ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 2 (2457)/เรื่องตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราช

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สารบัญ
เรื่องตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราช
  1. เรื่องตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราชครั้งกรุงเก่า
    กฎ ลงวันศุกร์ ขึ้น 10 ค่ำ เดือนยี่ ปีจอ จ.ศ. 1104
    รายการค่าธรรมเนียม
    พระราชโองการ
    พระสุพรรณบัฏ
    หนังสือสนองพระราชโองการ
  2. เรื่องตั้งพระเจ้านครศรีธรรมราชครั้งกรุงธนบุรี
  3. เรื่องตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์)
  4. เรื่องตั้งพระบริรักษ์ภูเบศร์เป็นพระยานครศรีธรรมราช

ที่เมืองนครศรีธรรมราชมีต้นหนังสือแลสำเนาหนังสือเก่า ๆ เก็บรวบรวมสะสมไว้มาก เมื่อพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เสด็จไปเมืองนครศรีธรรมราชคราวใด เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีได้ค้นหนังสือเก่า ๆ เหล่านี้ถวายมาแทบทุกคราว ในหนังสือพวกนี้มีสำเนาหนังสือเรื่องตั้งผู้สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราชแต่ก่อนมา ๔ ครั้ง คือ

ครั้งที่  เมื่อปีจอ จัตวาศก จุลศักราช ๑๑๐๔ ปี ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐกรุงเก่า ตั้งพระยาไชยาธิเบศร์เปนเจ้าพระยานครศรีธรรมราช

ครั้งที่  เมื่อปีวอก อัฐศก จุลศักราช ๑๑๓๘ ปี เจ้ากรุงธนบุรีตั้งเจ้านครเปนพระเจ้าประเทศราช

ครั้งที่  เมื่อปีมโรง ฉศก จุลศักราช ๑๑๔๖ ปี ตั้งกรุงรัตนโกสินทรแล้ว ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงตั้งเจ้าพัฒน์เปนเจ้าพระยานครศรีธรรมราช

ครั้งที่  เมื่อปีมแม ตรีศก จุลศักราช ๑๑๗๓ ปี ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงตั้งพระบริรักษ์ภูเบศร์ (คือ เจ้าพระยานคร น้อย) เปนพระยานครศรีธรรมราช

เห็นว่า หนังสือเหล่านี้เปนสำเนาอันแท้จริง มิใช่ของปลอม แลเปนเรื่องราวอันสมควรจะลงพิมพ์รักษาไว้ไม่ให้หายสูญ โดยเปนหนังสือที่มีประโยชน์ในทางความรู้พงษาวดารแลแบบแผนประเพณีเก่า จึงได้นำมาลงพิมพ์ไว้

กฎให้แก่นายเทียรฆราษ อาลักษณ์ นายสวัสดิ์ภักดี ชาววัง โกชาอิสหาก กรมพระคลัง นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ แวงจัตุลังคบาทซ้ายขวา ด้วยทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า ให้พระยาไชยาธิเบศร์เปนเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช ชาติเดโชไชย มไหสุริยาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช แลให้นายเทียรฆราษ อาลักษณ์ นายสวัสดิ์ภักดี ชาววัง โกชาอิสหาก นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ แวงจัตุลังคบาท จำทูลพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร เสด็จไปมอบเมืองนครศรีธรรมราชให้แก่พระยาไชยาธิเบศร์เปนเจ้าพระยานครศรีธรรมราชตามธรรมเนียม ครั้นพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร เสด็จโดยนายเทียรฆราษ นายสวัสดิ์ภักดี โกชาอิสหาก นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ แวงจัตุลังคบาท จำทูลไปถึงด่านขนอนแลบ้านใดเมืองใดตำบลใดไซ้ ก็ให้ผู้จำทูลว่าแก่ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการนายบ้านนายอำเภอแลนายพขนอนด่านคอยณตำบลนั้นแต่งพานขันหมากเข้าตอกดอกไม้ธูปเทียนมากราบถวายบังคมพระราชโองการจงทุกหัวเมือง แล้วให้ผู้จำทูลเรียกเอาค่าตำแหน่งศักดิ์แก่ผู้มากราบถวายบังคมจงทุกหัวเมืองระยะทางพระราชโองการเสด็จไปนั้น แล้วให้เลี้ยงดูข้าหลวงผู้จำทูลแลไพร่จงสมควร ถ้าแลจะเชิญพระราชโองการเสด็จจากที่นั้นตำบลนั้นไป ก็ให้กรมการนายพขนอนด่านคอยแลนายบ้านนายอำเภอแต่งเรือแห่แหนป้องกันพิทักษ์รักษาส่งสืบกันไปตามธรรมเนียมพระราชโองการเสด็จไปมอบเมืองแต่ก่อนนั้นจงทุกหัวเมืองกว่าจะถึงเมืองนครศรีธรรมราช อย่าให้เปนเหตุการประการใดได้ แล้วอย่าให้หยุดอยู่ช้าถึงสองวันสามวัน แลให้เร่งรีบไปจงฉับพลัน อนึ่ง เมื่อเรือทรงพระราชโองการเสด็จโดยทางชลมารคนั้น ให้ห้ามปรามผู้คนไปมาอย่าให้กั้นร่มโพกศีศะมาใกล้กรายแลผ่านไปมาน่าเรือทรงพระราชโองการแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ถ้าแลเรือทรงพระราชโองการจะประทับอยู่ร้อนแรมณที่ใดตำบลใดนั้น ก็ให้ผู้จำทูลทั้งปวงดูที่ฐานให้ชอบแลสมควร จึงให้หยุดอยู่ณที่นั้นตำบลนั้น แลให้ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการนายด่านนายพขนอนนายบ้านนายอำเภอตำบลนั้นกะเกณฑ์ผู้คนให้สรรพด้วยเครื่องสาตราวุธให้ตรวจตระเวนแลตั้งร้านเพลิงแลกองเพลิงนั่งยามพิทักษ์รักษาพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร อย่าให้เปนเหตุการประการใดณกลางทางแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ครั้นพระราชโองการเสด็จจากที่ร้อนแรมตำบลนั้นไป ก็ให้ผู้รักษาเมืองแลกรมการนายด่านนายพขนอนนายบ้านนายอำเภอแห่แหนป้องกันพิทักษ์รักษาส่งเสด็จพระราชโองการสืบ ๆ กันไปตามแดนตามอำเภอกว่าจะถึงเมืองนคร อนึ่ง ถ้าจะเชิญเสด็จพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร เสด็จไปประทับเมืองเพ็ชรบุรี ไปสถลมารคไซ้ ก็ให้ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการรับเสด็จพระราชโองการขึ้นไว้ณหอพระราชโองการเมืองเพ็ชรบุรี แลให้ล้อมระเนียด แลรั้วไก่ แลร้านเพลิง แลทิมดาบซ้ายขวา แล้วให้กะเกณฑ์ขุนหมื่นไพร่สรรพด้วยเครื่องสาตราวุธมานั่งยามกองเพลิงพิทักษ์รักษาอย่าให้เปนเหตุการประการใดได้ ครั้นพระราชโองการเสด็จไปโดยสถลมารคไซ้ ก็ให้ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการแต่งช้างพังพลายอันราบคาบดีนั้นผูกกระโจมทรงพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร แลช้างดั้ง ช้างกัน แลโคเกวียน แลกะเกณฑ์ขุนหมื่นแลไพร่พลสรรพด้วยเครื่องสาตราวุธแห่แหนป้องกันสืบ ๆ กันไปจงทุกหัวเมืองกว่าจะถึงเมืองนคร อย่าให้เปนเหตุการประการใดได้ ครั้นพระราชโองการเสด็จไปยังทางประมาณวันหนึ่งสองวันจะถึงเมืองนครไซ้ ก็ให้ผู้จำทูลว่ากล่าวแก่ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการณเมืองนั้นตำบลนั้นให้ปลูกหอพระราชโองการเปนมณฑป ตั้งระเนียด รั้วไก่ ร้านไฟ แลทิมดาบซ้ายขวา แล้วเชิญพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร ขึ้นไว้ แล้วให้สรรพด้วยเครื่องสาตราวุธนั่งยามกองเพลิงเปนกองซุ่มกองรายพิทักษ์รักษาทั้งกลางวันกลางคืน อย่าให้เปนเหตุการประการใดได้ แลให้ประโคมฆ้องกลองแตรสังข์ตามธรรมเนียม แลให้ตรวจจัดสารวัดห้ามปรามผู้คนอย่าให้ขี่ช้างม้า ใส่หมวก กั้นร่ม โพกศีศะ แลถือเครื่องสาตราวุธผ่านไปมาได้กว่าพระราชโองการจะเสด็จไปเมืองนคร แลให้กรมการแต่งขุนหมื่นถือหนังสือเปนราวข่าวไปถึงหลวงศรีราชสงครามภักดี ปลัด แลหลวงภักดีราช ยกรบัตร แลกรมการทั้งหลายณเมืองนคร ให้ปลูกหอเปนมณฑป แลตั้งระเนียด รั้วไก่ ร้านไฟ แลทิมดาบ แลเกยซ้ายขวา แลฉนวน แลเกยช้างสำหรับพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร ตามธรรมเนียม แล้วให้เกณฑ์พระหลวงขุนหมื่นณเมืองนครให้สรรพด้วยธงเทียวฆ้องกลองแตรสังข์มาแห่รับพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร ไปประทับฉนวนขึ้นบนเกย จึงเอาคานหามเข้ารับพระราชโองการถึงพระมณฑป แล้วให้แต่งขุนหมื่นกรมการคุมไพร่มีเครื่องสาตราวุธสำหรับมืออยู่นั่งยามตามเพลิงตระเวนจงสมควร ให้แต่งเปนกองซุ่มกองรายพิทักษ์รักษาอย่าให้เปนเหตุการประการใดได้ แลให้ประโคมฆ้องกลองแตรสังข์ณทิมดาบซ้ายขวาจงทุกเวลาตามธรรมเนียม แล้วให้เจ้าพนักงานไปกวาดแผ้วพระวิหารวัดมหาธาตุ แลตั้งเบญจาสามชั้นหุ้มผ้าขาวมีเสาเพดานแล้วกั้นม่านรอบ แลม่านน่านั้นเปนม่านสองไข แลปูเสื่อพรมตั้งเตียงทองสำหรับรองพระราชโองการในเบญจาในพระวิหารวัดมหาธาตุจงสรรพไว้ ครั้นได้ฤกษ์ จึงให้กรมการนิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะ ๕ รูป อันดับ ๑๕ รูป มาพร้อมกันในพระวิหารนั้น แล้วให้พระหลวงขุนหมื่นกรมการแลหลวงขุนหมื่นณเมืองนคร แลผู้รั้งกรมการหัวเมืองซึ่งขึ้นแก่เมืองนครนั้น นุ่งสมปักขาว ห่มเสื้อขาว แต่งพานหมาก ถวายบังคมพร้อมกันแล้ว แลให้ตั้งแห่น่าหลังเปนคู่แห่เรียงกันไปจนถึงพระวิหาร แล้วให้ประโคมแตรสังข์ฆ้องกลองขึ้น แลข้าหลวงผู้จำทูลพระราชโองการนั้นจึงเชิญพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร เสด็จเข้าในพระวิหาร นั่งเหนือเตียงทองลาดผ้าขาวตั้งเบญจานั้น แล้วชักม่านสองไขปิดไว้ จึงให้ผู้จำทูลนั้นประนมมืออยู่ณที่นั้น แลน่าเบญจานั้นให้ปูพรมลาดผ้าแต่ตราหนึ่งสำหรับผู้จะยืนอ่านพระราชโองการแลอ่านพระสุพรรณบัตร แล้วให้เจ้าพระยานครนุ่งผ้าสมปักขาวชายกรวย ห่มเสื้อขาว ใส่พอกเกี้ยวดอกไม้ไหว ขึ้นคานหาม ให้หลวงขุนหมื่นตามพนักงานแห่เข้ามาถึงประตูพระวิหาร ให้นั่งน่าเบญจาออกมาประมาณ ๔ ศอก ให้มีพานขันหมากถวายบังคม แลให้พระหลวงขุนหมื่นกรมการแลเมืองขึ้นทั้งปวงนั่งโดยอันดับเปน ๒ แถว ให้ปูเช็ดหน้า เรียงเข้าตอกดอกไม้หมากพลูธูปเทียน แล้วจึงให้ประโคมแตรสังข์ฆ้องกลอง แล้วนายแวงผู้จำทูลพระราชโองการนั้นจึงชักม่าน แลชาววังกรมพระคลังผู้จำทูลนั้นนั่งถัดแวงออกมาตามซ้ายขวา แลให้เจ้าพระยานครแลพระหลวงขุนหมื่นกรมการทั้งปวงกราบถวายบังคมสามลาแล้วสงบอยู่ก่อน ครั้นสุดเสียงกลองแลแตรสังข์แล้ว จึงให้เจ้าพระยานครพระหลวงขุนหมื่นกรมการทั้งปวงถวายบังคมให้พร้อมกัน แล้วผู้จำทูลพระราชโองการแลอาลักษณ์ซึ่งนุ่งขาวนั้นกราบถวายบังคมสามลา แล้วจึงให้นายแวงผู้จำทูลนั้นไขย่นพานย่นเจียดถุงกล่องออก แล้วเชิญพระราชโองการส่งให้อาลักษณ์ยืนบนผ้าแดงแลพรมนั้นอ่านพระราชโองการมอบเมืองนครให้แก่พระยาไชยาธิเบศร์เปนเจ้าพระยานคร ครั้นจบพระราชโองการแล้ว ให้หลวงศรีราชสงครามรามภักดี ปลัด แลกรมการทั้งปวง ประนมมือเหนือศีศะ รับสั่งตราพระราชโองการว่า ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงขอรับพระราชโองการมานพระบัณฑูรด้วยเกล้าฯ ครั้นรับสั่งแล้ว ให้กราบถวายบังคมสามลา จึงให้อ่านพระสุพรรณบัตรพระราชทานชื่อแก่เจ้าพระยานคร ครั้นจบพระสุพรรณบัตรแล้ว ให้เจ้าพระยานครนั้นรับสั่งว่า ข้าพระพุทธเจ้าขอรับพระราชโองการมานพระบัณฑูรด้วยเกล้าฯ จึงส่งพระสุพรรณบัตรให้แก่พระยาไชยาธิเบศร์เปนเจ้าพระยานครรับพระราชทานชื่อ จึงให้เจ้าพระยานครแต่งพานมุกรองเหมทองรับพระสุพรรณบัตรไว้ตามธรรมเนียม แลจึงให้อาลักษณ์เชิญตราพระครุธพ่าห์ชูขึ้นเหนือศีศะ แล้วจึงให้ร้องประกาศว่า คงตราพระครุธพ่าห์แล้ว ๓ ที แล้วจึงให้หลวงปลัดแลกรมการทั้งปวงกราบถวายบังคมแล้วรับสั่งตราพระครุธพ่าห์ว่า ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงขอรับพระราชโองการมานพระบัณฑูรด้วยเกล้าฯ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงขอโดยพระราชโองการมานพระบัณฑูรซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มานี้จงทุกประการ แล้วจึงให้ประโคมฆ้องกลองแตรสังข์สามลา แล้วเชิญพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์เสด็จขึ้น แล้วให้เจ้าพระยานครแลกรมการทั้งปวงกราบถวายบังคมสามลาอิกครั้งหนึ่งเล่า แล้วให้ชักม่านไขเข้า ครั้นเสร็จแล้ว จึงให้เผดียงพระสงฆ์ราชาคณะแลพระสงฆ์อันดับนั้นสวดถวายพระพรพระพุทธเจ้าจนสัพพพุทธาแลภวตุสัพพมังคลังแลสวดพระพุทธมนต์ ต่อจบแล้วจึงให้ประโคมฆ้องกลองแตรสังข์ แลให้พระหลวงขุนหมื่นทั้งปวงตั้งแห่แหนเชิญพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์เสด็จมาณมณฑปนั้นตามธรรมเนียม ครั้นเสร็จการมอบเมืองแล้ว ให้นายเทียรฆราษ นายสวัสดิ์ภักดี โกชาอิสหาก นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ แวงจัตุลังคบาท ว่าแก่เจ้าพระยานครให้แต่งหนังสือทูลเกล้าฯ ถวายสนองราชโองการนั้น ปิดตราเข้าพนมปากบอกด้วยกระดาษแลครั่งตามธรรมเนียม แลหนังสือปฏิบัติ ฯพณฯ โกษาธิบดี แล้วให้แต่งของบรรณาการสำหรับสนองพระราชโองการ แลสิ่งของสนองหนังสือ ฯพณฯ โกษาธิบดี แลค่าธรรมเนียมมอบเมือง แลค่าธรรมเนียมแต่งตราพระราชโองการ แลตราพระครุธพาห์ แลพระสุพรรณบัตร แลค่าผู้เชิญตราพระราชโองการ แลค่ารับสั่งนายเวรชาววังมหาดไทยแก่เจ้าพระยานครแต่ตามธรรมเนียม แล้วให้เรียกเอาค่าตำแหน่งผู้กราบถวายบังคมพระราชโองการตามบันดาศักดิ์จงทุกคน ให้เจ้าพระยานครแลกรมการแต่งพระหลวงขุนหมื่นอันมั่นคงคุมไพร่สรรพด้วยเครื่องสาตราวุธสำหรับมือให้ครบ แลเรือแห่แหนป้องกันพิทักษ์รักษาเชิญเสด็จพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ แลเครื่องบรรณาการ กลับเข้าไปยังกรุง อย่าให้เปนเหตุการประการใดได้ อนึ่ง เมื่อพระราชโองการเสด็จไปณกลางทางจนถึงเมืองนครนั้น ให้นายเทียรฆราษ นายสวัสดิ์ภักดี โกชาอิสหาก นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ กำชับว่ากล่าวห้ามปรามแก่นายเรือ แลใบพันหัวพันท้าย แลไพร่พลรบพลกรรเชียง แลบ่าวไพร่ข้าไทยสมัคสมาอาไศรยซึ่งไปด้วยนั้น อย่าให้เอากิจราชการณกรุงไปเจรจาว่ากล่าวบอกเล่าแก่ชาวเมืองใต้ทั้งปวงแลเพื่อนฝูงสมัคสมาอาไศรยแห่งใดตำบลใดแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แลอย่าให้วิวาทตีด่าฆ่าฟันฉกชิงฉ้อกระบัดทำข่มเหงเอาพัสดุทองเงินแลทรัพย์อัญมณีแก่สมณะพราหมณาจารย์อาณาประชาราษฎรลูกค้าวานิชแต่ประการใดประการหนึ่งได้ ถ้าแลรู้เห็นเปนประการใด แลผู้มีชื่อมาว่ากล่าว แลพิจารณาเปนสัจไซ้ ก็จะเอานายเทียรฆราษ นายสวัสดิ์ภักดี โกชาอิสหาก นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ แวงจัตุลังคบาท ซึ่งมิได้ทำตามกฎหมายให้นี้ ลงพระราชอาญาตามโทษานุโทษ แลให้ทำตามกฎหมายนี้จงทุกประการ กฎให้ไว้ณวันศุกร์ เดือนยี่ ขึ้น ๑๐ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๐๔ ปีจอ จัตวาศก

