ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 70/เรื่องที่ 4
นโมตัสสภควโตอรหโตสัมมาสัมพุทธัสส นโมอันว่ากิริยาอันน้อมไหว้ เมแห่งข้า อัตถุจงมี ตัสสแห่งพระพุทธเจ้าตนนั้น ภควโตตนมีทำเนาเลาตนอันงาม หาบุคคลผู้จักเทียบเทียมบ่ได้ อรหโตตนไกลแก่ราคาทิกิเลส สัมมาสัมพุทธัสสตนตรัสรู้ยังธรรมทั้งมวลด้วยดีด้วยตนแล อหังอันว่าข้าผู้นั้น นมัสสิตวาไหว้แล้วแล พุทธัง ธัมมัง สังฆังยังพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสังฆเจ้า ด้วยคาถาว่าศรีศรีอัญชลีปณาเมเตย รตตนาคุณณ นโมพุยาโลโก ปกรนสัมพุทธัง ดังนี้ แล พุทโธ ธัมโม สังโฆ จงมาทะรงทรงแทบไท้สีรสามารัง ขออย่ามีมารมาประจนเบียดม้าง บารมีโยบารมีแม่งกำจัดเจียรจาคสัพพโรคา สัพพอันตรายา สัพพภยา ขออย่าให้มีโภยภัยต้องหนีไกลแสนโยชน์ พ้นจากโทษบาปเวรหนา ด้วยผละแห่งผู้ข้าได้สร้างแลได้เขียน ยังปิฎกธรรมเจ้าดวงนี้ไว้โชตนา พุทธศาสนาเท่า ๕๐๐๐ พระวัสสา ให้เป็นที่ไหว้นบเคารพยำแยงแก่คนแลเทวดาทั้งหลาย สืบเมื่อภายหน้าพุ้นแล ฯ
โภสาธโว ดูกรสัปปุริสเจ้าทั้งหลาย ฝูงมีผยาปรารถนาเถิงสุขสามประการ มีนิรพานเป็นที่แล้ว จงตั้งยังโสตประสาทหูฟังยังรสธรรมดวงนี้ ให้มีขันข้าวตอกดอกไม้ธูปเทียนหมากพลู กล้วยอ้อยเครื่องบูชาแล้วจึงฟังเทอญ เหตุว่าเป็นคำบุคคลผู้ล้ำหยิ่ง ผู้มีบุญมีศีล ๕ ศีล ๘ ดีหลีดาย
ดูกรสัปปุริสทั้งหลาย บัดนี้จักกล่าวตำนานนิทานแห่งขุนบรมราชาธิราชเจ้าก่อนแล คำไทยว่าแถนฟ้าขื่นนั้น บิดา หากเป็นพ่อขุนบรมแล คือว่าตนแห่งพระยาอินทาธิปติราช แลเขาว่าแถนแต่งนั้น คือว่า พิศณุกรรมเทวบุตร แลอันว่าแถนคมและแถนชั่งนั้นแถนเถือก แถนผู้นี้หูหิงแลแถนสี่ตนนี้อยู่ชั้นฟ้าจาตุมหาราชิกา แต่งยังโลกหลิงยังสัตว์ยังคนอันกระทำยังบาปแลบุญแล ที่แท้คนทั้งหลายว่าผีฟ้าผีแถน ว่าอันที่แท้แหม่นพระยาอินทรแลท้าวจตุโลกทั้งสี่ดาย จัดเขียนถามยังคนทั้งหลายฝูงกระทำบุญคุณแลโทษ แลยังมีนางเทวดาตนหนึ่งชื่อว่านางธรณีอันรักษายังน้ำหยาดหมายทานแห่งคนทั้งหลาย ยังมีนางเทวดาตนหนึ่งชื่อว่านางเมกขลา อยู่รักษาพระยาท้าวขุนแลคนทั้งหลาย ผู้มีบุญก็ดีบ่มีบุญก็ดีหากรู้สู่คนในโลกนี้ทั้งมวลดาย คนทั้งหลายผีเสื้อเมืองนั้นบ่มีแล แหม่นนางเมกขลานั้นแล คนทั้งหลายกระทำบาปบุญคุณโทษดังนั้น ก็เมื่อบอกแก่ท้าวทั้งสี่ให้แจ้งเขียนถามดูต่อเขาหั้นแล ฯ ดูราสัปปุริสนักปราชญ์เจ้าทั้งหลาย จงตั้งยังโสตปราสาท หูฟังยังตำนานนิทานมหากัปนี้เทอญ โพธิสัตโตอันว่าโพธิสัตว์เจ้าเราได้เกิดเป็นสมันตรพรหม เป็นใหญ่แก่พรหมทั้งหลาย ก็หากเสด็จลงมาดูยังจักรวาฬทั้งมวลอันกว้างแลแคบ ให้รู้ชมพูทวีปเรานี้ กว้างได้หมื่นโยชน์พรหมทั้งหลายก็มาหมายไว้ยังที่อันจักตั้งเมืองใหญ่ทั้งหลาย ๑๖ เมือง ใส่หลักแก้ว ใส่หลักคำ ใส่หลักเงินไว้ ที่อันจักตั้งเมืองน้อยทั้งหลายมี ๑๕ เมือง ใส่หลักเงิน ใส่หลักคำ ใส่หลักหิน หมายไว้สู่แห่งหั้นแล เมื่อนั้นจึงให้พรหมตนชื่อว่าตัปปะระเมศวรรักษาก้ำตะวันออก พรหมตนหนึ่งคือพระนารายรักษาก้ำตะวันตก พรหมคนหนึ่งชื่อว่ามโนสิทธิรักษาก้ำหนเหนือ พรหมตนหนึ่งชื่อว่าเสละสิทธิรักษาก้ำใต้อยู่สอนศาสตร์ศิลป์ทั้งมวล จึงได้ชื่อว่าเมืองตักกะศิลานครหั้นแล พระโคตมเราเป็นสมันตรพรหมนั้น อยู่รักษาเขิ่งกางเมือง อันว่าพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ คือพระเมตไตรยเจ้า จักมาเป็นพระลุนพระเจ้าทั้งหลายในมหากัปนี้แล แดนแต่นั้นเมือหน้า บ้านเมืองทั้งมวนอันพรหมทั้งหลาย ตั้งแต่งหมายไว้นั้น ก็บังเกิดมีท้าวพระยาหญิงชายทั้งหลายอ่อนเต็มไป ท้าวพระยาก็อยู่ในศีล ๕ ศีล ๘ ชอบทศราชธรรมแต่งคองชอบโลกสะกำราบงามดีก็มีวันนั้นแล พระกุกกุสนธเจ้าเกิดมาเป็นพระ แลศาสนาก็ลาลดไป แล้วชุมพูทีปก็เศร้าศูนย์เป็นอันเหิงนานนัก ดังนั้นพระยาอินทร์แลวิศณุกรรมเทวบุตรแลท้าวจตุโลกทั้งสี่ แลนางธรณีแลนางเมกขลา อันลาวเก่าเขาว่าผีฟ้าผีแถนว่าอั้น จึงเอาเทวดาอันอยู่ชั้นฟ้าภายบนลงมาใส่ เป็นท้าวเป็นพระยาด้วยอันเป็นโอป ปาติกชาติ ก็ให้ท้าวพระยาอยู่ในราชธรรม ๑๐ ประการ คือทาน ศีล ภาวนา เป็นต้นดีแล้ว เมื่อพระพุทธเจ้าโกนาคมมาเกิดเป็นพระ หมดศาสนาพระโกนาคมแล้ว ชุมพูทีปทั้งมวลก็เศร้าศูนย์เสียทั้งมวล พระยาอินทร์แลเทวดาทั้งหลายก็เล่าเอาเทวบุตรเทวดาอันอยู่ชั้นฟ้าภายบน ลงมาเป็นท้าวเป็นพระยาเหมือนดังกล่าวแล้วแต่ภายหลังนั้นแล บ้านเมืองทั้งหลายก็สภาพราบงามแล เมื่อพระพุทธเจ้าองค์ชื่อว่กัสสปเจ้า มาเกิดเป็นพระหมดศาสนาพระกัสสป อยู่มานานนักผีเผดผียักษ์ทั้งหลายอยู่เบียดกุกกวนกระทำร้ายในชุมพุทวีปเรานี้ แลคนทั้งหลายก็รบเลวผีเผดผียักษ์ ๆ ทั้งหลายก็รบเลวคน ฆ่าฟันกันไปมาหั้นแล พระพุทธเจ้าตนชื่อว่าพระโคดมเจ้าแห่งเรามาเกิดแล้วดังนั้น ก็กระทำเพียรไปได้ ๖๐ วัสสาจึงได้เป็นพระ ยังบ่ได้โผดสัตว์ทั้งหลายในเมืองใหญ่ทั้งหลาย ๑๖ เมืองพุ้น ไป่มาฮอดเราสักเทือยังเป็นบั้นเป็นท่อนเสียแล ฯ
บัดนี้มาจักจายังนางกางฮีเมืองลานช้างเราพี้ ทั้งผีเสื้อแลอ้ายชะเลิกเกิกแลเถ้าชะโคมฟ้า และอ้ายเจ็ดใหแลปู่พีสีแลย่าพีใส แลนางเงือกอยู่ภูช้างนั้นแลพระยางูเหลือมตัวหนึ่งอยู่ภูซวงหลวง เขานี้เป็นผัวเมียกัน จึงมีลูกผู้หนึ่งชื่อว่านางปากกว้างหูฮี กับทั้งนางนันทาเทวีเขาฝูงนี้เป็นผีเสื้อเมืองแลเขารักษาเขตต์ขงกงเมืองลานช้างทั้งมวลแล แต่นั้นไปภายหน้ายังมีเจ้ารัสสีสองพี่น้อง จึงมาตั้งหลักหมายแผ่นดินไว้เบื้องตะวันออกนั้นฝังหลักคำ หลุ่มใส่หลักเงิน กลางใส่หลักไม้ ฝังลงเลิ้กมี ๑๖ ศอกอันนี้ชื่อว่าหลักปฐมหัวที ใส่ชื่อหลักหมั้น ทีหนึ่งชื่อว่าท้ายขันธตั้งกางเมืองหลักหนึ่งหั้นแล หลักหนึ่งตั้งไว้ท้ายเมืองที่งอนห้วยสบโฮบ ก้ำฝ่ายเหนือ แล้วจึงฝังหลักหินแก้ว อันหนึ่งหลักคำหลักเงินไว้ที่ต้นไม้ถ่อนต้นหนึ่งมีดอกบานตระกานงาม บานสู่เดือนบ่ขาดเหมือนดังดอกทองแดง มีลำใหญ่ได้ ๑๗ อ้อม สูงได้ ๑๑๗ วา เจ้ารัสสีสองพี่น้องจึงเอาหินหน่วยหนึ่งชื่อว่า ก้อนก่ายฟ้ามาหมายไว้ให้เป็นที่ตั้งปราสาทเจ้าภูมิปาลเจ้าแผ่นดินหั้นแล
อัตถ ถัดนั้นเจ้ารัสสีพี่น้องสองพระองค์ จึงไปเอาน้ำอโนมตัสสมาหดเสาหลักคำทั้งสี่แห่งนี้แล้ว น้ำอันเหลือกว่านั้นเจ้ารัสสีจึงไปไว้ในบ่อนหนึ่ง คนทั้งหลายเรียกว่าถ้ำน้ำเที่ยงแห่งหนึ่งหั้นแล จึงไปตักเอามาหดสรงท้าวพระยาทั้งหลายตนจักนั่งเมืองหั้นแล ถัดนั้นเจ้ารัสสีจึงมาตั้งนักขัตตฤกษ์ชื่อไว้ว่าเป็นชาตาเมืองไว้กับแผ่นดินที่เชียงทองเป็นต้นว่าดังนี้ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙, ลัคคนาว่า ฤกษ์ทั้งหลายมวลฝูงนี้อยู่ในสิงทราษีแล ตั้งหลักคำฝูงนี้ไว้กับแผ่นดิน อันนี้แหม่นยามจักใกล้รุ่ง ไว้ลัคคนาที่กรกฎทราษี อันเป็นชาตาแผนเมืองเจ้ารัสสีจึงก่อตั้งแผ่นดินแล ถัดนั้นเจ้ารัสสีพี่น้องไปสถิตอยู่ที่หินสบคานที่น้ำของคบกันหั้น จึงเรียกมายังนาคทั้งหลาย ๑๕ ตัว ๆ หนึ่งอยู่ถ้ำภูซวง ตัวหนึ่งอยู่ภูช้าง ตัวหนึ่งอยู่แก่งหลวงน้ำเซือง ตัวหนึ่งอยู่สบเชือง ตัวหนึ่งอยู่ผารังเมืองที่สบอู ตัวหนึ่งอยู่แก่งหลวงน้ำอู ตัวหนึ่งอยู่ท่างของแก่งอ้อยผาธนู ตัวหนึ่งอยู่ผาเสื้อ ตัวนี้เป็นแก่กว่าพระยานาคแล ตัวหนึ่งอยู่ผาเดี่ยวหลุ่มผาจอมเพ็ชรหั้นแล ตัวหนึ่งอยู่ คตเฮือ ตัวหนึ่งอยู่กกถ่อน ตัวหนึ่งอยู่ผาตัดแคแลผาต่างนาย ตัวหนึ่งอยู่แก่งแตนท่างน้ำของดอนควายฟูม ตัวหนึ่งอยู่ปากสบโฮบหั้น ตัวนี้เป็นพระยาใหญ่รักษาน้ำรักษาเมืองก้ำฝ่ายใต้ ตัวอยู่ผาเสื้อเป็นใหญ่รักษาฝ่ายหนน้ำก้ำฝ่ายเมืองหนเหนือหั้นแล พระยานาค ๑๕ ตระกูลก็ออกมาแล้ว ก็เอากันเนรมิตร ตัวเป็นทหาร เป็นท้าว เป็นพระยา ออกมาพร้อมกัน แล้วเจ้ารัสสีพี่น้องจึงมาสถิตอยู่ก้อนหินก่ายฟ้าที่กกไม้ทองต้นใหญ่ แล้วก็สั่งสอนพระยานาคทั้งหลายว่าดังนี้ ดูราพระยานาคทั้งหลายบ่อนที่นี้ เป็นที่ตั้งปราสาทเจ้าผู้มีบุญอันจักมาเป็นท้าวพระยาข้างหน้าพุ่นดีหลีแล เจ้าทั้งหลายจงพร้อมเพรียงกับด้วยกันพิทักษ์รักษาบ้านเมืองแม่น้ำ ภูดอยใต้เหนือทางเทิงแผ่นดินแผ่นทราย แม่น้ำใหญ่น้ำน้อย แม่น้ำใหญ่ทั้งหลายสู่ที่สู่แห่งเทอญ เจ้าทั้งหลายพร้อมกันรักษาที่เชียงดงเชียงทองนี้เป็นเค้าเทอญ จงมารักษาสี่เดือนให้พร้อมกันมาเทือหนึ่ง พระยานาคตัวอยู่หน้าห้วยให้มาที่ก้อนผาขวางก้อนเยียบหั้นก่อน พระยานาคตัวอยู่น้ำของครั้นว่ามาเซาที่ ที่เซาที่ก้อนผาเดียวหั้นแลวังคกเฮือหั้นเทอญ อันนี้เจ้ารัสสีกฎหมายบอกส่วนให้แก่พระยานาคทั้งหลายแลพลอยเหล่าเรียกเอาเทวดาทั้งหลายให้มาบอกรักษา ให้รักษายังเมืองทั้งมวลแลแม่น้ำแลแผ่นดิน ยังภูดอยทั้งมวลนั้นมา เทวดาตนหนึ่งเรียกชื่อว่าเป็นพี่สี ตนหนึ่งชื่อว่านางพีใส สองขานี้อยู่ภูซวงหลวงแลภูช้างนั่ง สองขานี้หากเป็นผัวเป็นเมียกัน เจ้ารัสสีให้รักษาเบื้องตะวันออก เทวดาตนหนึ่งชื่อว่าเก้าง้าว (เก้าเง่า) เทวดาตนหนึ่งชื่อว่าท้าวบุญเหลือสองขานี้หากเป็นผัวเมียกันอยู่ภูแสนข้าวคำ เจ้ารัสสีให้รักษาเมืองฝ่ายเหนือ เทวดาตนหนึ่งชื่อว่าเจ้าฟ้าแสดองค์หนึ่งชื่อว่านางพิจิตรเลขาลูกแถนคม เจ้ารัสสีให้รักษาฝ่ายใต้ขาหากเป็นผัวเมียกันเจ้ารัสสีแต่งให้รักษาเมืองก้ำเหนือ แลบ้านเมืองทั้งมวนดังนี้ ผู้ใดจักเป็นท้าวพระยาที่เชียงดงเชียงทองดังนั้น ให้แต่งขันข้าวตอกดอกไม้ภาชนะคาวหวานบูชาเจ้ารัสสีแลเทวดาเจ้าทั้งหลายฝูงว่ามานี้เทอญ เจ้ารัสสีหากสั่งสอนเขาไว้ดังนี้แล ตโตกาเลในการแต่นั้นไปภายหน้า โสตาปัสโสอันว่าเจ้ารัสสีทั้งหลายตนอื่น ก็หนีไปตั้งบ้านตั้งเมืองที่เข้าเจ้ากฎหมายไว้ ที่จักตั้งบ้านแปงเมืองหั้นแล ยังแต่เจ้ารัสสีพี่น้องตนพี่นั้นชื่อว่ารัสสีทอง ตนน้องนั้นชื่อว่าทวาทรัสสีเจ้าจึงมากฎชื่อเมืองก้ำใต้นั้นเอาภูช้างเป็นนิมิตต์ ฝ่ายก้ำเหนือนั้นเอาภูช้างนั่งเป็นนิมิตต์แล ชื่อสองอันนี้จึงได้ชื่อว่าเมืองชวาลานช้างเพื่ออั้นแล ตทนันตรังถัดนั้นเสฎฐตาปัสโสอันว่าเจ้ารัสสีทองตนพี่ ก็จึงให้เจ้ารัสสีตนน้องอยู่เฝ้าที่นั้น แล้วเจ้ารัสสีตนพี่จึงเข้ายังฌานสมาบัติแล้วเจ้าก็เสด็จขึ้นเมือสู่ชั้นฟ้าดาวดึงสา แล้วเจ้าก็เข้าไปสู่สำนักแห่งพระยาอินทร์เจ้ากล่าวกิจการทั้งมวล อันตั้งหมายเขตต์แดนบ้านเมืองทั้งมวล ท่อจักให้หาท้าวพระยาตนอยู่ชอบโลก ชอบทศราชธรรม ๑๐ ประการเป็นต้นว่าให้ทานรักษาศีล ๕ ศีล ๘ ฟังธรรมเมตตาภาวนาบ่ข่มเหงข้อยไพร่ใหญ่ไทย อนึ่งบ่ให้ม้างราชประเวณีบุราณธรรมตั้งไว้เก่าถมใหม่ถางฮีดกอง แต่ปิตุปิตาหากตั้งไว้แล้วพอยเหล่าริม้างเสีย อันนี้ก็เป็นคองฉิบหายในโลกอันนี้แลโลกภายหน้า ประการหนึ่ง ข้าแห่งพระยาอินทร์เจ้า ให้ซอกหาท้าวพระยาตนประเสริฐลงไปนั่งบ้านแปงเมืองให้ชอบ ให้ข้อยไพร่ใหญ่ไทยได้สุขย่อนเจ้าแผ่นดิน ดูราพระยาอินทร์เจ้าเป็นแทนท้าวพระยานี้ ตนใดยังเห็นแก่คติ ๔ คือ โทสคติ โมหคติ ฉันทาคติ พยาคติ บ่พิจารณาหลิงโทษหนักโทษเบา หลง ๆ เข้าไปในวัตถุกาม แลกิเลสกาม ถ้อยความคนเขาสู่รู้หาตัดแต่งร้ายดีไปไกล รักชังโคตรวงศ์เห็นแก่ทรัพย์สิน รูปทรงมีคุณบ่มีคุณ ได้ย่อนบ่อได้ย่อนคำหลายให้น้อย คำน้อยให้เกิดมีหลายอิ่มก็ดีใจอิดฮ่อน แหม่นให้ผิดผิดให้แหม่นฮ่าย เห็นแก่หยับตายิกคิ้วย่านกลัวภายลุน โทษทันบาปไหมหย่าเป็นใหญ่ ผิแผ่นแก่อนารัฐคาดคา บ่ตามฤดูปีเดือนวันยาม บ่ตามโบราณราชประเพณี คำฮีบให้เวียกการแต่งเบี้ยเงิน ผู้พ่ายให้แพ้ผู้แพ้ให้พ่ายเห็นแก่สินจ้างนัดเหินดังนั้นบ้านเมืองอันนั้นบ่สุขคุ้มชุ่มเย็น ฉิบหายในชาตินี้ แหม่นท้าวพระยาเสนาอำมาตย์แปงบ้านนั่งเมือง เป็นดังว่ามานี้ ครั้นจุติตายไปสู่นรกมีกองทุกข์ทั้งมวลหากเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นพี่น้อง กองทุกข์อันนั้นหากควรพิลึกพึงกลัวหนักหนา หาความสบายบ่ได้ฮ้องให้อยู่เวย ๆ แก่ท้าวพระยาเสนาอำมาตย์ผู้นั่งบ้านแปงเมืองบ่ให้ชอบโลกชอบธรรมนั้นแล ดูกรพระยาอินทร์ ตนเป็นแก่กว่าเทวดาทั้งหลาย ท้าวพระยาเสนาอำมาตย์หญิงชาย แต่งให้แหม่นทำนองสัปปุริสเจ้าดังนั้น อโกธังอย่าได้มีคำกอยลัก ใจน้อยขื่นขมใน อวิหิงสัญจรอย่าได้ปองบังเบียด ผิแผ่นอันบ่แหม่นคองเมือง อัชชวังให้มีใจอันซื่อต่อ ตั้งใจห่อคองบุญ มัทธวังให้มีใจอ่อนขามละเอียด บ่กอยเคียดย่อมปราณี ขันตีย่อมอดคำเคียมย่อมปราณี ปริจาคังมีใจดีสะจ่ายให้ด้วยง่ายเป็นทาน หิริโอตัปปะปากอันได้กระทำอันใด ให้ละอายแก่นักปราชญ์ ผู้ฉลาดคองธรรม อวิโรทนังแต่งให้ราบตามคองเมือง สีลทานังให้มีศีลแลทานทุกเมื่อ ใจกว้างเพื่อมักบุญก็จิงได้นำตัวไปเกิด ชั้นฟ้าเลิศดุสิดาแท้ดีหลีแล ตโตภายหน้าแต่นั้นเสฏฐอิสิ อันว่าเจ้ารัสสีตนพี่คือรัสสีทองจึงได้รัสสีตนน้อง อยู่รักษาที่นั้นก่อนแล เจ้าก็เข้ายังฌานสมาบัติทยานขึ้นเมือชั้นฟ้าดาวดิงสา เล่ากิจการถ้อยคำทั้งมวลแก่พระยาอินทร์อันได้แต่งบ้านแปงเมือง ให้ท้าวพระยาตนแต่งชอบโลก ให้เป็นสุขแก่สัตว์แก่คนทั้งหลาย แล้วก็ต้านจารจากับดอมพระยาอินทร์ ให้ท้าวทั้งสี่มาเลียบดูยังชุมพูทวีป ให้เป็นบ้านเป็นเมืองแล้วหั้นแล เมื่อพระพุทธเจ้าเกิดมาตรัสสัพพัญญูเป็นพระในโลกนี้ แล้วยังไป่ได้โผดสัตว์ทั้งหลาย ในเมืองใหญ่ทั้งหลาย ๑๖ เมืองก่อนแล เมืองน้อยทั้งหลาย ๑๕ เมืองนี้พระพุทธเจ้าไปโผดสัตว์บ่ทันฮอดทันเถิงเมืองเพื่อ บ่มีท้าวพระยาตนใดรักษาแผ่นดินหั้นแล เจ้ารัสสีมีคำต้านจารจากับดอมพระยาอินทร์ดังนี้แล้ว จึงสั่งอำลาพระยาอินทร์เจ้าฟ้ากับทั้งท้าวทั้งสี่กับทั้งวิศณุกรรมเทวบุตรทั้งหลาย ก็มาชุมชนุมกันในสำนักแห่งพระยาอินทร์ตนเป็นแก่กว่าเทวดาทั้งหลายหั้นแล เมื่อนั้นเจ้ารัสสีโอตริตวาก็เสด็จลงมาจากชั้นฟ้าตาวดิงสา มาแล้วก็มาบอกเล่าอันได้ต้านจารจากับดอมพระยาอินทร์ แก่เจ้ารัสสีตนเป็นน้องแห่งตนสู่ประการแล้ว ก็โตเจ้ารัสสีทั้งสองพี่น้องก็เสด็จไปสู่ที่อยู่แห่งตนก็มีวันนั้นแล ฯ
