ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 64/บทที่ 8
มุขมนตรีออกไปเฝ้าเจ้าสามพระยาทูลการซึ่งพระเชษฐาธิราชขาดคอช้างทั้งสองพระองค์ แล้วเชิญเสด็จเข้ามาในพระนครเสวยราชสมบัติ ทรงพระนามชื่อสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า ท่านจึงให้ขุดเอาพระศพเจ้าอ้ายพระยาเจ้ายี่พระยาไปถวายพระเพลิง ที่ถวายพระเพลิงนั้นให้สถาปนาพระมหาธาตุและพระวิหารเป็นอารามแล้วให้นามชื่อว่าวัดราชบุรณะ ที่เจ้าอ้ายพระยาเจ้ายี่พระยาชนช้างกันถึงพิราลัย ให้ก่อพระเจดีย์สององค์ไว้ที่เชิงตะพานป่าถ่าน
ศักราช ๗๙๓ ปีฉลูตรีศก[1] (พ.ศ. ๑๙๖๔) สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าเสด็จไปเอาเมืองนครหลวงได้ ท่านจึงให้พระราชกุมารท่านพระนครอินท์เจ้าเสวยราชสมบัติณเมืองนครหลวง ท่านจึงให้เอาพระยาแก้วพระยาไท และครอบครัว กับทั้งรูปพระโครูปสิงห์สัตว์ทั้งปวงมาด้วย ครั้นถึงพระนครศรีอยุธยา จึงให้เอารูปสัตว์ทั้งปวงไปบูชาไว้ณวัดพระศรีรัตนธาตุบ้าง ไว้วัดพระศรีสรรเพชญ์บ้าง
ศักราช ๗๘๖ ปีมะโรงฉอศก[2] (พ.ศ. ๑๙๖๗) สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าสร้างวัดมเหยงคณ์ สมเด็จพระราเมศวรเจ้าผู้เป็นพระราชกุมารท่านเสด็จไปเมืองพิษณุโลก ครั้งนั้นเห็นน้ำพระเนตรพระพุทธเจ้าพระชินราชตกออกเป็นโลหิต
ศักราช ๗๘๘ ปีมะเมียอัฐศก[3] (พ.ศ. ๑๙๖๙) ครั้งนั้นเกิดเพลิงไหม้พระราชมนเทียรสถาน
ศักราช ๗๘๙ ปีมะแมนพศก[4] (พ.ศ. ๑๙๗๐) ครั้งนั้นเกิดเพลิงไหม้พระที่นั่งตรีมุข
ศักราช ๗๙๐ ปีวอกสัมฤทธิศก[5] (พ.ศ. ๑๙๗๑) สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าเสด็จไปเอาเมืองเชียงใหม่ และเข้าปล้นเมืองมิได้ พอทรงทรงพระประชวร ทัพหลวงเสด็จกลับคีน
ศักราช ๗๙๒ ปีจอโทศก[6] (พ.ศ. ๑๙๗๓) เสด็จขึ้นไปตีเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง และตั้งทัพหลวงตำบลท้ายกระเษม ครั้งนั้นได้เชลย ๑๒๐๐๐๐ ทัพหลวงเสด็จกลับคืน
ศักราช ๗๙๖ ปีขาลฉอศก[7] (พ.ศ. ๑๙๗๗) สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าเสด็จสวรรคต อยู่ในสมบัติ ๑๖ ปี
- ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๗๙๓ กุรศก
- ↑ . . . . . . . . . . . . ว่า ศักราช ๘๐๐ มะเมียศก
- ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๐๒ วอกศก
- ↑ . . . . . . . . . . . . ว่า ศักราช ๘๐๓ ระกาศก
- ↑ . . . . . . . . . . . . ว่า ศักราช ๘๐๔ จอศก
- ↑ . . . . . . . . . . . . ว่า ศักราช ๘๐๖ ชวดศก
- ↑ . . . . . . . . . . . . ว่า ศักราช ๘๑๐ มะโรงศก