ข้ามไปเนื้อหา

ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 64/บทที่ 29

จาก วิกิซอร์ซ
(๒๖) รัชกาลสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราช

พระศรีสุธรรมราชาก็ได้ผ่านพิภพกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุธยา ตรัสให้สมเด็จพระนารายน์ราชนัดดาเป็นมหาอุปราช สมเด็จพระนารายน์เป็นเจ้าก็เสด็จไปอยู่พระราชวังบวรสถานมงคล อยู่มา ๒ เดือนเศษ สมเด็จพระศรีสุธรรมราชาเจ้าแผ่นดิน ทอดพระเนตร เห็นพระราชกัลยาณีน้องพระนารายน์ราชนัดดา ทรงพระรูปศรีวิลาศเลิศนารี ก็มีพระทัยเสน่หาผูกพันธ์ปราศจากลัชชีสมโภค จึงให้หาขึ้นไปบนที่ห้องจะร่วมรสสังวาสด้วยพระราชกัลยาณี ๆ มิได้ขึ้นไป หนีลงมาพระตำหนักแล้วบอกเหตุกับพระสนม ๆ จึงให้เชิญพระราชกัลยาณีเข้า ไว้ในตู้พระสมุด หามออกมาเสว่าจะเอาพระสมุดไปยังพระราชวังบวรสถานมงคล นายประตูก็มิได้สงสัย ครั้นไปเถิงพระราชวังบวร สถานมงคลแล้ว พระราชกัลยาณีก็ออกจากตู้เข้าไปเฝ้าสมเด็จพระเชษฐาธิราช ทรงพระกรรแสงทูลประพฤติเหตุทั้งปวง ซึ่งสมเด็จ พระเจ้าอาเป็นพาลทุจริต สมเด็จพระนารายน์บรมบพิตรเป็นเจ้า ได้ทรงฟังก็ทรงพระโทมนัศน้อยพระทัยนักจึงตรัสว่า อนิจจาพระเจ้าอาเรานี้ คิดว่าสมเด็จพระปิตุราชสวรรคตแล้ว ยังแต่พระเจ้าอาก็เหมือนหนึ่งพระบรมราชบิดายังอยู่ จะปกป้องราชวงศานุวงศ์สืบไป ควรหรือมาเป็นได้ดังนี้ พระองค์ปราศจากหิริโอตัปปะแล้ว ไหนจะครองสมบัติ เป็นยุติธรรมเล่า หน้าที่จะร้อนอกสมณชีพรหมณ์ อาณาประชา ราษฎรไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเป็นแท้ จะละไว้มิได้ ด้วยพระองค์ก่อแล้วจำจะสานตามเถิด จะเสี่ยงเอาบารมีเป็นที่พึ่ง ทรงพระราชดำริแล้ว จึงให้หาขุนนางเข้ามาในพระราชวัง ตรัสแจ้งพฤติเหตุซึ่งจะทำ ยุทธ์นั้น ขุนนางทั้งหลายได้แจ้งในรับสั่งดังนั้น ต่างคนก็ทูล อาษาขอเอาชีวิตเป็นแดนแทนพระคุณทุกคน สมเด็จพระนารายน์ เป็นเจ้าได้ทรงฟัง มีพระทัยปราโมทยิ่งนัก ตรัสให้กระทำมงคลแดง ใส่รี้พลทั้งปวงเป็นสำคัญ แล้วให้เอาใบสะเดาเป็นประเจียดสำหรับเมื่อจะยุทธ์นั้น เพราะเหตุว่าสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราชไซร้ พระชนม์ว่าร้อนสุกร แลใบสะเดานั้นเป็นนามพุฒ แลสุกรไซร้สิ้นกำลังใน พุฒนาม เพื่อจะประหารนามแห่งอริราช ครั้นแล้วสมเด็จบรม บพิตรพระเป็นเจ้าก็ให้สักการบูชาพระศรีรัตนตรัยแลพระอิศวรพระนารายน์เป็นเจ้าแลเทพยดาผู้มีฤทธิศักดิ์ทั้งปวง ดำรัสสั่ง ขุนเสนาชัย ขุนจันทราเทพ ขุนทิพมนตรี ขุนเทพมนตรี ขุนสิทธิ์ คชรักษ์ ขุนเทพศรีธรรมรัตน์ ให้คุมไพร่พล ๑๐๐ อยู่รักษา พระราชวังบวรสถานมงคล

