ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 8/เรื่องที่ 2
หน้าตา
สำหรับงานที่มีชื่อทำนองเดียวกัน ดู จดหมายเหตุโหร
จดหมายเหตุโหร
ของจมื่นก่งศิลป์
ของจมื่นก่งศิลป์
จมื่นก่งศิลป์ ชื่อตัวชื่อหรุ่น เปนบุตรพระอัคเนศร (ม่วง) แลเปนหลานพระยาอภัยสรเพลิง ชื่อเดิมอย่างไรไม่ได้ความ ตั้งบ้านเรือนอยู่นอกกำแพงพระนคร ตรงน่าวัดราชบุรณะ
| ปีมโรง จ.ศ. ๑๒๑๘ | ณวัน ๖ ๒ฯ ๑๒ ค่ำ เสด็จลพบุรี | |
| ณวัน ๖ ๑ฯ ๑ ค่ำ กรมหลวงภูวเนตรนิพพานเพลาบ่าย ๕ โมง | ||
| ณวัน ๑ ๑๕ฯ ๒ ค่ำ เพลาบ่าย ๒ โมงเศษฟ้าร้องทิศอิสาณ | ||
| ณวัน ๔ ๓ฯ ๓ ค่ำ กลาสีแทงจีนกำกับกำปั่น ฝรั่งยิงกลาสีตกน้ำ เพลาบ่าย ๗ บาท | ||
| ปีมเสง จ.ศ. ๑๒๑๙ | ณวัน ๑ ๔ฯ ๕ ค่ำ เพลาหัวค่ำพระจันทร์เข้าในกติกา แต่รัศมีดาวอับไป | |
| ณวัน ๒ ๔ฯ ๕ ค่ำ พระวิสูตรโยธามาตย์ตีพระปิฎกโกศลบอบช้ำ ขึ้นขาหยั่งติดคุกเพลา ๔ โมง | ||
| ณวัน ๕ ๗ฯ ๖ ค่ำ พระปิฎกโกศลถวายพระพรขอโปรดให้ออกจากคุกเพลาเที่ยง | ||
| ณวัน ๓ ๓ฯ ๗ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงเศษเกิดลมพยุพัดหนัก ๆ เบา ๆ ทิศทักษิณตั้งแต่ขึ้นค่ำจนถึง ๔ ค่ำ | ||
| ณวัน ๗ ๑๓ฯ ๗ ค่ำ ฝนตกเพลาบ่าย ๒ โมง น้ำ ๒ นิ้ว | ||
| ณวัน ๓ ๒ฯ ๘ ค่ำ ฝนตกรองน้ำได้ ๓๑ นิ้วเพลาบ่าย ๓ โมง | ||
| ณวัน ๔ ๑ฯ ๙ ค่ำ เพลาค่ำแล้วทุ่ม ๑ เปนลูกลอยบนอากาศ ประมาณเท่าส้มเกลี้ยงอย่างกลาง พรรณเหมือนดาวตกทิศหรดี | ||
| ณวัน ๖ ๓ฯ ๙ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงแห่พระราชสาสนไปเมืองวิลาศ เพลาค่ำ ๓ ทุ่มฝนตกหนัก | ||
| ณวัน ๓ ๖ฯ ๑๐ ค่ำ ไฟไหม้หลังตึกหันแตรเพลายาม ๑ | ||
| ณวัน ๔ ๑๑ฯ ๑๑ ค่ำ เพลาย่ำรุ่งดาวอะไรหาทราบไม่ติดแง่พระจันทร์อยู่ข้างขวา | ||
| ณวัน ๖ ๔ฯ ๑ ค่ำ ไฟไหม้หลังวัดพระเชตุพนริมน้ำเพลา ๓ ทุ่ม ๘ บาท | ||
| ณวัน ๔ ๘ฯ ๑ ค่ำ มืดฝน เพลาเช้า ๓ โมงเศษฟ้าร้องทิศทักษิณ บ่าย ๓ โมงมีแดด เพลา ๒ ทุ่มเศษฟ้าร้องอิก | ||
| ณวัน ๑ ๙ฯ ๓ ค่ำ สมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยตายเพลาบ่าย ๕ โมง ๙ บาท | ||