อนึ่ง ผู้เปนเจ้าพระยานครศรีธรรมราชเสียค่าธรรมเนียมในนี้ อาลักษณ์จารึกชื่อตามบันดาศักดิเสมอนาร้อยละสลึง กรมอาลักษณ์ผู้แต่งตราพระราชโองการได้ค่าธรรมเนียม ๑๒๐ บาท กรมแสงในได้ค่าธรรมเนียมรักษาตราพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์ ๑๒๐ บาท สนมผู้เชิญตราพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์ ๔๐ บาท คนหามเสลี่ยงแลแตรสังข์แลเทียวแห่มาแต่โรงแสงเสมอคนละ ๑ บาท อนึ่ง ค่าตำแหน่งศักดิผู้รักษาเมืองผู้รั้งแลข้าหลวงกรมการนายระวางนายพขนอนด่านคอยสิบร้อยอายัดแลแขวงนายบ้านนายอำเภอแลพระหลวงขุนหมื่นวิเศษข้าส่วยแลส่วยซ่องกองช้างทั้งปวงกราบถวายบังคม เสียค่าชักม่านค่าปี่กลองเปนค่าตำแหน่งศักดิขุนขนอน ๖ บาท ค่าชักม่านหนึ่งเฟื้อง ปี่กลองหนึ่งเฟื้อง แตรหนึ่งเฟื้อง ช่องขนอน ๓ บาท ชักม่านหนึ่งเฟื้อง แตรหนึ่งเฟื้อง แลพระหลวงขุนหมื่นกรมการแลนายระวางนายบ้านนายอำเภอแลข้าหลวงขุนหมื่นวิเศษข้าส่วยซ่องกองช้างทั้งปวง เสียค่าถวายบังคมแลค่าชักม่านค่าปี่กลองเปนค่าตำแหน่งศักดิตามบันดาศักดิแต่นา ๑๐๐ ขึ้นไป เสียค่าตำแหน่งศักดิ ๑๐๐ ละ ๒ สลึง แลนา ๑๐๐ ขึ้นไปถึงนา ๑๐๐๐ เสมอ ๑๐๐ ละ ๒ สลึง แลเสียค่าชักม่านแลปี่กลองแลแตรเหมือนกันทุกคน

ในลักษณพระราชโองการนั้นว่า พระราชโองการพระบาทพระศรีสรรเพชสมเด็จเอกาทศรฐอิศวรบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว คือ องค์สมเด็จพระนารายน์เปนเจ้า พระเจ้าปราสาททอง พระเจ้าช้างเนียม พระเจ้าช้างเผือก ทรงทศพิธราชธรรม์ ราชอนันตสมภาราดิเรก เอกอุดมบรมจักรพรรดิสุนทรธรรมมิกราช บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาตรัสเอาพระยาไชยาธิเบศร์เปนเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช ชาติเดโชไชย มไหสุริยธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ครั้นพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์เสด็จโดยสวัสดิภักดี ชาววัง แลโกชาอิสหาก กรมคลัง นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ แวงจัตุลังคบาท จำทูลมานี้ไซ้ ให้หลวงศรีราชสงครามรามภักดี ปลัด หลวงภักดีราช ยกรบัตร แลกรมการทั้งหลาย ตรวจจัดช้างม้ารี้พลไร่นาอากรสำหรับเมืองมอบโดยขนาด

ในลักษณพระสุพรรณบัตรนั้นว่า ศุภมัสดุ สุวดิการยดิเรก ๑๖๖๔ ศก โสณสังวัจฉร มฤคสิรมาศ สุกรปักษ์ เท๎วดิถี พุฒวาร ศุภมหุรดิ พระบาทพระศรีสรรเพชสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาพระราชทานนามกรพระยาไชยธิเบศร์เปนเจ้าพระยาศรีธรรมมาโศกราช ชาติเดโชไชย มไหสุริยาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช

ในลักษณหนังสือซึ่งสนองพระราชโองการนั้นว่า ข้าพระพุทธเจ้า เจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช ชาติเดโชไชย มไหสุริยาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ขอกราบถวายบังคมทูลพระกรุณาพระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ด้วยข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อ) แลแวงจัตุลังคบาทซ้ายขวา จำทูลพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ แลพระสุพรรณบัตร เสด็จไปมอบข้าพระพุทธเจ้าแล้ว แลข้าพระพุทธเจ้าเชิญพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์เสด็จกลับโดย (ชื่อ) แลนายแวงจัตุลังคบาท เข้ามากราบถวายบังคมพระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบถวายบังคมทูลพระกรุณาพระบาทพระพุทธเจ้าอยู่หัว

วันอังคาร เดือน ๑๑ ขึ้น ๖ ค่ำ ปีวอก อัฐศก เพลาเช้า เสด็จออกขุนนางณพระที่นั่งท้องพระโรง หมื่นพิพัฒน์โกษารับสั่งใส่เกล้าฯ สั่งว่า กำหนดจะได้ให้ขุนสกลมณเฑียร กรมวัง ขุนวิเศษนุชิต กรมคลัง นายเทียรฆราษ อาลักษณ์ นายจิตรบำเรอ แวงตำรวจนอกซ้าย นายบัลลังก์กุญชร แวงตำรวจในขวา แวงจัตุลังคบาท จำทูลพระราชโองการ ตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร ออกไปพระราชทานมอบเมืองให้เจ้านครเปนเจ้าขันฑสิมาพระเจ้านครศรีธรรมราชครั้งนี้ ได้ฤกษ์ณวันอังคาร เดือน ๑๑ แรม ๔ ค่ำ ปีวอก อัฐศก เพลาเช้า ๔ นาฬิกา ๒ บาท เปนมงคลฤกษ์ แลให้พนักงานพระคลังมหาสมบัติเบิกทองแผ่แผ่นพระสุพรรณบัตรหนัก ๖ สลึง กว้าง–ยาว–สำหรับจารึกพระสุพรรณบัตร แล้วให้ตีกล่องทองจำหลักสูง ๕ นิ้วกึ่ง ใหญ่รอบ ๖ นิ้ว ทั้งฝาทั้งตัวหนัก ๒ บาท ๓ สลึงเฟื้อง สูง–ใหญ่รอบ–สำหรับใส่แผ่นพระสุพรรณบัตร แล้วให้ตีกล่องเงินหนัก ๑ ตำลึง ๒ บาท ๑ สลึง สูง ๖ นิ้วกึ่ง ใหญ่รอบ ๗ นิ้ว สำหรับใส่กล่องทองซึ่งใส่พระสุพรรณบัตร แล้วให้ตีกล่องทองจำหลักทั้งฝาทั้งตัวหนัก–สูง–ใหญ่รอบ–สำหรับใส่พระราชโองการ แล้วตีกล่องเงินจำหลักทั้งฝาทั้งตัวหนัก–สูง–ใหญ่รอบ–สำหรับใส่กล่องทองซึ่งใส่พระราชโองการ แล้วให้ตีผอบทองจำหลักทั้งฝาทั้งตัวหนัก–สูง–ใหญ่รอบ–สำหรับใส่ตราพระครุธพ่าห์ แล้วให้ตีกล่องเงินจำหลักทั้งฝาทั้งตัวหนัก–สูง–ใหญ่รอบ–สำหรับใส่ผอบทองรองตราพระครุธพ่าห์ เปนพนักงานคลังมหาสมบัติได้ทำ อนึ่ง ให้เจ้าพนักงานกรมคลังวิเศษเบิกงาต่อพระคลังมหาสมบัติไปให้ช่างกลึงกล่องสูง–ใหญ่รอบ–สำหรับใส่พระราชโองการองค์ ๑ พระสุพรรณบัตรองค์ ๑ แล้วให้ทำเจียดเขียนลายทองสำหรับใส่ผอบตราพระครุธพ่าห์องค์ ๑ แล้วให้มีถุงแพรลายทองสำหรับใส่กล่องพระราชโองการ พระสุพรรณบัตร แลใส่เจียดรองตราพระครุธพ่าห์ด้วยจงทุกองค์ แล้วให้จัดพานรองแว่นฟ้า ถ้ามิได้พานรองแว่นฟ้า จะได้เปนพานรองมุกทึบก็เอาเถิด ให้ได้ ๓ สำรับ แล้วให้มีถุงย่นแพรลายทองมีระบายปากผูกกะโจมสูงต่างคลุม ถ้ามิได้ผูกกะโจมสูงย่นถุงต่ำไป ก็ให้มีคลุมสักหลาดแดงด้วยทั้งสามสำรับ สำหรับใส่พระราชโองการสำรับ ๑ ใส่ตราพระครุธพ่าห์สำรับ ๑ ใส่พระสุพรรณบัตรสำรับ ๑ เปนพนักงานพระคลังวิเศษ แลกล่องทอง กล่องเงิน กล่องงา กล่องเจียด แลพานถุงย่นทั้งนี้ เปนพนักงานอาลักษณ์ได้เร่งรัดตรวจตราว่ากล่าว แลให้กรมแสงในซ้ายเบิกขี้ผึ้งกลึงหุ่นตราพระครุธพ่าห์องค์ ๑ แลกำหนดจะได้จารึกพระราชโองการ พระสุพรรณบัตร แลจำลองตราพระครุธพ่าห์ แลปิดตราพระราชโองการ ได้ฤกษ์ณวันศุกร เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีวอก อัฐศก เพลาเช้า ๕ นาฬิกา ๓ บาท แลให้กรมแสงในซ้ายเชิญตราพระราชโองการ พระครุธพ่าห์ ออกมา ให้อาลักษณ์แลกรมแสงในซ้ายแต่งบายศรี ๒ สำรับ ศีศะสุกรคู่ ๑ เทียนทองคู่ ๑ เทียนเงินคู่ ๑ เข้าตอกดอกไม้ธูปเทียนแป้งหอมน้ำมันหอม แลให้อาลักษณ์เบิกผ้าขาวต่อพระคลังวิเศษมานุ่งผืน ๑ ห่มผืน ๑ สำหรับนุ่งห่มจารึกพระราชโองการ พระสุพรรณบัตร ครั้นจะใกล้ได้ฤกษ์จารึก ให้จุดธูปเทียนบูชาเข้าตอกดอกไม้จุณเจิมแป้งน้ำมัน แล้วจึงให้อาลักษณ์นุ่งห่มผ้าขาวกราบถวายบังคมสามลา แล้วจึงให้จารึกพระราชโองการ พระสุพรรณบัตร แลจำลองตราพระครุธพ่าห์ลงขี้ผึ้งหุ่นซึ่งกรมแสงในซ้ายทำไว้นั้น แล้วจึงเชิญพระราชโองการ พระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร เข้ากล่องใส่ถุงย่นพาน แล้วอาลักษณ์ได้ปิดตราประจำขี้ผึ้งปากถุงกล่อง ปากถุงย่นพาน ตามธรรมเนียม เสร็จแล้วจึงเชิญพานพระราชโองการ ตราพระครุธห์พ่าห์ พระสุพรรณบัตร ขึ้นไว้บนพระที่นั่ง แลเมื่อจารึกพระราชโองการ พระสุพรรณบัตร แลจำลองตราพระครุธพ่าห์ เปนพนักงานจตุสดมภ์แลผู้รับสั่งได้มานั่งกำกับดูแลด้วยจนสำเร็จ ครั้นถึงกำหนดฤกษ์จะได้เชิญพระราชโองการ ตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร เสด็จไปลงเรือพระที่นั่งนั้น ให้สนมพลเรือนแลข้าหลวงผู้จำทูลนุ่งสมปักลาย ใส่เสื้อครุยขาว ไปเชิญรับพระราชโองการ ตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร ไปส่งขึ้นวอจตุรมุข แลให้พนักงานสี่ตำรวจเชิญพระวอจตุรมุขมีคนหาม ๑๐ คนมาคอยเตรียมรับพระราชโองการ ตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร ณประตูพระราชวัง แลให้กรมวังจัดเครื่องสูงแห่พระราชโองการ ตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร น่า ๓ คู่ หลัง ๒ คู่ สัปทน ๔ คัน แล้วให้กรมกลาโหมเกณฑ์กลองชนะ ๓ คู่ ปี่คัน ๑ แตรงอนคู่ ๑ สำหรับแห่แลประโคมพระราชโองการ ตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร แลให้มหาดไทยเกณฑ์พระหลวงขุนหมื่นฝ่ายทหารพลเรือนนุ่งสมปักลาย ใส่เสื้อครุยขาว เดินประสานมือแห่น่า ๒๐ แห่หลัง ๑๐ รวม ๓๐ คู่ แล้วให้เกณฑ์ทหารใส่เสื้อเกราะแลหมวก ถือปืนแลธนูหางไก่ แห่น่าพระหลวงขุนหมื่นซึ่งประสานมือแห่นั้น ข้างน่า ๓๐ ข้างหลัง ๑๕ มีธงริ้วธงฉานแห่ด้วยตามธรรมเนียม ไปส่งจนลงเรือพระที่นั่ง แลข้าหลวงผู้จำทูล ๕ นาย กับสนมผู้เชิญตรานาย ๑ นั้น ให้เคียงข้างพระวอแห่ไปด้วยข้างละ ๓ คนจนถึงเรือพระที่นั่ง แลให้พนักงานสี่ตำรวจไปปลูกฉนวนคอยรับพระราชโองการ ตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร ณสพานริมบ้านพระเนาวโชติ แล้วให้พนักงานสี่ตำรวจเชิญเรือพระที่นั่งศรีสนกซึ่งแห่พระศพเข้ามาแต่เมืองนครนั้นมาตกแต่งดาดสีหลังคา แลรอยเขียนเก่าซึ่งชำรุดเศร้าหมองอยู่นั้น ให้กรมช่างเขียนไปวาดเขียนตกแต่งซ่อมแปลงให้งามให้ดี ให้พนักงานกรมวังเอาม่านลงไปผูกทั้ง ๔ ด้านที่หลังคาดาดสีจะเชิญพระราชโองการ ตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร ลงอยู่นั้น แล้วจึงให้เชิญพระราชโองการ ตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร เสด็จลงเรือพระที่นั่ง แลให้มหาดไทยกลาโหมเกณฑ์คู่เรือแห่พระหลวงขุนหมื่นยาว ๗–๘–๙ วา ขึ้นไป ให้แต่งตัวจงโอ่โถง กินเครื่องอุปโภคบริโภคตามบันดาศักดิ์ แห่น่าเรือพระราชโองการ ตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร ๑๕ คู่ แห่หลัง ๗ คู่ แห่ลงไปส่งจนด่านปากลัดตามธรรมเนียม แลสัปทน ๔ คัน กลองชนะ ๓ คู่ ปี่คัน ๑ แตรงอนคู่ ๑ นั้น ให้แห่แลประโคมไปด้วยสำหรับพระราชโองการแต่ณกรุงออกไปตามหัวเมืองแลบ้านรายทางออกไปจนถึงเมืองนคร แล้วให้ประโคมพระราชโองการ ตราพระครุธพ่าห์ กลับเข้ามาจนถึงกรุง แลให้ชาววังผู้อยู่เวรสั่งไปมหาดไทยกลาโหมให้หมายบอกแก่เจ้าพนักงานให้ทำกิจการทั้งปวงให้ครบจงทุกพนักงาน อย่าให้ขาดค้างช้าเสียราชการพระเจ้าอยู่หัวไปแต่พนักงานใดพนักงานหนึ่งได้ตามรับสั่ง แลเรื่องราวข้อรับสั่งทั้งนี้