โภสาธโวดูราสัปปุริสทั้งหลาย ฝูงมีผยาจักกล่าวยังพระยาผีแถน จักให้ท้าวขุนบรมลงมาเกิดในเมืองลาวเก่าเฮานี้ก่อนแล แต่นั้นผีแถนก็ให้ท้าวขุนบรมราชาลงมาเกิดในเมืองลาว ให้เป็นพระยาหั้นแล หิด้วยมีแท้อันว่าลาวเก่าเขาว่า แถนฟ้าขื่นนั้นคือตนพระยาอินทร์เจ้าฟ้าแล แถนองค์นี้หูบ่องหูหิ้งแล แถนผู้ให้เป็นฝนเป็นลมนั้นก็ดีแถนผู้ให้เป็นเครื่องเสพของรำก็ดี แถนผู้แต่งให้เป็นเครื่องไฮเครื่องนาแลแต่งให้เป็นโลกทั้งหลายฝูงนี้ แหม่นเทวบุตรเทวดาทั้งหลายอันอยู่ในชั้นฟ้าจาตุมหาราชิกา ทั้งมวลเป็นองค์ประเสริฐยิ่งนักแลลาวเมืองล่างปางก่อนนั้น เขาเรียกว่าผีฟ้าผีแถนว่าอั้น ที่แท้บ่เป็นดังคำเขาดาย บัดนี้เราทั้งหลายตามคำลาวเก่านั้นก่อนแล แถนฟ้าขื่นจึงว่าเจ้ารัสสีมาเล่าต่อเราดังนี้ เราทั้งหลายจักให้ไผไปเป็นท้าวพระยาในเมืองหลุ่มนี้จา แถนทั้งหลายจึงกล่าวว่า เออควรให้แถนชั่งมาชั่งดู ก่อน ลูกฟ้าแกนทั้งหลายทั้งหญิงทั้งชาย บุญไผมีมากทลาย เขาจึงให้ ลงไปเป็นเจ้าแผ่นดิน ที่เชียงดงเชียงทองเทอญ ผู้บุญน้อยให้ไปเป็นเจ้าเป็นใหญ่ที่นั้นบ่ได้ แลผีแถนทั้งหลายจากันดังนี้ ด้วยมีแท้คำเจ้ารัสสีมาเล่าต่อเราดังนี้ เป็นหนักเป็นใหญ่กว้างขวางดีหลี ผู้บุญน้อยบ่ควรเป็นเจ้าเป็นใหญ่บ่ควรเลย อนึ่งไม้ทองต้นนั้นใหญ่นัก ยอดปลายมันนั้นแหม่นหินกัมพลศิลาบาทแห่งพระอินทร์ เจ้าฟ้าแท้ดีหลีดายบ้านเมืองชวาลานช้างอันนี้ เป็นหนักเป็นใหญ่ดายเงินคำเหล็กทองทั้งต้นไม้แลเป็นใบ แลมีรสหอมนัก แก้ว ๗ ประการก็มีในพื้นแผ่นดินนั้นหั้นแล เจ้ารัสสีว่าดังนั้นแถนฟ้าขื่นกล่าวว่าผู้ใดบุญน้อยลงไปเป็นเจ้าแผ่นดินเมืองอันนั้นบ่ได้แล แถนทั้งหลายจึงมาชั่งคุณดูในแถนทั้งหลายในเมืองฟ้าเมืองแถน ทั้งผู้หญิงผู้ชายหลายนัก จึงมาได้ลูกแถนขื่นผู้หนึ่ง จึงมาได้ลูกแถนชั่งหญิงหนึ่ง จึงมาได้ลูกแถนแต่งหญิงหนึ่ง สามคนเขานี้ แถนทั้งหลายจึงเอามาตั้งไว้ณท่าม กลางแถนทั้งหลาย ส่วนว่าแถนฟ้าขื่น จึงมาสั่งสอนแก่เขาทั้งสามว่าดังนี้ ดูราเจ้าทั้งสาม สูเจ้าครั้นเป็นผัวเมียกันแล้วจงไปสู่ที่อยู่ที่กินในเมืองหลุ่มพุ้นเทอญ ลูกแถนคมนั้นใส่ชื่อนางยมมะพาลา ให้เป็นเทวีก้ำขวา ลูกแถนชั่งนั้นใส่ชื่อนางเอ็ดแคง ให้เป็นเทวีก้ำซ้าย เจ้าผู้เป็นผัวนั้นให้ชื่อว่าขุนบรมราชธิราช แล้วจึงมาให้เครื่องท้าวทั้ง ๕ ประการเพื่อเป็นเครื่องราชาภิเษก แล้วจึงมาให้ดาบแม่วี กับทั้งตาวฮางกอนกับทั้งดาบฟันเหลียว และดาบสายฟ้าแมบ และดาบเหล็กกอนแข้เผือกกับทั้งด่างสามดวง กับทั้งแคนสามงา กับฆ้องฮางเงินฮางคำ และง้าวฟ้าฟื้นกับแสงฟ้ากระตาก ทั้งกลองไชยทั้งฆ้องน้อยฆ้องใหญ่ ให้ไว้คนหอยสังข์ดังเสียงมี่ทั้งปี่แก้วชื่อว่าสอนไร ทั้งไตเงินไตคำเป็นขัน หมาก ทั้งหม้อไหไตพาดทั้งบวยเงินบวยคำ ทั้งเงินแก้วเครื่องแสงหลากหลายสิ่งสู่ประการ กับทั้งเจียดพันลายปกหัวช้าง กับทั้งประคือกว้างกางกั้นกางหาว กับทั้งสาวสนมสามฮ่อยคู่ แถนก็ให้นั่งอยู่เป็นถ้องถันแถวหั้นแล เมื่อนั้นแถนฟ้าขื่นจึงให้เอาช้างเอาม้าทั้งมวลมาดูจึงมาได้ (ช้าง) ตัวหนึ่งชื่อว่าช้างงาเกี้ยวงากอด ช้างตัวนี้เป็นลูกช้างเอราวัณ มีตัวอันขาวกระโบงตาทั้งสองนั้นดำ มีริมปากทั้งสองนั้นก็ดำเป็นดังแต้มเขียนนั้นแล มีงาอันขาวเป็นดังแก้วผลึกนั้นแล จึงเอาม้าตัวหนึ่งเป็นชาติเชื้อพลหก จึงหาลูกแถนอันผู้มาต้อนหน้านั้นผู้หนึ่งชื่อว่าขุนธรรมราช ผู้หนึ่งชื่อขุนแสงมโนศาสตร์ เจ้านั้นรู้ศาสตร์เพททั้งมวล ไปก่อนขุนบรมราชา ผู้หนึ่งชื่อขุนอุ่น ผู้หนึ่งชื่อขุนคลีและสองขุนนี้ขี่ม้าตามหลังช้างขุนบรม และแถนฟ้าขื่นจึงให้ผู้หนึ่งชื่อปู่เถ้าเยอ ผู้หนึ่งชื่อว่าแม่ย่างาม สองคนนี้เป็นผัวเมียกัน แบกขวานไปก่อนเถ้าไลแลแม่มด สองขานี้เป็นผัวเมียกัน แบกพร้าแบกจกแบกเสียมไปตามหลังเถ้าเยอแลแม่ย่างาม ๔ คนเขานี้จักมาผาบข่มผีเผดผียักษ์ ผีเสื้อเมืองผู้ร้ายกล้าแข็งอั้น บ่ให้เข้าบ้านเข้าเมือง ก่อนขุนพรมหั้นแล แต่นั้นฟ้าขื่นจึงให้ผู้หนึ่งชื่อว่าขุนคัว ขี่ควายเขาลู่ จึงให้ผู้หนึ่งชื่อลางเชิงขี่งัวอ้ายเขากว้าง สองขานี้คือรี้พลเสนาหมอบหลังขุนบรมมาหั้นแล ขุนบรมจึงขี่ช้างงาเกี้ยวงากอด ขัดทั้งตาวแม่วีทั้งสะพายไถ้แล่งทั้งเครื่องราชาภิเษก อันแถนฟ้าขื่นตนเป็นใหญ่ให้นั้นจึงเอานางยมมะพาลาทั้งนางเอ็ดแคง ขี่ช้างดอมจึ่งเอาขุนศาลขี่ท้ายช้างถือประดือหลวงไกวแกว่ง เมื่อขุนบรมจักลงมานั้นมื้อกาบอันนี้เป็นแม่มื้อ มื้อไจ้อันนี้เป็นลูกมื้อ จึงว่ากาบไจ้เพื่อดังนั้นแลเป็นต้นแลแลวันอันขุนบรมลงมานั้นวันอาทิตย์ อันนี้เป็นพระยาวันวันจันทร์อันนี้เป็นนางวันทะเทวี เป็นเมียพระอาทิตย์แล แต่นั้นแถนฟ้าขื่นจึงให้แถนชี้ชีบ่อนชี้ที่ให้แก่ขุนบรมว่า เจ้าจงไปตั้งที่นาน้อยอ้อยหนูหั้นก่อนแถนชีจึงชี้ว่าสิ่งนั้นเมื่อใดเจ้าไปตั้งอยู่แล้ว จัดให้เจ้ามีลูก ๗ ชายผู้พี่นั้นเจ้าให้ไปเป็นเจ้าแผ่นดินที่ต้นไม้ทอง เจ้ารัสสียังเอาหินหน่วยชื่อว่าก้อนก่ายฟ้าหมายไว้หั้นแล ครั้นเจ้ามีลูกผู้พี่ให้ไปเป็นเจ้าแผ่นดินหั้นเทอญ แถนชี้หั้นแล้วเหล่าชี้ไปที่เมืองญวน ที่เมืองโยธิยาชาวใต้ที่เมืองพวน ที่เมืองสา ใน ๗ แห่ง ๗ ที่นี้ แถนฟ้าขื่นจึงให้แถนชีชี้บ่อนชี้ที่ทั้งมวล แล้วแถนฟ้าขื่นจึงให้นักขัตตฤกษ์ทั้งมวล เป็นต้นว่าอาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุก เสาร์ ราหูเข้าในราษีกันอยู่ก่อน จึงให้ขุนบรมโยงฆ้องหน่วยชื่อว่าท้าวฆ้องนั้นป่าวพลทั้งหลายให้แต่งดา ขุนบรมจึงเป่าหอยสังข์ เถ้าเยอเถ้าไลจึงลงก่อนหน้าหั้นแล แต่นั้นขุนบรมจึงเอารี้พลลงมาฮอดที่นาน้อยอ้อยหนู พอยามที่จะใกล้รุ่ง แถนแต่งจึงให้ไว้ลัคคณาเมืองที่สิงราษีหั้น อันนี้เป็นชาตาเมืองอั้นก่อนแล เจ้ารัสสีใส่ชาตาไว้นั้นเป็นชาตาแผ่นดินเหตุเพื่อไป่มีคนมาอยู่มาตั้ง อันแถนแต่งใช้นี้ขุนบรมมาตั้งบ้านตั้งเมืองแล้วมีคนอยู่ในแผ่นดินแล้วเป็นชาตาเมืองหั้นแล อันชื่อว่าแถนแต่งนั้นเป็นวิศุกรรมเทวบุตรแล จึงมาแต่งโฮงแต่งศาลแต่งสู่สิ่งสู่อันสู่เหยื่องไว้ทั้งเครื่องเสพเครื่องรำเครื่องหลิ่นเครื่องหัวทั้งมวล แล้วจึงมาอธิษฐานให้เป็นไฟไว้ในไม้ในหิน แล้วจึงอธิษฐานให้เป็นวังน้ำร้อน อนึ่งจึงมาอธิษฐานให้เป็นฮูลมอันหนึ่ง แล้วจึงสั่งเทวดาทั้งหลายอันอยู่พื้นแผ่นดินก็ดี อยู่ต้นไม้และภู เขาก็ดี ตนอยู่ในน้ำน้อยน้ำใหญ่ทั้งมวลก็ดี ให้มารักษาขุนบรมราชาแลเจ้าขุนทั้งหลาย อันลงเมืองฟ้ามาหั้นแลแถนแต่งจึงสั่งสอนขุนบรม แล้วจึงขึ้นเมือฟ้าคอบแถนหั้นแล อยู่นานได้สองปี ขุนบรมจึงมีลูกชายหนึ่งดอมนางยมมะพาลา จึงใส่ชื่อว่าขุนลอแล้วจึงมีลูกชายหนึ่งดอมนางเอ็ดแคง จึงใส่ชื่อว่าขุนลาน แล้วจึงมีลูกดอมนางยมมะพาลาผู้หนึ่ง ชื่อว่าจุสง แล้วจึงมีลูกดอมนางเอ็ดแคงชายหนึ่ง ใส่ชื่อว่าขุนคำพวง แล้วมีลูกดอมนางยมมะพาลาชายหนึ่ง ชื่อว่าขุนบานจึงเหลาแล้วมีลูกดอมนางเอ็ดแคงชายหนึ่ง ชื่อว่อขุนเจ็ดเจืองจึงเหลา มีลูกดอมนางยมมะพาลาชายหนึ่ง ชื่อว่าขุนเจ็ดเจียงแล แต่ขุนบรมมาตั้งเมืองได้ ๙ ปี มีลูก ๗ ชายเท่าว่าบ่มีข้อยมีไพร่ บ่มีเสนามนตรีบ่มีช้างม้าเข้าของสมบัติอันใด เอาแต่เมืองฟ้ามาจึงมีแล
แต่นั้นขุนบรมราชากับทั้งนางยมมะพาลา กับทั้งนางเอ็ดแคงจึงค้างทุกข์ค้างยาก จึงให้ขุนสานทั้งเถ้าเยอทั้งแม่ย่างามเมือไหว้แถนฟ้าขื่นหั้นแล อนึ่งต้นไม้เครือเขากาดมาเป็นในหนองคู ว่าหั้นเป็นอันร่มเย็นนัก แดดบ่เห็นตะวันบ่ส่องได้ อนึ่งเครือหมากน้ำเต้าปุงสองหน่วยก็เมือเกี้ยวเครือไฮหลวง ที่หัวหนองหั้นเฮงฮกเฮงมืดบ่เห็นฟ้าเห็นบนหนาวนัก อยู่เมืองหลุ่มบ่ได้จักให้ตูข้อยเฮ็ดสิ่งใด เจ้าทั้งหลายเท่าไหว้สิ่งนั้นเทอญ ขุนแลเขาทั้งหลายก็เมือไหว้ตามขุนบรมหากใช้หั้นแล ครั้นว่าฮอดเมืองฟ้าแล้วเขาก็ไหว้แถนฟ้าขื่นสู่สิ่งสู่อันตามความขุนบรมสั่งสู่อั้นแล แถนหลวงจึงว่าดั่งนี้ ถ้อยคำอันเจ้าทั้งหลายเล่านี้เราก็รู้ก็แจ้งสู่อันแล ท่อว่าลูกไปตั้งอยู่เมืองหลุ่มบ่เถิง ๙ ปี ๑๐ ปีเถื่อแล จักให้ไปป้ำไม้ฟันไม้ใหญ่เสียสิ่งนั้นก็บ่ดี แลบัดนี้กูก็ให้แถนทั้งหลายไปส่อยแต่งบ้านแปงเมืองสู่อันนี้แล ท่านเถ้าเยอแม่ย่างามสองเขือนี้ เถ้าไปป้ำไม้เครือเขากาดเทอญเถ้าไลแม่มดบน สองข้านี้ให้ไปป้ำไม้ไฮหลวง อันเครือหมากน้ำเกี้ยวนั้นเสียเทอญ แถนสิ่วให้ไปสิ่วน้ำเต้าปุงหน่วยพี่นั้น ให้คนผู้หญิงผู้ชาย ช้างเถิกช้างแหม่ม้าเถิกม้าแหม่ เข้าของเงินคำแก้วแหวนผ้าผ่อนท่อนจันทร์ฮำแพแฮจีน หากออกในน้ำเต้าปุงหั้นสู่เหยื่องสู่อัน แลแถนชีให้ไปชีน้ำเต้าปุงหน่วยน้องนั้น ให้คนผู้หญิงผู้ชายทั้งควายทั้งงัว ทั้งแบ้ทั้งเยืองทั้งหมูหมาเป็ดไก่ แลอาหารอันเป็นของเลี้ยงของดู ทั้งต้นส้มต้นหวานน้ำส้มน้ำเค็ม ทั้งต้นพร้าวต้นตาลกล้วยอ้อย ทั้งพริกขิงผักหอมผักเทียม ผักบั่ว หมากไม้ทั้งมวนอันเป็นของควรเคี้ยวควรกินทั้งมวน หากจักออกมานำสองเต้าปุงหน่วยน้องนั้นแล แถนฟ้าขื่นจึงให้แถนเถือกไขประตูคำประตูเงินประตูทองประตูเหล็ก ให้แถนทั้งหลายลงมาแต่งแปงให้แก่ขุนบรม สู่อันสู่สิ่งสู่เหยื่องหั้นแลแต่นั้นแถนสิ่วก็มาสิ่วน้ำเต้าปุงหน่วยพี่นั้นแถนชีก็มาชีน้ำเต้าปุงหน่วยน้องนั้น เขาทั้งมวลคือว่าคนผู้หญิงผู้ชายช้างม้าวัวควายก็ไหลออกมาจากน้ำเต้าปุงสองหน่วยนั้นหั้นแล แต่นั้นคนทั้งหลายจึงได้ชื่อว่าลาวเก่า ก็เพื่อความออกจากน้ำเต้าปุงสองเต้านั้นแล แต่นั้นแถนสิ่วแถนชีจึงว่าแก่เถ้าเยอเถ้าไลว่า ครั้นว่าเขือเมือเมืองฟ้าแล้ว เขือจงป้ำเครือเขาทั้งต้นไฮหลวงทั้งผ่าน้ำเต้าปุงเสียเทอญ สูอย่าเมือหาตูที่เมืองฟ้าพุ้นเทอญ ดูก็บ่เทียวมาหาสูแล ครั้นสูทั้งสี่ตายแล้วจงให้คนเมืองหลุ่มเวนทงสูเทอญ ตูก็สั่งขุนบรมไว้นี้ ครั้นว่าคนเมืองหลุ่มจักกินอันใดก็ดี ครั้นว่ามาเยอสูทั้งสี่จงแล่นมากินก่อนเทอญ แถนทั้งสองสั่งสู่สิ่งอันแล้ว ขึ้นเมือคอบแถนฟ้าขื่นหั้นแล แต่นั้นเขาก็ป้ำเครือเขากาดกับต้นไม้ไฮหลวงเสียหั้นแล ผ่าน้ำเต้าปุง แลหน่วยให้เป็นสองเสี่ยงเสียที่แคมหนองคูวาหั้นแล บัดนี้เฝื่องน้ำเต้าปุงก็ยังกายเป็นหินอยู่หั้นแล แต่นั้นบ้านเมืองแห่งขุนบรมที่นาน้อยอ้อยหนูก็รุ่งแจ้งดีนักแล เถ้าเยอเถ้าไลแม่ย่างามแม่มดมันก็ตายไปเป็นผีเสื้อเมืองตาบต่อเท่าบัดนี้แล แต่นั้นไปภายหน้าขุนบรมจึงใส่ไฮใส่นาปูกแปงท้าวพระยาหั้นแล ขุนศรีธรรมราชให้เป็นแสนเมืองแต่งรักษาไพร่ไทยทั้งมวล ต่างขุนบรมหั้น ขุนแสงให้เป็นหมื่นหลวงกลางเมืองรักษาคนทั้งมวล ขุนสานให้แต่งเครื่องเสิกเครื่องเวียกทั้งมวล เบื้องขวาขุนพี ให้รักษาเครื่องเสิกเครื่องเวียกทั้งมวล ก้ำซ้ายขุนสานผู้ขี่ท้ายช้างดอมขุนบรม ให้รักษาราชวัตก้ำหน้าทั้งใต้ถ้อยสวนความ ทั้งมวลสู่อันขุนอินทร์ให้รักษาราชวัดก้ำหลัง ทั้งไต่ถ้อยสวนความดอมขุนสานขาทั้งสองนี้แต่งพิจารณาตามขุนบรมให้ชอบธรรม ขุนธรรมราชาอันเป็นแสนเมืองนั้น แต่งรักษาสู่สิ่งสู่เหยื่องบ่ให้เคืองใจขุนบรมสักเหยื่องแล แต่นั้นมาจึงตั้งให้เป็นห้าหัวเสิกหัวเวียกเพื่ออั้นแล บัดนี้เมือภายหน้าขุนบรมจึงให้หาบัวหานางอันออกที่น้ำเต้าปุงหน่วยพี่นั้น ผู้มีลักษณะกิจอันดีงามมาเป็นลูกนั้น มาเป็นลูกสะใภ้ทั้ง ๗ คนนั้นแลแล้วจึงมาแปงแต่งเอาคนผู้เป็นเจ้าเป็นขุน แบ่งปันลูกชายทั้ง ๗ นั้นจึงเล่าแต่งเอาไพร่เอาคน ผู้ควรอันเป็นไพร่ให้แก่เขาเจ้าสู่คนหั้นแล จึงเอาไม้เครือเขากาดทั้งไม้ไฮหลวงต้นใหญ่นั้นมาแปงดางสามงาให้แก่ลูกชายทั้ง ๗ คน แลคนแลสามดวงหั้นแล แต่นั้นช้างงาเกี้ยวงากอดอันลงมานำนั้นก็ตายเสีย จึงเอางามาเหลือ (เลื่อย) เป็น ๗ ท่อนให้แก่ลูกทั้ง ๗ คน เครื่องหอกเครื่องดาบเครื่องแก้วเครื่องแหวนทั้งมวล อันแถนฟ้าขื่นให้แต่เมืองฟ้ามานั้น