมัติให้มีการเลือกราชบัณฑิตต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อนายกรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว ให้ดำเนินการได้
(๒)ก่อนการเลือกหกสิบวัน ให้เลขาธิการราชบัณฑิตยสถานแจ้งแก่ภาคีสมาชิกและผู้ที่เคยเป็นภาคีสมาชิกในสาขาวิชานั้น ๆ ผู้ใดประสงค์จะเข้ารับเลือก ให้ยื่นความจำนงต่อเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน
(๓)ผู้ที่จะเข้ารับเลือกต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังนี้
(ก)มีสัญชาติไทย
(ข)มีอายุสามสิบห้าปีบริบูรณ์แล้ว
(ค)เป็นหรือเคยเป็นภาคีสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ตามความในมาตรา ๖ จนได้รับความนิยมว่าเป็นผู้มีความรู้แตกฉานในสาขาวิชาที่ตนสมัครรับเลือกนั้น
(ง)ไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง
(๔)เมื่อที่ประชุมราชบัณฑิตยได้เลือกผู้ใดแล้ว ให้นายกราชบัณฑิตยสถานรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิต”
มาตรา๕ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๑๗การเลือกและการแต่งตั้งราชบัณฑิตในตำแหน่งที่ว่าง ให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๑๖ มารใช้บังคับโดยอนุโลม”
มาตรา๖ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๑๙สมาชิกราชบัณฑิตยสถานพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุ
(๑)ตาย
(๒)ลาออก
(๓)ไร้ความสามารถ
(๔)ขาดสัญชาติไทย
(๕)ไม่สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ของราชบัญฑิตยสถานตามความในมาตรา ๖ และที่ประชุมราชบัณฑิตวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งโดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนราชบัณฑิตที่มาประชุม หรือ
(๖)มีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง และที่ประชุมราชบัณฑิตวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งโดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนราชบัณฑิตที่มาประชุม
ในกรณีที่ราชบัณฑิตพ้นจากตำแหน่ง ให้นายกราชบัณฑิตยสถานรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ”
มาตรา๗ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ควง อภัยวงศ์
นายกรัฐมนตรี