ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 70/เรื่องที่ 7
ก่อนจะกล่าวเรื่องนี้ เราจะต้องกล่าวไว้ก่อนว่า ผู้ใดได้เสวยราชย์เป็นกษัตริย์องค์แรกที่ในแผ่นดินลาว กษัตริย์องค์แรกนั้นชื่อว่าขุนบัลลินนัว ได้เสวยราชย์ล่วงมาได้ประมาณหลายร้อยปีมาแล้ว และมีบุตรห้าองค์ ๆ หนึ่งได้เป็นเจ้าเมืองหลวงพระบาง องค์ที่สองได้เป็นเจ้าเมืองเวียงจันทน์ องค์ที่สามเป็นเจ้าเมืองพวน องค์ที่สี่เป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ และองค์ที่ห้าเป็นเจ้าเมืองเขมร แต่การครอบครองเมืองเหล่านี้ก็ไม่ได้จัดให้ถูกต้องตามฐานาศักดิ์ของเจ้าเมือง และผู้ใดได้เป็นเจ้าเมืองแทนเจ้าเมืองเหล่านั้นต่อไปข้าพเจ้าก็หาทราบไม่ กษัตริย์เมืองพวนองค์แรกที่ข้าพเจ้าทราบนั้นชื่อเจ้าหลวง ครั้นสิ้นพระชนม์แล้ว เจ้าชมภูผู้บุตรขึ้นเสวยราชย์แทน เจ้าชมภูล่วงไปแล้ว เจ้าเสียงผู้บุตรแทน ครั้นเจ้าเสียงล่วงไปแล้ว เจ้าน้อยผู้บุตรนั่งเมืองแทน เจ้าน้อยมีบุตรห้าองค์ ชื่อ เจ้าโพ, เจ้าทัพ, เจ้าพรหมมา, เจ้าอุง, เจ้าก่ำ แต่องค์แรกสี่องค์นั้นได้สิ้นพระชนม์ ยังอยู่แต่เจ้าก่ำได้ครองเมืองพวน กษัตริย์เวียงจันทน์องค์แรกนั้นชื่อเจ้าอินทร์ ครั้นล่วงไปแล้วเจ้านันทผู้เป็นน้องนั่งเมืองแทน ครั้นเจ้านันทล่วงไปแล้ว เจ้าอนุผู้เป็นน้องนั่งเมืองแทน เมื่อครั้งเจ้าชมภูเป็นเจ้าเมืองพวนประมาณ ๗๐ ปีมาแล้ว เมืองพวนได้ขึ้นกับหลวงพระบางและได้ส่งบรรณาการดอกไม้เงินปีละสองตำลึงทุก ๆ ปี เมื่อครั้งเจ้านันทได้เป็นเจ้าเมืองเวียงจันทน์ พระเจ้าแผ่นดินไทยได้มีโองการไปถึงเจ้าชมภูให้ยกกองทัพไปตีเมืองหลวงพระบาง ซึ่งได้ตีได้สำเร็จ ฝ่ายน้องเจ้านันทได้เกณฑ์ให้คนหนึ่งชื่อเขียวเป็นแม่ทัพยกไปรบกับเจ้าชมภู ๆ ปราชัย เจ้านันทจับได้แล้วได้เอาตัวส่งมาเวียงจันทน์ ให้เอาตัวไปแทงเสียด้วยหอก ครั้นเพ็ชรฆาฎได้พาตัวเจ้าชมภูเดินทางมาถึงตำบลที่จะฆ่าแล้ว ก็เผอิญฟ้าผ่าถูกหอกซึ่งเพ็ชรฆาฏถือนั้นหักสบั้นไป ครั้นเจ้านันทเห็นเหตุเป็นดั่งนี้แล้วจึงสั่งให้ปล่อยเจ้าชมภูไปครองเมืองพวนตามเดิม และให้ส่งเครื่องบรรณาการแก่เมืองเวียงจันทน์ตามที่เจ้าชมภูได้ส่งแก่เมืองหลวงพระบางแต่ก่อน ครั้นอยู่มาเจ้านันทได้ล่วงไป เจ้าอนุจึงได้ครองเวียงจันทน์แทน และในเวลาครั้งนั้นเมืองพวนได้อยู่ในการปกครองแห่งเจ้าน้อย ครั้นอยู่มาในปีกุน เจ้าอนุได้คิดกบฎยกกองทัพมาทำศึกกับพระเจ้าแผ่นดินไทย ๆ ได้จัดกองทัพออกไปตีทัพเจ้าอนุแตก เจ้าอนุจึงได้หนีเล็ดลอดไปเมืองญวน ณวันเสาร์แรมสองค่ำเดือนหกและได้ยกเมืองให้เป็นเมืองขึ้นกับเจ้าเมืองญวนเจ็ดเมือง คือ เมืองพวน