ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 65/ภาคผนวก
(ตอนต้นขาด)...........................................................................ราชามาตย์หาพรรคพวกสมกำลังให้พร้อมมูลกัน ยกลงไปขุดคูเลน พระนครเมืองธนบุรี ตามมีตราโปรดขึ้นมาแต่ก่อน ครั้นหนังสือนี้มาเถิงวันใด ก็ให้พระยายมราชทำตามหนังสือมานี้ หนังสือมา ณวัน ๒ ๕ฯ ๓ ค่ำ มีมะเส็งเบญจศก (จ.ศ. ๑๑๓๕ พ.ศ. ๒๓๑๖)
วัน ๓ ๖ฯ ๓ ค่ำ ปีมะเส็งเบญจศก เวลาย่ำฆ้องรุ่ง ได้ส่งตราสัง ขึ้นไปเถิงพระยายมราชนี้ ให้หมื่นพุฒวิเศษถือไปแล้ว
หนังสือเจ้าพระยาจักรี ฯ มาเถิงพระยานครชัยสิน พระท่าโรง พระคาพราน พระชัยบาดาล ด้วยมีตรารับสั่งขึ้นมาแต่ก่อนว่า เจ้าพระยานครราชสีมาบอกลงมาว่า พะม่าซึ่งตั้งอยู่บ้านลาดภูเขียวนั้นยกไปทางเมืองโขง จะลงไปเกลี้ยกล่อมเขมร แล้วมีหนังสือพระปราจินบุรี เข้ามาว่า พะม่าแลลาวยกมาตั้งอยู่ทับเสม็ด จะไว้ใจแก่ราชการ มิได้ จึ่งให้พระยานครชัยสิน พระท่าโรง พระคาพราน พระ ชัยบาดาล กรมการ เกณฑ์ทัพเตรียมไว้สำหรับเมือง อย่าให้ลงไปขุดคูเลนเลย แจ้งอยู่ในท้องตรานั้นแล้ว แลบัดนี้มีหนังสือนายทัพ นายกอง ซึ่งขึ้นไปทำการรบพุ่งพะม่าณเมืองพิชัยนั้นบอกลงมาว่า ได้รบพุ่งพะม่าล้มตายเป็นอันมาก พะม่าแตกหนีไปสิ้นแล้ว จึ่งทรงพระกรุณาสั่งว่า ถ้าราชการทางเมืองท่าโรง เมืองบัวชุม เมืองคาพราน เมืองชัยบาดาน สงบอยู่ ก็ให้พระยานครชัยสิน พระคาพราน พระ ชัยบาดาล พระท่าโรง คุมพรรคพวกสมกำลังลงไปจับการขุดคูเลน ทำการพระนครให้พร้อมกัน แต่ในเดือน ๓ ข้างขึ้น ปีมะเส็งเบญจศกตามมีตราโปรดขึ้นมาแต่ก่อน ครั้นหนังสือมาเถิงวันใด ก็ให้พระยานครชัยสิน พระคาพราน พระชัยบาดาล พระท่าโรง กรมการ ทำตามหนังสือมานี้ หนังสือมาณวัน ๒ ๕ฯ ๓ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๓๕ ปี มะเส็งเบญจศก (พ.ศ. ๒๓๑๖)
ณวัน ๓ ๖ฯ ๓ ค่ำ ปีมะเส็งเบญจศก เวลาย่ำฆ้องรุ่ง ได้ส่งตรา เมืองบัวชุม เมืองคาพราน เมืองบาดาล เมืองท่าโรง ๔ เมืองนี้ให้ หมื่นพุฒวิเศษถือไป เรือยาว ๕ วา พลพาย ๗ คน
หนังสือเจ้าพระยาจักรี ฯ มาเถิงพระยาสุนทรพิพิธ ด้วยมีตรารับสั่งให้พระยาสุนทรพิพิธขึ้นมารับครอบครัวลงไปณเมืองธนบุรีนั้น บัดนี้ มีหนังสือนายทัพนายกองเมืองพิชัยบอกมาว่า ได้รบพุ่งพะม่าล้มตายเป็นอันมาก พะม่าแตกหนีไปสิ้นแล้ว อย่าให้พระยาสุนทรพิพิธรับครอบครัวลงไปณเมืองธนบุรีเลย ให้พระยาสุนทรพิพิธคุมเอาพรรคพวกสมกำลังลงไปขุดคูเลนพระนครเมืองธนบุรี ตามเกณฑ์ตามรับสั่งอย่าให้ขาดได้ หนังสือมาณวัน ๓ ๖ฯ ๓ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๓๕ ปีมะเส็งเบญจศก (พ.ศ. ๒๓๑๖)
ณวัน ๓ ๖ฯ ๓ ค่ำ ปีมะเส็งเบญจศก เวลาย่ำฆ้องรุ่ง ได้ส่งตรา ถึงพระยาสุนทรพิพิธนี้ ให้หมื่นพุฒวิเศษถือไป เรือยาว ๕ วา พลพาย ๗ คน