ได้สั่งเวร
  • นายจำเนียร ชาววัง
  • นายแกว่น มหาดไทย
  • นายบริบาล กลาโหม
  • นายรัตนบรรยง ชาววัง
  • นายแกว่น มหาดไทย
  • นายพิบูลย์ ชาววัง
  • นายแกว่น มหาดไทย
  • นายชำนาญ ชาววัง
  • นายแกว่น มหาดไทย

ในลักษณพระราชโองการนั้นว่า พระบาทสมเด็จพระเอกาทศรฐอิศวรบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงทศพิธราชธรรม์ อนันตสัมภาราดิเรกเอกอุดม บรมจักรพรรดิสุนทรธรรมมิกราช บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาตรัสเอาพระยานครเปนเจ้าขัณฑสิมา นามขัติยราชนิคมสมมุติมไหสวรรย์ พระเจ้านครศรีธรรมราช ครั้นพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์เสด็จโดยขุนสกลมณเฑียร กรมวัง ขุนวิเศษนุชิต กรมคลัง นายจิตรบำเรอ นายบัลลังก์กุญชร แวงจัตุลังคบาท จำทูลมานี้ไซ้ ให้พระยาราชสุภาวดี ผู้ช่วยราชการ แลพระยาพระหลวงเสนาบดีขุนหมื่นมหาดเล็กข้าเฝ้าทั้งหลาย ตรวจจัดเครื่องราชบริโภคสำหรับกระษัตริย์ประเทศราชพระราชทานมอบโดยขนาด

ในลักษณพระสุพรรณบัตรนั้นว่า ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยานครคืนเมืองเปนเจ้าขัณฑสิมา นามขัติยราชนิคมสมมุติมไหสวรรย์ พระเจ้านครศรีธรรมราช เศกไปณวันอาทิตย์ เดือนสิบเอ็ด ขึ้นสามค่ำ จุลศักราช ๑๑๓๘ ปีวอก อัฐศก

ในลักษณหนังสือซึ่งสนองพระราชโองการนั้นว่า ข้าพระพุทธเจ้า พระเจ้านครศรีธรรมราช ขอกราบถวายบังคมทูลพระกรุณาแด่พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระอนันตคุณอันมหาประเสริฐ ด้วยข้าพระพุทธเจ้า ขุนวิเศษนุชิต กรมคลัง ขุนสกลมณเฑียร กรมวัง นายเทียรฆราษ อาลักษณ์ นายจิตรบำเรอ แวงซ้าย นายบัลลังก์กุญชร แวงขวา แวงจัตุลังคบาท จำทูลพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร เสด็จไปพระราชทานมอบเมืองให้ข้าพระพุทธเจ้า ทรงพระนามขัติยราชนิคมสมมุติมไหสวรรย์ เจ้าขัณฑสิมาเมืองนครศรีธรรมราช เสร็จแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าเชิญพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์เสด็จกลับโดยขุนวิเศษนุชิต กรมคลัง ขุนสกลมณเฑียร กรมวัง นายเทียรฆราษ อาลักษณ์ นายจิตรบำเรอ แวงซ้าย นายบัลลังก์กุญชร แวงขวา แวงจัตุลังคบาท เข้ามากราบถวายบังคมแด่พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ข้าพระพทุธเจ้าขอกราบถวายบังคมทูลพระกรุณาแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว

บรมสุจริตปฏิการาธิคุณ อดุลยดิเรกเอกสัตยา ในขัติยราชนิคมสมมุติมไหสวรรย์ พระเจ้านครศรีธรรมราช ถวายอภิวาทบังคมแด่พระบาทสมเด็จเอกาทศรฐอิศวรบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระอนันตคุณอันมหาประเสริฐ ด้วยขุนวิเศษนุชิต กรมพระคลัง ขุนสกลมณเฑียร กรมวัง นายจิตรบำเรอ แวงซ้าย นายบัลลังก์กุญชร แวงขวา แวงจัตุลังคบาท จำทูลพระสุพรรณบัตรรัตนพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์เสด็จออกไปมอบพระนครศรีธรรมราชเสร็จแล้ว เชิญพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์เสด็จโดยแวงจัตุลังคบาทกลับยังกรุงพระนครศรีอยุทธยา ขอกราบถวายบังคมทูลพระกรุณาพระบาทสมเด็จบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว

กฎให้แก่พระยาราชสุภาวดี พระศรีไกรลาศ พระไชยนาท เสนาบดีข้าหลวงผู้อยู่รักษาเมืองนครศรีธรรมราช แลพระยากระลาโหม พระยาโกษา พระอุไทยธรรม์ พระส้วย เสนาบดีข้าเฝ้าผู้จะออกไปทำราชการครั้งนี้ ด้วยทรงพระกรุณาดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า ครั้งพระนครศรีอยุทธยาเสียแก่พม่าข้าศึกแต่ก่อน ฝ่ายกรมการพลเมือง ๆ นครหาที่พึ่งไม่ ยกปลัดเมืองขึ้นผ่านแผ่นดินเปนเจ้าขัณฑสิมา ก็ได้พึ่งพาอาไศรยสัปยุทธชิงไชยชนะแขกข้าศึก ถ้าหาไม่ ขัณฑสิมาก็จะระส่ำระสายเปนไป ความชอบมีอยู่กับแผ่นดิน ฝ่ายศักดิกฤษฎานุภาพคงขัติยราชผู้หนึ่ง ครั้งนี้ ราชธิดาก็ได้ราชโอรส ฝ่ายพระยานครก็ได้ไปตามเสด็จพระราชดำเนินช่วยทำการยุทธชิงไชยเหมมันพม่าข้าศึก ครั้นจะเอาไว้ให้บังคับพลช่วยการแผ่นดินพระนครศรีอยุทธยา ก็เปนฝาเปนตัวอยู่เสร็จสิ้น ประการหนึ่ง ก็มีทาษกรรมกรแต่ ๒๐–๓๐ หาต้องการที่อยู่ไม่ ฝ่ายเจ้านราสุริวงษ์สวรรค์ครรไล ควรให้ไปบำรุงพระเกียรติยศสนองพระเดชพระคุณแทนเจ้านราสุริวงษ์สืบไป แลซึ่งจะบำรุงพระเกียรติยศนั้น ฝ่ายพระยานครเคยผ่านแผ่นดินเปนเจ้าขัณฑสิมาอยู่แล้ว ก็ให้ผ่านแผ่นดินเปนเจ้าขัณฑสิมาฝ่ายซึ่งผู้ผ่านแผ่นดินเปนเจ้าขัณฑสิมาสืบมาแต่ก่อนนั้นเหมือนกันกับพระยาประเทศราชประเวณีดุจเดียวกัน ให้พระราชทานราชทรัพย์ ช้างม้าต้น เครื่องราชาโภค พระมาลาอย่างฝรั่งสีเหลือง พระเกี้ยวทองคำ พระยอดทองคำ พระยิกาทองคำ หนักทอง ๒ ตำลึง มีขนนกการเวก องค์ ๑ ฉลองพระองค์ทรงประพาศสีเหลือง สังเวียนบังพระกร ฉลองพระสอ หนักทอง ๒ ตำลึง ๑ บาท ๑ เฟื้อง ฉลองพระองค์อย่างน้อยเข้มขาบก้านแย่งดุมผ้า ๑ ฉลองพระองค์ยี่ปุ่นพี้นโหมดดอกเครือ ๑ สององค์ ภูษาลายหกคืบบัวผันพื้นขาว ๑ ภูษาลายหกคืบช่องกระจกฅอนกขาว ๑ สององค์ ภูษาคลุมบรรธมเทพประนมสี่ทิศซับแพรกรวยแดงองค์ ๑ สนับเพลาเชิงงอนองค์ ๑ พานพระศรีทองคำ หนัก ๑๘ ตำลึง ๓ บาท เครื่องในทองคำ ตลับภูทั้งสร้อย หนัก ๓ บาท ๑ สลึง เต้าปูน หนัก ๑ ตำลึง ๑ บาท จอกเฟืองมีเชิง หนัก ๓ บาท ๒ สลึง จอกเฟืองน้อย หนัก ๒ บาท ๓ สลึง ผอบใหญ่ หนัก ๑ ตำลึง ๑ สลึง ผอบน้อย หนัก ๑ ตำลึง ๑ เฟื้อง ด้ามมีดหมาก หนัก ๑ บาท ๑ สลึง ๗ สิ่ง หนักทอง ๖ ตำลึง ๑ เฟื้อง พระเต้าทองคำ หนัก ๑๑ ตำลึง องค์ ๑ บ้วนพระโอษฐทองคำ หนัก ๓ ตำลึง องค์ ๑ พานเงินจำหลักปากกะจับรองพระภูษา หนัก ๒ ชั่ง ๒ ตำลึง ๓ บาท องค์ ๑ สุพรรณภาชนเงินของคาว ๓ เท้า ปากจำหลักอย่างยี่ปุ่น หนัก ๓ ชั่ง ๕ ตำลึงหนึ่ง สุพรรณภาชนเงินของเสวย ๔ เท้า ปากจำหลักอย่างยี่ปุ่น หนัก ๑ ชั่ง ๓ ตำลึง ๒ บาท หนึ่ง บ้วนพระโอษฐเงินอย่างเทศ หนัก ๑ ชั่ง ๓ ตำลึง ๒ บาท หนึ่ง พระกลดองค์ ๑ พรมที่ ๕ คืบผืน ๑ เงินตรา ๓๐ ชั่ง ฉลองพระบาทอย่างเทศหักทองขวางคู่ ๑ พระเสลี่ยงงาองค์ ๑ เรือพระที่นั่งครุธดาดสีลำ ๑ พระแสงดาบยี่ปุ่น ด้ามกัลปังหา ส้นทองคำ ปลอกทองคำ องค์ ๑ พระแสงหอกซัด ด้ามแก้ว ปลอกทองคำ ประดับพลอย ๒ องค์ พระแสงปืนส้นคร่ำทอง ๑ พระแสงปืนยาว ๔ คืบคร่ำทอง ๑ สององค์ พระแสงปืนคาบศิลายาวท้ายพระที่นั่ง ๑๐ องค์ ออกไปผ่านขัณฑสิมา นามขัติยราชนิคมสมมุติมไหสวรรย์ พระเจ้านครศรีธรรมราช ซึ่งพระนามนั้นทรงพระสุพรรณบัตรสุวรรณรัตนราชนามพระราชทานใส่กล่องทอง กล่องเงิน กล่องงา ถุงแพร ใส่พานแว่นฟ้า มีถุงย่น ปิดตราประจำขี้ผึ้ง ออกมาด้วยแล้ว แลซึ่งเครื่องราชาโภคสิ่งใดมิครบนั้น ให้พระเจ้านครศรีธรรมราชเสนาบดีทำนุบำรุงจัดแจงขึ้นจงบริบูรณ์ แลซึ่งลูกหลวงเสนาบดีข้าเฝ้ามหาดเล็กเมืองนครได้เข้ามาทำการณกรุงนั้น ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทานตามยศกลับออกไปทำราชการด้วยพระเจ้านครศรีธรรมราชแล้ว แลซึ่งลูกหลวงเข้ามาทำราชการด้วยนั้น ให้รับพระราชทานฉลองพระองค์อย่างน้อยเข้มขาบก้านแย่งพื้นแดงดุมตาด ๑ เสื้อก้านแย่งกระบวนจีนพื้นม่วงดุมผ้า ๑ ผ้าพ้วยห่มนอนลายเขมราษฎ์พื้นแดงซับในแพร ๑ ถาดหมากคนโทก้าไหล่ทองอย่างเจ้าราชนิกูลสำรับ ๑ พรมน้อยสี่คืบผืน ๑ เงินตรา ๕ ชั่ง ปืนรองทรงยาว ๔ คืบคร่ำทองรางครึ่งท่อน ๑ ปืนรองทรงส้นท้ายหอยโข่งคร่ำทอง ๑ สองบอก เรือรบลำ ๑ ซึ่งเสนาบดีข้าเฝ้าแลมหาดเล็กได้รับพระราชทาน

พระยากระลาโหม ถาดหมากคนโทเงินสำรับ ๑ เงินตรา ๓ ชั่ง

พระยาโกษา เสื้อยี่ปุ่นผืน ๑ ถาดหมากคนโทเงินสำรับ ๑ เงินตรา ๓ ชั่ง เรือรบลำ ๑

พระอุไทยธรรม์ เสื้อเข้มขาบสีจันผุดดอกผืน ๑ ถาดหมากคนโทเงินสำรับ ๑ เงินตรา ๓ ชั่ง เรื่อรบลำ ๑

