ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 1/จาฤกศิลาวัดจุฬามณี

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ดูฉบับอื่นของงานนี้ที่ จารึกวัดจุฬามณี
สารบัญ
โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ
ไม่ปรากฏผู้สร้างสรรค์

อธิบายจาฤกศิลาวัดจุฬามณี

ในหนังสือพระราชพงษาวดารฉบับอื่นมีความปรากฎตอน ๑ ว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถสร้างวิหารวัดจุฬามณีแล้ว แลเสด็จออกทรงผนวชอยู่วัดจุฬามณี ๘ เดือน ความข้อนี้ ทราบว่า ผู้ศึกษาพงษาวดารตั้งแต่ในรัชกาลที่ ๔ ได้พากันค้นหาวัดจุฬามณีในกรุงเก่าไม่พบ แลไม่มีใครรู้ว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถทรงผนวชที่วัดจุฬามณีไหน ต่อมา ได้หนังสือพระราชพงษาวดาร ฉบับหลวงประเสริฐ จึ่งทราบแน่ชัดว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถเสด็จขึ้นไปเสวยราชสมบัติอยู่เมืองพิศณุโลกคราว ๑ ไปทรงผนวชที่วัดจุฬามณีเมืองพิศณุโลก แลจึงได้ความเข้าใจกันในพวกโบราณคดีว่า ทำไมผู้ศึกษาพงษาวดารแต่ก่อนจึงหาวัดจุฬามณีในกรุงเก่าไม่พบ ในขณะที่โจทกันอยู่ในเรื่องนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนลพบุรีราเมศวร์ เสด็จขึ้นไปตรวจราชการมหาดไทยที่เมืองพิศณุโลก ไปพบศิลาจาฤกมีอยู่ที่วัดจุฬามณี จึงคัดประทานมาทันลงพิมพ์พร้อมกับเมื่อพิมพ์พระราชพงษาวดาร ฉบับหลวงประเสริฐ ครั้งแรก จาฤกนี้เปนพยานว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถได้ทรงผนวชที่เมืองพิศณุโลกแน่นอน จึงได้พิมพ์คำจาฤกไว้ด้วย

จาฤกศิลาวัดจุฬามณี

ลุศักราช ๘๒๖ ปีวอกนักษัตร อันดับน้นน สมเด็จพระรามาธิบดีศรีบรมไตรโลกนารถบพิตรเปนเจ้าให้สร้างอารามจุฬามณีที่จะเสดจออกทรงมหาภิเนษกรม ขณะน้นน เอกราชทั้งสามเมือง คือ พญาล้านช้าง แลมหาราชพญาเชียงใหม่ แลพญาหงษาวดี ชมพระราชศรัทธา ก็แต่งเครื่องอัฐบริขารให้มาถวาย.

ลุศักราช ๘๒๗ ปีรกานักษัตร เดือนแปด ขึ้นสิบสี่ค่ำ ครุเทพวาร สมเด็จพระรามาธิบดีศรีบรมไตรโลกนารถบพิตรเป็นเจ้าเสด็จทรงพระผนวช แลสมเด็จพระราชเอารสท่านกราบลงกับพระบาท แล้วก็สู่พระราเชนทรยาน แลท่านก็ให้บวชพระสงฆ์ปริวัตรก่อนห้าพระองค แล้วท่านจึงทรงเครื่องบรรพชิต แลพระสงฆ์บวชโดยเสด็จทั้งสี่คณะ ๒๓๔๘ พระองค์ แต่สมเด็จพระรามาธิบดีศรีบรมไตรโลกนารถบพิตรเป็นเจ้าทรงพระผนวชอยู่ได้แปดเดือน สิบห้าวัน ครั้นเถิงเดือนห้า สมเด็จพระเอารสท่านแลพฤฒามาตย์ทั้งหลายถวายบังคมขออัญเชิญพระองค์เสด็จลาผนวชช่วยครองราษฎรกรรมทั้งปวง ท่านก็เสด็จปริวัตร แล้วก็ล่องลงมายังกรุงพระมหานครศรีอยุทธยา.