ก็มาแจกมาปันให้แก่ลูกชายทั้ง ๗ หั้นแล แล้วจึงหามื้อดีวันดีนักขัตตฤกษ์ทั้งมวลอันอยู่ใน ๑๒ ราษีอันเป็นอุตตมราษีอันประเสริฐสู่ตัว แล้วจึงเอาลูกชายทั้ง ๗ มาไว้ซ่องหน้าคน กับเสนาอำมาตย์ทั้งหลายตามฮีดคองดังแถนฟ้าขื่นแต่งลงมาในเมืองหลุ่มนั้นแล จึงมาราชาภิเษกเอาน้ำใส่ไตคำอันใหญ่ จึงเอามือลูกชายทั้ง ๗ คนทั้งลูกสะใภ้ทั้ง ๗ คนมาสบในไตคำ แล้วแลให้พระพรอันวิเศษว่า เจ้าทั้งหลายไปกินบ้านกินเมืองตามความแถนชีชี้บ่อนชี้ที่แต่เมืองฟ้าให้นั้น ทั้งความกูพ่อจิงบอกกล่าวแก่สูทั้งหลายบัดนี้ ไปกินบ้านกินเมืองปกข้อยห้อมไพร่ อย่าเฮ็ดใจอ้ายใจเคียด อย่าเฮ็ดใจสั้นใจหลอนอย่ามักติมักเตียนท่าน อย่ามักฆ่ามักฟันกันกระทำตามใจตน ให้ค่อยคิดค่อยอ่าวดูสู่เหยื่องก่อนรู้แจ้งแล้วจึงกระทำ อนึ่งนั้นผู้หญิงผิดสิ่งใดก็ดีอย่าฆ่าอย่าฟันเสีย แถนฟ้าขื่นสั่งกูพ่อสิ่งนั้นแต่เมืองฟ้าพุ้น ว่าอย่าฆ่าอย่าฟันผู้หญิงเสียเหตุว่าผู้หญิงนี้ แต่ปฐมกัลปพุ้นเขาหากเป็นเค้าเป็นเดิมมาท้าวพระยาผู้ใดยังฆ่าผู้หญิงย่อมบ่มั่นบ่ยืน บ้านเมืองอันนั้นย่อมเศร้าศูนย์เสียแถนฟ้าขื่นสั่งกูพ่อสิ่งนี้ดีหลีดาย สูเจ้าทั้งหลายไปกินบ้านกินเมืองตามความกูพ่อ บุญไผมีหากได้ที่กว้างที่ขวางหั้นแล อย่าขี่ช้างตกนาพาแพนตกท่งกัน เมืองอ้ายไว้แก่อ้าย เมืองน้องไว้แก่น้อง ลูกสืบลูก หลานสืบหลาน เหลนสืบเหลน หมั่นใช้ถามข่าวกล่าวซึ่งกันผู้ใดได้เครื่องหลากของต่างในบ้านในเมือง ให้มาส่งมาถวายแก่กัน ผู้ใดฟังคำกูพ่อดังนี้ ทั้งลูกหลานเหลนอันได้ร้อยชั่วพันชั่วหมื่นชั่วแสนชั่วให้มั่นให้ยืนเทอญ ผู้ใดบ่ฟังคำกูพ่อชั่วอย่าฮีปีอย่ากว้าง ผู้ใดฟังความกูให้มั่นให้ยืนเทอญ อนึ่งขุนบรมจึงว่าลูกใภ้กู ๗ คนนี้ นอนให้นอนลุนผัวตื่นก่อนผัว ให้คึดหาเวียกการผัวอันจักแต่งจักปุนต่างผัวให้คึดหาอันจักต่ำหูกเขนฝ้าย ให้คึดหาอันจักเลี้ยงข้าเลี้ยงไทย ให้คึดหาอันจักกระทำไฮ่นาทำกินทำสวน อนึ่งไฟในเฮือนอย่าเอาไปนอกเฮือนไฟนอกเฮือนอย่าเอาไปในเฮือน คือว่าผู้ใดมาว่าดีว่าฮ้ายผู้ใดมาส่อมาสนก็ดี ให้พิจารณาดูก่อนควรบอกควรเล่าต่อผัว ก็จิงเล่า บ่ควรเล่าก็อย่าเล่า ควรให้แล้วแก่ตน อนึ่งให้เอาผู้หญิงสี่คนผู้รู้ดีสามคนสองคนก็ดีมาไว้พางไว้ใกล้ จักกระทำอันใดให้อือให้ยินเขาทั้งสี่คนนั้นดูก่อน แหม่นแล้วจึงกระทำ อนึ่งตัวลูกใภ้กูทั้ง ๗ คนนี้สูเจ้าอย่าฆ่าสัตว์ แหม่นเผิ่นก็อย่าจำให้ฆ่า แหม่นฆ่าคนก็ดีก็อย่าพร้อมอย่าจำเผิ่นฆ่า อนึ่งอย่าลักของผัวของท่านผู้อื่นก็ดี อนึ่งอย่าหลิ้นชู้กับผัวแหม่นว่าฝันกลางวันกลางคืนก็ดี ก็อย่าได้ยินดีดอมมันผู้นั้นเทอญ อนึ่งอย่าหล่ายถ้อยหล่ายคำ อันมีจิงว่ามีบ่มีอย่าว่ามี อนึ่งอย่ากินเหล้ากินยาให้เมาย่อมเสียสมบัติปัญญาดีหลีดาย อนึ่งยามไฮ่ไถนาให้บอกให้เตือนคนทั้งหลาย อนึ่งเถิงยามหลิ้นมโหรสพก็ให้บอกให้เตือนคนทั้งหลาย หลิ้นให้หม่วนงัน เถิงยามกระทำก็ให้บอกให้เตือนคนทั้งหลายให้พร้อมกันเฮ็ดเพื่อสัพพัญญูเจ้า เกิดมาตรัสสัพพัญญูเป็นพระแล้วยังไป่โผดสัตว์ทั้งหลายในเมืองใหญ่ไป่ทันมาเถิงเฮาดีหลีดาย กูพ่อก็สอนเจ้าทั้งหลาย ตามปู่สูเจ้าแถนฟ้าขื่นสั่งสอนตู แต่เมืองฟ้ามาก็สิ่งเดียวนี้แล จึงให้เอามือเขาเจ้าออกจากไตคำอันใส่น้ำนั้นหั้นแลจึงให้เสนาอำมาตย์ทั้งหลาย หดสรงสูเจ้าสู่เข้าเล่าขวัญอุสาภิเษกแล้วขุนบรมราชาธิราชทั้งนางยมมะพาลากับทั้งนางเอ็ดแคง แล้วเสนาอำมาตย์พร้อมกัน จึงให้ขุนเขียนดาบแก้วดาบคำใส่ชื่อขุนลอ ให้เมือกินเมืองชะวาลานช้าง เชียงดงเชียงทอง อันที่เจ้ารัสสีกฎหมายบ่อนที่ไว้หั้นแล จึงเขียนดาบคำใส่ชื่อว่าขุนลาน ให้เมือกินเมืองห้อวองแต่น้ำท้ายชายคำวิทธิราชพุ้น จึงมาเขียนดาบคำอันหนึ่งให้แก่ขุนสง ให้เมือกินเมืองระณีพรหมทัตราช จึงเขียนดาบคำอันหนึ่งให้แก่ขุนคำพวง ให้เมือกินเมืองกุมกามโยนกราชละพุนเชียงใหม่ จึงเขียนดาบคำอันหนึ่งให้แก่ขุนอินทร์ ให้เมือกินเมืองละโว้โยทธิยา จึงเขียนดาบคำอันหนึ่ง ให้แก่ขุนเจ็ดเจืองให้เมือกินเมืองพวนตะวันออก จึงมาเขียนดาบคำอันหนึ่งให้แก่ขุนเจ็ดเจียง ให้เมือกินเมืองมวนหั้นแล
ขุนบรมราชาธิราชปูกลูกชายไปกินบ้านกินเมือง ตามความแถนฟ้าขื่นแถนชี แถนแต่งหั้นแล แต่นั้นเล่าซ้ำสั่งสอนว่าดังนี้ ครั้นเจ้าทั้งหลายจักให้มีรูปมีโฉมอันดีอันงามดังนั้น ให้รักษาศีล ๕ ศีล ๘ ให้มีผยาปัญญา อันจัดให้ไปนำตนนี้มีท่อให้ท่านพ่อแล้ว เจ้าทั้งหลายไปกินบ้านกินเมืองตัวแล มีสมบัติเข้าของให้แจกเป็น ๗ ส่วนพ่อเนอ ส่วนหนึ่งให้ใส่เล่มฉางไว้ขนันบ้านเมืองไว้ ส่วนหนึ่งให้นุ่งให้กินพ่อเนอ ส่วนหนึ่งให้ทานแก่ลูกแก่เมียข้อยคนทั้งหลาย ฝูงอยู่ใช้ช่วงตน ส่วนหนึ่งทานแก่พระสงฆ์เจ้า ผิบ่มีให้ทานแก่เจ้ารัสสีแลคนอันมีศีลพ่อเนอ ส่วนหนึ่งให้ทานแก่เสนาอำมาตย์ใหญ่ ผู้จักอาสาให้แล้วกิจแห่งตน ส่วนหนึ่งไว้ตอบแขกอันจักมาไหว้มานบตนของ เขาท่อใดให้ตอบสองท่อของเขานั้นเทอญ ส่วนหนึ่งให้ทานแก่ยาจกคนขอ ฝูงหมู่หูหนวกตาบอดคนทุกข์ไฮ้ขีนใจนั้นพ่อเนอ ของทั้งหลายฝูงนี้ก็หากจักไปนำลูกทั้งหลายสู่แห่งสู่ที่พ่อแล้ว อันนี้คำปู่สูเจ้าแถนฟ้า ขื่นหากได้สั่งสอนกูพ่อแต่ในเมืองฟ้าพุ้นมา บัดนี้กูก็สั่งก็สอนตามความปู่สูเจ้าพ่อแล แต่นั้นขุนบรมราชาธิราช สั่งสอนลูกชายลูกสะใภ้ทั้ง ๑๔ คนก็แล้วเท่านี้ก่อนแล ฯ
นับแต่ขุนบรมลงมาตั้งเมืองหลุ่มได้ ๒๐๕ ปี (๒๕ ปี) ขุนลอใหญ่มาได้ ๒๓ ปี ก็ล่วงมาตั้งเมืองชะวาลานช้าง ที่เชียงดงเชียงทองอันเจ้ารัสสีแฮกหมายใส่หลักคำใส่หลักเงินไว้ ที่ก้อนก่ายฟ้าหั้นแลยามนั้นขากันฮางปู่มัน พระยานาคอยู่น้ำท่าผาติงสบอูหั้น ขุนลอจึงมาเลวแพ้ ไล่เขาเมือภูเลาภูคาจึงเป็นข้าเก่าบัดนี้แล อันนั้นแหม่นชากันฮางแล
ยังมีคนชุมหนึ่งแม่เขานั้นชื่อว่านางกางฮีผีเสื้อ พ่อเขานั้นเป็นคนมาเอากันเป็นผัวเมียจึงมีลูก เขาใส่ชื่อลูกผู้พี่นั้น ชื่อขุนเค็ด ผู้น้องว่าขุนคาน เขาอยากมาตั้งที่เชียงดงเชียงทองบุญเขาน้อยมาตั้งบ่ได้ เขาจึงไปตั้งที่เชียงงวดอันเฮาว่าขึงมวกบัดนี้แล บ่อนหั้นเป็นบ้านเมืองเขา ขุนลอจึงไปเลวเอา แต่นั้นเขาก็เอารี้พลมาฮอดท้ายขันหั้น ขุนลอก็ไปเลวได้ชนกัน ขุนลอก็เหล่าแพ้ไล่ไป ก็ได้ขุนเค็ดขุนคานที่เชียงงวดทั้งพ่อทั้งลูกเอาไปจมน้ำเสียที่ดอนสิงหั้นแล เชื้อแนวขุนคานก็พ่ายหนีไปลี่ซ่อนอยู่หั้นแลแต่นั้นเจ้าขุนลอก็คืนมาฮอดเชียงดงเชียงทอง แล้วคนทั้งหลายจึงราชาภิเษกให้เป็นเจ้าแผ่นดินหั้นแล เขาทั้งหลายจึงมาแปงโฮงบ่อนเจ้ารัสสีหมายเอาก้อนหินก่ายฟ้าไว้หั้นแล จึงราธนาเจ้าขุนลอเมือนั่งแท่นเงินแท่นคำ เป็นเจ้าแผ่นดินเมืองศรีสัตนาคนหุตอุตตมราชธานี เอางอนหมื่นหลวงเท่าสบโฮบเป็นหางนาคเอาสบคานแลน้ำของก้ำเหนือเป็นหัวนาค จึงได้ชื่อว่าเมืองศรีสัตตนาคเพื่อดังนั้นแลอันชื่อว่าเมืองลานช้างนี้เอานิมิตต์ เบื้องเหนือเอาภูช้างน้อยเป็นนิมิตต์ ก้ำใต้เอาภูช้างหลวงเป็นนิมิตต์ จึงเรียกชื่อว่าเมืองลานช้างเพื่ออั้นแล อนึ่งเจ้ารัสสีเขียนหนังสือใส่ไว้ในก้อนก่ายฟ้าหั้นหน่วยหนึ่ง อันหมายบ่อนเชียงทองนั้น ไว้ให้ผู้ใดจักเป็นท้าวพระยาในที่นี้ ให้มีศีล ๕ ศีล ๘ เหตุเพื่อสัพพัญญูเจ้ายังจักมาโผดสัตว์ทั้งหลาย ฮอดบ้านเมืองอันนี้ดีหลีตาย ผู้ใดจักเป็น (เจ้า) ในเมืองอันนี้ จงให้ทานแก่สัตว์ทั้งหลายแลคนทั้งหลายทุกวันอย่าให้ขาดสักวันเทอญ ภายหน้าพุ้นครั้นศาสนาพระพุทธเจ้ามาฮอดมาเถิงในบ้านในเมืองอันนี้ เล่าเร่งให้ทานแก่พระพุทธเจ้าพระธรรมเจ้าพระสังฆเจ้า ให้เชื่อใสในคุณแก้วสามประการ เหตุว่าศาสนาเป็นเจ้าแผ่นดินมี ๖ ชั่วเจ้าแผ่นดิน ๗ ชั่ว เขาจึงเอายาหลวงโงมมาเป็นเจ้าแผ่นดิน มีลูก ๙ คนผู้หญิง ๔ คน ลูก ๙ คนนี้เฮาบ่อจาก่อนแลเฮาท่อจักจาผู้กินเมืองแทนหลวงโงมแล
เขาจึงเอายาคำเฮียวผู้เป็นลูกอ้ายมาเป็นเจ้าแผ่นดินแทน ยาคำเฮียวมีลูก ๔ คน ผู้หญิงสอง ผู้ชายสอง ผู้น้องเหล่านั้นมีแข้วออก ๓๓ เหล่มแต่ในท้องออกมา เสนาอำมาตย์ทั้งหลายว่าเข็ดว่าขวงจักแพ้บ้านแพ้เมืองว่าดังนั้น เขาจึงเอาใส่แพไหลเสีย เอาข้อยเลี้ยงทั้งมวลใส่แพไปดอม ผู้หนึ่งชื่อบาคุม ผู้หนึ่งชื่อบากิม ผู้หนึ่งชื่อบาโบ ผู้หนึ่งชื่อบาเสียม ผู้หนึ่งชื่อบาจีแข้ ผู้หนึ่งชื่อบาลูข้อยเลี้ยงทั้งหลายฝูงนี้ ทั้งข้อยหญิงข้อยชายทั้งมวล ๓๓ คน ไหลแต่เชียงดงเชียงทองไปดอมเจ้าเขาหั้นแล นางยาคำเฮียวผู้เป็นแม่จึงอุ้มไปฮอดแพอันจักไหลเสียนั้น จึงเอิ้นป่าวเทวดาแลพระยานาคทั้งหลายว่า ให้รักษาลูกข้อยผู้นี้อย่าให้ฉิบหายเสียแด่ เสนาทั้งหลายว่าแข้วออกแต่ในท้อง ๓๓ เหล่ม เขาว่าเป็นคนฮ้ายว่าเข็ดว่าขวงแลให้ไหลเสีย ครั้นว่าบุญลูกข้อยยังมีขออย่าให้หล่มให้จมเสีย ให้ได้มาเป็นเจ้าแผ่นดินในเชียงดงเชียงทอง ด้วยอันชอบโลกชอบธรรมอย่าให้ได้ด้วยหยาบช้าทารุณเทอญ แหม่จึงฝากเทวดาสิ่งนั้น จิงสั่งข้อยเลี้ยงทั้งมวลนั้นว่าลูกกูนี้ตกที่ใดให้สูว่าพระยา อย่าให้ว่าลูกฟ้าคำเฮียว แหม่จึงใส่ชื่อสิ่งนั้นแล เขาจึงไหลไปแหม่ก็นำไปส่งฮอดเมืองขายจึงคืนเล แต่นั้นไหลไปฮอดบ้านใดเมืองใด เขาก็ให้ข้าวให้ของกินสู่บ้านสู่เมือง จึงไปฮอดหัวลีพุ้นที่เมืองหนึ่งชื่อว่าถ้ำมหาเถรเจ้าป่าสมัน เขาจึงมาเหล่าต่อพระ ๆ จึงไปอุ้มเอาออกมาจากแพอันไหลเสียนั้นเมือดอมตนหั้นแล นับแต่เจ้าใหญ่มาได้ ๓ ปี ไหลเสียได้ปีหนึ่ง จึงมาฮอดท่าพระสมันพระเลี้ยงไว้ ๓ ปี พระยานครหลวงจึงเอาเมือเลี้ยงได้ ๗ ปี ทั้งมวลเป็น ๑๔ ปี พระยานครหลวงจิงให้ลูกสาวได้ ๒ ปี พระยานครจิงเอาหมอหูฮาทั้งมวลมาดูชาตาแลนักขัตตฤกษ์เมืองลานช้าง หมอจิงทวยว่าพ่อเจ้านี้แม่เจ้านี้ตายแล้ว เขาจึงเอาอาว์เจ้าเป็นเจ้าแผ่นดินที่เชียงดงเชียงทองแทนแล พระยานครหลวงจิงว่าเฮาจักแต่งรี้พลค่ำคงเมืองปูกยังจักได้เป็นเจ้าแผ่นดินที่เชียงดงเชียงทองบ่จา หมอทั้งหลายจิงว่าอย่าว่าได้แต่เชียงดงเชียงทองเทอญ ยังจักได้เมืองโยทธิยาทั้งเมืองพิงเชียงใหม่ ทั้งเมืองลื้อเมืองเขิน ทั้งเมืองจุลนีแต่ฟากน้ำแม่แท้มาพี่ต่อเท่าเมืองมีฮ่านก้วนมีเสาหินสุ่มเสาน้ำเต้าแก้วพุ้นดีหลี หมอหูฮาพระยาเมืองนครหลวงว่าดังนี้ หากท่อว่าเจ้านี้บ่ได้ตายในเชียงดงเชียงทอง จักได้ตายในเมืองอันหนึ่งเบื้องตะวันตก ด้วยวุฒิสวัสดีแล หมอทั้งหลายว่าดังนั้น แต่อยู่ปีหนึ่งพระยานครหลวงจิงแต่งช้างม้ารี้พลให้ จึงราชาภิเษกใส่ชื่อว่าพระยาฟ้าหล้าธรณีหั้นแล จิงมาแต่งหมอผู้จักผาบเสิก ๔ คน จิงแต่งเครื่องผาบเสิกม่นทั้งมวล ให้ฆ้องไชย ๔ หน่วย แส่งไชย ๔ หน่วย จองวองไชย ๔ หน่วย หอกไชย ๔ ดวง ขวนไชย ๔ ดวง แพนไชย ๔ ดวง คนอันรักษาเครื่องไชย ๔๐๐ จิงให้หมอทั้งหลายหามื้อดียามดี แล้วก็ลงจากเมืองนครหลวงไปหั้นแล กับทั้งลูกตนผู้ชื่อว่านางแก้วกัญญาก็ให้ไปดอมหั้นแล ลงมาฮอดเมืองอันหนึ่งชื่อว่าพรหมทัต พระยาพรหมทัตมารบขาได้ชนช้างกันแพ้พระยาพรหมทัต ฆ่าพระยาพรหมทัตกับคอช้าง จิงแจกเมืองพรหมทัต ปูกผู้หนึ่งให้เป็นพระยาปางกบ ผู้หนึ่งให้เป็นพระยากุญชร ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาคำแหง ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาดอนแดง ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาโสก ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาฆ้องทอง ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาจันทอม ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาอ้าย ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาพรหมทัตแทนหั้นแล พระยาทั้งหลายฝูงนี้ พระยาฟ้าให้เป็นเมืองส่วยช้าง ส่วยคำ ส่วยข้อย แล้วพระยาฟ้าจิงเอารี้พลโยธาขึ้นมารบพระยาแปดบ่อ ที่เมืองกระบองหั้น พระยาแปดบ่อขี่ช้างออกมาชนบ่ทันฮอด พระยาฟ้าพระยาแปดบ่อก็แหล่นหนีเขาจิงไปไล่เอาได้ทั้งเป็นมาจมน้ำเสียที่ปากทอกหั้นแล พระยาแปดบ่อผู้นี้เป็นปู่พระยาแปดบ่อ ผู้ว่าลูกหญิงโตนน้ำตาย เอากว้านไปตึกเอาลูกแลได้พระหิน อันเขาว่าพระแปดบ่อนั้นแล นับแต่พระยากระบองตนชนช้างกับพระยาฟ้านั้นมา ได้ ๗ ชั่วพระยาแปดบ่อ จิงมาเถิงพระยาแปดบ่อตนว่าลูกโตนน้ำตาย แลได้พระหินนี้แล พระยาฟ้าจิงให้พระยากระบองผู้น้องแทน จิงตั้งอาชญาไว้ว่า ให้ส่วยช้างฮ้อยหนึ่ง ข้อยฮ้อยหนึ่ง ข้อยกับช้างสองฮ้อย ให้ส่วยคำสองพัน ให้ส่วยลั่วส่วยแพลาสองฮ้อยฮำ ให้ส่วยข้อยหญิง ข้อยชายสองฮ้อย แล้วจิงเอารี้พลไปรบพระยาจำปาธิราช แพ้พระยาจำปาธิราชแล้วฆ่าตายกับคอช้างพระยาฟ้าจิงใส่ชื่อผู้หนึ่งให้เป็นพระยาจำปาธิราชแทน ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาจำปานคร ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาจิม ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาจาม ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาดอนชัคแค ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาสนัง ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาชุง ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาโสก พระยาทั้งหลายฝูงนี้ พระยาฟ้าให้เป็นเมืองส่วยสูด ส่วยม่าน ส่วยด้าย ส่วยไหม ส่วยคำ ส่วยช้าง ส่วยจำหงาย ส่วยข้อย สู่เมืองหั้นแล พระยาฟ้าจิงยอพลเข้ามาน้ำหินบูน พระยาตนหนึ่งชื่อว่าเวียงออกมารบเห็นดูหลากแล้วพ่ายหนี บากิมไปไล่ได้ฆ่าเสีย จิงให้น้องเป็นพระยาเจ็ดเจียงแทน จิงใส่ผู้หนึ่งให้เป็นพระยา กว้างเสียม ผู้หนึ่งให้เป็นพระยากว้างทง ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาเมืองหลวง ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาเมืองมวน ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาวัง ผู้หนึ่งให้เป็นพระยากระตาก ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาชุมพร ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาชะโปน พระยาทั้งหลายฝูงนี้พระยาฟ้าให้ส่วยด้าย ส่วยไหม ส่วยผ้ากั้งแลพีดานทั้งส่วยข้อยสู่ปี ให้เมือแต่เดือน ๑๒ เดือนสามให้ฮอดสู่เมืองหั้นแล แต่นั้นพระยาก็ยกพลมาฮอดปากชะดิง ยังมีผู้หนึ่งชื่อว่าพระยาสามค้อม มันเป็นเจ้าเมืองพระน้ำรุ่ง ดาพลได้ ๔ หมื่นช้างห้าฮ้อย มารบพระยาฟ้า ๆ ให้บาจีแข้ถือพบมารบแพ้พระยาสามค้อม บาจีแข้ไล่เอาพระยาสามค้อมได้เอามาจมน้ำเสียที่ปากบางบาทหั้น พระยาฟ้าจึงยอพลมาอยู่เมืองพระน้ำรุ่ง จิงให้ผู้หนึ่งเป็นพระยาพระน้ำรุ่งแทนพระยาสามค้อมหั้นแล แต่นั้นส่าเมือฮอดพระยาเจ็ดเจียง อันเป็นเจ้าเมืองพวกเชียงขวาง ๆ จิงแต่งหมื่นหลวงพวนทั้งหมื่นคำมาไหว้พระยาฟ้า ที่พระน้ำรุ่งหั้นว่าดังนี้ ผู้ข้านี้หากเป็นหลานเป็นเหลนเชื้อแนวขุนบรมราชาธิราชเจ้าทั้งขุนลอ แต่บุราณมาดีหลีดาย ในที่นี้แลพระยาฟ้าเจ้าแลจักผาบบ้านผาบเมืองที่ใดก็ดี ข้าจักแต่งรี้พลไปส่อยไปเติมสู่แห่งสู่ที่แล พระยาฟ้าจิงว่าดังนี้ พี่น้องเฮายังคิดเถิงเฮาดังนั้นก็ชอบดีแลบ้านเมืองอันหลานเฮากับน้องเฮาแต่ก่อนที่ใดก็ดี ให้ไว้แก่น้องเฮาเทอญ เครื่องเสิกเครื่องเวียกเครื่องเหล็กอันใดก็ดี เฮาหากจักให้มาเอาดอม อนึ่งบ้านเมืองแต่เฮาผาบได้ แต่เมืองชาเมืองมวนก็ให้มาไหว้มานบแก่น้องเฮา พระยาฟ้าว่าดังนั้น แต่นั้นเจ้าจิงยอพลนำนับชวนไปรูปพระยามีฮ้านกว้านมีเสา ทั้งพระยาอ่างสิงอ่างหนาม ไล่เอาพระยาทั้งสามเมืองนั้น แล้วพระยาฟ้าก็เอาพระยาทั้งสามเมือง เมือมอบแก่เจ้าบัวหลวง เจ้าบัวหลวงก็ถามดูเชื้อแนวพระยาฟ้าว่า เป็นหลานเป็นเหลนขุนบรมราชาธิราชสืบ ๆ มา หลายชั่วหลายปางนัก จิงมาเถิงพระยาฟ้าหั้นแล แล้วเจ้าบัวหลวงจิงว่าผิว่าแหม่นเชื้อแหม่นแนว เจ้าขุนบรมขุนลอแท้ ให้แต่เมืองมีฮ้านกว้านมีเสา แต่หินสามเส้าน้ำเต้าแก้ว บ้านเมืองดินดอนที่ใดก็ดี ฟ้าแถนหากแต่งไว้ ฝนตกน้ำใหลเมือเมืองลาวให้ไว้เขตต์แดนเมืองลาว ฝนตกน้ำไหลเมือเมืองบัวแต่ใดให้ไว้เป็นเมืองบัวแต่นั้น เจ้าบัวหลวงจิงแต่งคำมาสามหมื่น เงินมาสามแสนทั้งไม้กำพักเกสสนา ทั้งลั่วแฮแพจีนเป็นอันมากอันหลายนัก ให้แก่นายผู้ใช้อันเอาอานสิงอ่างหนามเมือมอบแก่เจ้าบัวนั้น มาถวายแก่พระยาฟ้าที่แดนเมืองหั้นแล แต่นั้นพระยาฟ้าจิงใช้ให้พระยาเมืองมีฮ้านกว้านมีเสา แต่งให้เขาส่วยคำทั้งส่วยลั่วแฮแพด้ายไหมสู่อันแต่นั้นพระยาจิงยอพลมาตั้งที่นาน้อยอ้อยหนู ที่ขุนบรมที่ขุนลอเกิดหั้นจึงได้ชื่อว่าเมืองแถนเพื่อว่าแถนฟ้าขื่นมาแต่งมาแปงหั้นก่อน จิงเป็นบ้านเป็นเมืองมาตราบเท่าบัดนี้แล ฯ บ่อเงินบ่อคำบ่อแก้วบ่อทองบ่อเหล็กมีสู่อันแล พระยาฟ้าใสผู้หนึ่งให้เป็นพระยาที่เมืองแถนนาน้อยอ้อย หนูหั้น จิงให้ผู้หนึ่งป็นพระยาเมืองไชยใส่ให้ผู้หนึ่งเป็นพระยาเมืองไลให้ผู้หนึ่งเป็นพระยาเมืองกว้าง ให้ผู้หนึ่งเป็นพระยาสามสิบพองเมืองโฮมมา ให้ผู้หนึ่งเป็นพระยากางล้าน ผู้หนึ่งเป็นพระยาสิงหาว ผู้หนึ่งเป็นพระยาเมืองหุม ผู้หนึ่งเป็นพระยาเมืองวาด ผู้หนึ่งให้เป็นพระยาเมืองกว้างทง แต่ฟากน้ำแท้นาพี้เจ้าบัวหลวงหากเวนให้แก่พระยาฟ้า พระยาฟ้าจึงใส่ให้เป็นท้าวเป็นพระยา ให้เขาส่งส่วยคำส่วยเงินส่วยข้อยส่วยผ้ากั้งผ้าไหมแลพีดาน แลเครื่องเสิกส่วยม้าทั้งอานเงินอานคำ ทั้งลั่วแลหอกแพนทั้งมวล แล้วจิงใช้เมือเล่าแก่เจ้าบัวหลวง โดยดังความทั้งมวลฝูงนี้ เจ้าบัวหลวงว่าให้พี่เฮาคืนเมืออยู่เชียงดงเชียงทองพุ้นเทอญ แต่นั้นพระยาฟ้าก็เอารี้พลข้ามน้ำอูเมือเมืองบูนใต้บูนเหนือ สองขาพระยาบูนเอาพลออกมารบพระยาฟ้าก็แพ้ เอาสองขาฆ่าเสีย แล้วจิงใช้เมือหาพระยาเชียงฮุงว่า ยังจักรบจักชนเฮาหรือพระยาเชียงฮุงจิงว่าเฮานี้ก็หากเป็นเชื้อ เป็นแนวอันเดียวดาย เฮาบ่รบบ่เลวพระยาเจ้าแล ให้พระยาเจ้าเอาเขตต์บ้านแดนเมืองแต่บ้านป่งลวงขวงเท่าเมือบูนใต้บูนเหนือพุ้น เป็นเขตต์ของเมืองลานช้างเทอญ เฮาก็จักให้บัวให้นางแก่เจ้าฟ้าแล บัดนี้ลูกเฮายังน้อยภายหน้าจิงเอาเมือปัดเสื่อปูหมอนแก่เจ้าฟ้าเทอญ เจ้าเชียงฮุงจิงแต่งเงินแสนหนึ่ง ม้าฮ้อยหนึ่งทั้งอานเงินอานคำฮำแฮแพจีนมากนัก พระยาฟ้าก็เอาแล้ว จิงใส่ข้อยผู้หนึ่งชื่อว่าบากิม ให้เป็นเจ้าขวา เขาจิงเรียกว่าขวากิมหั้นแล แต่นั้นพระยาฟ้าจึงล่องมาฮอดเมืองน้อย เจ้าเมืองน้อยจิงขอเป็นเมืองกางย่าวกางเฮือน พระยาเจ้าฟ้าเทอญ พระยาฟ้าจิงให้เถ้าเสียงเป็นเจ้าเมืองน้อยหั้นแล เถ้าเสียงแต่งที่เข้าขวัญทั้งผอกผีพลีเสื้อ พระยาฟ้าสู่อันแล แต่นั้นพระยาฟ้าล่องมาฮอดสบอูหั้น เจ้าฟ้าคำเฮียวผู้นี้เป็นอาว์น้องพ่อพระยาฟ้า พ่อพระยาฟ้าตายเสีย เขาจิงเอามันเป็นพระเจ้าแผ่นดินแทน มันมีลูกหญิงสองคนลูกชายบ่มี มันก็รู้ว่าพระยาฟ้าล่องมาฮอดสบอู มันก็ย่านพระยาฟ้าฆ่าขาทั้งสองผัวเมีย ลวดกินสานตายทั้งสองหั้นแล ยังแต่ลูกหญิงทั้งสอง เสนาอำมาตย์เมียนคาบส่งซะกาน บรบวนแล้วเสนาอำมาตย์ทั้งหลายจิงเมือราธนาพระยาฟ้าที่สบอูพุ้น มาฮอดเชียงดงเชียงทอง แล้วจิงมาราชาภิเษกพระยาฟ้า ทั้งนางแก้วเก่งกัญญา อันเป็นลูกพระยานครหลวงนั้น ให้เป็นเจ้าแผ่นดินในเชียงดงเชียงทอง ให้ปู่เลี้ยงเป็นแสนเมืองให้ตาเลี้ยงเป็นหมื่นหลวง ให้อาว์เลี้ยงเป็นพูมเหนือ ให้น้าเลี้ยงเป็นพูมใต้ ให้พี่เลี้ยงเป็นพระยา กระชัก ข้าภูทั้งมวลให้ขึ้นลงดอมพระยากระชักหั้นแล ขึ้นโฮงขึ้นศาลขึ้นฟ้าขึ้นแถน ให้พระยากระชักขึ้นก่อน จิงให้แปงโฮงหลังหนึ่งให้มันอยู่ท้ายโฮงเชียงทองหั้น ของฝากอันเขามายื่นมาถวายแด่เจ้าแผ่นดิน ก็ให้มันรับเอาก่อน แต่งแปงสู่อัน มันจิงใส่ผู้หนึ่งให้ฮับตางเขาจิงว่ารามราชอั้น ทั้งหลายว่าหมื่นราชบัดนี้แล แต่นั้นพระยาฟ้าจิงเอาพลขึ้นเมือลานนา ทางน้ำของจิงไว้นางแก้วเก่งกัญญาที่เมืองเชียงดงเชียงทองรักษาแผ่นดิน เหตุเพื่อนางทรงครรภ์ได้สามเดือนแล้วพระยาฟ้าก็ขึ้นเมือฮอดท่าหัวเฮือเมืองเลิกหั้น ยังมีลูกอ้ายขี้หูดผู้หนึ่ง มันเป็นลูกนางแก้วมหาฮี เรียกชื่อท้าวอูลอง มันเป็นหลานฟ้าคำเฮียว มันจิงออกมาไหว้พระยาฟ้าที่ท่าสวงคอคำหั้น พระยาอูลองจิงว่าข้อยนี้เป็นลูกนางแก้วมหาฮี แม่ข้อยนี้เป็นลูกฟ้าคำเฮียวก็หากเป็นวงศาแห่เจ้ากูตาย พระยาฟ้าจิงว่าผิว่าเป็นดังนั้นแท้ เมืองเลิกนี้เจ้าจงกินเทอญ ให้เป็นเมืองกางเฮือนกูเทอญ แล้วพระยาฟ้าจิงขึ้นเมืออยู่สบแบ่ง แล้งจิงให้ขึ้นเมือเอาลามเมืองฮุนลามเมืองแบ่ง ได้แล้วจิงเมือตั้งอยู่สบท่าหั้น จิงจักเอาเมืองเชียงของคกฮำเชียงทอง จิงใส่ผู้หนึ่งให้กินเมืองเชียงตืนสี่เมืองนี้จิงได้ว่าสี่หมื่นท่างน้ำแล ให้เชียงตืนเป็นเจ้าสี่หมื่น จิงให้เอาเมืองผาเมืองพัวที่ภูคุบทั้งเมืองแหง จิงให้เจ้าเมืองผาเป็นสี่หมื่นทางบก แต่นั้นพระยาฟ้าก็มาพาดูพลที่สบท่าหั้น ได้พลสี่แสนแต่ลาวได้ยายได้แกวแสนหนึ่ง ช้างได้ห้าฮ้อยตัว จิงขึ้นเมือเอาเมืองหินเมืองงาวได้แล้ว จิงยอพลขึ้นเมือตั้งที่คอนมูลหั้น แต่นั้นเจ้าเมืองลานนาผู้หนึ่งชื่อว่าพระยาสามผยา มันก็อวนพลแต่เมืองลานนามาสู่แห่งได้พลสี่แสน ยามนั้นเอาเมืองเชียงแสนเป็นลานนา มันจิงให้เสนามันผู้หนื่งชื่อว่าแสนเมือง มันก็ถือพลมารบพระยาฟ้า ๆ จิงขี่ช้างตัวหนึ่งชื่อว่าเชียงทอง ว่ายน้ำกกเมือสู่แสนเมืองลานนา แล้ว ขวากิมขาก็ชนกันขวาก็แพ้ ฆ่าแสนเมืองลานนาตายกับคอช้าง แต่นั้นพระยาสามผยา อันเป็นเจ้าแผ่นดินลานนา ก็พ่ายหนีเข้าเวียงลานนาเชียงฮายพระยาฟ้าก็ให้ไปไล่เอาฮอดเมืองแพวเมืองเลม ทั้งเมืองไฮบ้านยูเมืองยองหัวพวง หัวฝาย คุงเมืองลื้อเมืองเขินเมืองเชียงแข็งหั้นแล แต่นั้นพระยาสามผยาจิงใส่ผู้หนึ่ง ว่าหมื่นกุมกาม ผู้หนึ่งชื่อว่าหมื่นชูน ผู้หนึ่งชื่อว่าหมื่นกางเมืองเชียงฮาย มาขอส่งส่วยข้าวพันคานแก่พระยาฟ้า เมื่อใดลูกผู้ข้านางน้อยอ่อนสอยังใหญ่ได้ ๑๖ ปี จักให้เมือปัดเสื่อปูหมอนแก่เจ้าฟ้าชะแด บัดนี้ยังน้อยขอแก่เจ้าฟ้าเอาแต่เวียงผาใดไป ให้เป็นบ้านเมืองเจ้าฟ้าข้อยท่อน พระยาสามผยามอบเวนให้แต่นั้นเป็นแดนเมืองลานช้างหั้นก่อน เล่าแต่งคำมาถวายพระยาฟ้าสองหมื่นคำ เงินสองแสน แหวนนิลลูกหนึ่งชื่อว่ายอดเชียงแสน แก้วพิฑูรย์ลูกหนึ่งชื่อว่ายอดเชียงฮาย แหวนแดงลูกหนึ่งชื่อว่ามณีฟ้าหลวง เอามาถวายแก่พระยาฟ้าหั้นแล บ่เท่าแต่นั้นเล่าแต่งเงินคำมาให้แก่เสนาพระยาฟ้าผู้ใหญ่สู่คน เป็นอันมากหลายนัก แต่นั้นพระยาฟ้าก็ล่องมาเมืองลานช้าง จิงมากวาดเอาข้าเก่าแต่หัวน้ำทา เท่าเมืองกอเมืองหลาเท่าแดนลื้อ หมดสู่แห่งสู่ที่ ท่อยังจ่งไว้ให้เป็นเชื้อเป็นแนวเขาที่หนึ่ง ว่าภูคุมซาวครัว ที่หนึ่งว่าภูจอมแลงซาวครัว ภูคางซาวครัว ไว้สี่แห่งนี้เป็นเชื้อสายแห่งเขาหั้นแล จิงบอกสอนเขาว่าดังนี้ สูอย่าบ่าอย่างานแก่ไทแก่ลาว สูอย่ายาดเอาสิ่งเอาของลาวอันใดก็ดี อนึ่งสูหากผิดกันแลว่าจักไปรบไปเลวกันก็ดี ให้สูจื่อความกูสิ่งนี้มื้อกาบมื้อฮับมื้อฮวยมื้อเมิงมื้อเบิก ห้ามื้อนี้ให้เป็นมื้อเสิก สูจักรบจักเลวกันก็ตามสู มื้อกัดมื้อกดมื้อฮ้วงมื้อเตามื้อกา ห้ามื้อนี้อย่าให้สูรบเลวกัน อย่าให้หยุบเอาควายบายเอาคนกัน ผู้ใดหากบ่ฟังยังความกูสิ่งนี้ หินหน่วยนี้กูเอาแต่สบคานเชียงดงเชียงทองพุ้นมาไว้แก่สูนี้ แล้วหินหน่วยนี้หนักสองพันห้าฮ้อยห้าบาท ผู้ใดหากบ่ฟังความกูอันเป็นเจ้าแผ่นดินเชียงดงเชียงทองนี้ ให้สูทั้งสี่ขุนราชนี้สั่งเอาเงินท่อหินหน่วยนี้ เล่าเอาควายโตหนึ่งกินแก่สู อย่าให้กันสั่งว่าดังนี้ อย่าฮื้อ ฮอกคอกครัวกัน พระยาฟ้าสั่งสอนข้าเก่าดังนี้ แล้วจิงเอาเขาล่องมาไว้ภูบ่อนหั้น แต่งให้เขาเชียงโปะเชียงพาหั้นแล พระยาฟ้าไปขว่าได้สองปีจิงมาฮอดเชียงดงเชียงทอง จิงเห็นหน้าลูกชายหนึ่งใส่ชื่อว่าท้าวอุ่นเรือน อันตนเป็นพระยาสามแสนไทบัดนี้แล ได้ข้าเก่าทั้งมวลทั้งหญิงทั้งชายน้อยใหญ่แสนหนึ่ง ให้ขวากิมเป็นเจ้าเป็นล่ามแก่เขาหั้นแล แต่นั้นพระยาฟ้าก็ยอพลล่องจากเมืองชะวา ให้บาโบบาจีแข้เป็นหัวหน้า ถือพลไปฮอดเมืองซาย ท้าวไคหลานขุนเค็ดขุนคานเมืองซาย ถือพลมารบบาโบบาจีแข้ ๆ แพ้ท้าวไคเสียที่เชียงสมหั้น จิงใส่บาโบเป็นชาย เขาจิงว่าชายโบหั้นแล แต่นั้นพระยาฟ้าล่องไปคอแก่งชายบาโบบาจีแข้ เอาพลตั้งท่านาเหนือ ท้าวเชียงมุงกินเวียงจันทน์ พระยาเภากินเวียงคำ สองขาพ่อลูกมีพลสองแสนช้างห้าฮ้อยท้างเชียงมุงขี่ช้างตัวหนึ่งชื่อว่าวังบุรีสูงแปดศอก พระยาเภาขี่ช้างตัวหนึ่งชื่อว่าแสนนางคอยสูงเก้าศอก บาโบขี่ช้างตัวหนึ่งชื่อว่าแผ่วจักรวาฬ บาจีแข้ขี่ช้างตัวหนึ่งชื่อว่าขวานลวงฟ้า พระยาฟ้าขี่ช้างตัวหนึ่งชื่อว่าห่มเชียงทอง ท้าวเชียงมุงแลพระยาเภาสองขาพ่อลูกออกมารบ พระยาฟ้าตั้งอยู่ท่านาเหนือ บาโบบาจีแข้อยู่ถินจำปี สองขาพ่อลูกลวงเข้ามาชน เขาจิงว่าหนองลวง ที่นั้นบาจีแข้ชนท้าวเชียงมุงแพ้ฆ่าท่านตายกับหัวช้าง บาโบแลขวากิมเข้าชนพระยาเภา ๆ เห็นช้างขาแข็ง พระยาเภาลวดพ่ายหนีเมือเวียงคำที่เมืองท่านพุ้น แต่นั้นพระยาฟ้าเข้าไปตั้งอยู่เวียงจันทน์หั้น จิงให้บากิมผู้หนึ่งบาเสียมผู้หนึ่งบาจีแข้ผู้หนึ่งสามคนนี้ เขาถือพลไปเอาเวียงคำบ่ได้ เขาจึงใส่มาเล่าแก่พระยาฟ้าว่า เวียงไม้ไผ่ขัดนัก พระยาเภาบ่ออกมาชนเอายากนักพระยาฟ้าจิงว่าบ่ยากสัง จิงมาตีเงินตีคำเฮ็ดเกียงปืนไปให้แก่เขาจิงใส่หนังสือไปว่าแก่สามขุนเขา ให้สูคุมเวียงเอาปืนอันนี้ยิงไปในป่าไม้ไผ่สามวัน แล้วให้คืนมาอยู่ก่อนท่อน กูหากฮมเพิงภายหน้าว่า ดังนั้น เขาก็เฮ็ดตามเจ้าฟ้าว่า แล้วคืนมา พระยาฟ้าจิงหวายเมืออยู่เป็นแก่ ขมแต่งรบเอาแต่เมืองแก่นท้าวเท่าฮอดนครไท แลขอบดานทั้งมวล จิงให้บาจีแข้เป็นหมื่นแก่ แล้วพระยาฟ้าจิงมาเวียงจันทน์ จิงไปคุมเอาเวียงคำได้หั้นแล จิงเอาพระยาเภา มันก็เมือตายที่เชียงดงเชียงทองหั้น จิงเอาใส่ซองมาทางบก จิงตายที่บ้านถินแห่งหั้นแล เขาจิงว่าเมืองซองบัดนี้แล