พระส้วย ถาดหมากคนโทเงินสำรับ ๑ เงินตรา ๓ ชั่ง

นายกิ่ง มหาดเล็ก ถาดหมากคนโทเงินสำรับ ๑ เงินตรา ๑ ชั่ง

นายเรือง มหาดเล็ก ถาดหมากคนโทเงินสำรับ ๑ เงินตรา ๑ ชั่ง

นายบุนนาก มหาดเล็ก ถาดหมากคนโทเงินสำรับ ๑ เงินตรา ๑ ชั่ง

นายนรสีห์ นายเพ็ง นายคลัง นายศรีรักษ์ นายบุญมี นายนาก มหาดเล็ก ๖ คน เงินคนละ ๑ ชั่ง เปนเงิน ๖ ชั่ง กลับคืนออกมาทำราชการด้วยพระเจ้านครศรีธรรมราชตามรับสั่ง ให้พระเจ้านครศรีธรรมราชบำรุงจัดตั้งไปทำราชการโดยควร ประการหนึ่ง ราชาโภคสิ่งใดไม่ครบ ให้เสนาบดีตักเตือนเจ้าพนักงานบำรุงขึ้นจงบริบูรณ์ อิกประการหนึ่ง ควรให้พระเจ้าขัณฑสิมาบำรุงฝ่ายน่าฝ่ายในให้สรรพไปด้วยสุรางคนางปรางปราสาทราชเรือนหลวงน้อยใหญ่ในนอกพระนครขอบขัณฑสิมา จงพิจิตรรจนาไปด้วยโยธาข้าทหารให้เปนเกียรติยศศักดิศรีในพิภพแผ่นดินเมืองนครศรีธรรมราชสืบไป ประการหนึ่ง ควรให้ตรวจตราตกแต่งซ่อมแปลงกำแพงค่ายคูประตูเมืองพ่วงรอหอรบเชิงเทิน แลบำรุงซ่องสุมหมู่โยธาทหารให้ชำนิชำนาญในการยุทธไว้จงสรรพ มีราชการโดยเสด็จฯ การสงครามควรพระเจ้านครศรีธรรมราชติดตามโดยเสด็จฯ ถ้าพระเจ้านครศรีธรรมราชพฤฒิภาพชราโดยเสด็จฯ มิได้ ควรให้แต่งฝ่ายน่าเสนาบดีคุมไพร่พลโยธาข้าทหารติดตามโดยเสด็จฯ ช่วยราชการ ถ้าแลฝ่ายน่าเสนาบดีทวยหาญหมู่ใดมิได้ปลงใจลงในราชการแผ่นดิน ย่อท้อต่อข้าศึกคบคิดกันหลบหลีกหนีประการใด ควรให้ลงพระราชอาญาโดยพระไอยการ อิกประการหนึ่ง ควรพระเจ้าขัณฑสิมาปลงราชหฤไทยเที่ยงลงในจตุปาริสุทธศีล บังคับบัญชากิจการราชการแผ่นดินตามบุรพประเพณีกระษัตริย์สืบมา อย่าอาสัจอาธรรม์ อิกประการหนึ่ง ควรบำรุงคันถธุระวิปัสนาธุระพระไตรปิฎกขึ้นไว้ให้สมณพราหมณาจารย์กุลบุตรเล่าเรียน จะได้เปนบุญแห่งอาตมสืบไป อิกประการหนึ่ง ควรตรวจตราดูพระพุทธรูป พระสถูป พระเจดีย์ พระศรีมหาโพธิ พระวิหารการเปรียญวัดวาอารามแห่งใดชำรุดปรักหักพังเศร้าหมองอยู่นั้น ควรซ่อมแปลงทำนุกบำรุงปฏิสังขรณ์ขึ้นให้รุ่งเรือง ก็จะเปนบุญแห่งอาตมภาพสืบไป ว่ามาทั้งนี้เปนปลาย ควรปลงราชหฤไทยลงอยู่ในจตุปาริสุทธศีลเปนอาทิ ให้กอบด้วยศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ เปนปลาย มาดหมายอภิญญาอยู่ในไตรสรณาคมน์ ก็อาจจะกำจัดเสียได้ซึ่งไภยอุปัทวทั้งปวง ประการหนึ่ง ปืนเปนกระทู้การสงคราม ถ้าจะคิดอ่านขวนขวายเอาเงินจัดซื้อมิทันการ กว่าจะบอกเข้ามาขอเงินกรุงออกไปท่าทางไกล ถ้าขัณฑสิมาผู้ใดมีสติกำลังมั่งคั่งพอจะอาไศรยได้ ให้หยิบยืมเงินทดรองจัดซื้อปืนส่งเข้ามา จึงจะพระราชทานเงินออกไปใช้ให้ต่อภายหลัง ฝ่ายเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ก็ให้จัดแจงแก้ไขจัดซื้อไว้สำหรับราชการจงเต็มท้องที่ แล้วให้หาราชทรัพย์ใช้หนี้นายเงิน อย่าให้เปนหนี้ท่าน ปืนก็ให้ได้ไว้สำหรับการแผ่นดิน ประการหนึ่ง ควรให้จัดแจงเรือรบเรือไล่ดีบุกดินประสิวเข้าปลาอาหารเข้าไว้ในพระนครให้ได้จงมาก มีราชการปลายด่านแดนขัดสนประการใด ให้บอกหนังสือเข้ามา ทรงพระกรุณาจะให้ยกกองทัพกรุงออกไปช่วย จึงจะได้อาไศรยสดวก อิกประการหนึ่ง ถ้าฝ่ายพระนครศรีอยุทธยาขัดข้องด้วยอาหาร จะได้พึ่งพาอาไศรยบ้าง ประการหนึ่ง ส่วยสาอากรในเมืองนคร แขวงหัวเมืองซึ่งขึ้นแก่เมืองนคร สิ่งใดซึ่งเปนพระราชทรัพย์สำหรับเข้าพระคลังหลวงณกรุงค้างเกินอยู่เก่าใหม่มากน้อยเท่าใดนั้น ควรจะส่งเข้ามา ก็ให้ส่ง ควรมิส่งเข้ามา ขัดสนจะขอไว้ ก็ให้บอกหนังสือเข้ามา จึงจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ ประการหนึ่ง คลองท่าขามซึ่งจะออกไปทเลฝ่ายตวันตก มีตราออกไปแต่ก่อนให้ขุดชำระยังมิสำเร็จนั้น ให้ดูท่วงทีมาดหมายไว้ในใจ จึงจะให้มีตราออกไปต่อภายหลัง ประการหนึ่ง เมืองไทร เมืองตานี เปนข้าขัณฑสิมาพระนครศรีอยุทธยา มิได้มาช่วยการสงคราม เสนาพฤฒามาตย์มุขลูกขุนปฤกษาให้มีตราโกษาธิบดีออกไปลองใจยืมเงินเมืองละพันชั่งเพื่อจะดูน้ำใจเมืองไทร เมืองตานี แลตราโกษาธิบดีนั้นก็ได้ส่งออกมาด้วยแล้ว ควรให้พระเจ้านครศรีธรรมราชเสนาธิบดีคิดอ่านอุบายถ่ายเทว่ากล่าว เมืองก็ให้ได้ ทั้งเงินก็ให้ได้ ราชการก็อย่าให้เสีย จึงจะเปนเกียรติยศความชอบแก่พระเจ้านครศรีธรรมราชเสนาธิบดีสืบไป ถ้าได้เงินมา หาต้องการที่จะเปนหนี้ไพร่ฟ้าประชากรซื้อปืนไม่ ให้เอาเงินใช้ค่าปืนไว้สำหรับเมืองนครศรีธรรมราชบ้าง ส่งเข้ามาเปนกำลังราชการพระนครศรีอยุทธยาบ้าง ถ้าเห็นว่า จะแต่งเรือไปจัดซื้อปืน ก็ขัดสน อิกประการหนึ่ง สำเภาลูกค้าก็มิสู้เข้าออก เห็นหาได้ปืนเปนกำลังไม่ จะเนิ่นช้าไป ถ้าเห็นจะเปนประการดังนี้ ให้ส่งราชทรัพย์นั้นเข้ามาณกรุง จัดซื้อปืนได้ จึงจะแบ่งออกไปให้เปนกำลังเมืองนครศรีธรรมราชบ้าง ประการหนึ่ง พระยาราชสุภาวดี พระศรีไกรลาศ พระไชยนาท พระฉอำ ข้าหลวง แลรี้พลกรุงซึ่งออกไปทำราชการ มีบุตรภรรยาอยู่ณเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ถ้าต้องการจะเอาไว้ช่วยราชการพลางก่อน ก็ให้บอกเข้ามาขอไว้ ถ้าไม่ต้องการที่จะอยู่แล้ว ฝ่ายพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวต้องพระราชประสงค์ที่จะให้เข้ามาตามเสด็จพระราชดำเนิน ควรให้พระยาราชสุภาวดี พระศรีไกรลาศ พระไชยนาท พระฉอำ แลรี้พลทั้งปวง ยกบุตรภรรยาพาครอบครัวเข้ามาทำราชการณกรุงให้สิ้น เสร็จราชการแล้ว พอใจจะออกไปทำราชการเมืองนคร ก็จะทรงพระกรุณาให้ออกไปตามสมัคต่อภายหลัง เรื่องราวซึ่งว่ากล่าวทั้งนี้โดยประมาณ ถ้าราชการผันแปรประการใด ควรให้พระเจ้านครศรีธรรมราชแลเสนาบดีข้าเฝ้าคิดอ่านปฤกษาหารือดำริห์ประพฤติการผันแปรโดยราชปัญญาให้ชอบด้วยการขนบแผ่นดินจงทุกประการ อย่าให้เสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง จึงจะเปนเกียรติยศศักดิศรีในพิภพแผ่นดินเมืองนครศรีธรรมราชสืบไป บัดนี้ ให้เจ้าพระยาอินทวงษาอรรคมหาเสนาธิบดีคุมเรือรบเรื่อไล่ถือพล ๕๐๐ แลขุนวิเศษนุชิต กรมคลัง ขุนสกลมณเฑียร กรมวัง นายเทียรฆราษ อาลักษณ์ แลนายจิตรบำเรอ แวงซ้าย นายบัลลังก์กุญชร แวงขวา แวงจัตุลังคบาท จำทูลพระสุพรรณบัตรรัตนพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์ออกมาพระราชทานมอบเมืองให้พระเจ้านครศรีธรรมราชรับราชการผ่านแผ่นดินเมืองนครสืบไป ถ้าแลเจ้าพระยาอินทวงษาออกมาถึงเมืองนครแล้ว เมืองนครสงบอยู่หาราชการศึกมิได้ ให้ซับทราบสอดฟังเข้ามาข้างฝ่ายกรุง ถ้าได้ข่าวว่า กรุงมีการศึก ให้เร่งรีบเข้ามาช่วยราชการให้ทันท่วงที ถ้าฝ่ายกรุงสงบอยู่หาราชการศึกมิได้ ให้เจ้าพระยาอินทวงษาอยู่ชำระว่ากล่าวเร่งรัดส่วยสาอากรในเมืองนครแว่นแคว้นหัวเมืองขึ้นแก่เมืองนครแต่บรรดาซึ่งเปนพระราชทรัพย์จะได้เข้ายังพระคลังหลวงณกรุงค้างเกินอยู่เก่าใหม่มากน้อยเท่าใดนั้น ให้เจ้าพระยาอินทวงษาเร่งรัดได้มากน้อยเท่าใดควรจะส่งเข้ามา ก็ให้ส่งเข้ามา ควรมิส่งเข้ามา พระเจ้านครศรีธรรมราชขัดสนจะขอไว้ ให้บอกเข้ามาขอไว้ จึงจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ ประการหนึ่ง ปืนพม่า ๑๐๐ ปืนยักตรา ๒๐๐ ซึ่งให้ออกไปส่งพระเจ้านครนั้น ถ้าออกไปถึงเมืองนครแล้ว ปืนพม่า ๑๐๐ นั้น ให้พระราชทานไว้สำหรับเมืองนคร แต่ปืนยักตรา ๒๐๐ นั้น ถ้าเมืองนครสงบอยู่หาราชการศึกมิได้ พระเจ้านครพอจะจัดปืนอื่นสำรองไว้สำหรับเมืองได้ ให้ส่งปืน ๒๐๐ นั้นกลับคืนเข้ามา ถ้าเมืองนครยังมิราบคาบ จะขอไว้สำหรับราชการก่อน ก็ให้เอาไว้เถิด ประการหนึ่ง ถ้าพระราชโองการเสด็จจะประทับถึงหัวเมืองใด ให้ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการปลูกหอรับเชิญพระราชโองการขึ้นประทับ แต่งการสมโภชกราบถวายบังคมตามธรรมเนียม แล้วให้รับส่งต่อกันออกไปกว่าจะถึงเมืองนคร ตามอย่างพระราชโองการเสด็จไปมอบเมืองทุกครั้ง อย่าให้เสียราชการเสียพระยศพระเกียรติไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ถ้าแลพระราชโองการเสด็จถึงเมืองนครแล้ว ให้เสนาบดีพระหลวงขุนหมื่นข้าเฝ้าผู้อยู่รักษาเมืองนครแต่งการรับสู่พระราชโองการ แลทำการสมโภชกราบถวายบังคม พระราชทานมอบเมืองแก่พระเจ้านครตามตำรากฎหมายอย่างธรรมเนียมแต่ก่อนให้เปนเกียรติยศศักดิศรีไว้สำหรับแผ่นดินเมืองนครศรีธรรมราชสืบไปจงทุกประการ

กฎให้ไว้ณวันอังคาร เดือน ๑๑ แรม ๔ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๓๘ ปีวอก อัฐศก

วันจันทร์ เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปีวอก อัฐศก เพลาเช้า เสด็จออกขุนนางณพระที่นั่งท้องพระโรง หมื่นพิพัฒน์โกษาได้เอาร่างกฎนี้อ่านกราบทูลพระกรุณาถวายแต่ต้นจนจบ ทรงพระกรุณาฯ ให้ตกแซกวงกาโดยพระราชดำริห์ ทรงแต่งจนสำเร็จแล้ว ทรงพระกรุณาให้อ่านแต่ต้นจนจบอิกครั้งหนึ่ง แล้วทรงพระกรุณาสั่งว่า เรื่องราวกฎซึ่งทรงแต่งนี้เสร็จดีอยู่แล้ว ให้ลงกระดาษตามร่างนี้เถิด แลทรงพระกรุณาสั่งซึ่งจะได้เชิญพระราชโองการ พระสุพรรณบัตร ตราพระครุธพ่าห์ ออกไปพระราชทานมอบเมืองแก่พระเจ้านครศรีธรรมราชครั้งนี้ เปนกฏหมายอย่างธรรมเนียมได้เคยทำมาแต่ก่อนประการใด แลเจ้าพนักงานได้รับพระราชทานค่าธรรมเนียมประการใด ให้ทำเปนกฎหมายเขียนรงลงไว้จงงามดี แล้วให้เอากราบทูลพระกรุณาถวาย แล้วให้เอาไว้เปนกฎหมายอย่างธรรมเนียมสำหรับแผ่นดินสืบไป เมื่อทรงพระกรุณาสั่งนั้น

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์
พระเจ้าหลานเธอ กรมขุนอนุรักษ์สงคราม
หม่อมเจ้าประทุมไพจิตร
หม่อมเจ้ามงคล
เจ้าพระยาอนุวงษ์ราชา
เจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช
เจ้าพระยามหาสมบัติ
เจ้าพระยาอินทวงษา
เจ้าพระยาราชนายก
พระยาราชทูต
พระสมบัติบาล
พระศรีมโหสถ
พระยาจักรี
พระยามหาเสนา
พระยายมราช
พระยาพิไชยไอสวรรย์
พระยาสุรเสนา
พระยาธรรมไตรโลก
พระยาพิไชยราชา
พระยาธิเบศร์บดี
พระยาพิจิตร
พระครูพิเชต
พระมหาอำมาตย์
พระราชสุภาวดี
พระวิชิตณรงค์
พระท้ายน้ำ
ขุนหลวงพระไกรสี
ขุนไชยอาญา

เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่ด้วย สมเด็จพระสังฆราช พระพุทธโฆษา พระอาลักษณ์ ก็เข้ามาถวายพระพรอยู่ด้วย

วันอังคาร เดือน ๑๑ แรม ๔ ค่ำ ปีวอก อัฐศก เพลาเช้า ได้ส่งกฎฉบับนี้ให้แก่พระยาโกษา พระอุไทยธรรม์ นคร รับไปณศาลาลูกขุนในพระราชวังแล้ว

คิดค่าตั้ง ค่าตรา ค่าธรรมเนียม ซึ่งเจ้านครจะได้ออกไปผ่านเมืองนครครั้งนี้ แลเจ้าพนักงานทั้งปวงจะได้รับพระราชทานทวีขึ้นเท่าตัวกับเปนเจ้าพระยานคร เปนเงิน ๔๑ ชั่ง ๓ บาท ในนี้

ค่ารับสั่ง ๔ ต่อ ๆ ละ ๖ ตำลึง เปนเงิน ๑ ชั่ง ๔ ตำลึง

ค่าทูลฉลอง ๑๘ ตำลึง

ค่าตั้ง ๒๐ ชั่ง

ค่าตรา ๑๐ ชั่ง

กรมแสงในซ้ายได้รักษาตราพระราชโองการ ตราพระครุธพ่าห์ แล้วได้เชิญออกปิดพระราชโองการ แลจำลองตราพระครุธพ่าห์ ๓ ชั่ง

อาลักษณ์ได้แต่งพระราชโองการ แลได้จารึกพระราชโองการ พระสุพรรณบัตร เงิน ๓ ชั่ง บายศรีซ้ายขวา ๒ สำรับ ศีศะสุกร ๑ เทียนเงินคู่ ๑ เทียนทองคู่ ๑ สองคู่ อาลักษณ์ได้ทำเอง ผ้าขาวสำหรับนุ่งห่มจารึกพระราชโองการสำรับ ๑ เบิกพระคลังวิเศษ