| ปีวอก จ.ศ. ๑๒๒๒ | ณวัน ๒ ๘ฯ ๗ ค่ำ ช้างมาถึงกรุงเทพฯ มีการสมโภช | |
| ณวัน ๕ ๑๕ ฯ ๙ ค่ำ มีจันทรุปราคาเปนบาทคราธ | ||
| ณวัน ๑ ๖ฯ ๑๒ ค่ำ หลานเธอพระองค์จิตราภรณ์นิพพาน | ||
| ณวัน ๔ ๕ฯ ๓ ค่ำ ชักศพพระองค์จิตราภรณ์ | ||
| ณวัน ๖ ๗ฯ ๓ ค่ำ ถวายเพลิง | ||
| ณวัน ๗ ๗ฯ ๔ ค่ำ พระสงฆ์สามเณรเห็นโคมแขวนที่อารามโยนไปโยนมาจึงรู้ว่าแผ่นดินไหวเพลาทุ่ม ๑ กับ ๔ บาท รับช้างด้วย | ||
| ณวัน ๑ ๘ฯ ๔ ค่ำ เสด็จไปพระพุทธบาท | ||
| ณวัน ๓ ๒ฯ ๔ ค่ำ ไฟไหม้คลองบางหลวงตั้งแต่หลังวัดกัลยาถึงริมบ้านพระยาศาสดาเรือน ๑๐๐ เศษ | ||
| ณวัน ๕ ๔ฯ ๔ ค่ำ ฉลองช้างเผือกที่เขาแก้ว ๓ วัน | ||
| ณวัน ๑ ๗ฯ ๔ ค่ำ เสด็จกลับมาถึงกรุงฯ เพลา ๘ ทุ่ม ช้างออกเดินทางถึงเริงรางล้ม | ||
| ณวัน ๒ ๘ฯ ๔ ค่ำ บอกลงมาว่าช้างถึงเริงรางล้ม | ||
| ปีรกา จ.ศ. ๑๒๒๓ | ณวัน ๒ ๑๐ ฯ ๘ ค่ำ กรมหลวงสรรพศิลป์ปรีชานิพพานเพลา ๒ โมงเศษ | |
| ณวัน ๒ ๙ฯ ๘ ค่ำ ดาวหางขึ้นทิศพายัพ หางไปอาคเณย์ | ||
| ณวัน ๔ ๓ฯ ๘๘ ค่ำ ชักศพกรมสรรพศิลป์วัดบวรนิเวศน์ กรมหลวงมหิศนิพพานด้วย | ||
| ณวัน ๖ ๕ฯ ๘๘ ค่ำ ถวายเพลิงกรมสรรพศิลป์ ชักศพพระเจ้าลูกเธอด้วย | ||
| ณวัน ๒ ๘ฯ ๘๘ ค่ำ แห่ราชสาสนลงเรือ | ||
| ณวัน ๔ ๑๐ ฯ ๘๘ ค่ำ พระเจ้าลูกเธอกรมหมื่นวิศณุนารถ เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ ไปเมืองสิงคโปร์ ถือราชสาสน | ||
| ณวัน ๔ ๑ฯ ๙ ค่ำ ดาวหางหาย | ||
| ณวัน ๑ ๕ฯ ๙ ค่ำ พระองค์มงคลนิพพานเพลาเที่ยง | ||
| ณวัน ๑ ๑๑ฯ ๙ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงกับบาท ๑ ยกทัพไปเมืองเขมร | ||
| ณวัน ๒ ๕ฯ ๑๐ ค่ำ เช้า ๕ โมงเศษพระนางเธอนิพพาน | ||
| ปีจอ จ.ศ. ๑๒๒๔ | ณวัน ๓ ๑ฯ ๕ ค่ำ ชักพระศพสมเด็จพระนางเธอพระองค์เจ้ารำเพยภุมราภิรมย์ | |
| ณวัน ๕ ๑๑ ฯ ๑๐ ค่ำ ท่านเสียเพลา ๒ ทุ่ม | ||
| ปีชวด จ.ศ. ๑๒๒๖ | ณวัน ๖ ๗ฯ ๖ ค่ำ สมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลาเห็นช้างเผือก ได้ไล่เข้าคอกไว้ ฝนตกหนัก | |
