ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 64/บทที่ 9
สมเด็จพระราเมศวรเจ้าผู้เป็นพระราชกุมารขึ้นเสวยราชสมบัติ ทรงพระนามชื่อพระบรมไตรโลกนาถ ยกวังทำเป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ เสด็จมาอยู่ริมน้ำ จึงให้สร้างพระที่นั่งเบญจรัตนมหาปราสาททององค์หนึ่ง แล้วพระราชทานชื่อขุนนางตามตำแหน่งนา ให้เอาทหารเป็นสมุหพระกลาโหม เอาพลเรือนเป็นสมุหนายก เอาขุนเมืองเป็นพระนครบาลเมือง เอาขุนวังเป็นพระธารมาธิกรณ์ เอาขุนนาเป็นเกษตร์ เอาขุนคลังเป็นโกษาธิบดี ให้ถือศักดินาหมื่น และที่ถวายพระเพลิงสมเด็จพระรามาธิบดีที่พระองค์สร้างกรุงนั้น ให้สถาปนาพระมหาธาตุและพระวิหารเป็นพระอาราม ให้นามชื่อวัดพระราม
ศักราช ๘๐๒ ปีวอกโทศก[1] (พ.ศ. ๑๙๘๓) ครั้งนั้นคนออกทรพิษตายมากนัก
ศักราช ๘๐๓ ปีระกาตรีศก[2] (พ.ศ. ๑๙๘๔) แต่งทัพไปเอาเมืองมะละกา
ศักราช ๘๐๔ ปีจอจัตวาศก[3] (พ.ศ. ๑๙๘๕) แต่งทัพไปเอาเมืองศรีสพเถิน ครั้งนั้นเสด็จหนุนทัพขึ้นไปตั้งทัพหลวงตำบลบ้านโคน
ศักราช ๘๐๕ ปีกุรเบญจศก[4] (พ.ศ. ๑๙๘๖) ข้าวเปลือกแพงเป็นทะนานละ ๘๐๐ เบี้ย เบี้ย ๘๐๐ ต่อเอง เกวียนหนึ่งเป็นเงิน ๓ ชั่งกับ ๑๐ บาท
ศักราช ๘๐๖ ปีชวดฉอศก[5] (พ.ศ. ๑๙๘๗) ให้บำรุงพระพุทธศาสนาบริบูรณ์ และหล่อรูปพระโพธิสัตว์ ๕๕๐ พระชาติ
ศักราช ๘๐๘ ปีขาลอัฐศก[6] (พ.ศ. ๑๙๘๙) เล่นการมหรศพฉลองพระ และพระราชทานสมณชีพราหมณ์และวัณณิพกทั้งปวง ครั้งนั้นพระยาเชลียงคิดขบถ พาเอาครัวทั้งปวงไปแต่มหาราช
ศักราช ๘๐๙ ปีเถาะนพศก[7] (พ.ศ. ๑๙๙๐) พระยา เชลียงนำมหาราชมาเอาเมืองพิษณุโลก เข้าปล้นเอาเมืองสามารถ มิได้จึงยกทัพแปรไปเอาเมืองกำแพงเพ็ชร เข้าปล้นเมือง ๗ วันมิได้สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเจ้า และสมเด็จพระอินทราชา เสด็จขึ้นไปช่วยเมืองกำแพงเพ็ชรทัน และสมเด็จพระอินทราชาเจ้าตีทัพพระยาเกียรติ์แตก ทัพท่านมาปะทัพหมื่นนคร ได้ชนช้างด้วยหมื่นนคร และข้าศึกลาวทั้งสี่ช้างเข้ารมเอาช้างพระที่นั่งช้างเดียว ครั้งนั้น พระอินทราชาเจ้าต้องปืนพระพักตร์ ทัพมหาราชนั้นเลิกกลับคืนไป
ศักราช ๘๑๐ ปีมะโรงสัมฤทธิศก[8] (พ.ศ. ๑๙๙๑) สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเจ้าสร้างพระวิหารวัดจุฬามณี
ศักราช ๘๑๑ ปีมะเส็งเอกศก[9] (พ.ศ. ๑๙๙๒) สมเด็จ พระบรมไตรโลกนาถเจ้า ทรงพระผนวชวัดจุฬามณีได้ ๘ เดือน แล้วลาผนวช
ศักราช ๘๑๓ ปีมะแมตรีศก[10] (พ.ศ. ๑๙๙๔) ครั้งนั้น ท้าวมหาบุญ ชิงเมืองเชียงใหม่แก่ท้าวลูก
ศักราช ๘๑๕ ปีระกาเบญจศก[11] (พ.ศ. ๑๙๙๖) สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้ช้างเผือก
ศักราช ๘๑๖ ปีจอฉอศก[12] (พ.ศ. ๑๙๙๗) สมภพ พระราชโอรสท่าน
ศักราช ๘๑๘ ปีชวดอัฐศก[13] (พ.ศ. ๑๙๙๙) เสด็จไป เมืองเชลียง