สนมผู้ได้รับเชิญตราพระราชโองการ ตราพระครุธพ่าห์ แต่พระที่นั่งมาขึ้นพระมณฑปแห่ลงไปส่งจนถึงพระที่นั่ง ๑ ชั่ง

ค่ากฎสำหรับผู้ผ่านเมือง ๓ ตำลึง

ค่าตรานำให้หัวเมืองรายทางปลูกหอรับพระราชโองการแลทำกิจการทั้งปวง ๗ ตำลึง ๑ บาท

คนหามพระมณฑปพระราชโองการ ๑๐ คน คนถือเครื่องสูงแห่พระราชโองการ ๑๐ คน ถือสัปทนสำหรับพระราชโองการ ๔ คน กลองชนะ ๓ คู่ ๖ คน ปี่สำหรับกลองชนะคน ๑ แตรงอนคู่หนึ่ง ๒ คน รวม ๓๓ คน ๆ ละ ๒ บาทเงิน ๑๖ ตำลึง ๒ บาท

ขุนพิศณุกรรม์ กรมช่างเขียน ได้เขียนเรือพระที่นั่งสำหรับทรงพระราชโองการ บายศรีหัวท้าย ๒ สำรับ ศีศะสุกรคู่ ๑ เทียนเงินคู่ ๑ เทียนทองคู่ ๑ สองคู่ ผ้าขาวกาสานุ่งห่มเขียนเรือพระที่นั่งสำรับ ๑ ขุนพิศณุกรรม์ได้ทำเอง เงินกำนนหัว ๓ ตำลึง ท้าย ๓ ตำลึง

พันเงิน พันทอง ได้ค่าพระราชทานพระเสลียง ๓ ตำลึง พระกลด ๓ ตำลึง รวม ๖ ตำลึง

คิดศิริเข้ากันเบ็ดเสร็จเปนเงิน ๔๑ ชั่ง ๓ บาท ยกค่าตั้ง ๒๐ ชั่ง ค่าตรา ๑๐ ชั่ง รวม ๓๐ ชั่ง เสียแล้ว คงจะได้เสียแต่ค่าเบ็ดเสร็จนอกค่าตั้งค่าตรา เปนเงิน ๑๐ ชั่ง ๑๑ ตำลึง ๓ บาท

ถ้าเปนแต่เจ้าพระยานคร หักลงกึ่งหนึ่ง คงเรียกกึ่งหนึ่ง ทั้งค่าตั้ง ค่าตรา แลค่าเบ็ดเสร็จทั้งปวง ศิริเข้ากันเปนเงิน ๒๐ ชั่ง ๕ ตำลึง ๓ บาท ๒ สลึง ยกค่าตั้ง ๑๐ ชั่ง ค่าตรา ๕ ชั่ง รวม ๑๕ ชั่ง เสียแล้ว คงจะได้เสียแต่ค่าเบ็ดเสร็จนอกกว่าค่าตั้งค่าตรา เปนเงิน ๕ ชั่ง ๕ ตำลึง ๓ บาท ๒ สลึง ขอเดชะ

วันอังคาร เดือน ๑๑ แรม ค่ำ ปีวอก อัฐศก เพลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จออกณตำหนักแพ หมื่นพิพัฒน์โกษากราบทูลพระกรุณาว่า คิดเงินค่าธรรมเนียมพระเจ้านครจะได้ออกไปผ่านเมืองนครครั้งนี้ ทั้งค่าตั้ง ค่าตรา ค่าธรรมเนียมของเจ้าพนักงานทั้งปวง เบ็ดเสร็จเข้ากันเปนเงิน ๔๑ ชั่ง ๓ บาท ยกค่าตั้ง ๒๐ ชั่ง ค่าตรา ๑๐ ชั่ง รวม ๓๐ ชั่ง เสียแล้ว คงแต่ค่าธรรมเนียมของเจ้าพนักงานทั้งปวง ๑๑ ชั่ง ๓ บาท แลบัดนี้ เจ้าพนักงานทั้งปวงปฤกษาพร้อมกันเห็นว่า พระเจ้านครขัดสนอยู่ รับพระราชทานค่าธรรมเนียมแต่กึ่งหนึ่ง เปนเงิน ๕ ชั่ง ๑๐ ตำลึง ๑ บาท ๒ สลึง จึงทรงพระกรุณาฯ สั่งว่า ครั้นจะเรียกเอาลดแต่กึ่งหนึ่ง กฎหมายอย่างธรรมเนียมจะฟั่นเฟือนไป อนึ่ง เจ้าพนักงานทั้งปวงจะว่ากล่าวติเตียนว่า พระเจ้านครออกไปผ่านแผ่นดินเมืองนครเปนกระษัตริย์ประเทศราช เงินค่าธรรมเนียมของเราก็ติดอยู่ พระเจ้านครจะเสียเกียรติยศไป อย่าให้ลด ให้เจ้าพนักงานเรียกเอาค่าธรรมเนียมจงเต็ม อย่าให้เขาว่ากล่าวติเตียนได้ จึงจะเปนเกียรติยศศักดิศรีในพิภพแผ่นดินเมืองนครสืบไป แลกฎหมายค่าธรรมเนียมทั้งนี้ให้ลงรงไว้เปนกฎหมายอย่างธรรมเนียมสำหรับแผ่นดินสืบไป เมื่อทรงพระกรุณาสั่งนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ เจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช เจ้าพระยามหาสมบัติ เจ้าพระยาอินทวงษา พระยาราชนายก พระยาจักรี พระยายมราช พระยารามัญวงษ์ พระท้ายน้ำ พระมหาเทพ ทั้งพระเจ้านคร เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่ด้วย

วันอังคาร เดือน ๑๑ แรม ๔ ค่ำ ปีวอก อัฐศก ได้แจกเงินค่าธรรมเนียมพระเจ้านครเสียให้เจ้าพนักงานทั้งปวงเปนส่วน

นายพิมาน ชาววัง ๓ ตำลึง
นายจำเนียร

นายแกว่น มหาดไทย ๖ ตำลึง

นายฤทธิ นายเวร รับ กลาโหม ๓ ตำลึง

นายวิสูตรมณเฑียร กลาโหม ๓ ตำลึง
นายบริบาล

หลวงราชมานู หมื่นเสน่ห์ราชา ชาวปี่ ๑ กลองชนะ ๖ เจ็ดคน ๓ ตำลึง ๒ บาท แตร ๒ คน ๑ ตำลึง

คนหามพระวอ นายศรี นายเวร หมื่นจ่า ๑๐ คน ๕ ตำลึง

ชาวอภิรมย์ถือเครื่องสูง นายเรือง ภูดาษ มารับ ๑๐ คน ๕

ตำลึง พันเงิน พนักงานพระเสลี่ยง ๓ ตำลึง

พันทอง พนักงานพระกลด นายเรืองภูดาษ มารับ ๓ ตำลึง

สนมผู้เชิญพระราชโองการ หลวงราชบำเรอ ขุนจันทาทิตย์ ๑ ชั่ง

ค่าเขียนเรือทรงพระราชโองการ ขุนพิศณุกรรม์ ๖ ตำลึง

คนถือสัปทน หมื่นวิสูตร รับ ๒ บาท

ค่าตรานำ ๗ ตำลึง ๑ บาท

อาลักษณ์ ขุนมหาสิทธิ ๓ ชั่ง

กรมแสงใน หลวงราชโกษา ๓ ชั่ง

สารตราท่านเจ้าพระยาอรรคมหาเสนาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ สมุหพระกระลาโหม ให้มาแก่ผู้ว่าที่พระศรีราชสงครามรามภักดี ปลัด หลวงภักดีราช ยกรบัตร หลวงศรีสุรินทรบดี หลวงเทพเสนา สัสดี หลวงไชยประชา สัสดี แลกรมการทั้งหลาย

ด้วยเสนาพฤฒามาตย์มุขลูกขุนทั้งปวงปฤกษากราบทูลพระกรุณาว่า เมืองนครศรีธรรมราชขึ้นแก่กรุงศรีอยุทยาแต่ก่อนนั้น ถ้าเสนาบดีข้าราชการผู้ใหญ่มีบำเหน็จความชอบในราชกิจ สมเด็จบรมบพิตรปลูกเลี้ยงให้ออกไปรั้งเมืองครองเมือง มีแต่ปลัด ยกรบัตร กรมการ รับราชการตามขนบธรรมเนียมบุราณราชประเพณี พระยาตากสินได้ว่าราชการแผ่นดินครั้งนั้น กอบไปด้วยโมหะโลภะ มิได้ประพฤติการให้ชอบโดยขนบบุราณ ตั้งให้เปนถึงเจ้านคร มีอรรคมหาเสนา จัตุสดมภ์ มหาดเล็ก ต้องชื่อข้าเฝ้าเทียมพระเจ้าอยู่หัว จะสั่งกิจราชการบัตรหมายประการใดกว่ารับสั่ง ดุจดังอนุวงษ์ราชวงษ์ ถึงอนุวงษ์ราชวงษ์ก็ดี มีแต่รับสั่งตั้งแต่เจ้ากรม ปลัดกรม หลวงขุนหมื่น นายเวร ปลัดเวร หามีเสนาบดีเหมือนดังนี้ไม่ ซึ่งตั้งให้พระปลัดเปนเจ้านั้นผิดประเพณีแต่ปางก่อน ฝ่ายผู้ตั้งผู้แต่งประพฤติการผิดต่าง ๆ มิได้เปนยุติธรรม ฉ้อไพร่ฟ้าประชากร ๆ ประนอมพร้อมกันจับประหารชีวิตรเสีย แล้วพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเข้ามาผ่านพิภพ เสนามุขลูกขุนปฤกษาให้เจ้านครถอยยศลดเสนาบดีลงเสีย ฝ่ายเจ้านครก็หามีความชอบสิ่งหนึ่งสิ่งใดต่อแผ่นดินไม่ แต่หากว่าทรงพระเมตตาเห็นว่า เปนผู้ใหญ่ ประหนึ่งจะมีความคิดเห็นผิดแลชอบ จะตั้งใจทำราชการแผ่นดินโดยสุจริต จึงให้คงว่าราชการรั้งเมืองครองเมืองสืบมา แล้วทรงพระกรุณาตรัสสั่งจำเภาะให้เจ้านครเกณฑ์เลขเข้ามาร่อนทอง เจ้านครมิได้จัดแจงกะเกณฑ์เลขให้ครบตามเกณฑ์ ให้ข้าหลวงไปสักเลขเมืองนคร ก็ได้เลขสักน้อยต่ำลงกว่าจำนวนสักแต่ก่อน แล้วมีตรารับสั่งให้หาเจ้านครเข้ามาคิดราชการถึงสองครั้ง ก็บิดพลิ้วมิได้เข้ามา เห็นว่า เจ้านครหาจงรักภักดีสวามิภักดิ์ขวนขวายทำราชการสนองพระเดชพระคุณไม่ ไม่เกรงกลัวพระราชอาญา เจ้านครผิด ประการหนึ่ง เจ้านครก็แก่ชราพฤฒิภาพ เกลือกมีการณรงค์สงครามทำมิได้จะเสียราชการไป จะให้เจ้านครคงว่าราชการเมืองนครสืบไปมิได้ ละไว้จะเปนเสี้ยนหนามต่อแผ่นดิน ให้ยกเจ้านครออกเสียจากเจ้านครศรีธรรมราช เอาตัวเข้ามาใช้ราชการณกรุง แลเจ้าพัฒน์เมืองนครนั้นสัตย์ซื่อมั่นคงจงรักภักดีโดยสุจริต ได้ทำราชการสนองพระเดชพระคุณมีความชอบมาแต่ก่อน ขอพระราชทานให้เจ้าพัฒน์ออกไปว่าราชการรักษาเมืองนครสืบไป จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า ลูกขุนปฤกษาชอบด้วยราชการแลขนบธรรมเนียมบุราณราชประเพณีอยู่แล้ว ให้เอาเจ้าพัฒน์เปนเจ้าพระยานครศรีธรรมราชว่าราชการรักษาเมืองนครสืบไปตามลูกขุนปฤกษานั้นเถิด จึงตั้งเจ้าพัฒน์เปนเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช ชาติเดโชไชย มไหสุริยาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ออกมาว่าราชการบ้านเมืองสำเร็จกิจศุขทุกข์ของราษฎรด้วยพระปลัด กรมการ เมืองนครศรีธรรมราชตามพระราชกำหนดกฎหมายขนบธรรมเนียมสืบ ๆ มาแต่ก่อนจงพร้อมมูลกัน ให้เปนเอกจิตรเอกฉันท์น้ำหนึ่งใจเดียว อย่าให้ถือเปรียบแก่งแย่งให้เสียราชการ ให้ราษฎรได้ความยากแค้นเดือนร้อนแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แลให้พระปลัด กรมการ ฟังบังคับบัญชาเจ้าพัฒน์ผู้เปนเจ้าพระยานครศรีธรรมราชแต่ซึ่งชอบด้วยราชการพระราชกำหนดกฎหมายขนบธรรมเนียม ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชมีน้ำใจโอบอ้อมเมตตากรุณาแก่สมณะชีพราหมณ์ไพร่บ้านพลเมืองให้อยู่เย็นเปนศุข อย่าให้มีความโลภโลโภเบียดเบียนฉ้อกระบัดอาณาประชาราษฎรให้ได้ความยากแค้นเดือดร้อนแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่ง ถึงเทศกาลพระราชพิธีตรุศสารท ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชพระหลวงขุนหมื่นกรมการชาวด่านส่วยซ่องกองช้างตราภูมคุ้มห้ามพร้อมกันกราบถวายบังคมถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจณวัดพระมหาธาตุเมืองนครตามกฎหมายอย่างธรรมเนียมแต่ก่อนสืบ ๆ มา ถ้าผู้ใดขาดมิได้มาถือน้ำ ก็ให้บอกส่งตัวเข้าไปณกรุง จะเอาตัวเปนโทษตามบทพระไอยการ อนึ่ง ถึงเทศกาลพระราชพิธีตรุศสารท ก็ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชแต่งดอกไม้เงินทองเครื่องราชบรรณาการเข้าไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายตามกฎหมายอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อนจงทุกงวดทุกปีอย่าให้ขาดได้ อนึ่ง กรมการที่ใดหาตัวมิได้ ก็ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชปฤกษาด้วยกรมการจัดเอาผู้มีชื่อซึ่งมีสติกำลังมั่งคั่งสัตย์ซื่อมั่นคงดีนั้นจัดตั้งขึ้นไว้ให้ครบตามตำแหน่งที่ มีราชการจะได้กะเกณฑ์เอาราชการสดวก จัดได้ผู้ใดเปนที่ใดก็ให้บอกเข้าไปยังลูกขุนณศาลาเอากราบทูลพระกรุณาให้มีตราเจ้าพนักงานตั้งออกมาตามธรรมเนียม อนึ่ง นอระมาด งาช้าง ดีบุก ปีกนก เปนของตอบแทนลูกค้าต่างประเทศ ดินประสิวเปนกะทู้ราชการ ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชขวนขวายจัดแจงส่งเข้าไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายจงเนือง ๆ จะได้เปนความชอบแก่เจ้าพระยานครศรีธรรมราชสืบไป อนึ่ง ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชกำชับว่ากล่าวห้ามปรามแก่เสมียนทนายพรรคพวกสมกำลังบ่าวไพร่สมัคสมาอาไศรย อย่าให้คบหากันทำข่มเหงฉ้อกระบัดทำกรรโชกราษฎรเปนโจรผู้ร้ายปล้นสดมฉกลักช้างม้าโคกระบือเครื่องอัญมณีของสมณะชีพราหมณ์อาณาประชาราษฎรฆ่าช้างเอางาเอาขนาย ตัดต้นไม้อันมีผล ทำลายพระพุทธรูป พระสถูป พระเจดีย์ พระศรีมหาโพธิ พระวิหารการเปรียญ วัดวาอาราม ทำให้ผิดด้วยพระราชกำหนดกฎหมายห้ามปรามเก่าใหม่ มีผู้มาร้องฟ้อง พิจารณาเปนสัตย์ จะเอาผู้กระทำผิดเปนโทษ แลกฎหมายสำหรับที่บังคับบัญชาว่าราชการบ้านเมืองนั้นได้ปิดตราพระคชสีห์ส่งให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชเอาออกมาด้วยแล้ว ครั้นลสารตรานี้ไซ้ ก็ให้ผู้ว่าที่พระศรีราชสงครามรามภักดี ปลัด หลวงภักดีราช ยกรบัตร หลวงศรีสุรินทรบดี หลวงเทพเสนา สัสดี หลวงไชยประชา สัสดี แลกรมการ เรียกเอาตราจำนำกฎหมายกิจราชการสารบาญชีกระทงความเก่าใหม่บโทนคนใช้ไร่นาส่วยสาอากรบรรดามีตามตำรา๑๒ เดือนสำหรับที่ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชสืบมาแต่ก่อน แลสิ่งใดซึ่งเปนของนราสุริวงษ์ เจ้านคร รับต่อเจ้าพระยาสุธรรมมนตรีเมื่อช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราชนั้น มอบส่งให้แกเจ้าพัฒน์ผู้เปนเจ้าพระยานครศรีธรรมราชใหม่นี้จงเสร็จสิ้นเชิง แลให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชใหม่นี้รับราชการตามพนักงานตามพระราชกำหนดกฎหมายขนบธรรมเนียมพิกัดอัตราสืบมาแต่ก่อนให้ชอบด้วยราชการจงทุกประการ อย่าให้เสียราชการแผ่นดินไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แลให้ปลัด ยกรบัตร พระหลวงขุนหมื่น กรมการ ทำตามท้องตรารับสั่งมานี้จงทุกประการ สารตรามาณวันอังคาร เดือน ๘ แรม ๑๑ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๔๖ ปีมโรง ฉศก