| ณวัน ๗ ๘ฯ ๖ ค่ำ จับช้าง พระวังเมืองบาศแรก แสนใหญ่บาศ ๒ | ||
| ณวัน ๒ ๑๐ฯ ๖ ค่ำ พระที่นั่งกลไฟประทับวัดชุมพลเพลาย่ำรุ่ง เพลาเช้าโมงเศษกรมช้างถือหนังสือบอกขึ้นช้างมาถวาย | ||
| ปีฉลู จ.ศ. ๑๒๒๗ | ณวัน ๒ ๑๕ ฯ ๒ ค่ำ แรกแห่จนถึงณวัน ๗ ๕ฯ ๒ ค่ำ | |
| ณวัน ๕ ๓ฯ ๒ ค่ำ โสกันต์สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์เพลาเช้า ๓ โมง ๑ บาท | ||
| ณวัน ๑ ๖ฯ ๒ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมง ๔ บาทพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังสวรรคต เปนวันว่างแห่โสกันต์ในวันนั้น | ||
| ณวัน ๒ ๗ฯ ๒ ค่ำ แห่โสกันต์พระเจ้าลูกเธอ ๒ วรวงษ์เธอ ๑ วังน่า | ||
| ณวัน ๕ ๑๐ฯ ๒ ค่ำ โสกันต์อิก | ||
| ปีขาล จ.ศ. ๑๒๒๘ | ณวัน ๗ ๑๔ฯ ๕ ค่ำ เวลาสรงน้ำ ๕ โมงกับ ๙ นาที | |
| ณวัน ๖ ๑๓ ฯ ๖ ค่ำ แห่แต่ ๒ โมงกับ ๗ บาท | ||
| ปีเถาะ จ.ศ. ๑๒๒๙ | ณวัน ๕ ๙ฯ ๘ ค่ำ พระเจ้าลูกเธอกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศสิ้นพระชนม์เพลา ๔ โมงเช้า | |
| ณวัน ๖ ๑๕ ฯ ๑๐ ค่ำ เพลา ๑๑ ทุ่มเศษมีจันทรุปราคา | ||
| ปีมโรง จ.ศ. ๑๒๓๐ | ณวัน ๓ ๕ฯ ๗ ค่ำ ในเดือนนี้ฝนแล้งไปจน ๓ฯ ๑๑ ค่ำ มีแต่ประปรายไม่มาก นาสวนทำไม่ได้ | |
| ณวัน ๖ ๔ฯ ๙ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมงเศษเสด็จลงเรือไฟไปทเล | ||
| ณวัน ๗ ๕ฯ ๙ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงทอดประทับท้ายเกาะจานน่าพลับพลา ฝรั่งมาเฝ้าแล้วกลับไป ยิงสลุต ๒๑ นัด เวลาบ่าย ๓ โมงเศษออกเรือพระที่นั่งเที่ยวเล่นไปในทเล เพลาบ่าย ๕ โมงเศษประทับคุ้งมะนาวแรม | ||
| ณวัน ๑ ๖ฯ ๙ ค่ำ แลวัน ๒ ๗ฯ ๙ ค่ำ ประทับแรมคุ้งมะนาว | ||
| ณวัน ๓ ๘ฯ ๙ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเสด็จทางบกมาพลับพลา | ||
| ณวัน ๔ ๙ฯ ๙ ค่ำ บ่าย ๔ โมงเสด็จโรงฝรั่งเศส ดูกล้อง | ||
| ณวัน ๑ ๑๓ฯ ๙ ค่ำ เจ้าเมืองสิงคโปร์มาถึงเกาะจานเพลาเช้า ๔ โมง | ||
| ณวัน ๒ ๑๔ฯ ๙ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จที่เจ้าเมืองสิงคโปร์ | ||