หนังสือเจ้าพระยาจักรี ฯ มาเถิงพระยาสุพรรณบุรี พระยาอ่างทอง พระชัยนาท พระสิงห์ พระพรหม พระยาลพบุรี หลวงอินทบุรี ด้วย มีตรารับสั่งออกมาแต่ก่อนว่า เกณฑ์ ให้ผู้รักษาเมืองกรมการคุมเลกพรรคพวกสมกำลังเข้าไปขุดคูเลนพระนครให้สิ้นเชิง กำหนดให้เข้า ไปจับการให้พร้อมกัน แต่ในเดือน ๓ ขึ้นค่ำหนึ่ง แจ้งอยู่ในท้องตรา แต่ก่อนนั้นแล้ว แลผู้รักษาเมืองกรมการ ยังมิได้คุมพรรคพวก สมกำลังลงไปขุดคูเลนทำการพระนคร ตามท้องตรารับสั่งกำหนดขึ้นมาหามิได้ แลบัดนี้มีหนังสือนายทัพนายกอง กรุง ฯ แลหัวเมืองซึ่ง ขึ้นไปทำการรบพุ่งพะม่าณเมืองพิชัยบอกลงมาว่า ได้รบพุ่งพะม่าล้มตายเป็นอันมาก พะม่าแตกหนีไปแต่ณวัน ๑๔ฯ ๒ ค่ำสิ้นแล้ว จึ่งทรง ฯ สั่งว่า ให้ผู้รักษาเมืองกรมการ เร่งคุมพรรคพวกสมกำลัง ลงมาจับการขุดคูเลนพระนครให้พร้อมกัน แต่ในเดือน ๓ ขึ้น ๙ ค่ำ ๑๐ ค่ำ ปีมะเส็งเบญจศก ให้ครบตามเกณฑ์ตามมีตราโปรดขึ้นมาแต่ก่อน ครั้นหนังสือนี้มาเถิงวันใด ก็ให้ผู้รักษาเมืองกรมการทำตามหนังสือมานี้ หนังสือมาณวัน ๒ ๕ฯ ๓ ค่ำ ปีมะเส็งเบญจศก (พ.ศ. ๒๓๑๖)
ณวัน ๓ ๖ฯ ๓ ค่ำ ปีมะเส็งเบญจศก เวลาเช้า ๔ โมง ได้ส่งตรา เมืองสิงห์ เมืองพรหม เมืองชัยนาท เมืองอินท์ ๔ ใบ ให้หมื่น ภัยนรินทร์ถือไป เรือยาว ๕ วา ๒ ศอก พลพาย ๖ คน ได้ส่งตรา เมืองลพบุรี ให้หมื่นพุฒวิเศษถือไป เรือยาว ๕ วา พลพาย ๗ คน
หนังสือเจ้าพระยาจักรี ฯ มาเถิงพระยา.........(ลบ)......... พระยาอ่างทอง พระสิงห์ พระพรหม พระชัยนาท พระยาสุพรรณบุรี หลวงอินทบุรี หลวงอิณเทพ กรมช้าง กรมม้า ด้วยทรงพระ กรุณา ฯ สั่งว่า มีหนังสือพระปราจินบุรีบอกข้อราชการเข้ามาว่า พะม่าแลลาวยกเข้ามา สอดแนมเข้าไปดูเห็นคนประมาณ ๔๐๐ คน ตำบลทัพเสม็ด แล้วยกเข้ามาตั้งค่ายอยู่ตำบลท่ากระเล็ม นอกด่านพระ จารีด ทางประมาณ ๓๐๐ เส้น พบแต่ณเดือน ๓ ขึ้นค่ำหนึ่ง ให้ พระยายมราช พระยาลพบุรี พระยาอ่างทอง พระสิงห์ พระพรหม พระยาสุพรรณ พระชัยนาท หลวงอินทบุรี หลวงอิณเทพ กรมการ กรมช้าง กรมม้า ยกกองทัพก้าวสะกัดลงไปทางเฉียงเหนือตะวันออกเมืองปราจิน ก้าวสะกัดวกหลังไว้อย่าให้พะม่าหนีได้ จะเสด็จ ฯ ยกกองทัพหลวงออกไป ถ้าพะม่าเข้ามาถึงเมืองปราจิน เมืองฉะเชิงเทราแล้ว จึงจะยกกองทัพหลวงตีให้แตกฉาน ให้พระยายมราช พระยาลพบุรี พระยาอ่างทอง พระสิงห์ พระพรหม พระยาสุพรรณบุรี พระชัยนาท หลวงอินทบุรี หลวงอิณเทพ กรมการ และกรมช้าง กรมม้า ซึ่งไปก้าวสะกัดวกหลังจับกุมเอาตัวจงได้ให้สิ้นเชิง เถีงทัพเมืองฉะเชิงเทรา หัวเมืองปากใต้ ก็จะให้ยกก้าวสะกัดหลังทางคืนหนึ่งสองคืนได้แล้ว ทัพหลวงจึ่งจะตี แลให้พระยายมราช พระยาลพบุรี พระยาอ่างทอง พระสิงห์ พระพรหม พระยาสุพรรณบุรี พระชัยนาท หลวงอินทบุรี หลวงอิณเทพ กรมการ กรมช้าง กรมม้า เร่งยกตาม ได้ ไปก้าวสะกัดหลังตามรับสั่ง กองทัพหลวงจะเสด็จยกออกจากเมืองธนบุรี เดือน ๓ ขึ้น ๑๑ ค่ำ แลพระยายมราชนั้น ถ้าราชการฝ่ายทางเมืองท่าโรง เมืองบัวชุม เมืองเพ็ชรบูร สงบอยู่แล้ว ก็ให้เร่งยกไป ให้พระยาสุพรรณบุรี พระสิงห์ พระพรหม พระชัยนาท หลวงอินทบุรี หลวงอิณเทพ กรมการ กรมช้าง กรมม้า เข้ากองไปด้วยพระยาอ่างทอง ให้ยกทัพขึ้นทางกรุง ฯ อย่าให้อยู่ท่าพระยายมราชเลย ให้กรมช้างเอาช้างพระที่นั่งไปด้วย ๓-๔ ช้าง แลม้าซึ่งอยู่นอกกรุง ฯ นั้น ให้กรมการมาเอาไปให้สิ้น ครั้นหนังสือนี้มาเถิงวันใด ก็ให้พระยา ยมราช พระยาลพบุรี พระยาอ่างทอง พระสิงห์ พระพรหม พระชัยนาท หลวงอินทบุรี หลวงอิณเทพ กรมการ กรมช้าง กรมม้า ซ้ายขวา เร่งยกไปให้ทันท่วงทีราชการตามหนังสือมาน มาณวัน ๔ ๗ฯ ๓ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๓๕ ปีมะเส็งเบญจศก (พ.ศ. ๒๓๑๖)