วันพุฒ เดือน ๘ ขึ้น ๑๓ ค่ำ ปีมโรง ฉศก เพลาเช้า ๓ โมงเศษ เสด็จออกขุนนางณท้องพระโรงพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระยาสุรเสนาได้เอาร่างตราซึ่งยกเมืองสงขลามาคงขึ้นแก่เมืองนคร แลตรายกเจ้านครออกเสียจากที่เมืองนคร เอาเจ้าพัฒน์เปนเจ้าพระยานครนั้น กราบทูลพระกรุณาอ่านถวาย ทรงตกแซกดัดแปลงบ้าง แล้วอ่านทูลเกล้าฯ ถวายจนสิ้นข้อเนื้อความแล้ว ทรงพระกรุณาสั่งว่า ดีแล้ว ให้เอาตามร่างทรงตกแซกนั้นเถิด เมื่อทรงพระกรุณาสั่งนั้น กรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ กรมหลวงเทพหริรักษ์ กรมหลวงนรินทร์รณเรศ ๓ พระองค์ เจ้าพระยารัตนาพิพิธ เจ้าพระยามหาเสนา พระยายมราช พระยาพลเทพ พระยาพิพัฒน์โกษา พระยาท้ายน้ำ พระยาอภัยรณฤทธิ พระยาราชภักดี พระยาศรีพิพัฒน์ พระยามหาอำมาตย์ ๑๐ คน เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่ด้วย

กฎให้แก่เจ้าพัฒน์ ฝ่ายน่า ผู้เปนเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช ชาติเดโชไชย มไหสุริยาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ด้วยทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า เจ้าพัฒน์มีความชอบสวามิภักดิ์จงรักภักดีต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ได้ทำราชการสนองพระเดชพระคุณมาแต่ก่อน แลครั้งนี้ มีความชอบ ทรงพระมหากรุณาชุบเกล้าฯ ให้เจ้าพัฒน์เปนเจ้าพระยานครศรีธรรมราชออกมาครองเมืองรับกิจการโดยกฎหมายอย่างธรรมเนียมสำหรับขนบแผ่นดินเมืองนครศรีธรรมราชสืบมาแต่ก่อน แลลักขณทุกวันนี้ เมืองข้าขอบขัณฑสิมาปักษ์ใต้ฝ่ายตวันตกฝ่ายตวันออกโดยปริมณฑลรอบคอบไม่สงบราบคาบกอบไปด้วยจลาจลทำการณรงค์สงครามเกิดการรบพุ่งกันทุกแห่งทุกตำบลอยู่ ถ้าเจ้าพระยานครศรีธรรมราชออกมาถึงเมืองนครศรีธรรมราชแล้ว ให้ตรวจตราดูกำแพงแลค่ายคูประตูเมืองพ่วงรอหอรบเชิงเทิน การสิ่งใดซึ่งชำรุดปรักหักพังอยู่นั้น ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชว่ากล่าวตักเตือนเร่งรัดแก่กรมการเจ้าหมู่พนักงานให้เร่งทำแลตกแต่งซ่อมแปลงขึ้นไว้ให้ดีจงหนั่นหนามั่นคงจงทุกน่าที่พนักงาน อย่าให้ชำรุดปรักหักพังอยู่แต่น่าที่หนึ่งได้ ประการหนึ่ง ให้ตรวจดูสารบาญชีเลขคงสักจำนวนปีเถาะ เบญจศก ปีมโรง ฉศก เปนเลขหมวดใดกองใด แลเลขหัวเมืองน่าที่บรรดาแว่นแคว้นแขวงจังหวัดขึ้นแก่เมืองนครศรีธรรมราช เปนจำนวนเลขมากน้อยเท่าใด ให้คัดบาญชีมาอ่านจงเนือง ๆ ให้จะเจนจำนวนเลขไว้จงมั่นคง มีราชการจะได้กะเกณฑ์สดวก แลเลขหมวดใดกองใดซึ่งเกียจคร้านหลบหลีกหนีละมุลนายเสีย ออกไปซุ่มซ่อนอยู่ณซอกห้วยธารเขา มิได้เข้ามารับพระราชทานสักครั้งก่อนแลครั้งนี้ ขาดมิได้จับจ่ายราชการแผ่นดิน ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชแต่งพระหลวงขุนหมื่นซึ่งสัตย์ซื่อมั่นคงดีนั้นออกไปว่ากล่าวชักชวนเกลี้ยกล่อมโดยเมตตาจิตรให้ผู้มีชื่อชักชวนกันเข้ามาตั้งบ้านเรือนทำมาหากินอยู่ตามถิ่นฐานที่ภูมิลำเนาให้บริบูรณ์มั่งคั่ง ได้มากน้อยเท่าใด ให้บอกบาญชีบอกเข้ามายังกรุงให้แจ้ง อนึ่ง ให้ตรวจดูปืนใหญ่น้อยกระสุนดินประสิวเครื่องสาตราวุธให้รู้จำนวนมากแลน้อยว่า ดีอยู่มากน้อยเท่าใด ชำรุดมากน้อยเท่าใด ซึ่งชำรุดนั้นให้พิเคราะห์ดู พอจะตกแต่งซ่อมแปลงขึ้นเอาเปนราชการได้ ก็ให้ตกแต่งซ่อมแปลงขึ้นให้ดีไว้สำหรับเมืองสำหรับราชการสืบไป ปืนใหญ่น้อยซึ่งดีอยู่มิได้ชำรุด แลดินประสิวนั้น ก็ให้ว่าแก่หมู่พนักงานให้เอาปืนโซมน้ำมัน แลหมั่นเอาดินออกตากแดดจงเนือง ๆ อย่าให้ดินประสิวแลปืนสำหรับเมืองเปนสนิมคร่ำคร่าอยู่แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่ง ให้ตรวจดูเรือรบเรือไล่ในอัตรานอกอัตราสำหรับเมือง มีจำนวนอยู่มากน้อยเท่าใด ดีแลชำรุดประการใด ซึ่งชำรุดอยู่นั้น ก็ให้ว่ากล่าวเร่งรัดแก่เจ้าหมู่พนักงานให้เร่งตกแต่งซ่อมแปลงลิ่มยาลาพอนขึ้นไว้ให้ดีจงทุกลำทุกหมู่พนักงาน อย่าให้เรือรบเรือไล่ชำรุดซุดโซมอยู่แต่ลำหนึ่งได้ แล้วให้ทำโรงร่มเงาเอาขึ้นแทงคานน้ำไว้จงทุกลำ อย่าให้เรือรบเรือไล่ตากแดดกรำฝนผุเปื่อยเสียราชการไปแต่ลำหนึ่งได้ ถ้าถึงเทศกาลสลัดศัตรูแลอ้ายญวนเหล่าร้ายจะเข้ามากระทำเบียดเบียนจับกุมผู้คนลูกค้าวานิชข้าขอบขัณฑสิมาซึ่งสัญจรไปมาค้าขายประการใด ก็ให้แต่งเรือรบเรือไล่ นายเรือปลัดเรือ ไพร่พลรบพลกรรเชียง สรรพไปด้วยปืนใหญ่น้อยกระสุนดินประสิวเครื่องสาตราวุธครบตามเกณฑ์ ออกลาดคอยตระเวนจงทุกอ่าวทุ่งบรรจบถึงด่านแดนหัวเมืองต่อกัน จงกวดขันทั้งกลางวันแลกลางคืน ถ้าได้ข่าวว่า อ้ายสลัดศัตรูแลญวนเหล่าร้ายเล็ดลอดเข้ามาจับผู้คนประการใด ก็ให้ออกก้าวสกัดติดตามรบพุ่ง แล้วให้บอกราวข่าวถึงหัวเมืองต่อกันให้แต่งเรือรบเรือไล่ออกช่วยกันก้าวสกัดติดตามรบพุ่งจับกุมเอาอ้ายสลัดแลอ้ายญวนเหล่าร้ายให้เข็ดขามย่อ ท้อ อย่าให้อ้ายสลัดศัตรูแลญวนเหล่าร้ายเล็ดลอดเข้ามาจับผู้คนข้าขอบขัณฑสิมาไปแต่คนหนึ่งได้เปนอันขาดทีเดียว ถ้าแลเจ้าพระยานครศรีธรรมราชแลกรมการพนักงานประมาทละเมินเสียมิได้แต่งเรือรบเรือไล่ออกลาดคอยตระเวนโดยพระราชกำหนดนี้ แลอ้ายสลัดศัตรู ญวนเหล่าร้าย เล็ดลอดเข้ามาจับผู้คนไปได้ประการใด เจ้าพระยานครศรีธรรมราชแลกรมการพนักงานก็จะคงมีโทษโดยพระราชกำหนด ประการหนึ่ง เมืองสงขลาแลเมืองตรังเปนหัวเมืองปลายด่าน แดนต่อด้วยเมืองไทร เมืองตานี แลเมืองแขกทั้งปวงก็ยังมิสงบราบคาบ ให้แต่งหลวงขุนหมื่นข้าทแกล้วทหารโดยควร กอบไปด้วยปืนกระสุนดินประสิวเครื่องสาตราวุธครบมือ ออกไปตรวจด่านตระเวนปลายด่านแดนหัวเมืองสอดแนมเอาข่าวราชการให้รู้จงได้ ถ้าได้ข่าวว่า เมืองแขกมิได้ตั้งอยู่ในสุจริต คบคิดกันจะยกเข้ามาทำประทุษฐร้ายประการใด พอกำลังข้าหลวงกองตระเวนจะรบพุ่งจับกุมเอาตัวได้ ก็ให้รบพุ่งจับกุมเอาตัวจงได้ ถ้าแขกเหลือกำลัง ให้บอกหนังสือไปยังหัวเมืองให้แต่งกองออกช่วยรบพุ่งเอาไชยชำนะจงได้ อนึ่ง ทุกวันนี้ การณรงค์สงครามยังมิสงบ ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราช กรมการ คิดอ่านปฤกษาหารือจัดแจงบำรุงซ่องสุมหมู่โยธาทวยหาญให้ชำนิชำนาญในการยุทธไว้จงสรรพ ถ้าเห็นพรรคพวกสมกำลังของผู้ใดองอาจสามารถแกล้วหาญ ก็ให้จัดบำรุงตั้งแต่งเปนหลวงขุนหมื่นนายกองนายหมวดควบคุมเลขอาทมาตไว้เปนหมวดเปนเหล่าจงพร้อมมูล มีการณรงค์สงครามขุกค่ำคืนประการใด จะได้กะเกณฑ์เอาทันท่วงทีราชการโดยสดวก ประการหนึ่ง ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชปฤกษาหารือด้วยกรมการทั้งปวงจัดแจงชำระดูพระไอยการแลพระราชกำหนดกฎหมายเก่าใหม่บทใดข้อใดซึ่งต้องด้วยขนบธรรมเนียมแผ่นดิน ควรคงเคยพิจารณาว่ากล่าวประการใด ก็ให้คงไว้บังคับบัญชาว่ากล่าวโดยพระราชกำหนดสำหรับแผ่นดินสืบไป ถ้าพระไอยการแลพระราชกำหนดกฎหมายบทใดข้อใดเคลือบแคลงอยู่ จะเอาไว้พิจารณาชำระว่ากล่าวมิได้ ก็ให้จัดแจงบอกส่งเข้ามาขอลอกจำลองออกไปใหม่ไว้บังคับบัญชาสำหรับการแผ่นดินสืบไป ประการหนึ่ง ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชว่าราชการบ้านเมืองพร้อมด้วยปลัด ยกรบัตร กรมการ จงเปนยุกดิ์เปนธรรม ให้เปนเอกจิตรเอกฉันท์น้ำหนึ่งใจเดียว อย่าให้มีความฉันทาโทสาฤษยาถือเปรียบขัดแขงแย่งกันให้เสียราชการแผ่นดินไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่ง จะพิจารณาพิพากษาอัดถคดีเนื้อความของทวยราษฎรทั้งปวงโดยมูลคดีประการใด ให้ควรตั้งอยู่ในคติทั้ง ๔ คือ ฉันทาคติ โทสาคติ ภยาคติ โมหาคติ อย่าให้กอบไปด้วยความอิจฉาฤษยา ความโกรธ ความจองเวรด้วยไภยต่าง ๆ ให้พิจารณาจงเปนยุกดิ์เปนธรรมด้วยอุเบกขาญาณอันประเสริฐ อย่าให้อาสัจอาธรรม์ เห็นแก่หน้าบุคคลแลอามิศสินจ้างสินบน เข้าด้วยฝ่ายโจทย์ฝ่ายจำเลย กลับเท็จเปนจริง กลับจริงเปนเท็จ ทำกลบเกลื่อนเนื้อความให้ฟั่นเฟือน ให้ทวยราษฎรทั้งปวงมีความยากแค้นเดือดร้อน ผิดด้วยพระราชกำหนดกฎหมายเก่าใหม่แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ประการหนึ่ง ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชมีน้ำใจโอบอ้อมแก่สมณะชีพราหมณาจารย์อาณาประชาราษฎรไพร่พลเมืองลูกค้าวานิช ให้ชักชวนกันทำบุญให้ทาน จำเริญเมตตาภาวนา สดับตรับฟังพระธรรมเทศนา รักษาศีลห้าเปนนิจศีล ศีลแปดเปนอดิเรกศีลจงเนือง ๆ แลควรให้ตั้งอยู่ในทศกุศลกรรมบถ โดยพระราชกำหนดซึ่งโปรดพระราชทานออกไปไว้ ก็จะได้พาตัวไปสู่สุคติภูมอันประเสริฐ ประการหนึ่ง พึงให้บำรุงพระสงฆ์เถรเณรผู้เล่าเรียนฝ่ายคันถธุระวิปัสนาธุระจงทุกวัดวาอาราม จะได้เปนการกุศลสืบไป อิกประการหนึ่ง ให้ตรวจดูพระพุทธรูป พระสถูป พระเจดีย์ พระศรีมหาโพธิ พระวิหารการเปรียญ วัดวาอาราม แห่งใดตำบลใด ซึ่งชำรุดปรักหักพังเศร้าหมองอยู่ประการใดนั้น ให้ชักชวนพระหลวงขุนหมื่นกรมการแลอาณาประชาราษฎรผู้มีศรัทธาบุรณปฎิสังขรณ์วัดพระขึ้นให้สุกใสรุ่งเรืองถวายพระราชกุศลสืบไป อย่าให้วัดพระชำรุดปรักหักพังเศร้าหมองอยู่ได้ อนึ่ง เข้าเปนกะทู้ราชการ ถ้าถึงเทศกาลทำนา ให้ตักเตือนว่ากล่าวแก่อาณาประชาราษฎรให้ชักชวนกันทำไร่นาจงเต็มภูมให้ได้ผลเมล็ดเข้าจงมาก จะได้เปนกำลังราชการแลทำบุญให้ทานเปนการกุศลสืบไป อนึ่ง ถ้าแลเจ้าพระยานครศรีธรรมราชจะมีใจประดิพัทธยินดีในสัตรีภาพผู้ใดอันมีบิดามารดาญาติวงษ์พงษาพิทักษ์รักษาปกครองอยู่โดยปรกติ ก็ให้ตกแต่งผู้ไปว่ากล่าวสู่ขอตามธรรมเนียม ถ้าบิดามารดาญาติวงษ์พงษายอมยกให้ปันโดยปรกติสุจริต จึงให้รับมาเลี้ยงดูตามประเพณีคดีโลกย์ อย่าให้ทำข่มเหงฉุดคร่าลากเอาลูกสาวหลานสาวของอาณาประชาราษฎรผู้หวงแหนโดยพละการของอาตมาตามอิฎฐารมณ์ ให้ราษฎรมีความวิบัติเดือดร้อน ผิดด้วยพระราชบัญญัติแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่ง ส่วยสาอากรซึ่งขึ้นณท้องพระคลังหลวงณกรุง บรรดามีอยู่ณเมืองนครแขวงหัวเมืองขึ้นแก่เมืองนครเปนจำนวนมากน้อยเท่าใด ถ้าถึงงวดถึงจำนวนจะได้ส่ง ก็ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชว่าแก่กรมการพนักงานให้ว่ากล่าวเร่งรัดแก่นายที่นายอากรให้เร่งคุมส่วยของหลวงเข้าไปส่งยังเจ้าจำนวนณกรุงจงทุกงวดทุกจำนวน อย่าให้ส่วยของหลวงค้างเกินล่วงงวดล่วงจำนวนไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แลจำนวนเงินทอดเงินปลงของหลวงซึ่งค้างอยู่เก่ามากน้อยเท่าใด ก็ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชว่ากล่าวเร่งรัดส่งเข้ามาให้ครบจงเสร็จสิ้นเชิง อย่าให้พระราชทรัพย์ของหลวงค้างเกินอยู่แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ซึ่งว่ากล่าวมาทั้งนี้ตามกฎหมายอย่างธรรมเนียมโดยประมาณ ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชพึงอ่านพระราชกำหนดโดยพระโอวาทนี้จงเนื่อง ๆ ให้เจนปากเจนใจไว้จงทุกข้อทุกกระทง จะได้บังคับบัญชากิจราชการสดวกสืบไป ถ้าแลราชการผันแปรโดยปรกติเหตุแลประจุบันเหตุประการใด ก็ให้คิดอ่านผ่อนปรนผันแปรโดยข้อราชการให้ชอบจงทุกประการ สุดแต่อย่าให้เสียราชการแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ กฎให้ไว้ณวันอังคาร เดือน ๘ แรม ๑๑ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๔๖ ปีมโรง ฉศก

