ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 12



- นางแข วิรัชเวชกิจ
- เกิดเมื่อวันสุกร์ เดือน ๑๐ ปีฉลู ตรงวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๐๘
- ถึงแก่กรรมวันพุฒ เดือน ๘ แรม ๑๑ ค่ำ ตรงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๒
- อายุ ๕๕ ปี
คุณหญิงสุรเสนาจะทำการปลงศพสนองคุณนางแขวิรัชเวชกิจ มารดาของคุณหญิงสุรเสนา มีศรัทธาจะพิมพ์หนังสือแจกในงานศพสักเรื่อง ๑ ชอบหนังสือประชุมพงษาวดาร ภาคที่ ๑๒ ซึ่งหอพระสมุดฯ ได้พิมพ์เมื่อต้นปีนี้ แลยังมีฉบับอยู่ที่โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร ขออนุญาตแจกหนังสือประชุมพงษาวดาร ภาคที่ ๑๒ ในงานศพนางแข วิรัชเวชกิจ กรรมการหอพระสมุดอนุโมทนาแลอนุญาตตามประสงค์
หนังสือประชุมพงษาวดาร ภาคที่ ๑๒ นี้มีเรื่องจดหมายเหตุของราชทูตฝรั่งเศสเข้ามาเจริญทางพระราชไมตรีครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายน์ เรื่อง ๑ กับเรื่องจดหมายเหตุของหมอบรัดเล เรื่อง ๑
เรื่องจดหมายเหตุราชทูตฝรั่งเศสนั้น เปนระยะทางเชวเลียเดอโชมอง เอกอรรคราชทูตฝรั่งเศสซึ่งพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ให้เข้ามาเจริญทางพระราชไมตรียังสมเด็จพระนารายน์มหาราชเมื่อคฤศตศก ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๑๒๒๘) เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) แต่ยังเปนพระยาจางวางมหาดเล็ก ได้แปลจากภาษาอังกฤษออก เปนภาษาไทย ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อปีระกา พ.ศ. ๒๔๒๗
จดหมายเหตุของหมอบรัดเลนั้น หมอบรัดเลเปนมิชชันนารีอเมริกัน เข้ามาตั้งสอนศาสนาคฤศตังอยู่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ในรัชกาลที่ ๓ ได้จดหมายเหตุการณ์ซึ่งรู้เห็นลงไว้ ครั้นทีหลังเมื่อมาตั้งโรงพิมพ์อยู่ที่ปากคลองบางกอกใหญ่ หมอบรัดเลทำหนังสือปดิทินเรียกว่า "บางกอกคาเลนดา" พิมพ์จำหน่ายประจำปี ๆ ละเล่มตั้งแต่คฤศตศก ๑๘๕๙ มาจนคฤศตศก ๑๘๗๓ คือ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๐๒ จน พ.ศ. ๒๔๑๖ หมอบรัดเลถึงแก่ความตาย หนังสือปดิทินนี้ก็หยุด มิได้พิมพ์ต่อมา ในหนังสือบางกอกคาเลนดาที่หมอบรัดเลพิมพ์นั้นมีตอนหนึ่งเรียกว่า เหตุการณ์อันควรกำหนด คือ ในปีไหนเกิดเหตุการณ์อย่างไร เมื่อวันไร อันควรกำหนดจดจำไว้ ก็จดพิมพ์ลงไว้แทบทุกเล่ม ข้าพเจ้าได้แปลจดหมายเหตุนี้เลือกเฉภาะแต่ที่เห็นว่า ไทยจะอยากรู้เห็น ออกมาเรียบเรียงเปนส่วน ๑ มีจดหมายเหตุการณ์ตั้งแต่ในรัชกาลที่ ๓ จนรัชกาลที่ ๕ เห็นว่า จะมีผู้ชอบอ่าน ด้วยมีการแปลก ๆ ที่น่ารู้อยู่ในจดหมายเหตุของหมอบรัดเลหลายอย่าง
ข้าพดจ้าขออนุโมทนาในกุศลบุญราษีทักษิณานุปทานซึ่งคุณหญิงสุรเสนาได้บำเพ็ญสนองคุณนางแข วิรัชเวชกิจ แลได้พิมพ์หนังสือเรื่องนี้ให้ได้อ่านกันแพร่หลาย เชื่อว่า ท่านทั้งหลายที่ได้รับสมุดเล่มนี้ไปคงอนุโมทนาทั่วกัน.
งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า
- ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
- ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
- ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
- เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
- เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณางานนั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
- ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
- ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
- แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก
Public domainPublic domainfalsefalse