| ณวัน ๓ ๑ฯ ๑๐ ค่ำ มีสุริยุปราคาเพลาเช้า ๔ โมง ๓ บาท ได้ทอดพระเนตรจน ๕ โมงจึงหมดดวง มืดอยู่ ๖ มินิต พระอาทิตย์ทรงกลดหมดดวง | ||
| ณวัน ๔ ๒ฯ ๑๐ ค่ำ เสด็จลงมาแต่พลับพลาเพลาเช้า ๕ โมงเศษ ออกเรือพระที่นั่งเพลาบ่าย ๓ โมงเสด็จจากเกาะจาน | ||
| ณวัน ๖ ๔ฯ ๑๐ ค่ำ ถึงกรุงเทพฯ เพลาบ่าย | ||
| ณวัน ๗ ๕ฯ ๑๐ ค่ำ พระโหรา ขุนเทพพยากรณ์ ขุนโลกพยากรณ์ กับโหร ๓ ๔ คนเปนโทษ | ||
| ณวัน ๕ ๑๐ ฯ ๑๐ ค่ำ ไม่เสด็จออก | ||
| ณวัน ๖ ๑๑ ฯ ๑๐ ค่ำ ประชวรหมอถวายพระโอสถ | ||
| ณวัน ๕ ๑ฯ ๑๑ ค่ำ ประชวรหนัก | ||
| ณวัน ๗ ๓ฯ ๑๑ ค่ำ ค่อยคลายประทัง | ||
| ณวัน ๕ ๘ฯ ๑๑ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเศษกรมขุนราชสีห์สิ้นพระชนม์ | ||
| ณวัน ๖ ๙ฯ ๑๑ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเศษพระบังคนเปนโลหิต | ||
| ณวัน ๗ ๑๐ ฯ ๑๑ ค่ำ ประชวรหนักพระโลหิตตกมาก | ||
| ณวัน ๒ ๑๒ ฯ ๑๑ ค่ำ ประทังอยู่ว่าทุเลาขึ้น พระราไชถวายพระโอสถ | ||
| ณวัน ๕ ๑๕ ฯ ๑๑ ค่ำ เพลาเช้าพระบังคนตกเท่าจานฝรั่งเปนโลหิต ๒ จาน ไม่เสวยยาพระราไช เปนแต่ยาหอมชื่นใจ เพลาบ่าย ๕ โมงรับสั่งว่าข้าอยู่ไม่ได้แล้ว จึงทรงเปนคาถาให้พระศรีสุนทรฟักเขียนจนจบคาถา หมอถวายยาไม่เสวย ครั้นเวลาย่ำค่ำหมอกลงพระจันทร์แจ่ม เพลา ๒ ทุ่ม ๙ บาทสวรรคต เพลายามเศษหมอกหาย จึงเชิญเจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์เข้ามา พร้อมกับต่างกรม กับพระสงฆ์ ๓๐ รูปเศษมีกรมบวรรังษีเปนประธาน จึงยกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์เปนขุนกรมพินิตประชานารถเปนวังหลวง จึงยกพระองค์ยอดในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเปนกรมหมื่นบวรวิไชยชาญเปนวังน่า เห็นพร้อมกันแล้วพระสงฆ์ทั้งปวงสวดชยันโต แล้วพระสงฆ์กลับ เสร็จเพลา ๒ ยาม | ||
| ณวัน ๖ ๑ฯ ๑๑ ค่ำ เพลาย่ำเที่ยงแล้วเชิญพระโกษฐมาประทับมหาปราสาท เชิญเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ประทับในพระที่นั่งอมรินทรด้านตวันออก ตำรวจวังน่าแห่พระองค์ยอดขึ้นไปวังน่าเพลาทุ่มเศษ เสนาบดีวังน่า ต่างกรม อ่านคำสาบาล พระสงฆ์ ๕ รูปสวดมนต์ ฝนตกมาก เสร็จเพลา ๔ ทุ่มเศษ เพลาบ่าย ๔ โมงตั้งล้อมวงกำกับประตู | ||
