ข้ามไปเนื้อหา

ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 64/บทที่ 9

จาก วิกิซอร์ซ
(๘) รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

สมเด็จพระราเมศวรเจ้าผู้เป็นพระราชกุมารขึ้นเสวยราชสมบัติ ทรงพระนามชื่อพระบรมไตรโลกนาถ ยกวังทำเป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ เสด็จมาอยู่ริมน้ำ จึงให้สร้างพระที่นั่งเบญจรัตนมหาปราสาททององค์หนึ่ง แล้วพระราชทานชื่อขุนนางตามตำแหน่งนา ให้เอาทหารเป็นสมุหพระกลาโหม เอาพลเรือนเป็นสมุหนายก เอาขุนเมืองเป็นพระนครบาลเมือง เอาขุนวังเป็นพระธารมาธิกรณ์ เอาขุนนาเป็นเกษตร์ เอาขุนคลังเป็นโกษาธิบดี ให้ถือศักดินาหมื่น และที่ถวายพระเพลิงสมเด็จพระรามาธิบดีที่พระองค์สร้างกรุงนั้น ให้สถาปนาพระมหาธาตุและพระวิหารเป็นพระอาราม ให้นามชื่อวัดพระราม

ศักราช ๘๐๒ ปีวอกโทศก[1] (พ.ศ. ๑๙๘๓) ครั้งนั้นคนออกทรพิษตายมากนัก

ศักราช ๘๐๓ ปีระกาตรีศก[2] (พ.ศ. ๑๙๘๔) แต่งทัพไปเอาเมืองมะละกา

ศักราช ๘๐๔ ปีจอจัตวาศก[3] (พ.ศ. ๑๙๘๕) แต่งทัพไปเอาเมืองศรีสพเถิน ครั้งนั้นเสด็จหนุนทัพขึ้นไปตั้งทัพหลวงตำบลบ้านโคน

ศักราช ๘๐๕ ปีกุรเบญจศก[4] (พ.ศ. ๑๙๘๖) ข้าวเปลือกแพงเป็นทะนานละ ๘๐๐ เบี้ย เบี้ย ๘๐๐ ต่อเอง เกวียนหนึ่งเป็นเงิน ๓ ชั่งกับ ๑๐ บาท

ศักราช ๘๐๖ ปีชวดฉอศก[5] (พ.ศ. ๑๙๘๗) ให้บำรุงพระพุทธศาสนาบริบูรณ์ และหล่อรูปพระโพธิสัตว์ ๕๕๐ พระชาติ

ศักราช ๘๐๘ ปีขาลอัฐศก[6] (พ.ศ. ๑๙๘๙) เล่นการมหรศพฉลองพระ และพระราชทานสมณชีพราหมณ์และวัณณิพกทั้งปวง ครั้งนั้นพระยาเชลียงคิดขบถ พาเอาครัวทั้งปวงไปแต่มหาราช

ศักราช ๘๐๙ ปีเถาะนพศก[7] (พ.ศ. ๑๙๙๐) พระยา เชลียงนำมหาราชมาเอาเมืองพิษณุโลก เข้าปล้นเอาเมืองสามารถ มิได้จึงยกทัพแปรไปเอาเมืองกำแพงเพ็ชร เข้าปล้นเมือง ๗ วันมิได้สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเจ้า และสมเด็จพระอินทราชา เสด็จขึ้นไปช่วยเมืองกำแพงเพ็ชรทัน และสมเด็จพระอินทราชาเจ้าตีทัพพระยาเกียรติ์แตก ทัพท่านมาปะทัพหมื่นนคร ได้ชนช้างด้วยหมื่นนคร และข้าศึกลาวทั้งสี่ช้างเข้ารมเอาช้างพระที่นั่งช้างเดียว ครั้งนั้น พระอินทราชาเจ้าต้องปืนพระพักตร์ ทัพมหาราชนั้นเลิกกลับคืนไป

ศักราช ๘๑๐ ปีมะโรงสัมฤทธิศก[8] (พ.ศ. ๑๙๙๑) สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเจ้าสร้างพระวิหารวัดจุฬามณี

ศักราช ๘๑๑ ปีมะเส็งเอกศก[9] (พ.ศ. ๑๙๙๒) สมเด็จ พระบรมไตรโลกนาถเจ้า ทรงพระผนวชวัดจุฬามณีได้ ๘ เดือน แล้วลาผนวช

ศักราช ๘๑๓ ปีมะแมตรีศก[10] (พ.ศ. ๑๙๙๔) ครั้งนั้น ท้าวมหาบุญ ชิงเมืองเชียงใหม่แก่ท้าวลูก