เมืองเชียงกัน, เมืองสวย, เมืองจัมใหญ่, เมืองจัมน้อย, เมืองสอน, และเมืองลาม แล้วเจ้าเมืองญวนจึงให้เจ้าอนุไปอยู่ในเมืองพวน ซึ่งในเวลาขณะนั้นอยู่ในการปกครองแห่งเจ้าน้อย ซึ่งเป็นปู่ของพระพนมสารนรินทร ครั้นอยู่มาหน่อยหนึ่ง พระเจ้าแผ่นดินไทยได้ทราบความตามเรื่องราวเจ้าอนุแล้ว จึงได้โองการสั่งให้เจ้าพระยาโหราบดินทรเดชาเป็นแม่ทัพ เจ้าพระยาบดินทรเดชาจึ่งจัดให้พระพิเรนทรเทพคุมทหารเป็นทัพหน้ายกล่วงไปเมืองพวนก่อน แล้วเจ้าน้อยจึ่งได้ยกทัพออกมาบรรจบกับพระพิเรนทรเทพเจ้าจับเจ้าอนุได้ จึ่งได้ส่งตัวลงมากรุงเทพ ฯ ครั้นเจ้าเมืองญวนทราบข่าวว่า พระเจ้าแผ่นดินไทยจับเจ้าอนุไปได้ จึ่งได้ให้องรีบัดเป็นแม่ทัพยกไปตีเมืองพวนจับเจ้าน้อยและบุตรชายได้ ส่งมาเมืองญวน เจ้าเมืองญวนจึ่งให้เอาตัวไปแทงเสีย ครั้นเจ้าน้อยล่วงไปแล้ว เจ้าเมืองญวนจึงได้ตั้งให้เจ้าสานซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเจ้าน้อยนั้นขึ้นครองเมืองพวน และได้ให้ทหารไว้ ๓๐๐๐ สำหรับจะได้ป้องกันอาณาเขตต์ อยู่มาหน่อยหนึ่ง เจ้าสานเอาใจออกหาก เจ้าเมืองญวนมีหนังสือมาถึงพระพิเรนทรเทพว่าเมืองญวนนี้แต่ก่อนได้ เป็นอาณาเขตต์ของไทย และบัดนี้ขอให้พระพิเรนทร ฯ ยกกองทัพมาช่วยกันไล่พวกญวนออกไปเสียจากเมือง ครั้นพระพิเรนทร ฯ ทราบความแล้วจึงได้ยกกองทัพมาบันจบกับเจ้าสานล้อมพวกญวนไว้ และไล่ฆ่าฟันทหารญวนสามพันตายลงมาก ที่เหลือตายบ้างเล็กน้อยก็หนีไปเมืองญวน แล้วเจ้าสานจึ่งได้อพยพครอบครัวและชาวเมืองพวนมาตั้งบ้านเรือนอยู่หนองคาย แล้วให้เจ้าสากับเจ้าสาลีซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง คุมชาวเมืองพวนกลับไปครองเมืองพวนทั้งสองคน อยู่มาหน่อยหนึ่งพระพิเรนทรเทพได้พาเจ้าสานลงมาเผ้าพระเจ้าแผ่นดินไทย พระเจ้าแผ่นดินไทยจึ่งได้ทรงตั้งให้เป็นขุนนาง เมื่อครั้งเจ้าสานลงมาจากเมืองพวนแล้ว พวกชาวเมืองได้คิดประทุษฐร้าย จับเจ้าสากับเจ้าสาลีฆ่าเสีย ยกผู้อื่นขึ้นว่าการแทนได้ประมาณ ๑๕ ปี ครั้งนั้นเตดุยได้เป็นเจ้าเมืองญวน ๆ จึงสั่งให้ปล่อยบุตรเจ้าน้อย ซึ่งเจ้าเมืองคนก่อนได้จำคุกไว้นั้นกลับไปเมืองพวน ตั้งให้เจ้าโพครองเมือง ครั้นเจ้าเมืองหลวงพระบางทราบข่าวว่าเจ้าโพครองเมืองพวนจึงมีหนังสือไปถามว่า เจ้าโพจะยอมส่งเครื่องบรรณาการแก่หลวงพระบางตามเคยเหมือนอย่างบิดาเจ้าโพได้ส่งแต่ก่อนหรือไม่ ถ้าไม่ส่งแล้วจะยกกองทัพไปรบ, เจ้าโพจึงมีคำตอบไปว่า จะยอมส่งเครื่องบรรณาการแก่หลวงพระบาง เจ้าเมืองหลวงพระบางจึงมีคำสั่งลงมายังกรุงเทพ ฯ ด้วยเรื่องเจ้าโพนั้น พระเจ้าแผ่นดินไทยจึงทรงพระอนุมัติออกไปให้เจ้าโพครองเมืองพวนต่อไป และในเวลาขณะนั้น