| ณวัน ๗ ๒ฯ ๑๑ ค่ำ ข้าราชการสาบาลถือน้ำ | ||
| ณวัน ๗ ๒ฯ ๑๒ ค่ำ ในเดือนนี้ราษฎรได้ความเดือดร้อน ด้วยอัฐจะเปลี่ยนตราทำใหม่ เลือกอัฐปลอม ของทั้งปวงก็แพง แต่มะพร้าว ๒ ผลเฟื้อง ฝนชุกนักแต่ณวัน ๑ ๔ฯ ๑๑ ค่ำมา | ||
| ณวัน ๒ ๑๑ ฯ ๑๒ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงเศษเสด็จออก ทรงพระราชทานพระกฐินวัดราชประดิษฐ | ||
| ณวัน ๔ ๑๒ฯ ๑๒ ค่ำ พระบรมราชาภิเศกพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์เกล้าเจ้าอยู่หัวเพลารุ่งแล้ว ๙ บาท ในวันนี้เปนดิถีมหาสูญ | ||
| ณวัน ๓ ๓ฯ ๑ ค่ำ ฝรั่ง ๑๓ นายมาเฝ้าที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยเพลาบ่าย ๒ โมงเศษ | ||
| ณวัน ๔ ๔ฯ ๑ ค่ำ เสด็จเลียบพระนครเพลาเช้า ๔ โมงเศษ | ||
| ณวัน ๔ ๑๑ ฯ ๑ ค่ำ ราชาภิเศกวังน่าเพลารุ่งแล้ว ๓ โมง ๔ บาท | ||
| ปีมเสง จ.ศ. ๑๒๓๑ | ณวัน ๕ ๑๒ ฯ ๖ ค่ำ จรดพระนังคัล | |
| ณวัน ๕ ๓ฯ ๗ ค่ำ ประหารชีวิตรอ้ายผู้ร้ายปล้นพระธรรมเจดีย์ ๔ คน กับผู้ปล้นอิกคน ๑ เปน ๕ คน | ||
| ณวัน ๕ ๑๔ฯ ๑๑ ค่ำ จองเปรียงยกโคม | ||
| ณวัน ๖ ๑ฯ ๑๒ ค่ำ เสด็จพระราชทานกฐินวัดเฉลิมพระเกียรติกลับแล้ว เพลาบ่าย ๔ โมงเศษเปนเมฆตั้งทิศตวันออกเฉียงเหนือ เปนเหมือนหางงูโตยาวย้อยลงมาจากเมฆ ประมาณหมากจืดหายไป ๆ ที่นาเหลือมอ้อ ดวงดาวย้อยลงมาทิศประจิม ลับนาพระนรินทร์ถึงนาพระยานครราชสิมา เปนควันไฟกลุ้มไปช้าหุงเข้าสุกหม้อ ๑ จึงหายไป | ||
| ณวัน ๑ ๒ฯ ๑ ค่ำ เปนช้างมาแต่เมือง | ||
| ณวัน ๓ ๔ฯ ๑ ค่ำ ข่าวช้างด่างมาถึงเมืองนนท์ เพลาบ่าย ๔ โมงเศษฝนพรำ ๆ เพลา ๒ ทุ่มเศษฝนตกน้ำชายคาหยด | ||
| ณวัน ๕ ๖ฯ ๑ ค่ำ เพลาบ่ายเตรียมเสด็จรับช้าง เสาเมรุกลิ้งทับขานายจำมะโนดทหารแตรหักบ้างขาดบ้าง หมอฝรั่งตัดขาเสีย แพช้างด่างมาถึงท่าพระเพลาบ่าย ๕ โมง ๓ บาท ขึ้นแต่แม่ ลูกไม่ขึ้น | ||