ในวันพฤหัสบดีเดือน ๑๒ ขึ้น ๑๐ ค่ำเพลาชายแล้ว ๕ นาฬิกา เศษ สมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้าก็แต่งพระองค์สรัพสำหรับการ พิชัยยุทธ์ จึงทรงพระษิโณทกอธิฐานแล้วก็เสด็จทรงช้างต้นพลาย มงคลไอยรา ตรัสให้พระเทพเดชเป็นกลางช้างพระที่นั่ง ขุน พศรีควาญ แลตรัสให้สมเด็จพระอินทราชาธิราช ผู้เป็นพระอนุชา ทรงช้างต้นพังกระพัดทอง ขุนพรหมธิบาลเป็นกลางช้างพระที่นั่ง หมื่นเทพกุญชรควาญ ตรัสให้เมืองมโนรมย์ขี่ช้างต้นพลายพรหมพักตร์นายไทยมหาดเล็กเป็นกลางช้าง นายปรางควาญ หมื่นราชกุญชร ขี่ช้างต้นพังตลับหน้าช้างพระที่นั่ง ครั้นได้ศุภวารมหุดิฤกษ์เพลาอันประเสริฐ ก็เสด็จกรีธาพลพยุหยาตรา สรัพด้วยเครื่องราโชปโภค และประโคมฆ้องกลองแตรสังข์ จึงเสด็จพระราชดำเนินโดยทวารพิพิธยาตราไปโดยทางหน้าวัดพลับพลาชัย จึงพระยาเสนาภิมุข พระยา ไชยาสุระ คุมยี่ปุ่น ๔๐ มากราบถวายบังคมทูลขออาษาราชการ และหลวงพิชิตเดชะออกมากราบบังคมจะขออาษาราชการ แล้วเสด็จ พระราชดำเนินโดยทางชีกุน