วัน ๔ ๗ฯ ๓ ค่ำ ปีมะเส็งเบญจศก เวลาเช้า ๒ โมงมีเศษ พณ ฯ สมุหนายกนั่งว่าราชการอยู่ณศาลาลูกขุน ท่านต้นเชือกได้เอาร่างตรา นี้อ่านเรียนแต่พณ ฯ สมุหนายกจนสิ้นข้อเนื้อความแล้ว ฯ พณ ฯ สมุหนายกสั่งให้ตกแซกลงบ้าง วงกาเสียบ้าง แล้วสั่งว่าให้เอาตามร่างนี้เถิด เมื่อสั่งนั้น ท่านฝ่ายเหนือ หมื่นทิพ นายแกว่น นายชำนาญ นั่งอยู่ด้วย
วัน ๔ ๗ฯ ๓ ค่ำ ปีมะเส็งเบญจศก เวลาเช้า ๒ โมงมีเศษ ได้ส่งตราซึ่งไปเถิงเมืองสุพรรณ............(ลบ)....................................................................................................................................................พระยายมราช ๑ พระยาลพบุรี ๑ ให้หมื่นภารคบชัยถือไป เรือยาว ๓ วา ๒ ศอก พลพาย ๓ คน
วัน ๔ ๗ฯ ๓ ค่ำ ปีมะเส็งเบญจศก เวลาย่ำฆ้องค่ำแล้ว ได้ส่งตราเมืองอินท์ เมืองชัยนาท ให้หมื่นสินสังหารถือไป เรือยาว ๔ วา ๔ ศอก พลพาย ๔ คน เมืองอ่างทอง เมืองสุพรรณ ให้พระยาอ่างทองถือไปแล้ว กรุง เมืองพรหม เมืองสิงห์ ได้ส่งพระพรหมถือไปแล้ว
(ตอนต้นลบเลือนมาก)...............................................................หลวงพล กรมการ บอกหนังสือไปว่า............................................ไปฟังข่าวราชการพะม่าแล................บ่าวพระยาศรีสุริยวงศ์ ท้าวชิตแลเลกลวงแพ้ ยังมิได้สัก ๖๐ คน แลพระยาพิชัย พระยาศรีสุริยวงศ์ ลงมาแจ้งราชการมีเนื้อความเป็นหลายประการนั้น ได้เอาหนังสือบอกกราบทูลพระกรุณา ทรง ฯ สั่งว่า เจ้าพระยาสรศรี เจ้าพระยา สวรรคโลก พระยาพิชัย พระยาสุโขทัย ลงมาเฝ้าทูลละออง ฯ แจ้ง ราชการครั้งก่อนนั้น ทรง ฯ ได้ตรัสเนื้อความด้วยจำเพาะพระที่นั่งว่าเดือน ๑๐ หาราชการไม่ ให้พร้อมกันลงมาเฝ้าทูลละออง ฯ จะพระ ราชทานความรู้วิชาการให้ต้านต่ออริข้าศึก ครั้นเถิงกำหนดแล้ว เจ้าพระยาสวรรคโลก พระยาพิชัย มิได้ลงมาทูลละออง ฯ เหมือนเจ้าพระยาสรศรี พระยาสุโขทัย จึงให้ถามพระยาพิชัย ๆ สารภาพว่า มิได้ลงมาทูลละออง ฯ ตามกำหนดนั้น โทษผิดหนักหนา พระราชอาชญาเป็นล้นเกล้า ฯ ทรง ฯ ให้ลูกขุนณศาลาปรึกษาโทษ แลลูกขุนปรึกษา ทรง ฯ สั่งให้ลงพระราชอาชญาเฆี่ยนพระยาพิชัยยกหนึ่ง ๓๐ ที เรียกทานบนไว้ ให้ทำราชการสืบไป ให้พระยาพิชัยกลับขึ้นมาเป็นแม่กองทัพ ก็เกณฑ์ผู้คนแบ่งกึ่งยกไปตามเสด็จ ฯ กระทำแก่เมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ แลให้พระราชทานพระยาพิชัย (คือ) เสื้อเข้มขาบผืน ๑ ปืน คาบศิลารองทรงบอก ๑ ปืนใหญ่หน้าเรือ กินดิน (หนัก) ๑๕|๑๕| กินดิน ๑๔|๑๔| กินดิน ๑๒|๑๒| กินดิน ๑๐|๑๐| (รวม) ๔ บอก ปืนต้นเฉลี่ยอย่างยาว กินดิน ๒|๒| ๒ บอก ปืนคาบศิลา ๒๘๐ ปืนอังกฤษ ต้น กลมหน้าช้างอย่างดี ๒๐ (รวม) ๓๐๐ ดีบุกหนัก |๑๐|๑๐ สุพรรณถัน |๕|๕.....................(ต่อจากนี้ต้นฉบับลบ)..............................แลได้...............(ต้นฉบับลบหมด)...............