เจ้าเมืองญวนได้ยกมาเบียดเบียฬเมืองพวนอยู่เนือง ๆ เจ้าโพจึงได้สู้ยอมเสียส่วยให้ญวนอีกทุก ๆ ปี เพราะจะไม่ให้ญวนมาข่มเหงเบียดเบียฬต่อไป ครั้นอยู่มาเจ้าโพล่วงไป เจ้าอุงผู้เป็นน้องได้ว่าการแทน ในขณะนั้นพวกฮ่อได้มาย่ำยีชิงเอาหัวเมืองขึ้นซึ่งอยู่ปลายแดนข้างเหนือเมืองพวน คือเมืองลาใหญ่, เมืองลาน้อย, เมืองห้อ, เมืองคีว, เมืองลา, เมืองมัว, เมืองทัก, เมืองทาอวย, เมืองเมือก เมืองดอย, เมืองพวน ชาวเมืองเหล่านั้นเรียกว่ามอยแลภูไทย (แปลว่าไทย) แต่ว่าอยู่ในการปกครองแห่งญวน แลชื่อเหล่านั้นก็ได้เรียกตามคุณประโยชน์ของเมืองนั้น ๆ แล้วพวกฮ่อได้ยกมาตีเอาเมืองกัน, เมืองโสบัด, เมืองคำเหนือ, เมืองฮ่อ, เมืองคำใหญ่, เมืองลาน, เมืองออ, ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของเวียงจันทน์, แล้วพวกฮ้อได้ยกไปตีเอาเมืองเชียงคำ ครั้นเจ้าเมืองญวนรู้ความว่าพวกฮ่อมาย่ำยีเบียดเบียฬเมืองขึ้น จึ่งได้จัดกองทัพยกไปรบฮ่อที่ตำบลบ้านขัวแขวงเมืองเชียงคำ แตกพวกฮ่อ, แล้วแม่ทัพญวนจึ่งได้มีหนังสือไปถึงเจ้าอุง ซึ่งเป็นเจ้าเมืองพวนให้ยกมาช่วย แล้วเจ้าอุง เสียทีฮ่อ ตายที่บ้านบัว ทัพญวนก็แตกยับเยินไป ไม่ได้มารบฮ่ออีก อยู่มาไม่ช้านัก พวกฮ่อมีใจกำเริบขึ้นยกมาตีเอาเมืองพวนได้ในปีคริสตศักราช ๑๘๗๓ ก่อนฝรั่งเศสทำหนังสือสัญญากับญวนปีหนึ่ง ครั้นเมืองพวนเสียแก่ฮ่อ พระพนมสารนรินทรซึ่งเป็นหลานของเจ้าอุง ได้อพยพครอบครัวเจ้าอุงลงมาหนองคาย, แลพวกฮ่อก็ได้ตามตีลงมาจนถึงเวียงจันทน์ ครั้งนั้นพระยามหาอำมาตย์ได้ออกไปเป็นข้าหลวงว่าการเมืองอุบล ครั้นทราบกิจการแห่งพวกฮ่อแล้วจึ่งได้ยกกองทัพขึ้นไปเวียงจันทน์ ตีทัพฮ่อแตกยับเยิน หนีไปได้แต่หกคนเท่านั้น ในเวลาขณะนั้น พระยาราชวรานุกูล ได้ยกกองทัพออกจากหลวงพระบางตามพวกฮ่อขึ้นไป ตีทัพแตกสองทัพ ๆ หนึ่งที่นาบัวอีกทัพหนึ่งที่ทุ่งเชียงคำ พวกฮ่อได้หนีตั้งบ้านเมืองที่ตีได้สิ้น ครั้นพระยามหาอำมาตย์ทราบว่าพวกฮ่อแตกหนีไปหมดแล้ว จึ่งได้ให้พระพนมสารนรินทรไปเป็นเจ้าเมืองพวนพลาง ๆ ครั้นอยู่มาภายหลัง เจ้าขันทีซึ่งเป็นบุตรของเจ้าอุงนั้นขึ้นว่าการเมืองพวน ล่วงมาได้ประมาณ ๑ ปีแล้ว ครั้นฮ่อรู้ข่าวว่าทัพไทยกลับ จึ่งได้ยกมาตีเอาเมือง ซึ่งตีได้แต่ก่อนนั้นกลับคืนได้สิ้น ตั้งแต่เวลานั้นมา ฐานทัพศึกฝ่ายไทย จึ่งได้มีอยู่กับพวกฮ่อเนือง ๆ จนทุกวันนี้ พวกฮ่อเหล่านี้คือพวกจีนซึ่งตั้งซ่องสุมอยู่ในป่าเที่ยวเป็นโจรตีปล้นบ้านเมืองเล็กน้อยในพวกนี้ แบ่งออกเป็นสามพวก ๆ หนึ่งมีธงดำเป็นสำคัญ พวกหนึ่งธงเหลืองเป็นสำคัญแลอีกพวกหนึ่งนั้นซึ่งตีเมืองพวนได้มีธงแดงเป็นสำคัญ