ศักราช ๘๑๕ ปีระกาเบญจศก[11] (พ.ศ. ๑๙๙๖) สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้ช้างเผือก

ศักราช ๘๑๖ ปีจอฉอศก[12] (พ.ศ. ๑๙๙๗) สมภพ พระราชโอรสท่าน

ศักราช ๘๑๘ ปีชวดอัฐศก[13] (พ.ศ. ๑๙๙๙) เสด็จไป เมืองเชลียง

ศักราช ๘๒๑ ปีเถาะเอกศก[14] (พ.ศ. ๒๐๐๒) แรกตั้ง นครไทย

ศักราช ๘๒๒ ปีมะโรงโทศก[15] (พ.ศ. ๒๐๐๓) พระศรี ราชเดโชถึงแก่กรรม

ศักราช ๘๒๔ ปีมะเมียจัตวาศก[16] (พ.ศ. ๒๐๐๕) พระยาล้านช้างถึงแก่กรรม พระราชทานให้อภิเศกพระยาซ้ายขวา เป็น พระยาล้านช้าง

ศักราช ๘๒๖ ปีวอกฉอศก[17] (พ.ศ. ๒๐๐๗) ทรงพระกรุณา ให้เล่นการมหรสพ ฉลองพระศรีรัตนมหาธาตุ ๑๕ วัน

ศักราช ๘๒๘ ปีจออัฐศก[18] (พ.ศ. ๒๐๐๙) พระบรมราชาผู้เป็นพระราชโอรสทรงผนวช

ศักราช ๘๔๗ ปีกุรนพศก[19] (พ.ศ. ๒๐๑๐) สมเด็จพระราชโอรสเจ้า ลาผนวช ประดิษฐานพระองค์ไว้ในที่พระมหาอุปราช

ศักราช ๘๔๘ ปีชวดสัมฤทธิศก[20] (พ.ศ. ๒๐๑๑) สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า ไปวังช้างตำบลสัมฤทธิ์บริบูรณ์

ศักราช ๘๓๑ ปีฉลูเอกศก[21] (พ.ศ ๒๐๑๒) มหาราชท้าวลูก พิราลัย

ศักราช ๘๓๒ ปีขาลโทศก[22] (พ.ศ. ๒๐๑๓) สมเด็จ พระบรมราชาธิราชเจ้า เสด็จยกทัพไปตีเมืองทะวาย แลเมื่อเมืองทะวายจะเสียนั้น เกิดอุบาทว์เป็นหลายประการ โคตกลูกตัวหนึ่ง เป็น ๘ เท้า ไก่ฟักฟองตกลูกตัวหนึ่ง ๔ เท้า ไก่ฟักฟองคู่ขอน ตกลูกเป็น ๖ ตัว อนึ่งข้าวสารงอกเป็นใบ ในปีนั้นสมเด็จพระบรม ไตรโลกนาถเจ้าเสด็จสวรรคต อยู่ในราชสมบัติ ๓๘ ปี

ศักราช ๘๓๔ ปีมะโรงจัตวาศก[23] (พ.ศ. ๒๐๑๕) แรกให้ก่อกำแพงเมืองพิชัย


  1. ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๑๖ จอศก
  2. . . . . . . . . . . . . ว่าศักราช ๘๑๗ กุรศก
  3. . . . . . . . . . . . . ว่าศักราช ๘๑๘ ชวดศก
  4. . . . . . . . . . . . . ว่าศักราช ๘๑๙ ฉลูศก
  5. . . . . . . . . . . . . ว่าศักราช ๘๒๐ ขาลศก
  6. ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๒๒ มะโรงศก
  7. ...ว่า ศักราช ๘๒๕ มะแมศก
  8. ....ว่าศักราช ๘๒๖ วอกศก
  9. ....ว่าศักราช ๘๒๗ ระกาศก
  10. ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๓๐ ชวดศก
  11. ...ว่าศักราช ๘๓๓ เถาะศก
  12. ...ว่าศักราช ๘๓๔ มะโรงศก
  13. ...ว่าศักราช ๘๓๖ มะเมียศก
  14. ...ว่าศักราช ๘๓๙ ระกาศก
  15. ...ว่าศักราช ๘๔๑ กุรศก
  16. ...ว่าศักราช ๘๔๒ ชวดศก
  17. ...ว่าศักราช ๘๔๔ ขาลศก
  18. ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๔๖ มะโรงศก
  19. ...ว่าศักราช ๘๔๗ มะเส็งศก
  20. ...ว่าศักราช ๘๔๘ มะเมียศก
  21. ...ว่าศักราช ๘๔๙ มะแมศก
  22. ...ว่าศักราช ๘๕๐ วอกศก
  23. ...ว่าศักราช ๘๕๒ จอศก