หนังสือเจ้าพระยาจักรีมาเถิง.........พิชัยสงคราม.........ศรีสวัสดิ ด้วย ทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า ทัพหลวงจะเสด็จ ฯ ขึ้นไปปราบเมืองเชียงใหม่ณเดือน ๑๒ แรม ๑๑ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก.................................เมืองกาญจนบุรี เมืองศรีสวัสดินั้น เป็นเมืองหน้าด่าน.................มัตมะ ถ้าแลเมืองมัตมะแตก............ขัดสน............ปลาอาหาร............เมืองกาญจนบุรี เมืองศรีสวัสดิ..................อย่าให้รามัญ..................ถ้าแล.......................................ทัพกรุงขึ้นไป....................................ถ้ารามัญคนใดจะไปตามเสด็จ ฯ ก็ให้บอกส่งรามัญ...... .................กรุง..............................(ต่อจากนี้ต้นฉบับลบเลือนหมด)............................
วัน ๑ ๒ฯ ๑๒ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก ได้เอาร่างตรานี้เรียนเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช ๆ สั่งให้เอาเทอญ ในทันใดได้ปิดตราส่งให้ขุนเดชะ ไปแล้ว
หนังสือเจ้าพระยาจักรี ฯ มาเถิงเจ้าพระยาสวรรคโลก ด้วยเจ้าพระยาสวรรคโลก กรมการ บอกหนังสือให้พระยกรบัตรถือลงไปเป็นความว่า นายฝองหนีมาแต่กองทัพพะม่าให้การว่า พระเจ้าอังวะป่วยตาย ลูกพระเจ้าองัวะขึ้นเป็นเจ้าเมืองอังวะ แลอาฆ่าลูกเจ้าอังวะเสีย โปชุกพลา, มายุงวน ปรึกษากับนายกองทัพว่าจะยกลงไปเมือง ใต้ไม่ได้แล้ว โปชุกพลาก็ถอยไปตั้งอยู่ณบ้านจอมทอง แลกองทัพ ทั้งปวงต่างคนต่างไปเมือง กองทัพโปชุกพลาเรรวนจะไม่เข้าเมืองเชียงใหม่ จะไปเมืองอังวะ เจ้าพระยาสวรรคโลก กรมการ นายกอง นายหมวดแลไพร่มีน้ำใจสามิภักดิ์จะทำการเมืองเชียงใหม่ ให้ทูล เกล้า ฯ ถวายนั้น ลูกขุนศาลาปรึกษาว่า ซึ่งเจ้าพระยาสวรรคโลกกรมการ จะอาษาไปตีเมืองเชียงใหม่ทูลเกล้า ฯ ถวายนั้น เจ้าพระยา สวรรคโลกมิได้ทูลละออง ฯ รับพระราชทานความรู้วิชาการ มีแต่ความ รู้เก่านั้น จะเอาชัยชำนะแก่พะม่าข้าศึกเห็นไม่ได้แล้ว เจ้าพระยา สวรรคโลกมีความผิด ล่วงพระราชอาชญามิได้ลงไปทูลละออง ฯ ตามกำหนด ได้มีตรารับสั่งให้หลวงมหามนตรี ขึ้นไปลงพระราชอาชญาจำเจ้าพระยาสวรรคโลกลงไปณเมืองธนบุรี ให้พระปลัดเป็นแม่กองทัพเกณฑ์กรมการ แลคนแบ่งกึ่งไปตามเสด็จ ฯ อยู่แล้ว แลจะเอาเนื้อความกราบทูลพระกรุณาให้เจ้าพระยาสวรรคโลกอาษาไปมิได้ ให้เจ้าพระยาสวรรคโลกรับพระราชอาชญาจำลงไปตามมีตราโปรดขึ้น มาแต่ก่อน ถ้าแลหลวงขุนหมื่นกรมการผู้ใดจะมีน้ำใจอาษา เสด็จ ฯ ขึ้นไปเถิงหัวเมืองแล้วจึ่งให้กราบทูลพระกรุณา หนังสือมาวัน ๑ ๒ฯ ๑๒ ค่ำ ศักราช ๑๑๓๖ ปีมะเมียฉอศก (พ.ศ. ๒๓๑๗)
