ข้ามไปเนื้อหา

ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 64/บทที่ 3

จาก วิกิซอร์ซ
(๓) รัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราช (ที่ ๑)

ครั้นเถิงศักราช ๗๓๒ ปีจอโทศก (พ.ศ. ๑๙๑๓) สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าเข้ามาแต่เมืองสุพรรณบุรี เสนาบดีกราบทูลว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าเสด็จเข้ามา สมเด็จพระราเมศวรก็ออกไปอังเชิญเสด็จเข้ามาพระนคร ถวายราชสมบัติ แล้วบังคมลาขึ้นไปเมืองลพบุรีดังเก่า

ศักราช ๗๓๓ ปีกุรตรีศก (พ.ศ. ๑๙๑๔) สมด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าเสด็จไปเอาเมืองฝ่ายเหนือ และได้เมืองเหนือทั้งปวง

ศักราช ๗๓๔ ปีชวดจัตวาศก (พ.ศ ๑๙๑๕) เสด็จไปเอาเมืองนครพังคาและเมืองแซรงเซรา

ศักราช ๗๓๕ ปีฉลูเบญจศก (พ.ศ. ๑๙๑๖) เสด็จไปเอาเมืองช้ากังราว และพระยาไซ้แก้ว พระยากำแหง เจ้าเมือง ออกต่อรบท่าน ๆ ได้ตัวพระยาไซ้แก้วตาย แต่พระยากำแหงและไพร่พลทั้งปวงหนีเข้าเมืองได้ ทัพหลวงก็เสด็จกลับคืนมาพระนคร

ศักราช ๗๓๖ ปีขาลฉอศก (พ.ศ. ๑๙๑๗) สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าและพระเถรธรรมากัลยาณแรกสถาปนาพระศรีรัตนมหาธาตุฝ่ายบุรทิศหน้าพระบันชั้นสิงห์สูง ๑๙ วา ยอดนพศูล สูง ๓ วา

ศักราช ๗๓๗ ปีเถาะสัปตศก (พ.ศ. ๑๙๑๘) เสด็จไปเอาเมืองพิษณุโลก และได้ตัวขุนสามแก้วเจ้าเมือง กวาดครัวอพยพมาครั้งนั้นมาก

ศักราช ๗๓๘ ปีมะโรงอัฐศก (พ.ศ. ๑๙๑๙) เสด็จไปเอาเมืองช้ากังราว ได้พระยากำแหง และท้าวผากองคิดกันว่าจะยอทัพหลวง ทำมิได้ ท้าวผากองเลิกทัพหนี เสด็จยกทัพหลวงตามตีทีพท้าวผากองแตก ได้ท้าวพระยาเสนาขุนหมื่นครั้งนั้นมาก แล้วทัพหลวงเสด็จกลับคืน

ศักราช ๗๔๐ ปีมะเมียสัมฤทธิศก (พ.ศ. ๑๙๒๑) ไปเอาเมืองช้ากังราวเล่า ครั้งนั้นมหาธรรมราชาออกมาถวายบังคม

ศักราช ๗๔๒ ปีวอกโทศก[1] (พ.ศ. ๑๙๒๓) เสด็จไปเอาเมืองเชียงใหม่ และให้เข้าปล้นเมืองนครลำปางมิได้ จึงแต่งหนังสือให้เข้าไปแก่หมื่นนคร ให้เจ้าเมืองนครลำปางออกมาถวายบังคม และทัพหลวงเสด็จกลับคืน

ศักราช ๗๔๔ ปีจอจัตวาศก[2] (พ.ศ. ๑๙๒๕) สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าเสด็จสวรรคต อยู่ในราชสมบัติ ๑๓ ปี


  1. พระราชพงศาวดาร ฉบับหลวงประเสริฐ ว่า ศักราช ๗๔๘ ขาลศก
  2. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ว่า ศักราช ๗๕๐ มะโรงศก