พระยาฟ้าจิงคืนมาอยู่เวียงจันทน์หั้นแล พระยาจิงโฮมช้างโฮมพลดูได้ช้างสองพันตัว ได้ม้าพันหนึ่ง ได้คนหกแสน อันนี้แต่ห้วยหลวงมาเหนือเท่าเวียงผาใด พระยาฟ้าจิงให้บาเสียมไปเป็นหมื่นกระบอง มันโฮมพลแต่พระน้ำฮุงเชียงสาไปใต้เท่าแดนจาม แลด่านละแวกแดนแกวก้ำใต้ ชื่อเมืองปากวางได้คน ๔ แสน ได้ช้างพันหนึ่งได้ม้าห้าฮ้อยตัว จิงให้บากุมเป็นหมื่นจันทร์พระยาโฮมพลท่อแต่ไท อันเป็นเฮือนบองทองได้สามแสน อันเป็นลาวได้ ๗ แสนทั้งมวล คนในเมืองลานช้างได้ล้านหนึ่ง จิงให้ขวากิมเอาข้าเก่าไปใส่กระแดฟ้าแตบนอกเวียงจันทน์หั้น หมื่นครัวหนึ่ง เอาไปใส่หนองหานน้อยหานหลวง ทั้งภูวานเถ้าวานปาว ทั้งเชืองชายแสนครัวหั้นแล พระยาฟ้ายอพลไปเมืองลานเพียศรียุทธิยามีคนหกแสนช้างห้าฮ้อยตัว ยังไว้พลรักษาเมืองสี่แสนคนช้างสามพันตัว มีท่อนี้แต่งไว้รักษาเมืองลานช้างหั้นแล พระยาฟ้าจิงให้หมื่นแก่หมื่นกระบองถือพลไปเป็นหัวหน้า ขวากิมเป็นปีกขวา ชายโบเป็นปีกซ้าย หมื่นจันทร์เป็นทัพหลัง พระยาฟ้าจิงยอพลไปทางบัวกองฮอดเวียงพระงาม ได้เจ้าเวียงบึงพระงาม แล้วออกมาอยู่เวียงฮ้อยเอ็ดประตูหั้นแล จิงให้ไปขับเอาท้าวทั้งหลายสู่แห่งสู่ที่ จิงได้เมืองพระสาดพระสะเขียนพระลิงพระนารายณ์นางเทียนเชขมาดสะพังสีแจ ทั้งพระยาจันทร์พระยาธรรมสองขานี้อยู่เมืองโพนผิงแดด ท้าวพระยาทั้งหลายฝูงนี้เขาเป็นลูกเป็นหลานพระยากูบาหางแล พระยาฟ้าก็ให้ไปไล่เอาได้หมด มาผูกใส่คางวงเหล็กไว้ที่เมืองฮ้อยเอ็ดประตูหั้น ทั้งพระยาฮ้อยประตูก็ผูกไว้หั้น พระยาก็ฮื้อเทบ้านเมืองศาสนาสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าก็ม้างก็เทหั้นแล พระยาฟ้าก็ใช้ไปหาพระยาเมืองสิงอโยทธิยาว่า จักรบหรือฮู้ว่าสิ่งใดนั้นจา เจ้าโยทธิยาจิงกล่าวว่า เฮาหากเป็นพี่กันมาแต่ขุนบุรมบุราณปางก่อนพุ้นมาดาย เจ้าอยากได้บ้านได้เมืองให้เอาเขตต์แดนแต่ดงสามเส้าเมือเท่าภูพระยาผ่อแล แดนเมืองนครไทยเป็นเจ้าทอน อนึ่งลูกข้อย จักส่งอ้อยน้ำตาลสู่ปี อนึ่งลูกหญิงข้า (ชื่อ) นางแก้วลอดฟ้า ใหญ่มาแล้วจักส่งให้เมือปัดเสื่อปูหมอนแก่เจ้าฟ้าแล จิงแต่งช้างพลายห้าสิบช้าง พังห้าสิบช้าง คำสองหมื่นเงินสองหมื่นนอแสนหน่วยของอันอื่นกว่านั้นแต่งเครื่องฮ้อยสู่อัน จิงส่งมาให้แก่พระยาฟ้าหั้นแล พระยาทั้งหลายอันพระยาฟ้าได้ผูกเอานั้น เป็นต้นว่าพระยากูบางหางพระยาฮ้อยประตู พระยาฟ้าก็จักให้เอาไปฆ่าเสียแท้ เมื่อนั้นยังมีมหาเถรเจ้าตนหนึ่ง พารี้พลทั้งมวลเข้ามาฮอดพระยาฟ้า และอยู่ไกลพระยาชั่วห้าวาหั้นแล พระยาจิงกล่าวว่า ภันเตข้าไหว้เจ้ากู ๆ มีประโยชน์ด้วยอันใด จิงมาฮอดมาเถิงผู้ข้าในกาลบัดนี้จะ แต่นั้นมหาเถรเจ้าจิงกล่าวว่า เฮาจักมาถามปัญหานำพระยาแล เฮานี้ก็หากเป็นพ่อครูมหาปาสมันตนอันเลี้ยงพระยาใหญ่มานั้นดายพระยาฟ้าจิงปูอาสนไว้แล้ว จิงอาราธนามหาปาสมันเจ้านั้น ๆ เจ้าก็นั่งตามนิมนต์หั้นแล พระยาฟ้าจิงว่าเจ้ากูจักถามปัญหาดอมผู้ข้าสิ่งใดก็ถามไปข้อยท่อน มหาเถรเจ้าจิงกล่าวว่า อันแข้วพระยาออกมาแต่ท้องแม่สามสิบสามเหล่มนั้น ยังสู่เหล่มเบานั้นจา พระยาก็ว่าหล่อนเสียหมดแล้ว มหาเถรจิงว่าอันใหม่ยังออกมาแทนท่อเก่าเบาจา พระยากล่าวว่ายังออกมาทั้งสามสิบสามเหล่มดังเก่าก็ข้าแล มหาเถรเจ้าจิงว่าแข้วอันออกแต่ท้องมาแล้วนั้น ยังเป็นคุณสิ่งใดเล่ายังเป็นโทษสิ่งใดแก่มหาราชนั้นจา พระยาจิงว่า อันยังเป็นคุณนั้นข้าว่าได้เคี้ยวกินจิงใหญ่ อันนั้นข้าว่าเป็นคุณแล อนึ่งโทษนั้นคือว่าแข้วออกมาแต่ท้องคนทั้งหลายว่าเป็นขวง ข้อยว่าเป็นโทษเพื่อสิ่งนั้นแล แข้วอันเก่าหล่อนเสียแล้วอันใหม่ออกมาแทนยังเป็นคุณสิ่งใดเล่า ยังเป็นโทษสิ่งใด พระยาจิงว่าอันเป็นคุณมีแวนหลาย เพื่อข้อยได้เคี้ยวได้กิน อันเป็นโทษนั้นได้ขบลิ้นขบสบมันเจ็บมันปวดอันนั้นข้อยว่าเป็นโทษเพื่อสิ่งนั้นก็ข้าแล พระมหาเถรเจ้าจิงว่ามหาราชเจ้านี้ได้สร้างโพธิสมภารมากนักแล จิงแก้ปัญหาเฮาได้สิ่งนี้หั้นแล แล้วพระมหาเถรก็สั่งสอนพระยาทั้งเสนาอำมาตย์มุนตรีมากนักหั้นแล มหาเถรเจ้าจิงขอชีวิต ท้าวพระยาทั้งหลายฝูงผูกไว้นั้นเป็นต้นว่าพระยาฮ้อยเอ็ดประตู พระยาฟ้าก็แก้ก็ป่อยเสีย ให้เมือหาบ้านหาเมืองสู่คนตามความพระมหาปาสมันเจ้าหั้นแล พระมหาเถรจิงสั่งอำลาพระยา แล้วออกไปทางปองเอี้ยมด้วยอากาศกางหาวหั้นแล
แต่นั้นพระยาฟ้าก้เอารี้พลทั้งมวล ขึ้นมาตามดาวหางจิงมาฮอดเวียงจันทน์ อยู่แต่งบูนบ้านเมืองสู่ที่สู่แห่งบรมวล แล้วเสนาอำมาตย์ทั้งหลายเป็นต้นว่าปู่เลี้ยงผู้ให้เป็นแสนเมืองนั้น ทั้งหมื่นกระบองสองขาเจ้านี้ ให้เป็นผู้ใหญ่กว่าเจ้าหัวเสิกทั้งห้า หมื่นหลวงเป็นใหญ่เจ้าขวาเจ้าซ้าย พูนเหนือพูนใต้ ห้าขุนนี้ พระยาฟ้าให้เป็นหัวเสิกทั้งห้าแล หมื่นหน้าหมื่นแพนสองขานี้ให้เป็นขุนราชวัตรก้ำหน้า หมื่นนาเหนือหมื่นนาใต้ สองขานี้ให้เป็นราชวัตรหลัง นายหลวงเหนือให้รักษาคุ้มในก้ำหน้า ให้หาความเจ้าพูมเหนือ นายหลวงใต้ให้รักษาคุ้มก้ำหลังให้หาถ้อยความเจ้าพูมใต้ ขุนทั้งมวลอันจักไหว้สาเจ้าแผ่นดิน เมื่อจักไปเสิกก็ดีอยู่บ้านอยู่เมืองก็ดีมีเท่านี้แล ขุนอันเจ้าเมืองใหญ่มีหมื่นจันทร์เป็นต้น ถัดนั้นมาเจ้าเวียงคำมาเจ้าเวียงแก หมื่นพระน้ำฮุง เจ้าปากห้วยหลวง เจ้าเมืองเชียงสา เท่านี้เป็นขุนใหญ่เชื่อนเมือง ขุนใหญ่ขอบเมืองแก่นท้าว เจ้าเมืองหนองบัว เจ้าเมืองซายขวา เอาด่านสามหมื่น ขุนทั้งมวลฝูงนี้พระยาฟ้าใสให้รักษาขอบเมืองลานช้างแลแต่นั้นท้าวพระยาทั้งหลาย เป็นต้นว่าหมื่นจันทร์แลหมื่นกระบองทั้งหมื่นหลวงจิงไหว้พระยาฟ้าว่าดังนี้ เจ้ากูไปผาบบ้านเมืองได้สู่แห่งสู่ที่แล้ว บัดนี้ผู้ข้าทั้งหลายขอกระทำไชยาภิเษกแก่เจ้ากู ให้มั่นให้ยืน หมื่นหลวงไหว้สาว่าดังนั้น พระยาฟ้าจิงว่าเจ้าทั้งหลายว่าดังนั้นก็ชอบแล้ว เขาจิงมาหาบ่อนหาที่อันจักเป็นมุงคุล จิงมาได้ที่อันหนึ่งอันตั้งวัดประสักบัดนี้แล เมื่อก่อนนั้นไปตั้งวัดประสักที่นั้น เขาจิงแปงหอสรงแล้วจิงเอาพระยาฟ้าไปสรงกระทำไชยาภิเษกหั้นแล อยู่เลี้ยงรี้พล ๗ วัน ๗ คืน ฆ่าช้างกิน ๑๐ ตัว ฆ่าวัวกิน ๑๐๐๐ ตัว ฆ่าควายกิน ๒๐๐๐ ตัวบรบวร แล้วพระยาฟ้าจิงสั่งสอนท้าวพระยาทั้งมวลสู่ตนสู่คนว่าดังนี้ เจ้าทั้งหลายรักษาบ้านเมืองอย่าให้มีข้าลักคนโจร อนึ่งอย่าให้ฆ่าฟันกันแหม่นว่าข่อยตนผิดก็ดี เมียตนผิดก็ดีเสนาแลลูกค้ามาผิดก็ดี ตนอย่าหลอนฆ่าฟันเสีย ให้ผู้อื่นพิจารณาดูก่อนเป็นโทษอันหนักจิงตามเหตุมันโทษบ่อหนักอย่าได้ฆ่าท่อว่าให้ใส่คอกขังไว้สมโทษ แล้วให้ป่อยเสียหาเวียกหาการสมบัติอันจักเกิดมาในแผ่นดินนี้ คั้นบ่มีคุณสมบัติก็จิงมีคั้นบ่มีคุณสมบัติเข้าของก็หาบได้แล เหตุเฮาบ่ให้ฆ่าคนเพื่อดังนั้นแล อนึ่งเจ้าทั้งหลายก็อย่าผิดอย่าข้องกัน ให้พ้อมกันดูขอบบ้านขอบเมืองทั้งมวล อนึ่งต่างบ้านต่างเมืองทั้งมวล เขาจักกระทำเบียดเบียฬบ้านเมืองเฮาสิ่งใด ก็ให้รู้ให้เห็นแจ้ง อนึ่งสองเดือนให้ใช้เมือไหว้สาหาเฮาสู่บ้านสู่เมือง ให้เฮาฮู้อันฮ้ายอันดี สามปีจิงให้ตัวเจ้าทั้งหลายขึ้นเมือไหว้เฮา เมื่อฮอดเชียงดงเชียงทองพุ้นแล้ว เฮาจักได้บูชาแถนฟ้าขื่นทั้งแถนคมแถนแต่ง แถนชั่งแถนเถือก ทั้งเถ้าเยอเถ้าไลแม่ย่างามแม่มดบนทั้งเทวดาอันรักษาผาติงแลสบอู ทั้งสบเชืองแลแสนเขาคำทั้งสบคาน สบโฮบสบดงผากับแกตังนาย ทั้งหลักมั่นท้ายขันทั้งนาไฮเดียว ภูเขากล้าอายมาท้าวคอง อยู่หนองหล่มภูเขากล้าหั้น ทั้งผาหลวงขวางกอนฟานเยี่ยม ทั้งก้อนฟ้าอันหมายไว้ที่เชียงดงเชียงทองนั้นเป็นควาย ๓๖ ตัว คั้นเมื่อฮอดแล้วเฮาจักได้บูชาผีฟ้าผีแถนทั้งหลายฝูงนี้ และคั้นเถิงเดือนเจียงให้ขึ้นสู่บ้านสู่เมือง เดือนสามให้ฮวดเมืองชะวา คั้นผู้ใดบ่ขึ้นเฮาว่าบ่ซื่อต่อเฮาแล อันว่าให้เลี้ยงฟ้าเลี้ยงแถนปู่เจ้าฟ้าหลวงโงม หากได้สั่งเฮาไว้ให้รู้จักหัวใจเจ้าขุนทั้งมวล อันอยู่แผ่นดินเมืองลานช้างผู้ซื่อแลผู้คด จากเจ้าแผ่นดินหั้นแล ปู่เฮาเจ้าฟ้าหลวงโงมสั่งไว้สืบ ๆ มาดังนี้แล อนึ่งเจ้าทั้งหลายอย่าเอาไพร่เมือเป็นข้อย ไพร่ผิดกันเป็นอันหนัก เป็นต้นว่ามีชู้สู่เมียท่านให้ไหมเอาแต่ห้าบาท เขาหากฆ่ากันตายเอาตัวมันแทนผู้หนึ่งอันตายนั้น อนึ่งไปเสิกอย่าเอาค่าหัวไพร่แต่บาทหนึ่งถึงสองบาท ต่อเท่าเถิงฮ้อย ก็ว่าเป็นค่าหัว แล้วเจ้าขุนอย่าไหมไพร่กายฮ้อยขึ้นไปเทิงผู้ใดยังไหมจักเสียหน้าตัวมันจักเอามาใส่ต่างไพร่ พระยาฟ้าสั่งสอนเจ้าขุนทั้งหลายมากหนักกว่านั้น อันนี้ว่าสมพอก่อนแล แต่นั้นเจ้าขุนทั้งหลาย ก็ออกไปกินบ้านกินเมืองสู่แห่งหั้นแล พระยาก็เอารี้พลออกมาทางบกฮวดเชียงดงเชียงทอง เมื่อเดือนสี่ขึ้นสามค่ำวันอังคารมื้อกาบซะง่าหั้นแล นางแก้วฟ้าผู้เป็นเจ้าแทน ทั้งชาวบ้านชาวเมืองทั้งหลาย จิงมาสู่เข้าเล่าขวัญกระทำอุสาภิเษก ให้ขาเจ้าฟ้าทั้งสองผัวเมียเสวยราชย์เป็นท้าวเป็นพระยา ในเชียงดงเชียงทองมั่นยืนมีลูกหญิงลูกชาย สืบสายไปบ่ให้ขาด สืบเชื้อชาติแผ่นดินไปหั้นแล ฯ
เมื่อพระยาฟ้าผาบบ้านผาบเมืองทั้งมวลได้ แล้วจิงขึ้นมาอยู่เชียงดงเชียงทองยามนั้น คนทั้งหลายในเมืองลานช้างทั้งมวลเอาผีฟ้าผีแถนผีพ่อผีแม่เขาเป็นที่จั้งที่เพิง เขาก็ฮ้ายนัก เขาบ่ฮู้จักคุณพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เจ้าสักอัน อันใดท่ออ้างแก้วอ้างหารอ้างหอกอ้างดาบ นางแก้วฟ้าอันเป็นลูกพระยานครหลวง อันเป็นเมียพระยาฟ้าโงมนั้น นางจิงจากับผัวว่าเมืองอันใดบ่อมีศาสนาพระเจ้าดังนี้ ข้าก็อยู่บ่เป็นข้าจักคืนเมือหาพ่อข้า ชื่อเมืองพระนครหลวงพุ้นแล พระยาฟ้าผู้เป็นผัวจิงว่าคั้นดังนั้น เฮาพาไปไหว้พระนครหลวง ขอเอาศาสนาพระพุทธเจ้ามาเทอญ จิงแต่งนายคนใช้เอาคำไปสามหมื่นเงินสามแสนแก้วน้ำดงแก้วภูก่อแก้วจอมเพ็ชรทั้งมวลนี้เป็นบรรณาการแก่พระนครหลวง อันเป็นพ่อนางแก้วเก่งกัญญานั้นแล พระนครหลวงจิงฮมเพิงหาลูกตน อนึ่งก็อยากให้ศาสนาสัพพัญญูเจ้าแผ่ไปทั่วชมพูทวีปทั้งมวล จิงจักให้มหาเถรเจ้าตนหนึ่งชื่อว่าพระปาสมัน เจ้าตนพี่กับทั้งพระมหาเถรเจ้าเทพลังกา ลูกศิษย์พระทั้งสองมี ๒๐ คน จึงนำเอาพระบางเจ้าอันชาวลังกา ฮอมเอาเงินเอาคำมาตั้งไว้ที่พระเจดีย์หลวง แล้วเล่าบอกแก่พระมหาจุลนาคเถรเจ้าว่า ตูข้าทั้งหลายอยากหล่อพระพุทธเจ้าไว้โผดสัตว์ทั้งหลาย พระมหาจุลนาคเถรเจ้า ได้ยินชาวลังกาว่าดังนั้น จิงเข้าสมาบัติทะยานไปสู่ป่าหิมพานต์ ที่ก้อนหินเสลาบาทอันหร่างมีกับป่าหิมพานต์ แต่ปฐมกัลปพุ้น จิงพบเจ้ารัสสีซาวตน มีรัสสีทองตนหนึ่งรัสสีซาวตนหนึ่งสองตนนี้แก่กว่ารัสสีทั้งหลาย มหาจุลนาคเถรเจ้าจิงต้านจารจากับเจ้ารัสสี อันชาวลังกาอยากหล่อรูปพระพุทธเจ้านั้นจิงฮ้อนหนบันฑุกัมพลศิลาอาสน พระยาอินทร์วิสุกรรมเทวบุตรทั้งพระยาอินทร์แลเทวดาทั้งหลาย อันอยู่ชั้นฟ้าดุสิดายามาตาวติงสาจาตุมแลเทวดาทั้งหลาย อันอยู่ในแผ่นดินแลจักรวาฬทั้งมวล พร้อมกันมีพระยาอินทร์เป็นประธาน แลมหาจุลนาคเถรเจ้าเป็นประธาน ภายในจิงใช้รัสสีสองตนมาเอาเงินเอาคำดอมพระยาลังกา อันชาวลังกาหาก ฮอมไว้ที่มหาเจดีย์หลวง จักให้หล่อรูปพระพุทธเจ้านั้น เจ้ารัสสีจึงไปตระหมวดเอาเข้าของทั้งมวลแล้ว ท่อเม็ดข้าวฝ้างเอาแล คนท่อเม็ดงาดาได้แล้ว พระยาลังกาจิงเอาคำฮ้อยนิกขหนึ่งให้แก่เจ้ารัสสีเอาหล่อกับของชาวเมืองแลเทวดาทั้งหลาย พระยาลังกาจึงอธิษฐานว่าคำข้านี้ให้เป็นตีนทั้งสองให้เป็นมือทั้งสอง ให้เป็นหัวใจพระพุทธเจ้าเทอญ อธิษฐานแล้วสั่งเจ้ารัสสีทั้งสองว่า เมื่อใดหล่อพระเจ้าแล้ว เจ้ากูจงให้มหานาคเถรเจ้ามาหาผู้ข้าแด่ จักมุทธาภิเสกในเมืองลังกาพี้ให้ลือชาปรากฏทั่วทีปทั้งมวล คั้นพระยาสั่งสอนแล้ว เจ้ารัสสีก็ไปฮอดมหาจุลนาคเถรเจ้าหั้นแล พระอินทร์แลเทวดาทั้งหลายก็ฮอมเอาเงินคำ แลทองอันเป็นของแห่งตนมีมหาจุลนาคเถรเจ้า แลพระยาอินทร์เป็นประธาน จึงไว้หนักแก่วิสุกรรมเทวบุตรหล่อเมื่อจักหล่อนั้นเดือนสี่เพ็งวันอาทิตย์ยามจักใกล้รุ่ง ครั้นว่าหล่อแล้วมหาจุลนาคเถรเจ้า ทั้งพระยาอินทร์แลเทวดาทั้งหลายจิงนำเอามาตั้งไว้ในข่วงหลวงลังกากางเมือง จิงให้เมือสัญญาแก่พระยาลังกาพระยาจิงเอาราชสมบัติทั้งมวล มาบูชาธาตุพระพุทธเจ้าห้าองค์ใส่ในไตคำมาตั้งไว้ช่องหน้าพระพุทธเจ้า แล้วจิงถวายราชสมบัติทั้งมวลบูชาพระพุทธเจ้า พระยาลังกาจิงอธิษฐานว่าดังนี้ ผิว่าพระพุทธเจ้าองค์นี้จักตั้งอยู่โผดสัตว์ทั้งหลาย ในลังกาทีปแลชมภูทีปให้แล้วคำมักคำปรารถนาแห่งคนทั้งหลายดังนั้น จงให้ธาตุพระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์นี้ เสด็จเข้าในตนตัวพระพุทธเจ้าณบัดนี้เทอญ ครั้นว่าพระยาลังกาอธิษฐานแล้วดังนั้น ธาตุพระเจ้าก็เสด็จเข้าในหน้าผากองค์หนึ่ง เสด็จเข้าในต่อมคอองค์หนึ่งเสด็จเข้าในกลางอกองค์หนึ่ง เสด็จเข้าในฝ่ามือขวาองค์หนึ่ง เสด็จเข้าฝ่ามือซ้ายองค์หนึ่ง ธาตุพระพุทธเจ้าทั้งห้าองค์นี้ เสด็จเข้าในตนตัวพระพุทธเจ้ารูปเจ้าช่องหน้า มหาจุลนาคเถรเจ้ากับทั้งพระยาลังกา แลเสนาอำมาตย์ทั้งหลายหั้นแล เทวดาทั้งหลายแต่หมื่นโลกจักรวาฬทั้งมวล ตราบต่อเท่าเถิงชั้นฟ้าดุสสิดา สาธุการผายเข้าตอกดอกไม้บูชาประทูปประเทีปมากนักแล พระยาลังกาอยู่ ๗ วัน ๗ คืน จิงสร้างวิหารที่ข่วงหลวงหั้นไว้พระพุทธเจ้าแล ที่นั้นยังมีสระใหญ่อันหนึ่งข้างข่วงวิหารหั้นชื่อว่าสระบางพุทธาเขาลวดว่าพระบางเจ้า อนึ่งเขาเอานิมิตต์เมื่อไปเอาเงินคำดอมพระยาลังกาหล่อฮั้นแล เสนาชาวเมืองทั้งหลายว่าเอาของขาใส่บ้าง ๆ ว่าดังนั้น อันนี้เป็นโวหารชาวลังกาแล อนึ่งคั้นว่าผู้ใดได้ไหว้ได้บูชาพระพุทธรูปเจ้า ความอันเคียดแลตัณหากิเลส และพยาธิอันเกิดมีในเนื้อตน ก็ลวดน้อยลวดบางหายเสีย พระยาลังกาจิงเอานิมิตต์สามประการนั้นมาเป็นชื่อจิงเฮียกชื่อพระพุทธรูปเจ้าองค์นี้ว่า พระบาง เพื่อดังนั้นแล แต่นั้นพระเจ้าอยู่โผดสัตว์แลคนทั้งหลาย ในเมืองลังกาได้ ๗ ชั่วพระยาแล