วัน ๑ ๒ฯ ๑๒ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก เพลาค่ำแล้ว เสด็จ ฯ ออกณพระที่นั่งตำหนักแพ หมื่นศรีสหเทพ จางวาง เอาหนังสือบอกเจ้าพระยา สวรรคโลกกราบทูลพระกรุณา ฯ ทรง ฯ โปรดเกล้า ฯ ทรงแต่ง ให้ พระยาพิพัฒโกษาเขียนหน้าพระที่นั่ง แลสั่งให้มีตราไปเถิงเมือง กาญจบุรี เมืองศรีสวัสดิ ตามเรื่องราวนี้ว่า
ในทันใดวันเดียวนั้น ได้ปิดตราส่งให้พระยกรบัตรผู้ถือหนังสือถือไป
หนังสือเจ้าพระยาจักรี ฯ มาเถิงพระศรีสวัสดิ ด้วยทรงพระกรุณา ตรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า เจ้าพระยาสวรรคโลก กรมการ บอกหนังสือ ลงไปว่า นายฝองชาวเมืองลับแล หนีมาแต่กองทัพโปชุกพลา ให้การว่า พระเจ้าอังวะเป็นไข้ตาย ลูกเจ้าอังวะผู้ตายขึ้นครองราชสมบัติแทนบิดา และอา น้องพระเจ้าอังวะผู้ตายชิงเอาสมบัติฆ่าหลานชายเสียนั้นให้พระศรีสวัสดิกรมการสืบให้รู้ว่า ผู้ใดได้ครองราชสมบัติเป็นแน่ให้เร่งบอกเข้ามาให้แจ้งฉับพลัน พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวจะได้อุบัติวิบัติโดยภายในให้เถิงแก่ความตาย ราชการเมืองอังวะจะได้เร็วเข้า ครั้นหนังสือนี้มาเถิงวันใด ก็ให้พระศรีสวัสดิ กรมการ เร่ง สืบสวนบอกเข้าไปให้แจ้งจงฉับพลัน หนังสือมาณวัน ๑ ๒ฯ ๑๒ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๓๖ ปีมะเมียฉอศก (พ.ศ. ๒๓๑๗)
วัน ๑ ๒ฯ ๑๒ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก ได้เขียนขึ้นกระดาษปิดตราแล้ว ให้นายอูรวงไปส่ง ให้นายมีผู้ถือหนังสือเมืองกาญจนบุรี กรมท่า ถือ ไปเมืองศรีสวัสดิด้วย เมื่อได้ส่งให้นั้นต่อหน้าเสมียนตรากรมท่ารู้เห็นด้วย
สารตรา ท่านเจ้าพระยาจักรี ฯ ให้มาแก่ผู้อยู่รักษาเมืองกำแพง เพ็ชร์ เมืองนครสวรรค์ ด้วยทรงพระกรุณา ฯ สั่งว่า ณวัน ๓ ๑๑ฯ ๑๒ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก จะเสด็จ ฯ ขึ้นไปปราบเมืองเชียงใหม่ แลให้กรมการผู้อยู่รักษาเมืองปลูกพระตำหนักที่ประทับร้อน ประทับแรม แลตบแต่งตระเตรียมการซึ่งจะได้รับเสด็จ ฯ ไว้ให้สรรพ อนึ่ง ทาง แม่น้ำซึ่งจะเสด็จ ฯ ขึ้นไปนั้น ที่ใดเป็นโขดหาดหลักตออยู่นั้นให้กรมการ.............................................................................อย่าให้เรือพระที่นั่ง............โขดหาดได้.........................(ฉบับลบหมด).........