| ณวัน ๗ ๘ฯ ๑ ค่ำ จะเอาขึ้นที่ท่าพระ ลูกช้างไม่ขึ้น จึงถอยแพลงมาท่าเตียน แพถึงท่าเพลาบ่าย ๓ โมงเศษ | ||
| ณวัน ๑ ๙ฯ ๑ ค่ำ เพลารุ่งแล้ว ๓ โมง ๗ บาทยกเสาพระเมรุพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เพลาบ่าย ๓ โมงเศษช้างด่างขึ้นจากแพ | ||
| ณวัน ๔ ๔ฯ ๒ ค่ำ เวลา ๒ ทุ่มไฟไหม้แพปากคลองบางหลวงหลัง ๑ | ||
| ณวัน ๕ ๔ฯ ๒ ค่ำ เพลา ๑๑ ทุ่มไฟไหม้หลังกงสีล้งถึงสพานวัดสามปลื้ม | ||
| ปีมเมีย จ.ศ. ๑๒๓๒ | ณวัน ๑ ๘ฯ ๖ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมงเศษเสด็จเรือพระที่นั่งศรีทางคลองขุดพระภาษี ไปลงเรือกลไฟสองปล่องปากคลองกะทุ่มล้ม ใช้จักรไปถึงปากคลองเจดีย์บูชาเพลาบ่าย ๔ โมงเศษ ในวัน ๘ฯ ค่ำแรมปากคลองคืน ๑ | |
| ณวัน ๒ ๙ฯ ๖ ค่ำ รุ่งเสด็จถึงพระปฐมเจดีย์เพลาเช้า ๕ โมงเศษ | ||
| ณวัน ๔ ๑๑ฯ ๖ ค่ำ รุ่งแล้ว ๖ บาททรงยกยอดพระปฐม ฟ้าร้องทิศทักษิณ บ่ายโมงกลับแรมปากคลอง | ||
| ณวัน ๕ ๑๒ฯ ๖ ค่ำ รุ่งถึงวังเพลาบ่าย ๓ โมงเศษ | ||
| ณวัน ๖ ๕ฯ ๗ ค่ำ ประหารชีวิตรนักโทษที่หักคอแม่เลี้ยงวัดมหรรณพ์ ๒ คน | ||
| ณวัน ๑ ๑๔ ฯ ๗ ค่ำ เพลาบ่ายโมงเศษเจ้าคุณกรมท่าเก่า เปนเจ้าคุณผู้สำเร็จราชการในกรมท่า น้องเจ้าคุณผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ ถึงอสัญกรรม | ||
| ณวัน ๓ ๑๕ ฯ ๘ ค่ำ มีจันทรุปราคา | ||
| ณวัน ๖ ๒ฯ ๙ ค่ำ ในเดือน ๙ นี้กรมขุนวรจักรธรานุภาพเปนแม่กองชำระหางว่าวเบี้ยหวัดขุนหมื่น ตัดเบี้ยหวัดเสียทุกหมู่ทุกกรม ทั้งทหารพลเรือน | ||
| ณวัน ๔ ๑๔ ฯ ๙ ค่ำ เพลาบ่าย ๒ โมงพระอาทิตย์ทรงกลด เพลาบ่าย ๕ โมงฟ้าแดงเปนทาง ๆ ตวันออก | ||
| ณวัน ๗ ๒ฯ ๙ ค่ำ พระบาทสมเด็จพระจุฬาลงกรณ์เกล้าพระราชทานคำบอกทหารอย่างมคธให้กรมอักษรสาสนโสภณมาส่งให้ท่านทั้งปวง | ||
| ณวัน ๗ ๙ฯ ๑๐ ค่ำ เพลาบ่าย ๓ โมงเศษฝนตกหนัก ที่นาคลองขุดนอกวัดตึกออกไปฟ้าผ่าคนขี่ควาย คนตาย ๒ ควาย ๑ ที่เหลือมอ้อคนตาย ๓ ควาย ๒ | ||
| ณวัน ๒ ๑๑ ฯ ๑๐ ค่ำ ชักศพเจ้าคุณสำเร็จราชการกรมท่าที่เปนแม่กองพระปฐม | ||
