ข้ามไปเนื้อหา

ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 64/บทที่ 35

จาก วิกิซอร์ซ
(๒๙) รัชกาลสมเด็จพระเจ้าเสือ

ศักราช ๑๐๖๒ ปีมะเมียโทศก (พ.ศ. ๒๒๔๓) พระบาท สมเด็จบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคตแล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เสด็จขึ้นราชา ภิเษก ณพระที่นั่งสรรเพ็ชญ์ปราสาท ข้าทูลละอองธุลีพระบาท ทั้งปวง ถือน้ำพระพิพัฒสัจจาตามพระราชประเพณีแล้ว ทรงพระกรุณาสั่งอัครมหาเสนาให้จับการพระเมรุมาศขนาดใหญ่ ขื่อ ๗ วา ๒ ศอก เร่งรัดจับการ ๑๑ เดือนจึ่งสำเร็จ

ณเดือน ๕ ปีมะแมตรีศกศักราช ๑๐๖๓ (พ.ศ. ๒๒๔๔) จึ่งให้เชิญพระบรมศพขึ้นบนพระมหาพิชัยราชรถ แห่แหนเป็น กระบวนไปเข้าพระเมรุมาศ มีการมหรสพแลพระสงฆ์ ๑๐๐๐๐ สดับปกรณ์คำรบ ๓ วันตามอย่างทุกครั้ง แล้วถวายพระเพลิง เชิญพระอัฐใส่พระโกศน้อย แห่เป็นกระบวนเข้ามาบรรจุไว้ท้ายจระนำ พระวิหารใหญ่วัดพระศรีสรรเพ็ชญ์ แล้วสมเด็จพระพันปีหลวง มีครรภ์แก่อยู่ก็ขึ้นไปตามด้วย จึ่งไปคลอดณโพธิ์ทับช้าง เอารก ขึ้นฝังไว้ทับช้าง ครั้นเสด็จขึ้นราชชาภิเษกแล้ว ถวายพระเพลิง พระบรมศพสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงแล้ว จึ่งทรงพระกรุณาสั่ง อัครมหาเสนา ให้กะเกณฑ์คนไปสร้างวัดณโพธิ์ทับช้าง

ศักราช ๑๐๖๔ ปีวอกศกจัตวาศก (พ.ศ. ๒๒๔๔) ตรัสน้อยเสด็จออกไปทรงม้าณท้องสนามหน้าพระที่นั่งจักรวรรดิ สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอทั้งสองพระองค์ทรงม้าณท้องสนามหลวงหน้าพระที่นั่งจักรวรรดิสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ทรงพระดำริเห็นว่าผู้คนทั้งปวงนิยมยินดีรักใคร่ตรัสน้อยมาก นานไปเบื้องหน้า ตรัสน้อยก็จะได้ เป็นใหญ่ ทรงพระดำริเป็นความลับจึ่งให้ชาวที่ออกไปเชิญเสด็จ ตรัสน้อย ว่ามีพระราชโองการให้เชิญเสด็จเข้าไปบัดนี้ ตรัสน้อยคิดว่าพระราชโองการให้หาจริง เสด็จขึ้นขี่คอชาวที่เข้ามา ชาวที่ก็พาเสด็จเข้ามาถึงพระคลังวิเศษ แล้วก็ประหารเสียด้วยท่อนจันทน์ แล้วเชิญพระศพไปเสีย ณ วัดโคกพระยา แลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสอง พระองค์ ก็เสด็จออกไปเฝ้ากรมพระเทพามาตย์ณวัดดุสิต ฝ่ายนัก พระสัษฐาธิราชพระพี่เลี้ยงตรัสน้อย ครั้นตรัสน้อยเป็นเหตุแล้ว จึ่ง ร้องไห้เข้าไปกราบทูลพระกรุณา สมเด็จบรมบพิตรพระพทธเจ้าอยุ่หัวทราบแล้วทรงพระกรรแสง จึ่งมีพระราชโองการสั่งให้เชิญเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์เข้ามาเฝ้า

ครั้นณปีระกาตรีศก ศักราช ๑๐๖๕ (พ.ศ. ๒๒๔๖) ไฟฟ้าลงติดยอดมณฑปพระวิหารสุมงคลบพิตร ไหม้เครื่องบนโทรมลง ถูกพระเศียรหักเพียงพระศอ ตกลงมาตั้งอยู่ณพื้นพระวิหาร ทรงพระโกรธสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ไว้ณจำสงัดทั้งสองพระองค์ แลชาวโขลงชักนำช้างเถื่อนงาสั้นเข้ามาหน้าพะเนียด สูงประมาณ ๖ ศอกมีเศษ จึ่งเสด็จพระราชดำเนินไปให้เข้าในวงพาด แล้วทรงพระกรุณาสั่งให้สมโภช ๓ วัน แล้วจึ่งให้จับใส่ไม้ได้ สูง ๖ ศอก ๖ นิ้ว ให้ฝึก ปรนปรืออยู่ณพะเนียด ๖ เดือน ค่อยชำนิแล้วจึ่งนำลงเรือขนาน มี เรือคู่ชักแห่เป็นกระบวนเข้ามาถึง จึ่งนำขึ้นไว้ณโรงในพระราชวัง แล้วทรงพระกรุณาสั่งให้สมโภชอีก ๓ วัน พระราชทานขนานชื่อ พระบรมไตรจักร แลสร้างวัดทับช้าง ๒ ปีสำเร็จ จึ่งเสด็จพระราชดำเนินเป็นกระบวนพยุหยาตราขึ้นไปฉลอง แล้วทรงพระกรุณาสั่งให้ช่างต่ออย่าง แล้วถวายอย่าง จึ่งทรงพระกรุณาสั่งให้ปรุงเครื่องบนแล้วเอาขึ้นไปยกเครื่องบน สมเด็จพระสังฆราชขึ้นไปเป็นแม่การด้วย

ครั้งนั้นพอพระทัยไปทรงเบ็ดเนือง ๆ แล้วล้อมช้างถึง ๓ แห่งล้อมท่าโรงแห่งหนึ่ง ล้อมบ้านแขวงเมืองเพ็ชรบุรีครั้งหนึ่ง แล้วทรง พระกรุณาสั่งให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระเชษฐาออกจากโทษจำแล้ว ให้เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ครั้นอยู่ประมาณ ๓ เดือน ทรง พระกรุณาสั่ง ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระอนุชา ให้พ้นโทษจำแล้ว ให้เสด็จไปสมโภชพระพุทธบาท แล้วทรงพระประชวร เสด็จพระราชดำเนินกลับลงมา เสด็จขึ้นพระที่นั่งสุริยามรินทร์จนสวรรคต