............................(ตอนต้น ฉบับขาด)............................................มีตรารับสั่งขึ้นไปแต่ก่อนว่า จะเสด็จขึ้นไปเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ ให้ผู้รักษาเมืองกรมการ เกณฑ์เลกแบ่งกึ่งคอยรับเสด็จ ฯ นั้น บัดนี้ทรงพระกรุณา ฯ สั่งว่า ฤกษ์กำหนดจะได้เสด็จ ฯ ยกจากเมืองธนบุรี ณวัน ๓ ๑๑ฯ ๑๒ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก แลให้กองทัพหัวเมืองซึ่งเกณฑ์ให้ รับเสด็จ ฯ ทั้งนี้ เร่งยกล่วงไปคอยรับเสด็จ ฯ ให้พร้อมกันณบ้านระแหงเมืองตาก ถ้าขัดสนด้วยเรือ ก็ให้ไปทางบก ให้เร่งยกขึ้นไปให้ทันกำหนด อย่าให้แล้ช้าอยู่ได้ และจะได้ยกจากเมืองวันใด ผู้คนช้างม้าเครื่องสาตราอาวุธมากน้อยเท่าใด ก็ให้บอกเข้าไปให้แจ้ง แลให้ พระสิงห์ กรมการ รับเอาตราเมืองอ่างทองเร่งแต่งคนถือไปส่งให้ พระยาอ่างทอง กรมการ จงฉับพลัน หนังสือมาณวัน ๑ ๒ฯ ๑๒ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๓๖ ปีมะเมียฉอศก (พ.ศ. ๒๓๑๗)
วัน ๑ ๒ฯ ๑๒ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก ได้ส่งตราเมืองสิงห์ เมืองอินท์เมืองพรหม เมืองชัยนาท เมืองสรรค์........................๖ เมืองนี้ให้หลวงยกรบัตรเมืองพิชัยถือไป แลตราเมืองอ่างทองให้เมืองสิงห์ แต่งคนถือไปเถิงพระยาอ่างทอง ตราเมืองสรรค์ ให้เมืองชัยนาทแต่งคนถือไปเถิงพระยาสรรค์
วัน ๒ ๓ฯ ๑๒ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก ได้เขียนตราพระราชสีห์น้อยให้เมืองอ่างทองใบ ๑ เมืองสรรค์ใบ ๑ (รวม) ๒ เมืองสิงห์ใบ ๑ เมืองพรหมใบ ๑ เมืองชัยนาทใบ ๑ เมืองอินท์ใบ ๑ (รวม) ๔ เมืองใบ ๑ (รวม) ๖ ให้พระอนุชิตพิทักษ์...........................................................
.........(ตอนต้นลบหมด)...........................................................................ข้าทูลละออง ฯ ให้หลวงขุนหมื่น ผู้ได้รับพระราชทานเลกเกณฑ์แบ่งอยู่ แบ่งไปตามกำหนด คุมเอาเลกไปเข้ากองพระยายมราชณ บ้านระแหงเมืองตาก แจ้งอยู่ในท้องตราแต่ก่อนแล้วนั้น เจ้าพระยานครราชสีมา พระยานครชัยสิน พระพิชัยสงคราม พระสรบุรี พระราชานุรัต พระท่าโรง กรมการ ได้เลกพระราชทานให้ข้าหลวง ฯ ได้คุมเลกยกไปเข้ากองทัพแล้วหรือประการใด มิได้บอกลงไปให้แจ้ง นั้น บัดนี้ทัพหลวง จะได้เสด็จ ฯ ขึ้นไปปราบเมืองเชียงใหม่ณเดือน ๑๒ แรม ๑๑ ค่ำ ปีมะเมียฉอศกนี้เป็นแน่แล้ว ให้หมื่นอนันตศักดิ์ หัวหมื่นตำรวจขวา ขึ้นมาเร่งรัดให้พระพิชัยสงคราม พระสรบุรี ผู้กำกับ พระราชานุรัต พระท่าโรง ให้นายราชภักดี ตำรวจในซ้าย ขึ้นไปเร่งรัดให้เจ้าพระยานครราชสีมา กรมการ จัดเลกพระราชทานขุนหมื่น ข้าทูลละออง ฯ ให้ข้าทูลละออง ฯ ผู้ได้รับพระราชทานเลก เร่งรัดคุมเอาเลกไปเข้ากองทัพณเมืองตากบ้านระแหง ให้ทันกำหนดเสด็จ ฯ ตามมีตรารับสั่งโปรดขึ้นมาแต่ก่อน อย่าให้แล้ช้าอยู่ได้ ครั้นหนังสือนี้มาเถิงวันใด ก็ให้เจ้าพระยานครราชสีมา พระยานครชัยสิน พระพิชัยสงคราม พระสรบุรี พระท่าโรง กรมการ เร่งรัดจัดแจง เลกพระราชทานให้แก่ข้าหลวง แลให้ข้าหลวงเร่งรัดคุมเลกไปเข้า กองทัพรับเสด็จ ฯ ณเมืองตากบ้านระแหงเป็นการเร็ว แลข้าหลวงถือตรามาเถิงวันใด เจ้าพระยานครราชสีมา พระยานครชัยสิน พระพิชัยสงคราม พระสรบุรี พระราชานุรัต พระท่าโรง กรมการ ได้จัดแจงเลกพระราชทานให้แก่ข้าหลวง ฯ ได้ยกวันใด ให้บอกลง ไปให้แจ้ง หนังสือมาณวัน ๒ ๓ฯ ๑๒ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๓๖ ปีมะเมีย ฉอศก (พ.ศ. ๒๓๑๗)