สารตราท่านเจ้าพระยาอรรคมหาเสนาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ สมุหพระกระลาโหม ให้มาแก่หลวงเทพเสนา ผู้ว่าที่จ่า ขุนศรีสนม ผู้ว่าที่เทพเสนา แลกรมการ

ด้วยเจ้าพระยานครเข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทแจ้งข้อราชการณกรุงให้กราบทูลพระกรุณาว่า เจ้าพระยานครแก่ชรา หูหนัก จักขุมืด หลงลืม จะทำราชการสนองพระเดชพระคุณสืบไปมิได้ จะขอพระราชทานกราบถวายบังคมลาออกจากราชการ จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า ฝ่ายปักษ์ใต้ เมืองนครเปนเมืองเอก ใหญ่กว่าหัวเมืองทั้งปวง แล้วก็เปนที่พำนักอาไศรยแก่เมืองแขก แลลูกค้าวานิชนา ๆ ประเทศไปมาค้าขายมิได้ขาด เจ้าพระยานครสูงอายุ ว่า หลงลืม จะทำราชการสืบไปมิได้ ก็ให้เจ้าพระยานครเลื่อนขึ้นเปนเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี ศรีโศกราชวงษ์ เชษฐพงษ์ฦาไชย อนุไทยธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ แลพระบริรักษ์ภูเบศร์นั้นเปนผู้ช่วยราชการมาในเจ้าพระยานครช้านาน รู้ขนบธรรมเนียม สัตย์ซื่อมั่นคง แล้วก็ได้คุมกองทัพไปต่อเรือรบเรือไล่ยกไปตีอ้ายพม่าณเมืองถลางจนเสร็จราชการ จับได้อ้ายพม่าแลปืนส่งเข้าไปเปนอันมาก พระบริรักษ์ภูเบศร์มีความชอบ สมควรที่จะชุบเลี้ยงให้ออกไปรั้งเมืองครองเมืองสำเร็จกิจศุขทุกข์ของอาณาประชาราษฎรต่างพระเนตรพระกรรณได้ ให้เอาพระบริรักษ์ภูเบศร์ ผู้ช่วยราชการเปนพระยานครศรีธรรมราช ออกมาว่าราชการรักษาบ้านเมืองสำเร็จกิจศุขทุกข์ของอาณาประชาราษฎรณเมืองนครสืบไป จึงตั้งพระบริรักษ์ภูเบศร์ ผู้ช่วยราชการ เปนพระยาศรีธรรมาโศกราช ชาติเดโชไชย มไหสุริยาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ พระยานครศรีธรรมราช ออกมาว่าราชการรักษาบ้านเมืองสำเร็จกิจศุขทุกข์ของราษฎรด้วยกรมการเมืองนครตามพระราชกำหนดกฎหมายพิกัดอัตราอย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน แลให้กรมการฟังบังคับบัญชาพระยานครศรีธรรมราชคนใหม่แต่ซึ่งชอบด้วยราชการ อย่าให้ถือเปรียบแก่งแย่งเสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แลให้พระยานครมีน้ำใจโอบอ้อมเมตตากรุณาแก่สมณะชีพราหมณ์ ไพร่บ้านพลเมือง ลูกค้าวานิช ให้อยู่เย็นเปนศุข จะกะเกณฑ์ใช้ราชการสิ่งใด ให้ทั่วหน้าเสมอกัน จะพิพากษาตัดสินคดีถ้อยความกิจศุขทุกข์ของราษฎรประการใด ให้เปนยุกดิ์เปนธรรม อย่าให้เห็นแก่อามิศสินจ้างสินบนลำเอียงเข้าด้วยฝ่ายโจทย์ฝ่ายจำเลย กลับเท็จเปนจริง กลับจริงเปนเท็จ กลบเกลื่อนข้อความให้ฟั่นเฟือน ให้ผู้มีชื่อได้ความยากแค้นเดือนร้อนแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่ง พระราชกำหนดกฎหมายแลพระไอยการข้อใดกะทงใดเคลือบแฝงแคลงอยู่ จะเอาไว้พิจารณามิได้ ก็ให้ส่งเข้าไปณกรุง แล้วให้แต่งเสมียนทนายเข้าไปจำลองคัดเอาพระราชกำหนดกฎหมายพระไอยการซึ่งชำระณกรุงออกมาไว้พิจารณาว่ากล่าวตัดสินคดีถ้อยความของราษฎรสืบไป อนึ่ง เรือรบเรือไล่ ค่ายคูประตูเมือง พ่วงรอหอรบ ศาลากลาง จวนทำเนียบ คุกตรางสำหรับใส่ผู้ร้าย โรงปืนใหญ่น้อยสำหรับเมือง สิ่งใดไม่มีแลชำรุดปรักหักพังอยู่ ก็ให้พระยานครว่ากล่าวตักเตือนกรมการเจ้าพนักงานให้ตกแต่งซ่อมแปลงขึ้นไว้ให้มั่นคงจงดี อย่าให้ชำรุดปรักหักพังอยู่แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่ง เมืองตรังเปนเมืองล่อแหลมอยู่ฝ่ายทเลตวันตก จะไว้ใจมิได้ ให้พระยานครปฤกษาด้วยกรมการกะเกณฑ์หลวงขุนหมื่นแลชาวด่านคุมเรือรบเรือไล่สรรพไปด้วยปืนใหญ่น้อยกระสุนดินประสิวเครื่องสาตราวุธออกไปอยู่พิทักษ์รักษาประจำฅอด่านทั้งกลางวันกลางคืน ลาดตระเวนฟังข่าวราชการน่าด่านต่อแดนจงเนือง ๆ อย่าให้อ้ายสลัดเหล่าร้ายแลพม่ารามัญเล็ดลอดจู่โจมเข้ามาจับเอาผู้คนไปได้เปนอันขาดทีเดียว ถ้ามีราชการมาประการใด ให้ช่วยกันรบพุ่งต้านทานเอาไชยชำนะไว้ให้จงได้ แล้วให้เร่งรีบบอกหนังสือเข้าไปณกรุงแลหัวเมืองต่อกันโดยเร็ว อนึ่ง ปืนใหญ่น้อย กระสุน ดินประสิว เปนกะทู้ราชการ ให้พระยานครจัดแจงหาปืนใหญ่น้อย กระสุน ดินประสิว ขึ้นไว้สำหรับเมืองให้ได้จงมาก ขุกมีราชการมาประการใด จะได้เอาจ่ายราชการทันท่วงทีไม่ขัดสน แล้วให้ว่ากล่าวตักเตือนกรมการเจ้าพนักงานให้เอาปืนใหญ่น้อยออกขัดสีโซมน้ำมัน เอาดินประสิวออกตากแดดจงเนือง ๆ อย่าให้ปืนเปนสนิมคร่ำคร่าแลดินอับราเสียไปได้ ปืนใหญ่นั้นให้มีรางล้อรางเกวียนใส่ แลปืนน้อยนั้นให้มีบันไดแก้ววางจงทุกบอก อนึ่ง เข้าเปนกะทู้ราชการข้อใหญ่ ถึงเทศกาลจะได้เรียกหางเข้าค่านาแล้ว ให้พระยานครว่ากล่าวตักเตือนกรมการเจ้าพนักงานกำกับกันรังวัดนาเรียกหางเข้าค่านาขึ้นใส่ยุ้งฉางไว้จงทุกปี ได้เปนจำนวนเข้าค่านาปีละมากน้อยเท่าใด ให้บอกเข้าไปให้แจ้ง อนึ่ง ส่วยสาอากรซึ่งขึ้นท้องพระคลังหลวง บรรดามีอยู่ณเมืองนคร แขวงเมืองนคร มากน้อยเท่าใด ถึงงวดปีแล้ว ก็ให้ว่ากล่าวตักเตือนเร่งรัดนายอากรแลนายกองนายหมวดผู้คุมเลขค่าส่วยให้คุมเอาส่วยสาอากรเข้าไปส่งแก่ชาวพระคลังณกรุงให้ครบจงทุกงวดทุกปี อย่าให้ส่วยสาอากรของหลวงขาดค้างล่วงงวดล่วงปีไปแต่จำนวนหนึ่งได้ อนึ่ง ถึงเทศกาลพระราชพิธีตรุศสารท ก็ให้พระยานครศรีธรรมราชพร้อมด้วยกรมการพระหลวงขุนหมื่นส่วยซ่องกองช้างตราภูมคุ้มห้ามกราบถวายบังคมรับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจาทุกปีอย่าให้ขาด ถ้าผู้ใดขาดมิได้ถือน้ำ ให้บอกส่งตัวผู้นั้นเข้าไปยังลูกขุนณศาลา จะเอาตัวเปนโทษตามบทพระไอยการ อนึ่ง เมืองนครเปนเมืองเอก ถึงงวดปีแล้ว ให้จัดแจงแต่งดอกไม้ทองเงิน เครื่องราชบรรณาการ ส่งเข้าไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปีละ ๒ งวดตามบุราณราชประเพณีสืบมาแต่ก่อนจงทุกปีอย่าให้ขาด อนึ่ง พระพุทธรูป พระสถูป พระเจดีย์ พระวิหารการเปรียญ วัดวาอาราม ณเมืองนคร แขวงเมืองนคร แห่งใดตำบลใด ชำรุดปรักหักพังเศร้าหมองอยู่ ก็ให้พระยานครศรีธรรมราชมีน้ำใจเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธสาสนา ชักชวนกรมการแลอาณาประชาราษฎรปฏิสังขรณ์ขึ้นให้รุ่งเรืองสุกใส ถวายพระราชกุศลเข้าไปณกรุง อนึ่ง ดีบุก นอระมาด งาช้าง เปนสินค้าหลวงสำหรับจะได้ตอบแทนสลุบกำปั่นลูกค้านา ๆ ประเทศ ให้พระยานครศรีธรรมราชขวนขวายจัดแจงหาดีบุก นอระมาด งาช้าง ส่งเข้าไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายจงเนือง ๆ จะได้เปนความชอบสืบไป แลให้พระยานครศรีธรรมราชว่ากล่าวกำชับห้ามปรามแก่เสมียนทนายสมัคสมาอาไศรยพรรคพวกสมกำลังข้าทาษอย่าให้คบหากันสูบฝิ่น กินฝิ่น ซื้อฝิ่น ขายฝิ่น เปนโจรผู้ร้ายปล้นสดมฉกลักช้างม้าโคกระบือ แลกระทำข่มเหงตัดพกฉกชิงฉ้อกระบัดเอาพัสดุทองเงินเครื่องอัญมณีของสมณะชีพราหมณ์อาณาประชาราษฎรไพร่บ้านพลเมืองลูกค้าวานิชณทางบกทางเรือ ให้ผู้มีชื่อได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลอย่าให้คบหากันทำลายพระพุทธรูป พระสถูป พระเจดีย์ พระศรีมหาโพธิ พระอุโบสถ พระวิหารการเปรียญ วัดวาอาราม ฆ่าช้างเอางาแลขนาย ฆ่าสัตว์อันมีคุณ ตัดต้นไม้อันมีผล ลอบลักซื้อขายสิ่งของต้องห้าม แลกระทำให้ผิดด้วยพระราชกำหนดกฎหมายห้ามปรามเก่าใหม่แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เปนอันขาดทีเดียว ถ้าผู้ใดมิฟัง มีผู้ร้องฟ้องว่ากล่าว พิจารณาเปนสัตย์ จะเอาตัวผู้กระทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลกฎหมายสำหรับที่จะบังคับบัญชาว่าราชการบ้านเมืองนั้น ได้ปิดตราพระคชสีห์ส่งให้พระยานครใหม่ออกมาด้วยแล้ว ครั้นลุสารตรานี้ไซ้ ก็ให้กรมการผู้อยู่ว่าราชการเมืองจัดแจงตราจำนำ แลกฎหมาย สารบาญชี กระทงความเก่าใหม่ บโทนคนใช้ ไร่นา ส่วยสาอากร บรรดามีตามตำรา ๑๒ เดือนสำหรับผู้ครองเมืองนครสืบมาแต่ก่อน ส่งให้แก่พระบริรักษ์ภูเบศร์ ผู้เปนพระยานครใหม่ ตามอย่างธรรมเนียม ให้พระยานครรับราชการตามตำแหน่งพนักงานพระราชกำหนดกฎหมายขนบธรรมเนียมพิกัดอัตราสืบมาแต่ก่อน ห้ชอบด้วยราชการจงทุกประการ อย่าให้เสียราชการแผ่นดินไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แลให้กรมการผู้อยู่ว่าราชการเมืองกระทำตามท้องตรารับสั่งมานี้จงทุกประการ สารตรามาณวัดพุฒ เดือน ๙ แรม ๑๐ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๗๓ ปีมแม ตรีศก

วันอาทิตย์ เดือน ๙ แรม ๗ ค่ำ ปีมแม ตรีศก เสด็จออกณพระชาลาพลับพลาน้อยริมท้องพระโรง พระยาเทพวรชุณกราบทูลถวายร่างตรา หมื่นเทพเสนีอ่านจนสิ้นข้อความแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งว่า ให้เอาตามร่างนี้เถิด เมื่อทรงพระกรุณาสั่งนั้น พระยามหาอำมาตย์ พระยาราชนิกูล พระยาพระราม พระยาราชสงคราม เฝ้าอยู่ด้วย

