ข้ามไปเนื้อหา

ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 70/เรื่องที่ 18

จาก วิกิซอร์ซ
ตำนานเมืองวังมล

วัน ค่ำ ปีฉลูเอกศก ๑๒๕๑

ข้าพเจ้าหลวงณรงค์โยธา ข้าหลวง ได้หาตัว ท้าวลม อายุ ๑๗ ปี ว่าที่อุปฮาด ๑ ท้าวโพธิราชอายุ ๔๕ ปี ว่าที่ราชวงษ์ ๑ ท้าวไชยวงษ์อายุ ๔๒ ปี ว่าที่ราชบุตร ๑ ท้าวพรหมจักรอายุ ๔๐ ปี ว่าที่พระศรีวรวงษ์ผู้ช่วย ๑ เมืองแสนอายุ ๓๙ ปี ๑ เมืองจันอายุ ๕๘ ปี ๑ เมืองกลางอายุ ๖๓ ปี ๑ กรมการ เมืองวังมลมา ปฤกษาราชการที่พัก เมืองวัง คำ ท้าวลมว่าที่อุปฮาด ๑ ท้าวโพธิราชว่าที่ราชวงศ์ ๑ ท้าวไชยวงศ์ว่าที่ราชบุตร ๑ ท้าวพรหมจักรว่าที่พระศรีวรวงศ์ผู้ช่วย ๑ เมืองแสน ๑ เมืองจันทน์ ๑ เมืองกลาง ๑ ให้ถ้อยคำต่อหน้า ท้าวไชยสารกรมการเมืองมุขดาหาร ๑ ท้าวมหาพันขวา ๑ ท้าวอุปปละ ๑ (รวม) เมืองนครพนม ๒ ชาเนตรกรมการเมืองสกลนคร ๑ ท้าวสุทธิสารเมืองภูวดลสอาง ๑ พระสุวรรณภักดีเจ้าเมืองวังคำ ๑ ว่าครั้งท่านพระยามหาสงครามขึ้นมาตีเมืองตะโปนเมืองวังมล เจ้าคำ เจ้าเมืองวังมลจึงพาครอบครัวบิดามารดาขึ้นไปอาศัยอยู่ ณ เมืองญวน ครั้นบ้านเมืองชุ่มเย็นเป็นปกติแล้ว พระนาคีรัตนเจ้าเมืองพาครอบครัวบิดามารดาพวกข้าพเจ้ากลับลงมาอยู่ตามภูมิลำเนาเดิม พระจันทร์สุริยวงศ์เจ้าเมืองมุกดาหารคนเก่า จัดให้ท้าวเพี้ยกรมการขึ้นมาเกลี้ยกล่อมพระนาคีรัตน ๆ ก็อ่อนน้อมยอมขึ้นกับเมืองมุกดาหารพระนาคีรัตนแบ่งเงินส่วยเสียไปทางเมืองมุกดาหารเสมอปีละ ๔|๒/| เสียไปทางเมืองญวนปีละ ๔|๒/| เท่ากัน ต่อมาช้านานหลายปีแล้วครั้นพระจันทร์สุริยวงศ์เจ้าเมืองมุกดาหาร พระนาคีรัตนเจ้าเมืองวังมลถึงแก่กรรม เจ้าหนูมาเป็นเจ้าเมืองมุกดาหาร จึงแต่งให้กรมการเมืองมุกดาหารนำเอาตราตั้งมามอบให้ท้าวยะบุตรพระนาคีรัตนเป็นที่พระนาคีรัตนวงศาเจ้าเมืองวังมล แล้วเจ้าเมืองวังมล แล้วเจ้าเมืองลาดคำโล่ แต่งให้กรมการญวนมาหาตัวพระนาคีรัตนวงศาขึ้นไปเมืองลาดคำโล่ เจ้าเมืองลาดคำโล่ตั้งให้พระนาคีรัตนวงศาเป็นโถติเจาเจ้าเมืองวังมล แล้วเขียนเอาเงินส่วยกับพระนาคีรัตนวงศาเสมอปีละ ๔|๒/| ตามเดิมเท่ากับเมืองมุกดาหารต่อ ๆ มาคงท้าวบัดนี้ท้าวยักษ์ว่าที่พระนาดีรัตนวงศาเจ้าเมืองวัลมลแต่ณปีชวดฉศกได้แบ่งส่วยไปทางเมืองญวนเมืองมุกดาหารเสมอมาได้ ๒๕ ปี แต่ส่วยเมืองมุกดาหารนั้น พระจันทร์สุริยวงศ์คนเก่าคนใหม่จะส่งลงไปทูลเกล้า ฯ ถวายเข้าท้องพระคลังฦาจะเอาไปจับจ่ายใช้สอยประการใด ข้าพระพุทธเจ้าหาทราบไม่ บัดนี้ พระนาคีรัตนวงศาเจ้าเมืองก็หนีหายเสีย หารู้ว่าไปแห่งใดไม่ จึงโปรดเกล้า ฯ ให้หลวงณรงค์โยธาข้าหลวงขึ้นมาจัดราชการฝังหลักด่านแบ่งภูมิแดนพระราชอาณาเขตต์กรุงเทพ ฯ ต่อแดนกับญวนตั้งรักษาราชการคุ้มครองป้องกันพวกข้าพเจ้าไว้ ไม่ให้ญวนมาทำอันตรายกับพวกข้าพเจ้าได้แล้ว ข้าพเจ้ากรมการจะพร้อมกันตั้งใจสวามิภักดิ์ต่อใต้ฝ่าละออง ฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกรุงเทพ ฯ ผู้ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐ กราบถวายบังคมรับพระราชทานน้ำพิพัฒสัตยาปีละ ๒ ครั้งตามอย่างธรรมเนียม รับราชการฉลองพระเดชพระคุณโดยสัจสุจริตทำส่วยทูลเกล้า ฯ ถวายสืบไปชั่วบุตรแลหลานจนกราบท้าวสิ้นอายุ เป็นคำสัตย์คำจริงข้าพเจ้าดังนี้ ข้าพเจ้าพร้อมเอาตรารูปราชสีห์ประจำเมืองประทับไว้เป็นสำคัญ