ศักราช ๘๒๑ ปีเถาะเอกศก[14] (พ.ศ. ๒๐๐๒) แรกตั้ง นครไทย
ศักราช ๘๒๒ ปีมะโรงโทศก[15] (พ.ศ. ๒๐๐๓) พระศรี ราชเดโชถึงแก่กรรม
ศักราช ๘๒๔ ปีมะเมียจัตวาศก[16] (พ.ศ. ๒๐๐๕) พระยาล้านช้างถึงแก่กรรม พระราชทานให้อภิเศกพระยาซ้ายขวา เป็น พระยาล้านช้าง
ศักราช ๘๒๖ ปีวอกฉอศก[17] (พ.ศ. ๒๐๐๗) ทรงพระกรุณา ให้เล่นการมหรสพ ฉลองพระศรีรัตนมหาธาตุ ๑๕ วัน
ศักราช ๘๒๘ ปีจออัฐศก[18] (พ.ศ. ๒๐๐๙) พระบรมราชาผู้เป็นพระราชโอรสทรงผนวช
ศักราช ๘๔๗ ปีกุรนพศก[19] (พ.ศ. ๒๐๑๐) สมเด็จพระราชโอรสเจ้า ลาผนวช ประดิษฐานพระองค์ไว้ในที่พระมหาอุปราช
ศักราช ๘๔๘ ปีชวดสัมฤทธิศก[20] (พ.ศ. ๒๐๑๑) สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า ไปวังช้างตำบลสัมฤทธิ์บริบูรณ์
ศักราช ๘๓๑ ปีฉลูเอกศก[21] (พ.ศ ๒๐๑๒) มหาราชท้าวลูก พิราลัย
ศักราช ๘๓๒ ปีขาลโทศก[22] (พ.ศ. ๒๐๑๓) สมเด็จ พระบรมราชาธิราชเจ้า เสด็จยกทัพไปตีเมืองทะวาย แลเมื่อเมืองทะวายจะเสียนั้น เกิดอุบาทว์เป็นหลายประการ โคตกลูกตัวหนึ่ง เป็น ๘ เท้า ไก่ฟักฟองตกลูกตัวหนึ่ง ๔ เท้า ไก่ฟักฟองคู่ขอน ตกลูกเป็น ๖ ตัว อนึ่งข้าวสารงอกเป็นใบ ในปีนั้นสมเด็จพระบรม ไตรโลกนาถเจ้าเสด็จสวรรคต อยู่ในราชสมบัติ ๓๘ ปี
ศักราช ๘๓๔ ปีมะโรงจัตวาศก[23] (พ.ศ. ๒๐๑๕) แรกให้ก่อกำแพงเมืองพิชัย
- ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๑๖ จอศก
- ↑ . . . . . . . . . . . . ว่าศักราช ๘๑๗ กุรศก
- ↑ . . . . . . . . . . . . ว่าศักราช ๘๑๘ ชวดศก
- ↑ . . . . . . . . . . . . ว่าศักราช ๘๑๙ ฉลูศก
- ↑ . . . . . . . . . . . . ว่าศักราช ๘๒๐ ขาลศก
- ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๒๒ มะโรงศก
- ↑ ...ว่า ศักราช ๘๒๕ มะแมศก
- ↑ ....ว่าศักราช ๘๒๖ วอกศก
- ↑ ....ว่าศักราช ๘๒๗ ระกาศก
- ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๓๐ ชวดศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๓๓ เถาะศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๓๔ มะโรงศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๓๖ มะเมียศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๓๙ ระกาศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๔๑ กุรศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๔๒ ชวดศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๔๔ ขาลศก
- ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๔๖ มะโรงศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๔๗ มะเส็งศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๔๘ มะเมียศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๔๙ มะแมศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๕๐ วอกศก
- ↑ ...ว่าศักราช ๘๕๒ จอศก