กฎให้แก่พระบริรักษ์ภูเบศร์ ผู้เปนพระยาศรีธรรมาโศกราช ชาติเดโชไชย มไหสุริยาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ พระยานครศรีธรรมราช ด้วยทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า พระบริรักษ์ภูเบศร์ได้ทำราชการสนองพระเดชพระคุณมาช้านาน มีความชอบ ทรงพระมหากรุณาชุบเกล้าฯ ให้เปนพระยานครศรีธรรมราชออกมาครองเมืองรับกิจราชการโดยกฎหมายอย่างขนบธรรมเนียมแผ่นดินเมืองนครมาแต่ก่อน แลลักขณทุกวันนี้ เมืองข้าขอบขัณฑสิมาปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือตวันตกตวันออกโดยปริมณฑลรอบคอบไม่สงบราบคาบ กอบไปด้วยจลาจล ทำการณรงค์สงครามเกิดการรบพุ่งกันทุกแห่งทุกตำบลอยู่ ถ้าพระยานครศรีธรรมราชออกมาถึงเมืองนครแล้ว ให้ตรวจตราดูกำแพง แลค่ายคูประตูเมือง พ่วงรอหอรบเชิงเทิน การสิ่งใดซึ่งชำรุดปรักหักพังอยู่นั้น ให้พระยานครศรีธรรมราชว่ากล่าวตักเตือนเร่งรัดแก่กรมการเจ้าพนักงานให้เร่งทำแลตกแต่งซ่อมแปลงขึ้นไว้ให้แน่นหนามั่นคงจงทุกน่าที่พนักงาน อย่าให้ชำรุดปรักหักพังอยู่แต่น่าที่หนึ่งได้ ประการหนึ่ง ให้ตรวจดูสารบาญชีเลขคงสักจำนวนปีเถาะ เบญจศก ปีมโรง ฉศก เปนเลขหมวดใดกองใด แลเลขหัวเมืองนายที่บรรดาแว่นแคว้นแขวงจังหวัดขึ้นแก่เมืองนคร เปนจำนวนเลขมากน้อยเท่าใด ให้คัดบาญชีมาอ่านจงเนือง ๆ ให้จะเจนจำนวนเลขไว้จงมั่นคง มีราชการจะได้กะเกณฑ์สดวก แลเลขหมวดใดกองใดซึ่งเกียจคร้านหลบหลีกหนีละมุลนายเสียออกไปซุ่มซ่อนอยู่ณซอกห้วยธารเขา มิได้เข้ามารับพระราชทานสักครั้งก่อนแลครั้งนี้ ขาดมิได้จับจ่ายราชการแผ่นดิน ให้พระยานครศรีธรรมราชแต่งพระหลวงขุนหมื่นซึ่งสัตย์ซื่อมั่นคงดีนั้นออกไปว่ากล่าวชักชวนเกลี้ยกล่อมโดยเมตตาจิตรให้ผู้มีชื่อเข้ามาตั้งบ้านเรือนทำมาหากินอยู่ตามถิ่นฐานที่ภูมิลำเนาในบริบูรณ์มั่งคั่ง ได้มากน้อยเท่าใด ให้บอกบาญชีเข้าไปยังกรุงให้แจ้ง อนึ่ง ให้ตรวจดูปืนใหญ่น้อย กระสุน ดินประสิว เครื่องสาตราวุธ ให้รู้ว่า ดีแลชำรุดมีอยู่มากน้อยเท่าใด ซึ่งชำรุดนั้น พอจะตกแต่งซ่อมแปลงขึ้นเปนราชการได้ ก็ให้ตกแต่งซ่อมแปลงขึ้นให้ดีไว้สำหรับเมืองสืบไป ปืนใหญ่น้อยซึ่งดีอยู่มิได้ชำรุด แลดินประสิวนั้น ก็ให้ว่าแก่หมู่พนักงานให้เอาปืนโซมน้ำมัน แลเอาดินออกตากแดดจงเนือง เนือง อย่าให้ดินอับรา ปืนเปนสนิมคร่ำคร่าอยู่แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่ง ให้ตรวจดูเรือรบเรือไล่ในอัตรานอกอัตราสำหรับเมืองมีจำนวนอยู่มากน้อยเท่าใด ดีแลชำรุดประการใด ซึ่งชำรุดอยู่นั้น ก็ให้ว่ากล่าวเร่งรัดแก่แจ้าหมู่พนักงานเร่งตกแต่งซ่อมแปลงลิ่มยาลาพอนขึ้นไว้ให้ดีจงทุกลำทุกหมู่พนักงาน อย่าให้เรือรบเรือไล่ชำรุดซุดโซมอยู่แต่ลำหนึ่งได้ แล้วให้ทำร่มเงาเอาขึ้นแทงคานน้ำไว้จงทุกลำ อย่าให้เรือรบเรือไล่ตากแดดกรำฝนผุเปื่อยเสียราชการไปแต่ลำหนึ่งได้ ถ้าถึงเทศกาลอ้ายสลัดศัตรูแลญวนเหล่าร้ายจะเข้ามากระทำเบียดเบียนจับกุมผู้คนลูกค้าวานิชข้าขอบขัณฑสิมาซึ่งสัญจรไปมาค้าขายประการใด ก็ให้แต่งเรือรบเรือไล่ นายเรือ ปลัดเรือ ไพร่พลรบ พลกรรเชียง สรรพไปด้วยปืนใหญ่น้อย กระสุน ดินประสิว เครื่องสาตราวุธ ครบตามเกณฑ์ ออกลาดตระเวนจงทุกอ่าวทุ่งบรรจบถึงด่านแดนหัวเมืองต่อกันจงกวดขันทั้งกลางวันกลางคืน ถ้าได้ข่าวว่า อ้ายสลัดศัตรูแลญวนเหล่าร้ายเล็ดลอดเข้ามาจับผู้คนประการใด ก็ให้ออกก้าวสกัดติดตามรบพุ่ง แล้วให้บอกราวข่าวถึงหัวเมืองต่อกัน ให้แต่งเรือรบเรือไล่ออกช่วยกันก้าวสกัดติดตามรบพุ่งจับกุมเอาอ้ายสลัดแลญวนเหล่าร้ายให้เข็ดขามย่อท้อ อย่าให้อ้ายสลัดศัตรูแลญวนเหล่าร้ายเล็ดลอดเข้ามาจับผู้คนข้าขอบขัณฑสิมาไปแต่คนหนึ่งได้เปนอันขาดทีเดียว ถ้าแลพระยานครศรีธรรมราช กรมการ พนักงาน ประมาทละเมินเสีย มิได้แต่งเรือรบเรือไล่ออกลาดตระเวนโดยพระราชกำหนดนี้ แลอ้ายสลัดศัตรูญวนเหล่าร้ายเล็ดลอดเข้ามาจับผู้คนไปได้ประการใด พระยานครศรีธรรมราช กรมการ พนักงาน ก็คงจะมีโทษโดยพระราชกำหนด ประการหนึ่ง เมืองแขกทั้งปวงยังไม่ราบคาบ ให้แต่งหลวงขุนหมื่นทแกล้วทหารโดยควร กอบไปด้วยปืน กระสุน ดินประสิว เครื่องสาตราวุธครบมือ ออกไปตรวจการตระเวนด่านปลายด่านแดนหัวเมืองสอดแนมเอาข่าวราชการให้รู้จงได้ ถ้าได้ข่าวว่า เมืองแขกมิได้ตั้งอยู่ในสุจริต คบคิดกันจะยกเข้ามากระทำประทุษฐร้ายประการใด พอกำลังข้าหลวงกองตระเวนจะรบพุ่งจับกุมเอาตัวได้ ก็ให้รบพุ่งจับกุมเอาตัวจงได้ ถ้าแขกเหลือกำลัง ให้บอกหนังสือไปยังหัวเมืองให้แต่งกองออกช่วยรบพุ่งเอาไชยชำนะจงได้ อนึ่ง ทุกวันนี้ การณรงค์สงครามยังไม่สงบ ให้พระยานครศรีธรรมราช กรมการ คิดอ่านปฤกษาหารือจัดแจงบำรุงซ่องสุมหมู่โยธาทวยหาญให้ชำนิชำนาญในการยุทธไว้จงสรรพ ถ้าเห็นพรรคพวกสมกำลังของผู้ใดองอาจสามารถแกล้วหาญ ก็ให้จัดบำรุงตั้งแต่งเปนหลวงขุนหมื่นนายกองนายหมวดควบคุมเลขอาทมาตไว้เปนหมวดเปนเหล่าจงพร้อมมูล มีการณรงค์สงครามขุกค่ำคืนประการใด จะได้กะเกณฑ์เอาทันท่วงทีราชการโดยสดวก อนึ่ง ให้พระยานครศรีธรรมราชปฤกษาหารือด้วยกรมการทั้งปวงจัดแจงชำระดูพระไอยการแลพระราชกำหนดกฎหมายเก่าใหม่บทใดข้อใดต้องด้วยขนบธรรมเนียมแผ่นดินควรคงเคยพิจารณาว่ากล่าวประการใด ก็ให้คงไว้บังคับบัญชาว่ากล่าวโดยพระราชกำหนดสำหรับแผ่นดินสืบไป ถ้าพระไอยการแลพระราชกำหนดกฎหมายบทใดข้อใดเคลือบแคลงอยู่ จะเอาไว้พิจารณาชำระว่ากล่าวมิได้ ก็ให้จัดแจงบอกส่งเข้ามาขอลอกจำลองออกไปใหม่ไว้บังคับบัญชาสำหรับการแผ่นดินสืบไป ประการหนึ่ง ให้พระยานครศรีธรรมราชว่าราชการบ้านเมืองพร้อมด้วยปลัด ยกรบัตร กรมการ จงเปนยุกดิ์เปนธรรม ให้เปนเอกจิตรเอกฉันท์น้ำหนึ่งใจเดียว อย่าให้มีความฉันทาโทสาฤษยาถือเปรียบแก่งแย่งกันให้เสียราชการแผ่นดินไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่ง จะพิจารณาพิพากษาอัดถคดีเนื้อความของทวยราษฎรทั้งปวงโดยมูลคดีประการใด ให้ควรตั้งอยู่ในคติทั้ง ๔ คือ ฉันทาคติ โทสาคติ ภยาคติ โมหาคติ อย่าให้กอบไปด้วยความอิจฉาฤษยา ความโกรธ ความจองเวรด้วยไภยต่าง ๆ ความหลง ให้พิจารณาจงเปนยุกดิ์เปนธรรมด้วยอุเบกขาญาณอันประเสริฐ อย่าให้อาสัจอาธรรม์ เห็นแก่หน้าบุคคลแลอามิศสินจ้างสินบน เข้าด้วยฝ่ายโจทย์ฝ่ายจำเลย กลับเท็จเปนจริง กลับจริงเปนเท็จ ทำกลบเกลื่อนเนื้อความให้ฟั่นเฟือน ให้ทวยราษฎรทั้งปวงมีความยากแค้นเดือนร้อนผิดด้วยพระราชกำหนดกฎหมายเก่าใหม่แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ประการหนึ่ง ให้พระยานครศรีธรรมราชมีน้ำใจโอบอ้อมอารีแก่สมณะชีพราหมณาจารย์อาณาประชาราษฎรไพร่พลเมืองลูกค้าวานิช ให้ชักชวนกันทำบุญให้ทาน จำเริญเมตตาภาวนา สดับตรับฟังพระธรรมเทศนา รักษาศีลห้าเปนนิจศีล ศีลแปดเปนอติเรกศีลจงเนือง ๆ แลควรให้ตั้งอยู่ในทศกุศลกรรมบถ โดยพระราชกำหนดซึ่งโปรดพระราชทานออกไปไว้ ก็จะได้พาตัวไปสู่สุคติภูมอันประเสริฐ อนึ่ง เมืองนครเปนเมืองใหญ่ ราชการพนักงานมีเปนอันมาก ถ้ากรมการที่ใดว่างอยู่ยังไม่มีตัว ก็ให้พระยานครศรีธรรมราชปฤกษาด้วยหลวงปลัดกรมการจัดแจงเอาผู้มีชื่อซึ่งมีสติปัญญาสัตย์ซื่อมั่นคงดีนั้นมาตั้งแต่งขึ้นเปนกรมการให้ครบตำแหน่ง ถ้าจัดแจงได้ผู้ใดเปนกรมการที่ใด ให้บอกส่งตัวผู้นั้นเข้าไปให้รับเอาตราตั้งต่อเจ้าพนักงานณกรุง ประการหนึ่ง พึงให้บำรุงพระสงฆ์เถรเณรผู้เล่าเรียนฝ่ายคันถธุระวิปัสนาธุระจงทุกวัดวาอาราม จะได้เปนการกุศลสืบไป อิกประการหนึ่ง ให้ตรวจดูพระพุทธรูป พระสถูป พระเจดีย์ พระศรีมหาโพธิ พระวิหารการเปรียญ วัดวาอาราม แห่งใดตำบลใด ซึ่งชำรุดปรักหักพังเศร้าหมองอยู่นั้น ให้ชักชวนพระหลวงขุนหมื่นกรมการแลอาณาประชาราษฎรผู้มีศรัทธาบุรณปฎิสังขรณ์วัดพระขึ้นให้สุกใสรุ่งเรืองถวายพระราชกุศลสืบไป อย่าให้วัดพระชำรุดปรักหักพังเศร้าหมองอยู่ได้ อนึ่ง เข้าเปนกะทู้ราชการ ถ้าถึงเทศกาลทำนา ให้ตักเตือนว่ากล่าวแก่อาณาประชาราษฎรให้ชักชวนกันทำไร่นาจงเต็มภูมให้ได้ผลเมล็ดเข้าจงมาก จะได้เปนกำลังราชการแลทำบุญให้ทานเปนการกุศลสืบไป อนึ่ง ถ้าแลพระยานครศรีธรรมราชจะมีใจประดิพัทธยินดีในสัตรีภาพผู้ใดอันมีบิดามารดาญาติวงษ์พงษาปกครองอยู่โดยปรกติ ก็ให้ตกแต่งผู้ไปว่ากล่าวสู่ขอตามธรรมเนียม ถ้าบิดามารดาญาติวงษ์พงษายอมยกให้ปันโดยปรกติสุจริต จึงให้รับมาเลี้ยงดูตามประเพณีคดีโลกย์ อย่าให้ทำข่มเหงฉุดคร่าลากเอาลูกสาวหลานสาวของอาณาประชาราษฎรผู้หวงแหนโดยพลการของอาตมาตามอิฏฐารมณ์ ให้ราษฎรมีความวิบัติเดือดร้อน ผิดด้วยพระราชบัญญัติ แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่ง ส่วยสาอากรซึ่งขึ้นในท้องพระคลังหลวงณกรุง บรรดามีอยู่ณเมืองนคร แขวงหัวเมืองขึ้นแก่เมืองนคร เปนจำนวนมากน้อยเท่าใด ถ้าถึงงวดถึงจำนวนจะได้ส่ง ก็ให้พระยานครศรีธรรมราชว่าแก่กรมการพนักงานให้ว่ากล่าวเร่งรัดแก่นายที่นายอากรให้เร่งคุมส่วยของหลวงเข้าไปส่งยังเจ้าจำนวนณกรุงจงทุกงวดทุกจำนวน อย่าให้ส่วยของหลวงค้างเกินล่วงงวดล่วงจำนวนไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แลจำนวนเงินทอดเงินปลงของหลวงซึ่งค้างอยู่เก่ามากน้อยเท่าใด ก็ให้พระยานครศรีธรรมราชว่ากล่าวเร่งรัดส่งเข้ามาให้ครบจงเสร็จสิ้นเชิง อย่าให้พระราชทรัพย์ของหลวงค้างเกินอยู่แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ซึ่งว่ากล่าวมาทั้งนี้ตามกฎหมายอย่างธรรมเนียมโดยประมาณ ให้พระยานครศรีธรรมราชพึงอ่านพระราชกำหนดโดยพระราชโอวาทนี้จงเนือง ๆ ให้เจนปากเจนใจไว้จงทุกข้อทุกกระทง จะได้บังคับบัญชากิจราชการสดวกสืบไป ถ้าแลราชการผันแปรโดยปรกติเหตุแลประจุบันเหตุประการใด ก็ให้คิดอ่านผ่อนปรนผันแปรโดยข้อราชการให้ชอบจงทุกประการ สุดแต่อย่าให้เสียราชการแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ กฎให้ไว้ณวันพุฒ เดือน ๙ แรม ๑๐ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๗๓ ปีมแม ตรีศก

พระยานครศรีธรรมราช น้อย นี้ ได้เลื่อนขึ้นเปนเจ้าพระยา เห็นจะในราวต้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงอาสัญกรรมเมื่อจุลศักราช ๑๒๐๑ ปีกุน เอกศก แจ้งอยู่ในจดหมายหลวงอุดมสมบัติที่ได้พิมพ์ต่างหากจากหนังสือนี้