มหาพุทธโฆษาจารย์เจ้าไปจารหนังสือในเมืองลังกา มาฮอดเมืองนครหลวงจิงเล่าต่อพระยานครหลวงว่า ยังมีพระบาทเจ้าตนหนึ่งอยู่เมืองลังกาวิเศษนัก ย่อมให้แล้วคำมักคำปรารถนาแห่งคนทั้งหลาย องค์พระเจ้านั้นหนักสี่หมื่นสี่พันห้าฮ้อย เป็นปัญจโลหะคำทั้งเงินทั้งทองหล่อกับดอมกัน อนึ่งหากเป็นแต่ตำนานแต่ลังกามากับพระบางเจ้าแล พระยานครหลวงได้ยินจิงใช้ไปทำมิตรทำสหายกับพระยาลังกาขอเอาธรรมไตรปิฏกทั้งสามกับทั้งพระบางเจ้า มาไหว้นบให้โผดสัตว์ทั้งหลายในเมืองนครหลวง พระยาลังกาจิงให้ธรรมไตรปิฏกทั้งสามมาก่อนพระบางเจ้าจิงหากเสด็จมาในเมืองนครหลวงเมื่อเดือนสี่เพ็ง อยู่โผดสัตว์ทั้งหลายในเมืองนครหลวง ได้ ๗ ชั่ว พระยาจิงได้มาอยู่ในเมืองลานช้าง เมื่อพระยาฟ้างุ่มแลนางแก้วเก่งกัญญา อันให้ไปขอดอมพ่อตนผู้ชื่อว่าพระยานครหลวงนั้น แลเมื่อจักเอาพระบางเจ้ามานั้น มีพระมหาปาสมันเจ้ากับเทพมหาลังกาเจ้าเป็นประธาน ชาวเจ้ามาดอมซาวตน จิงให้คนผู้เป็นคำคงรักษาพระบางเจ้าทั้งไตรปิฎกทั้งสาม แลพระสงฆ์เจ้าทั้งหลายมากนักผู้หนึ่งชื่อนรสิงห์ ผู้หนึ่งชื่อนรเดช ผู้หนึ่งนรสาด เขาทั้งสามนี้ประกอบด้วยศาสตร์เพททั้งมวล มีโหราศาสตร์เป็นเค้าแลคนการช่างสักช่างพระช่างเหล็กช่างทองช่างคำแลเครื่องหลิ่นทั้งมวล เป็นต้นว่าหลิ่นหนังรามเกียรติและฆ้องเม็งคุมเครื่องหลิ่นเครื่องเสพทั้งมวลจัดให้คนชาวนครหลวงมาปางนั้นสี่บ้านกับพระปาสมัน กับทั้งพระเทพลังกาเจ้านั้นพันหนึ่ง คนกับนรสิงห์พันหนึ่ง คนกับนรเดชพันหนึ่ง คนกับนรสาดพันหนึ่ง คนกับแม่นมนางเก่งกัญญาพันหนึ่ง ทั้งหญิงชายน้อยใหญ่ทั้งมวลสี่พัน จิงให้เมืองสายมาเป็นเมืองโอมนาง คนทั้งมวลฝูงนี้ พระนครหลวงเจ้าส่งให้มาดอมพระปาสมันเจ้าหั้นแล มาฮอดเมืองแกหั้น แม่นมนางแก้วเก่งกัญญาเป็นพยาธิมาบ่ได้ จิงอยู่ที่หนึ่งว่าโคบไผ่ดินเมืองแกหั้น เถ้าเมืองแกกับเจ้าหมื่นแกจิงแทกดินที่โคบไผ่ให้แก่แม่นมนางแก้วเก่งกัญญาแล้ว ลวงกว้างสองพันวาลวงยาวสองพันวา ให้เขาตั้งเป็นบ้านขวงเขาหั้นแล จิงได้ชื่อว่าบ้านไผ่แม่นมเพื่อดังนั้นแล อยู่หั้นสองเดือน พระยาฟ้าทั้งนางแก้วเก่งกัญญาจิงแต่งรับเอาพระนางเจ้าฮอดเมืองแก มาเจ้าหนื่นจันทร์ทั้งชาวบ้านชาวเมืองทั้งหลาย จิงราธนาพระเจ้าเซาที่ดอนจันทร์หั้นก่อน ท้าวพระยาทั้งหลายทั้งชาวบ้านชาวเมือง ก็ไปไหว้พระบางเจ้าทั้งไหว้พระมหาเถรเจ้าทั้งสองจิงถามท้าวพระยาทั้งหลายว่า ดังนี้ ที่ใดว่าปากบางไซที่ใดว่าปากปาสัก ที่ใดว่าโพนสบกที่ใดว่าหนองจันทร์ ที่ใดว่าหนองกระแดที่ใดว่าพังหมอพระมหาปาสมันเจ้าถามดังนั้น เขาจิงหาเจ้าเมืองเชียงมุงมาถามเถ้าเมืองเวียงจันทร์แลเถ้าเมืองเชียงมุง จิงบอกจิงเล่าบ่อนเล่าที่ทั้งมวลดังนั้น พระจิงเอาตำนานแต่เมืองนครหลวงนั้นมาอ่านดูแหม่นดังเถ้าเมืองแลท้าวพระยา ทั้งหลายบอกแท้แล พระจิงว่าอันที่ปากปาสักหั้นเจ้ารัสสีทั้งหลายหมายหลักไม้จันทร์ไว้ในที่นี้แล อันที่สระโพนสูงเบื้องตะวันออกเล่าข้างหนองกระแดมาก้ำตะวันตก เจ้ารัสสียังเอาหลักหินอันหนึ่งเป็นสี่เหลี่ยม หมายไว้แต่ธาตุพระเจ้าทั้งสี่ตนพู้น เป็นต้นว่าพระกุกกุสันโท พระโกนาคม พระกัสสปเจ้า มาใส่สิงคำตัวหนึ่ง อธิษฐานจิงเอาหลักหินหมายไว้ อันนี้เป็นธาตุพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ดีหลีแล ธาตุอันมาตกที่ในเมืองสุวรรณภูมิที่หลักหินเป็นเค้าแล เมื่อพระยาศรีธรรมอโศกราช ให้อรหันตาเจ้าทั้งหลาย เอาธาตุมาตกในเมืองอันนี้ที่หนึ่งว่ากู่พระหางที่นี้เป็นเค้า ที่หนึ่งพระนาราย ที่หนึ่งพระสาด ที่หนึ่งพระเขียน ที่หนึ่งพระนาเทียน สองที่นี้อยู่ในเมืองขวาง โลกบานที่หนึ่งว่าพระนม ที่หนึ่งว่าโพนผิงแดด อันที่ปากปาสักก้ำใต้อันเจ้ารัสสีใส่ธาตุอูปไม้จันทน์ไว้นั้นธาตุพระเจ้าทั้งสี่ใส่อูปแก้วทั้งสี่ลูก จิงอธิษฐานไว้หั้นแลอันนี้เป็นธาตุพระพุทธเจ้าทั้งสี่ตนนี้แล อันว่าเมืองชะวาอันเฮาจักเมืออยู่นั้น อันนั้นตนพระโคดมเจ้าได้มาโผดสัตว์ทั้งหลาย ตามดังพระพุทธเจ้าทั้งหลายแต่ก่อนพุ้นดีหลีแล ที่หนึ่งว่าผาบูนฟากน้ำของก้ำเหนือ เมือวันตกเหนือคกทอนหั้น ที่หนึ่งว่างอนสบโฮบเบื้องเหนือ ที่หนึ่งว่าภูเขาก้าที่หนึ่งหลุ่มภูเขาก้าก้ำมาน้ำของ เขาว่าก้อนหินหมอโลน ที่หนึ่ง หลุ่มภูเขาก้าก้ำมาวันออก ไต่สบห้วยช้างย่านเท็งฝั่งน้ำคานหัวนาเข้าจ้าวอรหันตาเจ้ายังไว้ฮอยตีนสี่อัน ท่อว่านิ้วตีนบ่สำแดงที่ภูเขาก้าก้ำเมือน้ำคานหั้นแล ศาสนาพระพุทธเจ้าอันมาตั้งอยู่ที่เมืองชะวา ยังจักเป็นไปเท่าห้าพันวัสสาพุ้นดีหลีดาย พระมหาปาสมันเจ้าว่าตำนานอันเฮาอ่านให้ท้าวพระยาทั้งหลายฟังนี้ หากมีแตปฐมกัลปพุ้นมา อินทร์พรหมทั้งหลายหากเขียนไว้ในแผ่นหิน อนึ่งในเมืองอินทปถนครพุ้นดีหลีดาย พระว่าดังนั้นแล อยู่หั้นได้สามวันสามคืน ผู้มักเมือทางน้ำก็เมือตัวพระมหาปาสมันเจ้าทั้งสอง ก็จิงเอาพระบางเจ้าออกมาเวียงคำหั้นแล พระยาเวียงคำจิงราธนาพระพุทธเจ้าไว้ไหว้นบเคารบบูชา พระบางเจ้าจิงกระทำปาฏิหาริย์เมื่อการคืนนั้นมากนักรุ่งเช้าแล้วเขาจิงแต่งออกมา เมืองชวา คนผู้หามพระเจ้านั้นมีแปดคนสู่วัน เมื่อจักมานั้นยอบ่ได้หนักนัก ๑๖ คนยอก็บ่ได้ ๒๔ คนยอก็บ่ได้ พระทั้งสองนายทั้งสามอันรักษา พระเจ้ามาแต่เมืองนครหลวงพุ้น จิงถอดสากดูสากออกว่าพระเจ้ามักอยู่หั้นก่อน เหตุว่าพระเจ้าหลิงเห็นพระยาฟ้างุ่มอยู่บ่ชอบโลกชอบธรรม แลข่มเอาค่าไฮค่านาข่มเอาลูกหญิงนางสาวเผื่อนแลเอาเมียเพื่อนมาอยู่มานอน ข่มเอาบ้านเอาเมืองเพื่อน ฆ่าเจ้าบ้านเจ้าเมืองเสีย คนทั้งหลายจักได้ขับหนีจากเมืองลานช้างเพื่อนั้นแล อนึ่งอายุนางแก้วเก่งกัญญาก็บ่มั่นยืนหลาย พระบางเจ้าหลิงเห็นสิ่งนั้น จิงบ่มาออดเมืองชะวาเพื่อดังนั้นแล แลอยู่โผดสัตว์ทั้งหลายหั้นก่อน ภายหน้าส่าลูกส่ำหลานอันเป็นเจ้าแผ่นดินเชียงดงเชียงทอง ชอบโลกชอบธรรมพระเจ้าจิงมาโผดสัตว์ทั้งหลายแล แต่นั้นพระมหาปาสมันเจ้ากับทั้งเทพลังกาเจ้า จิงไว้พระบางที่เวียงคำหั้นแล พระมหาเถรเจ้าทั้งสองกับทั้งนายสามคนนั้น จิงเอาหมู่ชุมขึ้นมาฮอดเมืองชะวาก่อน พระจิงมาต้านจารจากับพระยาฟ้าแลเสนาอำมาตย์ทั้งหลาย พระจิงเอาตำนานแต่เมืองนครหลวงมาอ่านตามตำนาน ให้พระยาแลเสนาอำมาตย์ฟังก็แหม่นบ่อนที่อันพระพุทธเจ้าทำนายไว้นั้นแล ที่นั้นพระพุทธโคดมเจ้ามาโผดสัตว์ทั้งหลาย ไว้บาทพระลักษณ์ก้ำซ้ายท่อบ่สำแดงนิ้วให้ ปรากฏแลตำนานหากออกว่าดังนั้น พระมหาปาสมันเจ้าจิงมาก่อเจดีย์วิหารตามนิทานตำนานแต่อินทปถนนครหลวงพุ้นมาแล อันว่าเมืองลานช้างชื่อว่าสุวรรณภูมินี้ก็หากมีในตำนานพระยาอินทร์เขียนไว้ที่ก้อนหินในเมืองอินทปถนครพุ้นแล
แต่นี้เมื่อภายหน้า จักว่าที่พระยาฟ้าแต่งบ้านแต่งเมืองอันชอบแลบ่ชอบนี้ก่อนแล ภายหน้าพุ้นยังจักมีส่ำหลานส่ำเหลน ผู้มีบุญสมภารได้มาตั้งพระเจดีย์อันใหญ่อันหลวง เป็นที่เพิงแก่สัตว์ทั้งหลายดีหลีแล พระบางเจ้าจิงจักมาโผดสัตว์ยามนั้น ที่เชียงดงเชียงทองหั้นแล พระยาฟ้างุ่มมีลูกชายสองคน ผู้หนึ่งชื่อว่าท้าวอุ่นเฮือนผู้หนึ่งชื่อว่าท้าวคำกอง เป็นแสนเมืองแก่ท้าวอุ่นเฮือนผู้เป็นพระยาสามแสนไทนั้นแล ลูกหญิงผู้หนึ่งชื่อว่านางแก้วเกษเกษี มีนำนางแก้วเก่งกัญญาลูกพระยานครหวงหั้นแล เมื่อพระยาฟ้างุ่มออกจากนครหลวง มีอายุได้ ๒๑ ปี มาผาบบ้านผาบเมืองทั้งหลายได้ ๔ ปี จิงมานั่งเชียงดงเชียงทองปีถ้วน ๕ เสวยราชย์บ้านเมืองนับแต่อายุท่านมาได้ ๒๕ ปี จิงฮอดเชียงดงเชียงทองหั้นแล นับแต่นั้นไปได้ ๑๕ ปี นางแก้วเก่งกัญญาจิงตาย แต่นั้นท่านอยู่บ่ชอบโลกชอบธรรม ตัดถ้อยสวนความอันผิดท่านว่าแหม่น อันแหม่นท่านว่าผิด อนึ่งข้อยคนเสนาอำมาตย์ท่านอันลุกแต่นครหลวงมานั้น ท่านเลี้ยงดูให้เพิงใจเขาสู่คนแม้เขาผิดบ่ว่าสัง อนึ่งเสนามนตรีแต่พ่อแต่เก่าอันบ่ได้ไปดอมตัวท่านลวดข่มเสีย เขาผิดน้อยก็ว่าผิดหลาย ฮอดโทษทั้งหลายฝูงนี้ เสนาอำมาตย์ใหญ่ทั้งหลายกับทั้งชาวเมือง และพระสงฆ์พร้อมกันจิงขับพระยาฟ้างุ่มหนีหั้นแล เมื่อท่านหนึ่งนั้นมีอายุได้ ๔๘ ท่านหนีทางตาดน้ำเมือตกเมืองน่าน อยู่ได้ ๒ ปีท่านจิงตาย เมื่อท่านตายนั้น จิงอธิษฐานไว้ว่าดังนี้ ดูกกูนี้ให้ส่งเมือเมืองลานช้างแด่ว่าดังนี้ เขาจิงสร้างวัดสบกระดูกอันหนึ่ง จิงได้ชื่อว่าวัดพระยาฟ้า พระยาน่านจิงเอากระดูกหน้าผากหยิบสนใส่ธุงดวงหนึ่งไว้บูชา พระพุทธเจ้าหั้นจิงเขียนความอันพระยาฟ้าสั่งไว้นั้น ใส่ในธุงหั้นว่าดังนี้ ธุงตัวนี้แลกระดูกหน้าผากพระยาฟ้า นี้แต่ว่าบุญท่านยังจักได้เลิกศาสนาพระพุทธเจ้า เมื่อส่ำลูกส่ำหลานส่ำเหลนพุ้น จงให้ลมพัดตัดเอาธุงอันนี้เมือฮวดเมืองลานช้าง ให้ลูกท่านได้สร้างเจดีย์วิหารไว้ดังท่านอธิษฐานนี้เทอญ พระยาน่านอธิษฐานแล้ว เทวดาจิงให้ลมพัดเอามาตกดอนสุงที่หนึ่งเขาจิงเอิ้นว่าดอนวานหั้นแล
เมื่อนั้นท้าวอุ่นเฮือนผู้ลูกได้เป็นพระยาแทนพระยาฟ้านั้น จิงเอาธุงหน้าผากอันนั้นมาตั้งสร้างเป็นเจดีย์ธาตุกู่ไตหั้นแล ภูกู่กางนั้นกระดูกฟ้าคำเฮียว ภูกู่เหนือนั้นกระดูกฟ้ามืดแล
บัดนี้จักจาพงศาท้าวพระยาไปภายหน้า เสนาทั้งหลายพระสงฆเจ้าเป็นต้นว่า พระมหาสามีเจ้าทั้งสองเป็นประธาน จิงเอาท้าวอุ่นเฮือนมาเป็นพระยาแทน จิงใส่ชื่อว่าพระยาสามแสนไทหั้นแล จิงเอานางน้อยนงเลียวลูกพระยาคำเฮียว อันเป็นลูกอาว์น้องพ่อพระยาสามแสนไทจิงเอามาเป็นนางแทน จิงใส่ชื่อว่าบัวแทนหั้นแล ยังมีพี่เลี้ยงผู้หนึ่งชื่อว่านางกาฮู้แต่งฮู้แบงสู่สิ่งสู่เหยื่องหั้นแล แต่นั้นบ้านเมืองก็กว้างขวางไปภายหน้า ศาสนาพระพุทธเจ้าก็รุ่งเฮืองไปหั้นแล แล้วจิงมา สร้างวัดแล้ว จิงเอาแก้วลูกหนึ่งอันนางแก้วเก่งกัญญา อันเป็นพระยาสามแสนไทนั้น เอาแต่เมืองนครหลวงมานั้นใส่ในอกพระพุทธเจ้าก็รุ่งเฮืองไปหั้นแล จิงใส่ชื่อว่าวัดแก้วหั้นแล เมื่อสร้างวัดแก้วแล้วจิงราธนาพระมหาเทพลังกาเจ้ามาเป็นพระมหาสามีเจ้าวัดแก้ว จิงให้อภัยแก่สัตว์ทั้งหลายผู้ควรฆ่าแลควรตีควรผูกควรเงินฮ้อยเงินพันขันคา คอก็ดี คั้นได้เข้ามาเขตต์วัดแก้วแล้ว ลวดบ่ให้กระทำบ่ให้เสียหนี้เสียเงินสัง ท่อให้มีข้าวตอกดอกไม้เผิ้งเทียนสมา แล้วให้บอกสอนไปหาเวียกหาการดังเก่า อภัยโทษเสียทั้งมวลหั้นแล จิงให้เขตต์ให้แดนให้ทานบ้านเมืองทั้งมวลกับวัดแก้ว เป็นอันมากอันหลายนัก ทั้งไทบ้านไผ่แม่นมทั้งตัวแม่นมให้ทานกับวัดแก้วหั้นแล เจ้าแผ่นดินทั้งสองผัวเมีย จิงตั้งคำปรารถนาว่า เผือข้าทั้งสองขอให้มีลูกชายสองคนผู้ประเสริฐ ลูกหญิงสองคนผู้ประเสริฐ มีผยาปัญญาสูสิ่งสูเหยื่อง อนึ่งอานิสงส์ผลอันได้สร้างวิหารแลพระพุทธรูปเจ้านี้ ให้ไปฮอดจอดเถิงปู่ย่าตายายเป็นต้นว่าขุนบรมราชาริราช แลนางยมมะพาลาทั้งนางน้อยเอ็ดแคงทั้งเผ่าพงศ์วงศาสู่คน ผู้ตายไปแล้วก็ดีผู้ยังบัดนี้ก็ดีอยู่ในทุกข์ให้พ้นจากทุกข์ อยู่ในสุขเห่งให้เถิงสุข ผู้ยังบัดนี้เป็นต้นว่าเจ้าแสนแลหมื่นหลวงแลเสนาอำมาตย์ ขุนหมื่นขุนพันกวานน้อยกวานใหญ่ ไพร่ฟ้าหน้าไททั้งหลาย ผู้ได้สร้างได้กระทำดอมก็ดี ผู้ได้อนุโมทนาดอมก็ดี พอแต่หูได้ยินก็ดีในเขตต์ขงเมืองลานช้าง ที่นี้สู่แห่งสู่ที่เทอญ พระยาสามแสนไทเจ้า ทั้งบัวแทนหลั่งน้ำแผ่ไปให้แก่สัตว์ทั้งหลายดังนี้แล แต่นั้นอยู่ไปได้สองเดือนมา นางจิงฝันเห็นภูซวงเป็นคำทั้งมวล ฮุงเช้าแล้วนางจิงเล่าต่อพระยาตนเป็นผัวแล แต่นั้นพระยาจิงเรียกหายังนักปราชญ์ทั้งหลายมา เป็นต้นว่านรสิงนรเดชนราสาด พระยาจิงให้นางเล่านิมิตต์คำฝันว่า เห็นภูซวงน้อยภูซวงหลวงเป็นคำหมดทั้งมวล พราหมณ์จิงถวายว่าเจ้าจักมีลูกชายผู้ประเสริฐเหตุเพื่อนางฝันนั้น แลเดือนสามออกห้าค่ำวันอาทิตย์ แต่นั้นนางก็ทรงครรภ์ไปเถิงเดือน ๑๒ ออกค่ำหนึ่ง จิงได้ลูกชายผู้หนึ่งอันม่มเดือนแล้วจิงใส่ชื่อว่าเจ้าลำคำแดงหั้นแล