ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 64/บทที่ 10
ศักราช ๘๓๕ ปีมะเส็งเบญจศก[1] (พ.ศ. ๒๐๑๖) สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า ขึ้นเสวยราชสมบัติ ทรงพระนามชื่อสมเด็จ พระรามาธิบดี
ศักราช ๘๓๖ ปีมะเมียฉอศก[2] (พ.ศ. ๒๐๑๗) ประดิษฐานพระอัฐิธาตุสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเจ้าไว้ในพระสถูป
ศักราช ๘๓๘ ปี วอกอัฐศก[3] (พ.ศ. ๑๐๑๙) ท่านประพฤติ การเบญเพส พระองค์ให้เล่นการดึกดำบรรพ์
ศักราช ๘๓๙ ปีระกานพศก[4] (พ.ศ. ๒๐๒๐) ให้ทำการประถมกรรม
ศักราช ๘๔๑ ปีกุรเอกศก[5] (พ.ศ. ๒๐๒๒) แรกสร้าง พระวิหารวัดศรีสรรเพชญ์ สมเด็จพระรามาธิบดี แรกหล่อพระศรี สรรเพชญ์[6] ในวันอาทิตย์เดือน ๖ ขึ้น ๘ ค่ำ
ครั้นเถิงศักราช ๘๔๕ ปีเถาะเบญศก[7] (พ.ศ ๒๐๒๖) วันศุกรเดือน ๘ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ฉลองพระพุทธเจ้าพระศรีสรรเพชญ์ คณนาพระพุทธเจ้านั้น แต่พระบาทถึงยอดพระรัศมี สูงได้ ๘ วา พระพักตร์นั้นยาวได้ ๔ ศอก โดยกว้างได้ ๓ ศอก พระอุระกว้างได้ ๑๑ ศอก และทองหล่อพระพุทธเจ้าหนัก ๕๓๐๐๐ ชั่ง ทองคำ หุ้มนั้นหนัก ๒๘๖ ชั่ง ข้างหน้านั้นทองเนื้อ ๗ ชั้น ๒ ขา ข้างหลังนั้นทองเนื้อ ๖ น้ำ ๒ ขา
ศักราช ๘๘๐ ปีมะเมียสัมฤทธิศก[8] (พ.ศ. ๒๐๔๑) สมเด็จ พระรามาธิบดี แรกให้ทำตำราพิชัยสงคราม และแรกทำสารบัญชี พระราชพิธีทุกเมือง
ขณะนั้นคลองสำโรงที่จะไปคลองศีรษะจรเข้ คลองทับนางจะไปปากน้ำเจ้าพระยาตื้น เรือใหญ่จะเดินไปมาขัดสน จึงให้ชำระ ขุด ได้รูปเทพารักษ์ ๒ องค์ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ จาฤกชื่อองค์หนึ่ง ชื่อพญาแสนตา องค์หนึ่งชื่อบาทสังขกร ในที่ร่วมคลองสำโรงกับ คลองทับนางต่อกัน จึงให้พลีกรรมบวงสรวง แล้วรับออกมาปลูกศาลเชิญขึ้นประดิษฐานไว้ณเมืองพระประแดง
ศักราช ๘๘๖ ปีชวดฉอศก[9] (พ.ศ. ๒๐๔๗) ครั้งนั้นงา เบื้องขวาช้างต้นเจ้าพระยาปราบแตกออก อนึ่งในเดือน ๗ นั้น คนทอดบัตรสนเท่ห์ ครั้งนั้นให้ฆ่าขุนนางเสียมาก
ศักราช ๘๖๗ ปีฉลูสัปตศก[10] (พ.ศ. ๒๐๔๘) น้ำน้อย ข้าวตายฝอยสิ้น อนึ่งแผ่นดินไหวและเกิดอุบาทว์หลายประการ
ศักราช ๘๖๘ ปีขาลอัฐศก[11] (พ.ศ. ๒๐๔๙) ข้าวแพง เป็น ๓ ทะนานต่อเฟื้อง เบี้ย ๘๐๐ ต่อเฟื้อง เกวียนหนึ่ง ๑๑ ชั่ง ๒ ตำลึง ๑ สลึง ครั้งนั้นประดิษฐานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระ อาทิตยวงศ์ในที่มหาอุปราช ให้ขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลก
ศักราช ๘๙๑ ปีมะเส็งเอกศก[12] (พ.ศ. ๒๐๕๒) ในเพลาราตรีภาค เห็นอากาศนิมิตรเป็นอินทธนูแต่ทิศหรดีผ่านทิศพายัพ มีพรรณสีขาว อยู่มาณวันอาทิตย์เดือน ๑๒ ขึ้น ๘ ค่ำ สมเด็จ พระรามาธิบดีเจ้าเสด็จสวรรคต อยู่ในราชสมบัติ ๓๘ ปี
- ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๕๓ กุรศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๕๔ ชวดศก
- ↑ ....ว่าศักราช ๘๕๘ มะโรงศก
- ↑ ....ว่า ศักราช ๘๕๙ มะเส็งศก
- ↑ ....ว่าศักราช ๘๖๑ มะแมศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๖๒ วอกศก
- ↑ ....ว่า ศักราช ๘๖๕ กุรศก
- ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๘๐ ขาลศก
- ↑ ....ว่าศักราช ๘๘๖ วอกศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๘๗ ระกาศก
- ↑ ....ว่าศักราช ๘๘๘ จอศก
- ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่าศักราช ๘๙๑ ฉลูศก