ฝ่ายสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราช รู้ว่าสมเด็จบรมบพิตร พระเป็นเจ้า เสด็จยกเข้ามาแต่พระราชวังบวรสถานมงคล ก็สั่งแก่ พระมหาเทพ หลวงอินทรเดชะ ให้เอาขุนบำเรอภักดิ์ แลอ้ายมั่นผู้ ทาษขุนบำเรอภักดิ์ ไปพิฆาตเสียหน้าบางตรา แลขุนบำเรอภักดีก็ หนีรอด จึงไปกราบบังคมทูลสมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้าเถิงหน้าวัดฉัททันต์ ได้แต่อ้ายมั่นทาษขุนบำเรอภักดิ์นั้นไปพิฆาตเสีย และ สมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้า มาหยุดช้างต้นณหน้าพระที่นั่งจักรวรรดิไพชยนตมหาปราสาท ก็เสด็จขึ้นอยู่ณพระที่นั่งจักรวรรดิ พระยา อนันทะกะยอสุ พระยาอนันทะกะยอถ่าง มากราบถวายบังคม จึง ตรัสใช้พระยาอนันทะกะยอสู พระยาอนันทกะยอถ่าง พระยาราชมนตรี หลวงโยธาทิพ หลวงอมรวงศา หลวงพิชิตเดชะ ขุนตรัด ขุนทรงพาณิช ขุนสนิทวาที มิริยาฝัน เมาลามักเมาะตาด คุมไพร่พลให้ไปอยู่ณด้านหน้าศาลาลูกขุนให้ราญาลีลาคุมหมู่ ๔ ตอน แลแขกชวาแขกจาม อยู่ณด้านหน้าพระที่นั่งสรรเพ็ชรปราสาท ให้หลวงเทพอรชุนคุมไพร่พลอยู่ประตูศรีสรรพทวาร ให้พระจุลา พระพนังคุมไพร่พลอยู่ทางสระแก้ว หลวงวิสุทธิ์สงครามแลขุนพรหมธิบาล คุมไพร่สารวัตรอยู่หลังวัดพระรามาวาศ ให้ขุนพรหมภิบาลคุมไพร่พลสารวัตร แต่ประตูแสดงจนเถิงประตูหอพระ และฝ่ายไพร่พลข้างสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราช และไพร่พลข้างสมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้าก็ได้รบพุ่งกันแต่ค่ำจนรุ่ง แลยี่ปุ่นคุมกันเข้ามาอาษา ได้เข้า ช่วยรบพุ่งณด่านราญาลีลานั้น ฟันไพร่พลล้มตายบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายจึงสมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้า ตรัสสั่งให้ขุนจันทราเทพ และ พันเทพราช เอาปืนใหญ่ ๓ บอก ตั้งณท้องท้องสนามยิงเข้าไปใน พระราชวังเป็นหลายนัด ครั้นยิงเข้าไปครั้งใด ควันเพลิงนั้นเห็นโชติ ขึ้นไปประดุจฉัตรสำแดงศุภนิมิตรซึ่งจะมีชัยชำนะ จึงสมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้าทรงช้างต้นพระที่นั่ง ตรัสสั่งให้พระเทพเดชะเป็นกลาง ช้างพระที่นั่ง ขุนพศรีควาญ ให้ขุนอินทรธิบาลเป็นกลางช้างสมเด็จพระอนุชาธิราช หมื่นเทพกุญชรควาญ แลเสด็จยืนช้างต้นอยู่ณหน้าพระที่นั่งจักรรวรรดิ ครั้นเพลาชายแล้วประมาณนาฬิกาเศษ มีผู้ มากราบทูลสมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้าว่า สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา ธิราช ทรงช้างออกมายืนอยู่ณหลังศาลาลูกขุน จึงสมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้า ก็ขับช้างพระที่นั่งเข้าไปเถิงนอกกำแพงหน้าศาลาลูกขุนไพร่พลทังสองฝ่ายได้รบพีงต่อแย้งกัน แลทหารอาษาฝ่ายสมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้า ก็ยิงปืนนกสับต้องพระพาหุสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราช ฝ่ายทหารสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราช ก็ยิงปืน นกสับไปต้องพระบาทซ้ายสมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้าเผินไป หน่อยหนึ่ง แลสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราชก็กลับช้างเข้าไปใน พระราชวัง ไพร่พลฝ่ายข้างสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราช ก็ แตกฉานซ่านเซ็นหนีเข้าไปในพระราชวัง แล้วไปปิดประตูพระราชวังไว้จึงสมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้า ก็เสด็จคืนมายังพระที่นั่งจักรวรรดิ จึงพระไตรภูวนาธิราชเสด็จทรงช้างออกมาแต่ในพระราชวัง ก็มา กราบถวายบังคมสมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้า จึงตรัสใช้ให้ทหาร อาษาคุมกันไปทำลายประตูพระราชวังเข้าไปให้ได้ และทหารอาษา ทั้งปวงก็เข้าไปเถิงประตูพลทวาร ก็กระทุ้งประตูพลทวาร พอพระ สิทธิชัยเปิดประตูพลทวารออกมาบอกว่า สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา ธิราชหนีลงไปณวังหลังแล้ว ทหารก็กรูกันเข้าไปในพระราชวัง ได้ นายแก้วก็นำพระสิทธิชัยออกมาถวายบังคมสมเด็จบรมบพิตร พระเป็นเจ้าณพระที่นั่งจักรวรรดิ แลนายแก้วมหาดเล็กกราบทูลสมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้าว่า ทหารอาษาเข้าไปในพระราชวังได้แล้ว และพระสิทธิชัยบอกว่าสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราชหนีลงไปวังหลัง จึง สมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้าเสด็จเข้าไปในพระราชวังหลวง เสด็จขึ้นพระราชมนเฑียรพระวิหารสมเด็จ ในวันเดียวนั้นเสนาบดีก็ไปตามสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราชได้ณวังหลัง ก็ให้ไปสำเร็จโทษ ณ โคกพระยาตามประเวณี พระศรีสุธรรมราชาธิราชเสวยราชได้ ๒ เดือนกับ ๒๐ วัน