อยู่ปีหนึ่งเจ้าเมืองลานนาจิงเอาน้อยอ่อนสอทั้งเอาเมืองทินอม ทั้งไทเมืองพยาวมาดอมพันหนึ่งครัวพันหนึ่งพระยาสามแสนไท เจ้าจิงให้แปงโฮงหลังหนึ่งหอสูงหลังหนึ่งเป็นหอนอน จิงใส่ชื่อว่ากางหอสูงเชียงกาง ครัวไทยเมือง พยาวพันครัวนั้น จิงให้อยู่นอนท้ายภูเขาก้า จิงใส่ชื่อว่าง่อนพระยาว อยู่ได้ปีหนึ่งจิงมีลูกชายผู้หนึ่งตื่ม จิงใส่ชื่อว่าท้าวก่อนก่อเมือง ใหญ่มาแล้วพ่อจิงให้ไปกินเมืองเชียงสา จิงใส่ชื่อว่าเชียงสา พระยาโยทธิยาจิงส่งลูกสาวผู้หนึ่งชื่อว่า นางแก้วยอดฟ้ามาเป็นเมีย พระยาสามแสนไทเจ้าจิงแปงโฮงหลวงหลังหนึ่งเหนือสบดงให้อยู่ จิงใส่ชื่อว่าโฮงเชียงใต้หั้นแล นางมาอยู่ปีหนึ่ง จิงมีลูกชายผู้หนึ่ง จิงใส่ชื่อว่าท้าววังบุรีแลพ่อให้ไปกินเมืองประสมเล่ามีลูกหญิงผู้หนึ่งชื่อว่านางมหาไกล ใหญ่มาได้ ๕ ขวบจิงตายเสีย ผู้พี่อ้ายเอาดูกล่องมาสร้างไว้ที่ จิงใส่ชื่อว่าวัดศรีหอม จิงมามอบวัดอันนั้นมากับวัดแก้วเมืองชะวาหั้นแล อยู่น้อยหนึ่งพระยาเชียงฮุงจิงเอาลูกสาวมาเป็นเมีย พระยาสามแสนไทจิงให้อยู่หอท้ายเชียงทอง จิงใส่ชื่อว่าแมเหี่ยวโฮงทองหั้นแล มีลูกชายหนึ่งจิงใส่ชื่อว่าท้าวก้อนคำ พ่อให้ไปกินเมืองปากห้วยหลวง เจ้าปากห้วยหลวงมีลูกชายหนึ่ง ใส่ชื่อว่าท้าวต่อมคำ ๆ เป็นหลานพระยาสามแสนไท นับแต่พระยาสามแสนไท มีอายุได้ ๗๙ ปี หมอทายแต่น้อยว่าจักตายดิกน้ำ มาได้กินเมืองสังขานไปแค้นน้ำตายที่โฮงเชียงทองหั้นแล นางแทนผู้เป็นเมียนั้นจิงเอาลูกชายผู้ชื่อว่าเจ้าล้านคำนั้น มาเป็นพระยาแทนพ่อหั้นแล พระมหาสามีเจ้าวัดแก้วแลเสนาอำมาตย์ทั้งหลายจิงใส่ชื่อว่าสุวรรณปารัง พระยาจิงมาสร้างวัดหลังหนึ่ง สบกระดูกพี่ทิดว่าขึ้นแถนเมื่อสร้างแล้วใส่ชื่อว่าวัดสวนแถนหั้นแล เล่าสร้างอุโบสถหลังหนึ่งที่กงเมืองหั้นไว้ จิงราธนามหาสัทธาทิโกเจ้ามาเป็นมหาสามีเจ้าวัดโบสถ เล่าเอามหาสมุดเจ้ามาเป็นสงฆเสนาเจ้าอยู่สวนแถน จิงมาให้ทานผู้หนึ่งชื่อว่าทานลุงลวดมาเป็นเศรษฐีให้ค้ำคงวัดสวนแถน จิงเฮียกว่าเศรษฐีลุงลอดวัดสวนแถน นี้หากเป็นวัดสบกระดูกพระยาสามแสนไทเจ้าหั้นแล พระยาสุวรรณปารัง จิงได้มาเป็นเจ้าแผ่นดิน จิงฝันว่าได้กินน้ำใจใคกระเสลาแลได้ดอกบัวในสระหั้น จิงเล่าคำฝันแก่นักปราชญ์ทั้งหลายหั้นแล ๆ เขาจิงทายว่าเจ้ากูจักได้ลูกชายผู้ประเสริฐคนหนึ่งแล แต่นั้นไปพระยาจิงมีลูกชายผู้หนึ่ง จิงใส่ชื่อว่าท้าวไคบัวบานหั้นแล พระยาสุวรรณปารัง มีอายุได้ ๖๔ ปี จิงตายเขาจิงเอาไปเผาที่หนึ่งจิงสร้างวัดหลังหนึ่งสบกระดูก จิงใส่ชื่อว่ามโนรมหั้นแล แต่นั้นเมือภายหน้าจิงเอาเจ้าพรหมกุมารหลานพระยาสามแสนไท เป็นพระยาแทนได้สามปี มหาเทวีเอาหลานน้อยไปฆ่าเสียที่คกทอนหั้นแล แดนแต่นั้นไปนางเทวีผู้เป็นลูกฟ้าคำเฮียวนั้น ชื่อน้อยว่านางอามพัน เป็นเมียเค้าพระยาสามแสนไทนั้นแล แต่งบ้านแปงเมืองบ่เป็น พระสังฆเจ้าทั้งหลายเสนาอำมาตย์ที่พี่เลี้ยง ผู้ชื่อว่านางกานั้นห้ามขอว่าอย่าให้เฮ็ดให้กระทำก็บ่ฟัง แต่นั้นบ้านเมืองลวดเส้าศูนย์เสียหั้นแล แต่นั้นจิงมาเอาท้าวไคบัวบาน แทนเป็นพระยาได้ ๙ เดือนนางเทวีจักฆ่าเสีย เจ้าฮู้แล้วลักหนีนางเทวีให้ไปนำทันที่ผาคาว เขาจิงสระแปงเสียหั้น นางเทวีจิงให้ไปเอาท้าวเชียงสาอันเป็นพระยา ลูกนางน้อยอ่อนสอ มาเป็นพระยาได้ปีปายเกิ่งหนึ่งให้เอาไปฆ่าเสียคกเฮือหั้นแล แต่นั้นนางกาก็หนีเสีย มาตั้งบ้านอยู่ที่หนึ่งชื่อว่างอนภูสี เผ่าพงศ์วงศาเจ้าแผ่นดิน ลวดหนีไปควาลี้ควาซ่อนอยู่หั้นแล นางเทวีจิงให้ไปเอาพระยาปากห้วยหลวง มาเป็นพระยาได้ ๑๐ เดือน จิงขอหนีไปอยู่ปากห้วยหลวงดังเก่า ได้ขวบหนึ่งจิงตายเสีย เขาจิงเผาเสียปากห้วยหลวงก้ำเหนือ จิงสร้างวัดหลังหนึ่งชื่อว่าวัดสบกระดูกพระยาปากห้วยหลวง แลนางเทวีให้มาเอาเพียงขวาประสักเมือเป็นพระยาแทนบ่มักมา ยังมีผู้หนึ่งชื่อว่าหมอมนมันเอาข้อยจือของพระยาสามแสนไทเป็นเมีย มันจิงมีลูกดอมผู้หนึ่งชื่อว่าท้าวคำเกิด มันผู้เป็นเมีย จิงบอกชื่อช้างชื่อม้า เสนามนตรีทั้งหลาย เข้าของอันใดก็ดีมันก็บอกลูกมันไว้ให้จื่อได้สู่สิ่งสู่อัน มันจิงว่าลูกกูนี้พระยาสามแสนไทมาเกิดดาย ความอันนั้นลวดส่าไปฮอดมหาเทวี ๆ จิงให้ล่องมาเอาเมือเป็นเจ้าแผ่นดิน เหตุเพื่อว่าเขือทั้งหลายฮักพระยาสามแสนไทเจ้า คั้นไปเกิดที่ใดทั้งหลายก็นำเอาเพื่อสิ่งนั้น ได้มาเป็นเจ้าแผ่นดินแล้วจิงสร้างวัดหลังหนึ่ง เหนือสวนแถนหั้นแล นางเทวีจิงใส่ชื่อว่าวัดสีเกิดมันเป็นเจ้าแผ่นดินได้สองปีปายสองเดือน มันเป็นฮุงท้องแตกตาย นางเทวีแลหมอมนผู้เป็นพ่อจิงมาสร้างวัดสบกระดูก ที่ใต้บ้านเจ้าแม่กาหั้นจิงชื่อว่าวัดมนหั้นแล นางเทวีนั้นมันฮ้ายก้าแข็งเพื่อมันเอาลูกปู่เลี้ยงพระยาฟ้าเป็นผัวมัน มันใส่ชื่อว่าแสนหลวงเชียงลอ ทั้งหลายจิงว่าขานี้บ่ชอบโลกธรรมดีหลีแล เสนาทั้งหลายจิงเอาออกจากโฮงเชียงทองไปฆ่าเสียที่ผาเดียวฟากในเชียงทองหั้นแล ยามเมื่อนางเทวีตายนั้นอายุได้ ๙๕ แม่กาจิงมาขอเอาคาบดอมเสนาทั้งหลาย เมือเผาเสียบ้านท่านหั้น จิงสร้างวัดหลังหนึ่งสบกระดูกมหาเทวี จิงใส่ชื่อว่าวัดแม่กาหั้นแล เจ้าแม่กานี้เป็นพี่เลี้ยงมหาเทวีแล ฯ
บัดนี้จักเล่าพงศาแม่กาก่อนแล แม่กานี้มีลูกผู้หนึ่งเป็นนางสองหมื่นไต นางนั้นมีลูกสาวสองคน ผู้พี่อ้ายได้เป็นพุมเหนือเมื่อปางพระวิชุลราชเจ้านี้แล เจ้าพุมเหนือนั้นได้เอาน้องหรือพระวิชุลเป็นเมีย จิงมีลูกผู้หนึ่งชื่อว่าพระสองเมือง อันทั้งหลายว่าพระรูปนั้นแล แม่พระสองเมืองตายเจ้าพุมเหนือ ผู้ชื่อว่าเจ้าชายนั้น จิงมาเอาพี่เอื้อยพระยากาง ทั้งเป็นพี่เอื้อยตนพระไชยเชษฐาธิราชเจ้านั้นแล สามตนนี้เป็นลูกพ่อเดียวแม่เดียวกัน เชื้อพระยาจิกคำเอาเจ้าพุมเหนือจิงมีลูกนำผู้ใส่ชื่อว่าบุญสาน อันได้เป็นแสนเมืองลานช้าง จิงใส่ชื่อว่าอุปราชาหั้นแล อันนี้พงศาเจ้าแม่กาแลพระยาจิกคำเป็นโคตรเป็นวงศ์อันเดียวกันหั้นแล จาพงศ์พันธ์แม่กาก็แล้วเท่านี้ก่อนแล ฯ
แต่นี้ไปภายหน้าจักจาพงศ์พันธ์นักปราชญ์ก่อนแล นักปราชญ์เจ้าอันมาแต่เมืองนครหลวง เป็นต้นว่านรสิง ๆ มีลูกสองชาย ผู้พี่ชื่อว่านรเดชผู้น้องชื่อว่านรราช ขาเจ้าทั้งสองนั้นจบไตรเพททั้งสาม อันมีกำลังเร็วยิ่งนักผยาปัญญาทะยานขึ้นเมืออากาศกางหาวได้ ๒๒ ศอก ๑๘ ศอก ได้ ๑๖ ศอก อันนี้เป็นปกติ นรเดชมีลูกชายผู้หนึ่งจบไตรเพททั้งสาม นรราชมีลูกชายผู้หนึ่งก็จบไตรเพททั้งสามริทธิเฮวแฮงแลผยาปัญญาก็สิ่งเดียวกัน กำลังเขาเจ้าแลคนนั้นคนเฮา นี้ฮ้อยหนึ่งก็ดีพันหนึ่งก็ดี จับกุมต่อมือเขาเจ้านั้นแขนหักมือหัก หัวเข่าแตกออกดังนั้น ก็บ่อาจจักกุมเอาได้แล อันเชิงดาบเขานั้นฟันคนเมือต่อเถิงหมื่น ก็เจ็บก็ตายบ่อาจจักเอาได้ นักปราชญ์ทั้งสามอันเป็นพ่อเขาเจ้าทั้งสี่นี้ก็ตายไปด้วยสวัสดี ตามกำลังเขาเจ้าทั้งสามหั้นแล จักสร้างวัดหลังหนึ่งสบกระดูกนักปราชญ์ทั้งสาม ใส่ชื่อว่าวัดหัวขวงเชียงกาง พระมหาปาสมันเจ้าก็ตาย พระมหาเทพลังกาและพระมหาสามีเจ้าวัดแก้ว ก็จุติไปตามกรรม จิงมาแปงเจดีย์ดวงหนึ่งต่อหน้าวัดป่าหมันหั้น จิงใส่ชื่อว่าวัดพระพี่น้องทั้งสามหั้น แต่นั้นบ้านเมืองลวดเส้าศูนย์เสีย หาท้าวพระยาบ่ได้เถิงสามปี นักปราชญ์ทั้งสี่และเสนาอำมาตย์ทั้งหลายพร้อมกัน จิงมาเอาพระมหาสัทธาทิโกเป็นมหาสามี เจ้าวัดแก้วจิงมาเอาสมุทโคตเจ้าวัดป่าสมัน จิงได้ ชื่อว่าพระมหาสามีเจ้าตนพี่ตนน้องปางนั้นแล จิงจักได้ชื่อว่าราชครูเจ้าแผ่นดินเมืองลานช้าง หล่างมีสองตนแล นักปราชญ์ผู้จักเป็นที่แสงที่ถามหล่างมีสี่มีสอง คนทั้งหลายอันเป็นข้าเจ้าแผ่นดินจิงสุขเกษมมาเพื่อดังนั้นแล ฯ
บัดนี้จักจาพงศาพระยาฟ้าและพระยาสามแสนไทก่อนแล พระมหาสามีเจ้าทั้งสองและนักปราชญ์ทั้งสี่ และเสนาอำมาตย์ทั้งหลายจิงพร้อมกันไปราธนาพองชะวาประสัก มาเป็นเจ้าแผ่นดินเชียงดงเชียงทอง โฮงท่านอยู่ต้นเดื่อหานที่เวียงจันทน์หั้นแล เจ้าก็ขึ้นมา ตามนิมนต์ จิงมาฮอดเมืองชะวา พระมหาสามีเจ้าทั้งสองนักปราชญ์ทั้งสี่ กับทั้งเสนาอำมาตย์ทั้งหลาย พร้อมกันยอขึ้นให้เป็นเจ้าแผ่นดิน จิงใส่ชื่อว่าพระยาไชยจักรพรรดิ์แผ่นแผ้วนั้นแล เจ้าจิงมายอพระมหา สมุทรเจ้าเป็นธรรมเสนา ให้อยู่วัดมโนรม จิงเอาพระมหายานคัมภีร์เจ้า เป็นสังฆเสนาให้อยู่วัดโบสถ์กางเมือง จิงให้อาชญาอภัยโทษชีวิตแก่สัตว์โลกทั้งหลายโดยดังโบราณนั้น เจ้ามาเสวยราชมีลูกชายผู้หนึ่งชื่อว่าท้วเชียงลอ ให้เมือเป็นแสงเมืองแก่พ่อ จิงมีผู้น้องให้เมือกินเมืองกระบอง จิงใส่ชื่อว่าพระยาหมื่นเก้า ลูกชายผู้หนึ่งชื่อว่าเจ้าตนหล้า ให้ไปกินเมืองแก ผู้หนึ่งชื่อว่าวิชุลราชา ให้ไปกินเวียงคำ ทั้งท้าวหล้าพันหนอง ผู้หนึ่งชื่อว่าคำเฮือง ให้เมือกินเมืองชายและเมืองชอง จิงใส่ชื่อว่าเจ้าชายซอง ผู้หนึ่งชื่อว่าคำพาให้เมือกินเมืองขวา จิงใส่ชื่อว่าขวาเทพา จิงให้พ่อเลี้ยงผู้หนึ่ง ให้เมือเฮ็ดตางใส่ชื่อว่าขวาลูง ช้างตัวหนึ่งเมือแข็ง เมืองขวามีขแดงคีงแดงเป็นดังทองแดงนั้นแล้ว สูงได้เก้าศอก แต่เค้าหูก้ำขวามาเถิงเค้าหู้ก้ำซ้ายได้สามศอก จิงใส่ชื่อว่าเชยบั้งทอง ตัวนี้ช้างต้นเจ้าขวาเทพาแลเท่านี้ลูกชายพระยาไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้วหั้นแล ลูกหญิงผู้หนึ่งให้กินเมืองหมื่นหน้า ผู้น้องหญิงให้กินเมืองหมื่นแพน พระยาไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้ว มีลูกชายห้าคนลูกหญิงสองคน คั้นคนทั้งหลายว่าแม่หยัวเจ้านางหมื่นหน้า นางมื่นแพนนั้นแล บ้านเมืองแต่นั้นชายมุยกิน เวียงจันทน์แล จักเอาแต่ตาดน้ำไปใต้ ทั้งเมืองกระบองเป็นเมืองหมั้นเสนาอำมาตย์ทั้งหลายว่าบ่ชอบ จึงแต่งให้เด็กน้อยและนายหลวงทั้งสองล่องเอาไปฆ่าเสียที่ดอนจันทน์ มันมาหลิ้นน้ำหลิ้นไกลหั้นแล เขาจิงเอามันไปเผาเสียที่หนึ่ง จิงสร้างวัดหลังหนึ่งใส่ชื่อว่าวัดใต้หันแล อันว่าวัดประสักนี้พระมหาสมันเจ้าและนักปราชญ์ทั้งสาม เอาตำนานแต่งเมืองนครหลวงพุ้นมาว่ามหารัสสีเจ้าตนตั้งหลักไม้จันทน์ ทั้งหลักแก้วหมายบ้านหมายเมืองไว้ที่นี้แล พระมหาสมันเจ้าบอกให้ตั้งอารามทั้งพุทธรูปเจ้า ไว้ในที่นี้เทอญ พระว่าให้เมือเอาพระบางเจ้าขึ้นมาเซาหั้น ๗ วัน จิงออกมาเวียงคำหั้นแล เมื่อสร้างแล้วจิงใส่ชื่อว่าวัดประสักหั้นแล พระยาไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้วเจ้า จิงพิจารณาดูจิงได้หลานผู้หนึ่ง มีอายุได้ ๓๕ ปี มันเป็นหงอกแต่หนุ่มมีลูกสองชาย จิงให้มากินเมืองเวียงจันทน์ แต่พระน้ำฮุงมาเหนือเท่าเขตต์เมืองชายแล ขอบด่านทั้งมวลไว้อาชญาให้แต่งหั้นแล เขาจิงว่าพระยาจันทน์หงอกแดงเขาว่าเจ้าตนนี้แล แต่นั้นมาปีหนึ่งยังมีพระยาตนหนึ่งชื่อว่าแก่นท้าว ได้ช้างเผือกตัวหนึ่งมาถวายแก่พระยาไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้วเจ้าหั้นแล ช้างตัวนั้นสูงได้ ๗ ศอก รูปโฉมงามนักจิงแปงโฮงหลังหนึ่งไว้หลุ่มภูเขากล้าแคมน้ำคานหั้นแล พ่อหมอช้างผู้หนึ่งจิงทวยว่าช้างตัวนี้อยู่เมืองได้เถิง ๗ ปีเมืองอันนั้นก็จักวายแล มันทวยสิ่งนั้นผู้ทวยนี้แหม่นพ่อหมื่นช้างคำฮอน อันเป็นปู่หมื่นคานคอนแก้ว ว่าเป็นพระยานครคางมูมนั้นแล ได้ช้างเผือกสาปีความส่าเท่าบัวหลวงจิงให้ มาขอขนเมือดู พระยาเชียงลอเอาขี้ช้างเมือให้บัวหลวงดู พระยาบัวหลวงก็เคียดมากนัก จิงป่าวพลได้ปีหนึ่งปีลุนนั้นมาทางเมืองขวาสามล้าน ให้เสนาก้ำขวาชื่อว่าคกกงมาผู้หนึ่งไตหนึ่ง ผู้หลานม้างเมืองขวามีคน ๕ ล้าน ขันจักชนช้างเผือกเจ้าเชียงลอ เสนาผู้หนึ่งถือพลมา ๓ ล้าน ชื่อว่ากางกงมาทางเมืองซ้าย เสนาผู้หนึ่งชื่อว่าจุถวายไตวาง เป็นหลานเจ้าบัวขัน ๆ ชนช้างหมื่นจันตัวชื่อว่าพิมานคำ ให้เสนาผู้หนึ่งชื่อว่ากงการถือพลมา ๓ ล้าน มาทางพระน้ำฮุงเสียงสาให้เสนาผู้หนึ่งชื่อว่ากงผูแสด ถือพลมา ๓ ล้านมาทางเมืองกระบองแกวหลวง มาตกแผ่นดินเมืองลานช้างปางนั้นสองตื้อหั้นแล พระยาเชียงลอถือพลสองแสน ให้นรสิงห์นรนารายณ์ นรเดช นรสาด ๔ คน เขานี้มีคนล้านสี่พัน พันหลวงสี่หมื่น ไปรบแต่ต้นภูมุงเมืองมา แกวตายล้านหนึ่ง เถิงคาเข้าก็กุมกันลงมาจากภูมุงเมืองมานอนตีนภุมุงเมืองมานอนตีนภูกู่หั้นไตหนึ่งก็นอนที่หลักหมั้น พอยามเที่ยงคืนผีแถนมาเอิ้นบอกแก่ไตหนึ่งว่าเป็นความแกวว่า ท่านจักตายวันหน้าที่กางเมืองชะวาหั้น แล้วเล่ามาเอิ้นบอกพระยาเชียงลอว่า ให้ดาพระยาไชยเจ้าล่องหนีท่อน พระยาเชียงลอก็จักได้ชนช้างแกววันหั้น แล้วบ้านเมืองก็จักวายวันหั้น แล้วผีแถนมาเอิ้นบอกว่าสันนั้น ฮุงเช้าแล้วก็ดาช้างอันจักชนต้อนหน้าช้างเผือกนั้นสี่ร้อยตัว คนสี่หมื่น หมื่นหลวงหมื่นบุนขี่ช้างอ้ายตาขาว ถือพลแปดหมื่น ช้างตัวจักชนดอมแปดร้อย ออกมาทางงอน หมื่นหลวงลัดหลังไตหนึ่ง ช้างตัวนั้นงาก้ำขวาเป็นดังทบศอก งาก้ำซ้ายลงกกงาได้สี่กำ สูงได้เก้าศอกขวาลูชี่ช้างแดงตัวว่าไชยบอมทอง ชุมช้างหั้นได้แปดร้อย คนแปดหมื่นอยู่ทางผาเผิ้ง พลหลวงทั้งมวลตั้งนาข้าวจ้าวที่อันสร้างวัดวิชุณ บัดนี้แล เขาเจ้าทั้งหลายสี่ขุน คือว่านรสิงห์เป็นต้นถือพลออกสี่หมื่นไปตั้งนามุงคุณ รบมาเถิงนาไฮเดียว พระยาเชียงลอก็มาตั้งนาไฮเดียวหั้น หมื่นหลวงลัดหลังไตหนึ่งก็มาฮอดหั้น ขวาลูชนก็มาฮอดหั้นไตหนึ่งยังตั้งอยู่นาข้าวจ้าวไป่มา เจ้าหมื่นหลวงทั้งขวาลูถือพล มีช้างสองพันคนสองแสน เขาเจ้าทั้งสี่คนนี้คือว่านรสิงเป็นต้น ฮูมคนแกวแต่ยามตาวันเที่ยงเถ้ายามแลง แพ้แก้วสี่เถื่อคุงไตหนึ่งหั้นแล คนสองแสนช้างสองพันเลวแกวห้าล้าน ขาก็บ่แพ้แทงก็บ่แพ้ช้างพาควานแล่นหนีไปกินน้ำ แผ่นดินบ่ได้ย่ำท่อย่ำแกวตายหั้นแล แต่นั้นไตหนึ่งเข้ามาชนช้างเผือก ขลูวาวางไชยบอมทองใสกอนเบิ่งบัวหลวงมาฮูมสามตัวไชยบอมทองเอาหมดทั้งสาม ผู้หนึ่งว่าดือกองมาก้ำซ้ายไตหนึ่งชุมช้างมันสี่ตัว หมื่นหลวงหมื่นบุนวางอ้ายตาขาว ใส่ท้าวทั้งสี่แกวก็ตายทั้งสี่ โหนยก้ำขวาไตหนึ่ง ชื่อว่าหลีกพาชุมช้างมันมีหกตัววางมาก่อนไตหนึ่ง ข้อยพระยาเชียงลอผู้หนึ่งชื่อนายหลวงเหนือ มันขี่ช้างตัวหนึ่งชื่อว่าอ้ายหมากหญ้ามันชนอีก พาท้าวขาทั้งสองฮุมชนช้างหกตัวนั้นท่าวไป องค์ทั้งหกก็ตายไปขาทั้งสองตาย ช้างอ้ายหมากหญ้าทั้งไชยบอมทองลอยน้ำของหนี ผู้ว่านายหลวงเหนือนั้นแหม่นปู่เจ้าภูมิเหนือ อันว่าท้าวแจงพ่อท้าวบุญสารอันเป็นพระยาแสนนั้นแล แต่นั้นพลก้ำลาวเฮาก็บกบางไปหั้นแล