| ณวัน ๔ ๑๓ ฯ ๑๐ ค่ำ เผาศพเจ้าคุณสำเร็จราชการกรมท่า ค่ำลงเพลา ๗ ทุ่มเศษฝนตกหนัก | ||
| ณวัน ๑ ๒ฯ ๑๐ ค่ำ ช้างสีประหลาดมาแต่เมืองนครศรีธรรมราชขึ้นท่าเตียน ไปยืนโรงสมโภชน่าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ช้างด่างสมโภชด้วย | ||
| ณวัน ๗ ๘ฯ ๑๐ ค่ำ สมโภชช้างเลิก | ||
| ณวัน ๒ ๑๐ฯ ๑๐ ค่ำ จนถึงณวัน ๔ ๑๒ฯ ๑๐ ค่ำ ใน ๓ วันเฉลิมพระชนมพรรษา ในพระบรมราชวังแต่งซุ้มไฟตะเกียง ตามบ้านข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือนก็แต่งด้วย เพลา ๑๑ ทุ่มเศษไฟไหม้ในพระบรมราชวังตำหนักเจ้าจอมมารดาสำลี | ||
| ณวัน ๖ ๖ฯ ๑๑ ค่ำ เพลารุ่งแล้วยังไม่ถึงโมง รุ้งขึ้นทิศบูรพ์ ๔ ตัว ครั้นพระอาทิตย์ขึ้นมาสายรุ้งเข้าผ่านกลางดวง | ||
| ณวัน ๕ ๔ฯ ๑๑ ค่ำ แห่พระนิรันตรายไปวัดราชบพิธ กระบวนหัวล้านนมยาน แห่ประหลาดต่าง ๆ หลายอย่าง เปนการสนุกมากนัก แห่ตั้งแต่ประตูวิเศษไชยศรี ไปถนนเจริญกรุง ไปประตูสพานเหล็ก ตรงไปประตูผี เลี้ยวถนนบำรุงเมือง เลี้ยวมาวัดราชบพิธ เพลาบ่าย ๔ โมงจนทุ่ม ๑ จึงเสร็จ | ||
| ณวัน ๖ ๕ฯ ๑๑ ค่ำ ลงมือทอดกฐินหลวง | ||
| ณวัน ๒ ๘ฯ ๑๑ ค่ำ ไล่ตึกแถวถนนเสาชิงช้า ลงมือรื้อตึก คนขนเข้าของแตกตื่นกันมากนักในถนนนั้น ครั้นณวัน ๒ ๑ฯ ๑๒ ค่ำ ไล่บ้านร้านตลาด ที่ตลาดบ้านหม้อขยายถนนฟากตวันออก ๘ ศอก ที่เรียกว่าถนนเฟื่องนครนั้นต้องรื้อกันตลอด | ||
| ณวัน ๑ ๗ฯ ๑๒ ค่ำ เสด็จเรือกลไฟสองปล่องไปกรุงเก่า | ||
| ณวัน ๒ ๘ฯ ๑๒ ค่ำ พระราชทานกฐิน | ||
| ณวัน ๕ ๑๑ ฯ ๑๒ ค่ำ กฐินวัดประดู่ แล้วเสด็จล่องลงมาทอดพระกฐินวัดบางปอินถึงกรุงเทพฯ | ||
| ณวัน ๔ ๑ฯ ๑ ค่ำ ไล่ตลาดบ้านหม้อไปตึกใหม่ที่วัดญวน | ||
| ณวัน ๒ ๖ฯ ๑ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมงจีนทำงานในพระบรมราชวังตักน้ำที่สระข้างโรงพิมพ์ตกสระตาย | ||
| ณวัน ๖ ๑๐ ฯ ๑ ค่ำ เสด็จถนนใหม่สพานเหล็กไปจนถึงบางคอแหลมเพลาบ่าย ๔ โมงเศษ | ||
| ณวัน ๕ ๑ฯ ๑ ค่ำ ดาวพระพฤหัศบดีเคียงพระจันทร์ข้างทิศหรดี แล้วเร่มาทางประจิมเพลาตั้งแต่ค่ำจนถึง ๔ ทุ่ม | ||