วัน ๒ ๓ฯ ๑๒ ค่ำ ปีมะเมียฉอศก เพลาบ่ายแล้ว ๕ โมงมีเศษ ท่านต้นเชือกส่งร่างตรานี้ให้เขียนขึ้นกระดาษปิดตรา ส่งให้หัวหมื่นตำรวจในถือไป ในทันใดนั้นได้ปิดตราส่งให้หมื่นอนันตศักดิ์ ตำรวจนอกขวาถือไปเมืองเพ็ชรบูร เมืองท่าโรง เมืองบัวชุม เรือยาว ๖ วา พลพาย ๗ คน ให้นายราชภักดี ตำรวจในซ้าย ถือไปเมืองนครราชสีมา เรือยาว ๔ วา ๒ ศอก พลพาย ๖ คน ขึ้นไปทางเมืองลพบุรีแล้ว
หนังสือนายควรรู้อัฎ นายเวนมหาดไทย มาเถิงผู้รักษาเมือง กรมการพระหลวงขุนหมื่นนายบ้านนายอำเภอ ด่าน คอย ทุกตำบล ด้วย หลวงราชนิกุล รับสั่งใส่เกล้า ฯ สั่งว่า จะเสด็จขึ้นไปปราบเมืองเชียงใหม่ณเดือน ๑๒ แรม ๑๑ ค่ำปีมะเมียฉอศกนี้แล้ว ให้มีตราพระราชสีห์ รับสั่ง แต่งให้นายราชภักดี ตำรวจในซ้าย ถือขึ้นไปให้เจ้าพระยานครราชสีมา กรมการแต่งให้หมื่น อนันตศักดิ์ ตำรวจ นอกขวา ถือไปให้พระพิชัยสงคราม พระยานครชัยสิน พระท่าโรงเร่งรัดจัดเลกขึ้นพระราชทานข้าทูลละออง ฯ ให้ผู้ได้รับพระราชทาน เลกเร่งคุมเลกไปรับเสด็จ ฯ ณเมืองตากบ้านระแหง ให้ทันเสด็จ ฯ เป็นการเร็ว ถ้าแลนายราชภักดี ตำรวจในซ้าย หมื่นอนันตศักดิ์ ตำรวจนอกขวา ถือตราขึ้นมาเถีงบ้าน ตำบล แขวงหัวเมืองใด ให้ส่งต่อ ๆ ขึ้นไปกว่าจะถึงเมืองนครราชสีมา เมืองเพ็ชรบูร เมืองบัวชุม เมือง ท่าโรง จงฉับพลันเป็นการเร็ว อย่าช้าอยู่แต่ทุมโมงหนึ่งได้ แลห้าม อย่าให้นายราชภักดี หมื่นอนันตศักดิ์ ทำข่มเหงฉ้อประบัดเรียกเอาพัสดุทองเงินแก่ผู้มีชื่อ...............สิ่งใด ๆ.................................
มีหนังสือพระยาอักษรวงศ์ ผู้รั้งเมืองสวรรคโลก พระรามรณคบเมืองอุทัยธานี พระยาวิเศษ พระยาตาก พระยาสุทัศ พระยาเชียงทอง เมืองระแหง พระยาสุพรรณ กรมการ..........(ลบ)..........บอกมาว่า พะม่าตีไปได้เมื่อครั้งตีเมืองระแหง เมืองสวรรคโลก เมืองพิษณุโลก แล จ่ายเข้ากองทัพ พระยายมราช ๆ ให้กองทัพ รับพระราชทาน ต่างอาหาร แลจ่ายไปราชการทัพ แลเลี้ยงปรนปรือไว้ล้ม แล พระราชทานพระเจ้าหลานเธอ กรมขุนอนุรักษ์สงคราม เป็น (ดังต่อไปนี้)
๑. พระยาอักษรวงศ์ เมืองสวรรคโลก ซ้าย พลาย ๗ พัง ๑๕ (รวม) ๒๒
๒. มอบพระยาเชียงทอง พระยาสุทัศ ฯ พณ ฯ สมุหนายกเอาไป ทัพเชียงใหม่ เสียแก่พะม่าเมืองพิษณุโลก ซ้าย พลาย ๑ พัง ๑ (รวม) ๒ ขวา พลาย ๑ พัง ๑ (รวม) ๒ ปืน ๑ (รวม) ๕
๓. พญาสรรค์เอาไปทัพ เสียแก่พะม่าณเมืองพิษณุโลก ซ้าย พัง ๖
๔. สมิงลวาเอาไปเลี้ยง พะม่าตีไปได้ เมื่อพะม่าตีระแหง มอบ พระยาเชียงทอง ซ้าย ๒ ขวา ๒ มอบพระยาสุทัด ซ้าย พัง ๑
ซ้าย พลาย ๔ พัง ๖
พระยาเชียงทอง ๑ พระยาตาก ๑ (รวม) พัง ๒ พระยาสรรค์พลาย ๑
จ่ายไปทัพเชียงใหม่ ล้มเมืองสุพรรณบุรี ขวา พลาย ๑
เข้ากองทัพไปรบดอนไก่เถือน พระยายมราชให้กองทัพได้รับ พระราชทาน เมืองอุทัยธานี ๒ พระยาตาก ๑ (รวม) ๓
เมืองสุพรรณ ขวา ไปเมืองนคร (ศรีธรรมราช) รับพระไตรปิฎก ด้วยพระพรหมมุนี ๒ (ช้าง) คงพลาย ๑ พัง ๑ (รวม) พลาย ๓ พัง ๑
เมืองนครชัยศรี ไปเมืองนคร รับพระไตรปิฎกด้วยพระพรหมมุนี ๑ คง (เมือง) พลาย ๑ (รวม) พลาย ๒
จ่ายไปราชการ รับพระไตรปิฎกเมืองนคร ด้วยพระพรหมมุนี ขวา พลาย ๓ กรุงกัมพูชาด้วยพระองค์แก้ว ซ้าย พัง ๑ (รวม) ๓
มีหนังสือบอกพระยาอักษรวงศ์ เมืองสวรรคโลก บอกลงมาว่าช้างมฤดกเจ้าพระยาสวรรคโลกซึ่งมอบพระยาอักษรวงศ์ไว้นั้น พะม่า ยกกองมาตีเมืองพิษณุโลก เมืองสวรรคโลก เมืองสุโขทัย พะม่าตีไป ได้ เป็น (มีชื่อช้างพลายลำชาย พลายตุม เป็นต้น) พลาย ๗ พัง ๑๕ (รวม) ๒๒ ช้าง
มีหนังสือบอกพระยาสุพรรณ กรมการเมืองสุพรรณบอกจำหน่าย แลคง เป็น (๑) กรมช้างเกณฑ์ไปบรรทุกปืนเกณฑ์หามเมื่อเสด็จ ฯ ขึ้นไปปราบเมืองเชียงใหม่ปีมะแมสับตศก..............................(๒) จ่ายไปรับพระไตรปิฎกเมืองนครด้วยพระพรหมมุนี..................