พุทธศักราชได้ ๒๒๒๒ ปีปลาย ๑๐ เดือนห้าวันวอกโทศก (จุลศักราช ๑๐๔๒) รุ่งแล้วห้าโมง หลวงสิทธิมหาดเล็กรับพระราชโองการ แลหมื่นราชสังฆการีรับหมายรับผ้าพระราชทาน ให้พระครูธรรมไตรโลกยนารถราชมุนีสีลวิสุทธาจารย์อธิการณอารามจุฬามณีทาบรอยพระพุทธบาทด้วยพระเดชสมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารธรรมิกราชาธิราชเจ้าผู้ประเสริฐในภพ มีพระโองการตรัสให้อนุญาตให้ไปประดิษฐานไว้ณอารามวัดจุฬามณีเปนที่นมัสการแด่สมณะพราหมณาจารยแลประชาราษฎรอันมิได้มานมัสการพระพุทธบาท แลจึงพระราชทานแผ่นศิลาควร(ถุทุณา)พระพุทธบาทแลแผ่นศิลาแผ่นหนึ่งให้ลงจาฤกพระราชวงษาวดารแลพระราชตำราแลกัลปนาข้าพระจุลามณีอันประจุพระเกษาแลเปนข้าพระพุทธบาท ลุศักราช ๑๐๔๓ ปีรกา ตรีณิศก วันสุกร ขึ้นค่ำหนึ่ง ยามศุกร ๑๐ ชั้นฤกษ ๒๑ รับพระพุทธบาทประดิษฐานไว้ในมณฑป.

ตำรานี้พิจารณาแล้วแลปิดตรามนุษถือสมุดพระศรีสุเรนทราธิบดีอภัยพิริยาพรหมเทพราชมาตยาธิบดีศรีกลาสมุดสมุหพระสุรัสวดีประจำอักษรไว้กลาง(ขหนบ วน)ศก เดือนอ้าย ขึ้นสิบเบ็จค่ำ รกานักษัตร ตรีณิศก จึงพระศรีสรรเพ็ชสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิศวรราชาธิราชเมศวรธรรมิกราชเดโชชัยบรมเทพาดิเทพตรีภูวนาธิเบศรโลกเชษฐวิสุทธิมกุฏพุทธางกูรบรมจักรพรรดิศวรธรรมิกราชาธิราชอันประเสริฐ เสด็จอยู่ในพระที่นั่งศรีสุริยาศน์อมรินทราชมหาสถานโดยอุตราภิมุข จึงพระพิมลธรรมอนันตญาณสุทธอุดมราชกระวีศรีสงฆบรินายกติปิฎกธรวรญาณคำภีรสธรรมราชมุณีบพิตรถวายพระพรทูลพระกรุณาว่า เมืองพิศณุโลกแต่ก่อนน้นน มีข้าพระเปนกัลปนาพระราชทานอุทิศไว้สำหรับพระอาราม แลบัดนี้ ข้าพระทั้งปวงแตกฉานซ่านเซนอยู่ แลคนเปนเดิมข้าพระไปอยู่อื่นนั้นควรภิกษุ...(ศิลาชำรุด)...ทังสิบแปดคนนี้เปนข้าพระณอารามจุลามณี...(ชำรุด)...สิบแปดคนนี้แลถวายไว้ให้คงเปนข้าพระณอารามจุลามณีตามเดิมมาแต่ก่อนแล้ว ถ้าบุคคลผู้ใดแลเอาคนข้าพระสิบแปดคนอันพระกัลปนาพ...(ชำรุด)...ท่านไว้เปนข้าพระอารามพระจุลามณีไปใช้สอยกิจราชการ...(ชำรุด)...ไปทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง...(ชำรุด) บุท...(ชำรุด)...จงไปตกนรกหมกไหม้ใต้บาดาลได้ทุกข์นิรันดร แล้วอย่าได้พบพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์จงทุกชาติเลย ๚