แต่นั้นไตหนึ่งก็เอาพลทั้งมวลเข้ามาชนช้างเผือกพระยาเชียงลอทั้งหมื่นหลวงหมื่นบุนชนไตหนึ่ง ที่นาไฮเดียวหันช้างเผือกเอาช้างไตหนึ่งท่าวลงมันก็ตายไปหั้นแล ช้างเฮาทั้งสองพันนั้นลางตัวก็ตาย ลางตัวก็ลอยข้ามน้ำคานหนี ลางตัวก็ข้ามน้ำของหนี หมื่นหลวงหมื่นบุนเอาทั้งหลายกวนรบชนกันหั้นท่านก็ตายช้างก็ตาย ขุนทั้งสี่เป็นต้น ว่า นรสิง นรนารายณ์ นรเดช นรสาด เขาเจ้าทั้งหลายนี้ แกวก็กุมเอาได้ทั้งเป็น มาเสียบหลักเสียที่นาข้าวจ้าว ที่สร้างวัดหัวของหั้นแล ตัวพระยาเชียงลอก็เจ็บก็ป่วยจิงขี่ช้างเผือกหนี มาฮอดโฮงเชียงทองจิงลงช้างไปเข้าเฮือเหล่มหนึ่ง ชื่อว่าเพเลากาเฮือลวดจมที่ท่าเชียงทองหั้นเจ้าก็ตายหั้น แล้วแกวมาเมืองลาวบางมีช้างห้าล้าน นายหลวงเขาอันเป็นเจ้าช้างห้าร้อยกับทั้งไตหนึ่ง ก็ตายหมดมื่อเดียว อันพระยาเชียงลอได้ชนที่นาไฮเดียวหั้นแล้ว เขาก็วางช้างวางม้าวางเคื่องเคาเสียหมด ยังมีผู้หนึ่งลูกดึกพาชื่อว่าองวางเอารี้พลทั้งหลาย อยู่สามวันจิงหนีเมือโฮมดูพลที่เมืองลาบได้คนสองแสนหั้นแล เขาจิงเมืออยู่ฟากน้ำมา อันเขาโฮมพลเอาก้อนหินมากองไว้นั้น เมื่อเขาขึ้นเมือเมือง เขาเอาก้อนหินขึ้นแลคนแลก้อน ค่อมได้คนห้าล้าน เสียคนตื้อปายห้าล้าน นายผู้ใหญ่มาปางนั้นสี่พัน ยังคืนหกฮ้อย เสียสามพันปายสี่ฮ้อย ย่อมเป็นโดยผู้ใหญ่ทั้งมวล ย่อมเป็นลูกเป็นหลานเป็นเชื้อแนวเจ้าบัวหลวงสู่คนหั้นแล เจ้าบัวหลวงจิงเคียด จิงตั้งอาชญาว่า ตั้งแต่นี้ไปไผอย่าชวนกันเมือเมืองล้านช้างท่อน เมืองอันนั้นหากเป็นเมืองพี่เมืองน้องกันแต่ชั่วขุนบรมราชาธิราช หากได้กินได้แช่งไว้ เราจิงดับจิงวายเพื่อสิ่งนั้นแล จิงป่าวคนในเวียงให้สัก ฮอยตีนลาวที่ขม่อมสู่คน ชาวนอกเวียงสักหน้า แลทั้งฮอยตีนไว้หั้นแล อย่าให้ไผชวนกันเมือเมืองลานช้างสักเทื่อไผยังมาชวนดูน้ำเมิกที่หน้าผากหั้นเทอญ เจ้าบัวหลวงตั้งอาชญาไว้ดังนี้ แต่แคมน้ำแท้เมื่อพุ้นไว้เป็นเมืองลานช้าง เก่าบูฮาน เขตต์ก้ำใต้เอาแต่เมืองมีฮ้านกว้านมีเสา แต่ตีนสุมเส้าน้ำเก่าแกว ไว้เป็นเขตต์เมืองลานช้าง ตามบุฮานปางก่อนท่อน ฯ
บัดนี้เมือหน้าจักจาที่เมืองลาวมาตั้งลุมแกวก่อนแล มหาสามีเจ้าวัดแก้ว ตนชื่อว่ายานสมุทกับทั้งพระธรรมเสนาเจ้า และเจ้าหยัวฮ้อยปายตน อยู่วัดแก้วทั้งวัดปาสมัน อยู่วัดสวนแถนสีเกิด ทั้งวัดโบสถ์กางเมือง ห้าวัดนี้ เบาหินแกวก้เบาเฮ็ดสัง ท่อลาวผู้เฒ่าผู้เบียวฝูงนี้เบาหินก็อยู่ดอมแกวก็เบาเฮ็ดสัง แกวฝูงเจ็บฝูงป่วยนั้น พระก็เอามาปัวดีแล้วก็หนี ผู้มักหนีเขาก็หนี ผู้มักอยู่เขาก็อยู่ แกวจิงมีในเมืองลาวตราบต่อเท่าบัดนี้แล พระมหาสามีเจ้าวัดแก้ว จิงให้พระธรรมเสนาเจ้า กับชาวเจ้าสามสิบตน ทั้งคนฝูงอยู่ดอมนั้น ล่องมาราธนาพระยาไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้วมาเสวยราชย์ เป็นพระยาดังเก่าเถิงสามทีเจ้าก็บ่มา จิงไปราธนาพระยาหล้าแสนไตตนกินเมืองแกนั้นมาเป็นเจ้าแผ่นดิน เจ้าก็มาตามนีรมนต์พระมหาสามีเจ้าและพระสงฆ์เจ้าทั้งหลายทั้งตามความพ่อตนหั้นแล คั้นว่าฮอดเชียงดงเชียงทองแล้วพระมหา สามีเจ้าทั้งพระยาไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้ว จิงให้อาราธนาเจ้าวิชุลกุมารตนไปกินเมืองทาราพันหนองทั้งเวียงคำนั้นมาเป็นแสนเมือง เจ้าตนนั้นมีช้างตัวหนึ่งเป็นมุงคุลนัก ชื่อว่าช้างบานงาอ้าเจ้าก็ขี่มาทางบกฮอดเวียงคำหั้น จิงมาตั้งคำปรารถนาต่อพระบางเจ้าหั้น ว่าภายหน้าผู้ข้าหากยังเมือฮอดเซียงดงเชียงทอง และยังแล้วคำมักคำปรารถนา ข้าจักแปงวิหารหลังหนึ่ง ลวงกว้าง ๑๐ วา ลวงยาว ๒๐ วา จักราธนาสัพพัญญูเจ้าเมือโผด อนึ่งข้อยก็นิมนต์ไว้นี่ แล้วแต่นั้นเจ้าก็ขึ้นมาทางบกฮอดเมืองชะวาหั้นแล พระมหาสามีเจ้าตนพี่ตนน้อง ทั้งพระเจ้าตนหล้าและชื่อเมือง เจ้าทั้งหลายจิงยอให้เป็นแสน ให้ไปอยู่เชียงลอหั้นแล พระเจ้าตนหล้ามาเป็นเจ้าเชียงดงเชียงทองปีหนึ่ง พระยาไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้วจิงตายที่เชียงคานหั้น จิงแปงหีบเงินใส่ไว้ จิงใช้ไปเล่าแก่พระยาศีโยทธิยา ปางนั้นพระยาไปเป็นเจ้าเมืองศีโยทธิยาจิงแต่งโลงคำลูกหนึ่ง โลงไม้จันทน์ลูกหนึ่ง พินพันแพห้าฮ้อยให้ขุนศรีราชโกษามาส่งชกาน พระยาไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้ว ๆ มีอายุได้ ๘๓ ปีจิงตาย จิงเผาเสียที่เชียงคาน จิงสร้างวัดสบกระดูกหลังหนึ่งที่เชียงคานนั้น ขุนศรีราชโกษาจิงคืนเมือคอบพระยาศรีโยทธิยา ปีลุนนั้นพระยาศรีโยทธิยาจิงแต่งเครื่องราชาภิเษก ให้ขุนอินทร์ ขุนพรหม ขุนศรีราชโกษาเอาเคื่องทั้งมวลขึ้นมาพร้อมกับมหาสามีเจ้าทั้งสอง และชื่อเมืองเจ้าทั้งหลายจิงอุสาภิเษกเจ้าตนหล้า ให้เป็นเจ้าแผ่นดิน เจ้าวิชุลกุมารให้เป็นแสนเมืองหั้นแล เมืองโยทธิยา เมืองลานช้างก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่นั้นมาพระยาเจ้าตนหล้าจิงมีปฏิญาณว่าเมื่อใดพี่เฮาเจ้าโยทธิยา ยังใค่ได้ใค่เอาไปที่แดนเมืองหั้นก้ำพุ้นมาให้เซาที่ชงาปีและห้วยประหวัดหั้นก่อน ก้ำนี้ไปจักให้เซาที่หนองบัวหั้นก่อนแม่นจักเป็นคำบ้านคำเมืองก็ดี แม่นจักเป็นคำซื้อคำขายก็ดี จิงให้มาต้านมาจากันที่แดนเมืองหั้น จิงใส่ชื่อว่านาสองฮักเพื่อสิ่งนั้นแล พระยาหล้าแสนไกเจ้า เป็นเจ้าแผ่นดิน ศักราชได้ ๘๕๓ ตัวปีฮวงเป้าเดือนห้าขึ้นสิบสามค่ำวันจันทร์ยามกองงาย แลเจ้าเสวยราชย์ได้ปีหนึ่งมหาสามีเจ้าตนพี่ ตนน้องก็ตายไปหั้นแล เจ้าแผ่นดินก็เลิกซากส่ง ซกานแล้วจิงราธนามหาเถรเจ้าคัมภิร เป็นมหาสามีเจ้าตนพี่อยู่วัดแก้ว เล่ายอมหาเถรเจ้าสัทธรรมวัง ให้อยู่เป็นเจ้าวัดปาสมัน เล่ายอมหาเถรเจ้าเทพหลวงเป็นธรรมเสนาให้อยู่วัดมโนรม พระเจ้าตนหล้าให้อาชญาแก่พระเจ้าพี่น้องทั้งสาม เป็นอันสิทธิ์อันคม คั้นว่าผิด ตนก็ดีผิดอาชญาท้าวพระยาฝูงอื่นก็ดี เป็นโจรจูดเล่าเผาบ้านก็ดี ฆ่าเจ้าเอาของก็ดี หลิ่นกับเมียท่านแลลักราชสมบัติก็ดี โทษทั้งมวลฝูง นี้คั้นเขาได้เข้าเขตต์พระเจ้าพี่น้องตนใดตนหนึ่งก็ดี ก็บ่ให้ผูกให้ฆ่าให้เสียชีวิตแล ท่อให้บอกให้สอนเขาเมือหาเวียกหาการดังเก่า สัตว์ทั้งหลายปางนั้นมีสุขมากนักแล นับแต่พระเจ้าหล้าเสวยราชย์ได้ ๔๐ ปี นับแต่เจ้าเกิดมาได้ ๗๔ เจ้าจิงได้นิพพานหั้นแล จัวนางแทนผู้เป็นเมียพระเจ้าพี่น้องทั้งสามแล เจ้าวิชุลอันเป็นแสนเมือง จิงมาส่งซกาน เผาเสียที่งอนเท็งโฮงเชียงกางหั้นแล จิงสร้างวัดสบกระดูกลูกหนึ่ง จิงใส่ชื่อว่าบุพพอารามอันเขาว่าวัดบวมพามนั้นแล จิงราธนามหาเถรเจ้าตนหนึ่งชื่อว่าสุเมธา มาเป็นเจ้าวัดหั้น ใส่ชื่อว่าสงฆเสนา ทั้งเอาท่านอาจารย์น้อยมาอยู่หั้น แต่งให้สอนธรรมจักแทน ให้ข้าวปีหกแสนเงินเดือนหกฮ้อย หมากเกือขิงเทียมเมี่ยงให้ท่านสู่เดือน ท่านนั้นมีผยาปัญญาจบไตรเภททั้งสามหั้นแล ทั้งหลายทำบุญส่งทานไปหาพระเจ้าตนหล้าบรบวร แล้วทั้งหลายจิงเอาลูกเจ้าตนหล้าผู้หนึ่งชื่อพระเจ้าชุมพูเจ้านั้นมีอายุได้ ๒๕ เสียตาก้ำหนึ่ง เจ้านั้นมีรูปโฉมอันงามนัก แลเจ้าเสวยราชย์แทนพ่อได้ ๓ ปีลวดตาย จิงเอามาเผาเสียที่หน้าวัดบวมพามหั้นแล จิงให้พ่อเลี้ยงผู้หนึ่งชื่อว่าหมื่นนาสร้างเจดีย์ลูกหนึ่งที่เผาหั้นจิงใส่ชื่อว่าเจดีย์หมื่นนาเพื่อดังนั้นแล ดูกพระชุมพูเจ้าจัวนางแทนผู้เป็นแม่เอาไปใส่อูบคำสองลูก มาใส่วัดสบที่ห้วยหลวงหั้น จิงให้กองข้อยสองฮ้อยให้เขารักษาจิงใส่ชื่อว่าวัดสบพระยาปากทั้งพระชุมพูหั้นแล อูบคำลูกหนึ่งเอาไปสร้างวัดปากชวยดอมกองข้อยหั้น ให้เขารักษากระดูกพระชุมพูหั้นแล อยู่ได้ ๔ เดือนลูกหญิงพระเจ้าตนหล้าผู้หนึ่งชื่อว่านางสีไว ก็ตายเอาไปเผาเสียที่ใต้วัดมโนหั้น จิงสร้างวัดสบกระดูกจิงใส่ชื่อว่าวัดเชียงกาง จิงให้เมืองอันหนึ่งชื่อว่าเมืองบางอยู่ดินเมืองสุย ทั้งให้นาสี่เผียก ทั้งให้ทานเศรษฐีสินกับหมู่ชุมทั้งมวลให้ค้ำคงวัดเลี้ยงกางหั้น นานมาได้ปีหนึ่งจัวแทนแม่พระเจ้าตนหล้าแลมหาสามีเจ้า เป็นประธานแลพระสงฆเจ้าทั้งหลาย กับเสนาทั้งมวลแลชาวเมืองพร้อมกัน จิงมายอเจ้าวิชุลราชอันเป็นแสนเมืองนั้น มาเป็นเจ้าแผ่นดินแทนพี่ตนน้องหั้นแล คั้นว่าเจ้าวิชุลราชาได้เป็นเจ้าแผ่นดินปีหนึ่ง ปีลุนนั้นให้ไปราธนาพระบางเจ้ามาทางบก มาไว้ที่วัดมโนรมหั้นก่อนแผ่นดินได้สามปี ยังมีนางผู้หนึ่งอยู่หลุ่มวัดสีเกิดหั้นแม่นางนั้นเป็นชาวสีเกิด พระเจ้าเชียงลอเอามาเป็นเมีย จิงมีนางนั้น ๆ ใหญ่มาพระวิชุลราชาไปฟังธรรมวัดสีเกิดแลเห็น จิงถามเชื้อถามโคตรดูว่าแหม่นเป็นลูกพระเจ้าเชียงลอ จิงเอาเมือเป็นเมีย จิงใส่ชื่อว่าจัวนางพันตีนเชียงหั้นแล เมียเค้านั้นทั้งหลายปูกสร้างให้เป็นบัวแทนเมียพระวิชุลราชเจ้ามีสองคนนี้แล พระวิชุลราชเสวยเมืองได้ ๗ ปีมีลูกหญิงหนึ่งดอมนางพันตีนเชียง ใหญ่มาได้สามปีแลตาย เอาไปเผาเสียหลุ่มวัดแม่กาหั้น จิงสร้างวัดสบกระดูกหลังหนึ่ง จิงใส่ชื่อว่าวัดอโศก อยู่ปีลุนจัวแทนอันเป็นเมียเค้านั้นเล่าตาย เอาไปเผาเสียที่งอนลินแสน เสร้าหั้นจิงสร้างเจดีย์ลูกหนึ่งที่เผาหั้นแล แต่นั้นอยู่ได้สามปีจัวนางพันตีนเชียง จิงฝันเห็นไม้ฮังต้นใหญ่นัก มีหง่ามีใบมีดอกงามยิ่งนัก ฮุ่งเช้าจิงเล่าแก่พระวิชุลราช ๆ เจ้าจิงให้หามาอาจารย์น้อยธรรมจุลลา อาจารย์สารพังมา ขาเจ้าทั้งสามนี้หากเป็นเชื้อเป็นชาติกันแต่นครหลวงพุ้นมา จิงทวยว่าเจ้ากูจักมีลูกชายผู้ประเสริฐ อันเป็นที่เพิงแก่คนทั้งหลายแล อยู่ได้ ๗ วันนางก็ทรงครรภ์เถิง ๑๐ เดือน จิงประสูตรออกมาก็เป็นผู้ชายแท้แล ออกปีฮวายยี พระวิชุลราชยินดีดอมลูกชายมากนัก อันนี้ก็หากได้ดังคำปรารถนากู ยามเมือจากเวียงซ้ำมาเป็นแสนเมืองนั้นแล ได้ปราถนาดอมพระบางเจ้า บัดนี้คำปรารถนาก็ได้ดังคำมักนี้แล บัดนี้กูจักสร้างเจดีย์อันใหญ่หนึ่ง ทั้งวิหารหลังใหญ่หนึ่ง แลเอาพระบางเจ้ามาไหว้บูชาเทอญ จิงราธนามหาสามีเจ้าวัดแก้วแลอาจารย์ทั้งสาม แลชื่อเมืองทั้งหลายมาต้านถามดู ที่อันจักตั้งเจดีย์วิหารให้เป็นไปในสถาน พระมหาสามีเจ้าวัดแก้ว แลอาจารย์เจ้าทั้งสาม เอาตำนานอันพระมหาสมันเจ้าเอาแต่เมืองนครหลวงมานั้น อ่านดูตำนานจิงออกว่ายังมีที่หนึ่ง ว่านาข้าวเจ้าที่หินก้อนหนึ่งกว้างได้ ๑๖ ศอก ยาวได้ ๑๘ ศอก อยู่ได้สบห้วยช้างหย่านหัวนาข้าวเจ้า หลุ่มภูเขาเก้าหั้นแล พระพุทธเจ้าทำนายไว้ว่า หินหน่วยกูนั่งนี้จักมีพระยาตนหนึ่ง อยู่ชอบโลกชอบธรรมจักมาตั้งศาสนาที่นี้แล ตำนานว่าสิ่งนั้น พระวิชุลราชเจ้ากับนางเทวีก็ยินดีมีใจภิรมย์มากนัก จิงตกแต่งให้เสนาทั้งหลาย เป็นต้นว่าหมื่นหลวงแลเจ้าชาย เจ้าขวาพูมใต้พูมเหนือหมื่นจันหมื่นแก ให้หาไม้อันจักแปงวิหารตีนแท่นตีนเชียงสี่พัน จ่าเฮือน ขุนพอง ขุนหอ กองข้อยทั้งหลาย ให้หาดินกี่อันจักตั้งเจดีย์กวมก้อนหิน อันออกในตำนานนั้นว่า พระพุทธเจ้านั่งนั้น มหา เทวีคำสร้างเจดีย์ พระวิชุลราชเจ้าสร้างวิหารหลวง ก่อเจดีย์ทั้งสร้างวิหารหลวงนั้นปีเตาสัน เดือนสามออกสองค่ำวันเสาร์ สามปีปายเจ็ดเดือนจิงแล้ว ฮูปพระพุทธเจ้าทั้งเจดีย์หลวง ลวงสูง ๒๓ วา จิงให้บ้านเมืองไฮนา กับแต่ทางหลวงหัวของ แจก้ำไต้ก้ำเทิง เถิงเมืองเท่าฮอดห่องลินแสนเสร้า เลาะดอมห้วยหันเลาะนั้นมาตกน้ำมาวล่องมาตกสบมาว ล่องน้ำคานมาเท่าท่าควายขึ้นไปดอมทางหลวงฮอดห่องลิน