เมืองเพ็ชรบุรี ระบาทว์อ้ายบุญเมืองเพ็ชรบุรี, มฤดกเจ้าพระยา จักรี มอบพระเจ้าหลานเธอ กรมขุนสงคราม ๆ ว่า ทรงพระกรุณา พระราชทานแก่พระเจ้าหลานเธอ กรมขุนสุรินทรสงคราม พระยาจักรีเป็นผู้รับสั่ง ครั้นสืบพระยาจักรีรับแล้ว ฯ พณ ฯ สั่งให้จำหน่ายไว้ ใน.........ราชทาน
เมืองปราจิน มฤดกหลวงนรา จ่ายไปด้วยพระองค์แก้วเมือง กัมพูชา ๑ (ช้าง)
ระบาทว์พระชัยบูร ซ้าย คงอยู่เมืองพิษณุโลก พัง (สูง) ๔ ศอก ๑ คืบ ๑ (ช้าง)
มีหนังสือขุนรองปลัดเมืองสรรคบุรี บอกจำหน่ายช้างมฤดกเจ้า พระยาสรรค์ซึ่งมอบพระยาสรรค์ (รวม) ๑๐ ช้าง
ข้าพระพุทธเจ้า พระกำแพง หลวงคชสิทธิ หลวงคชศักดิ ขอพระราชทานให้ทราบละออง ฯ ด้วยช้างหลวงอยู่แก่ผู้รักษาเมือง ผู้รั้งกรมการ นอกกรมช้างเลี้ยง คงมีจำนวนปีระกานพศก เป็น พลาย ๓๑ พัง ๕๑ (คือ)
(๑) เมืองระแหง พระยาเชียงทอง พลาย ๑ พัง ๘ (รวม) ๙ พระยาตาก พัง ๒ พระยาสุทัศ พลาย ๑ พัง ๑ (รวม) ๒ (รวม) พลาย ๒ พัง ๑๑
(๒) พระอุทัยธานี อยู่แก่พระรามรณคบ พลาย ๒ พัง ๓ (รวม) ๕
(๓) พระยาสรรคบุรี พลาย ๓ พัง ๗ (รวม) ๑๐
(๔) พระเจ้าลูกเธอกรมขุนอนุรักษ์สงคราม เมืองเพ็ชรบุรี พลาย ๖ พัง ๔ (รวม) ๑๐
(๕) อาษาใหม่ พระยาโกษา ขุนศรีเสนา พลาย ๒ พัง ๒ ขุน ราชเสนี พลาย ๓ พัง ๔ (รวม) พลาย ๕ พัง ๖
(๖) พระปราจีน พัง ๑
(๗) พระยาสุพรรณ กรมการ พลาย ๔ พัง ๑
(๘) พระยาอักษรวงศ์ เมืองสวรรคโลก พลาย ๕ พัง ๑๗ (รวม) ๒๒
(๙) พระยานครชัยศรี กรมการ พลาย ๒
(๑๐) พระยากาญจนบุรี กรมการ พลาย ๒
(๑๑) พระชัยบูร เมืองพิษณุโลก พัง ๑
คุมช้างไปเมืองไทรบุรี ขุนศรีชัยทิศ ๒ ชั่ง นายจำ........๗ ตำลึง นายมุก รอง.........๑๐ ตำลึงคุมช้างไปเมืองถลาง นายจำนง.........๘ ตำลึง นาย........๘ ตำลึง
นาย หลวงพกริษ ๑ ชั่ง นายจำลอง ๑๑ ตำลึง นายสรรเพ็ชญ์ ๑๑ ตำลึง นายชำนาญ ๘ ตำลึง นายแมนคชสาร ๗ ตำลึง นายกเรนภักษา ๗ ตำลึง
ไพร่............................................................................................คงจะได้รับพระราชทานณเดือน ๕ ปีจอ (พ.ศ. ๒๓๒๑) เป็น............