| ณวัน ๑ ๑๑ฯ ๑ ค่ำ ในเดือนนี้มีพระบรมราชโองการชำระพระนักสวดลำต่าง ๆ ส่งมาเปนทหาร | ||
| ณวัน ๖ ๒ฯ ๒ ค่ำ ได้ลงมือสักท้องข้อมือหมายหมู่แต่หลังมือนั้น สักว่าห้ามอุปสมบทสักเปน ๒ แถว | ||
| ณวัน ๕ ๑๒ ฯ ๔ ค่ำ ช้างมาแต่ราชบุรีสีประหลาดเล็บขาวพลายสูง ๓ ศอกเศษ ขึ้นโรงเพลาบ่าย ๓ โมง | ||
| ณวัน ๒ ๑ฯ ๔ ค่ำ เพลา ๒ ทุ่มเศษกรมหมื่นภูบดีสิ้นพระชนม์ | ||
| ณวัน ๕ ๔ฯ ๔ ค่ำ เช้า ๕ โมงเศษพระราชดำเนินเรือรบกลไฟไปเมืองสิงคโปร์แลเขตรแดนฝั่งตวันตก | ||
| ปีมแม จ.ศ. ๑๒๓๓ | ณวัน ๗ ๑๑ฯ ๕ ค่ำ พระจุฬาลงกรณ์เกล้าเสด็จพระราชดำเนินไปเมืองสิงคโปร์ เมืองกะหลาป๋า เมืองสำปาหลัง กลับมาถึงกรุงเทพฯ ขึ้นสรงน้ำเพลาค่ำแล้ว ๕ บาท | |
| ณวัน ๔ ๑ฯ ๖ ค่ำ ลงมือจับสักได้ ๓ วันหยุด คือขึ้น ๓ ค่ำ | ||
| ณวัน ๗ ๔ฯ ๖ ค่ำ หยุดจับชำระกันคราว ๑ | ||
| ณวัน ๔ ๘ฯ ๖ ค่ำ จรดพระนังคัล | ||
| ณวัน ๗ ๒ฯ ๗ ค่ำ ในข้างขึ้นเดือนนี้ข้าราชการแต่งผ้าฅอเสื้อผูกฅอ ด้วยเปนธรรมเนียมฝรั่งธรรมเนียมนอก | ||
| ณวัน ๔ ๑๓ ฯ ๗ ค่ำ เสด็จไปผูกโบถวัดโคกไผ่แล้วเสด็จเมืองราชบุรี สั่งทำวังบนเขา | ||
| ณวัน ๖ ๑๕ ฯ ๗ ค่ำ น้ำเข้าทุ่งแควใหญ่เพลาค่ำ | ||
| ณวัน ๗ ๑๔ ฯ ๘ ค่ำ เจ้าพระยายมราชถึงอสัญกรรมเพลากลางคืน | ||
| ณวัน ๒ ๑ฯ ๘ ค่ำ ฝนไม่ตกเข้าพระวษา | ||
| ณวัน ๔ ๑ฯ ๑๐ ค่ำ ลางคนว่ากลางคืนวันพระ กรมหลวงวงษาธิราชสิ้นพระชนม์เพลาย่ำรุ่งแล้ว | ||
| ณวัน ๓ ๗ฯ ๑๐ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงเศษพระอาทิตย์ทรงกลด | ||
| ณวัน ๔ ๗ฯ ๑๐ ค่ำ ประหารชีวิตรอ้ายจีนฆ่าเจ้าเงินตายตลาดน้อย | ||
| ณวัน ๗ ๑๐ฯ ๑๐ ค่ำ ชักศพเจ้าพระยายมราชวัดสามปลื้ม | ||
| ณวัน ๑ ๑๑ฯ ๑๐ ค่ำ เจ้าแดงตายเพลาบ่าย ๒ โมงเศษ | ||
| ณวัน ๓ ๔ฯ ๑๒ ค่ำ จับอ้ายโพ ๑ อ้ายชื่น ๑ ผู้ร้าย ได้หลังบ้านสาย ชำระเปนสัตย์ | ||
| ณวัน ๗ ๘ฯ ๑๒ ค่ำ ประหารชีวิตรอ้ายโพ ๑ อ้ายชื่น ๑ ผ่าอกตัดศีศะที่วัดชีตาเห็นบ้านปากไห่ เปนผู้ร้ายปล้นพวกอ้ายอ่วม | ||
| ณวัน ๒ ๑ฯ ๑ ค่ำ ประหารชีวิตรอ้ายใหญ่พี่ อ้ายรงน้อง อ้ายมาเจ้า ๓ คนผู้ร้ายปล้นพวกอ้ายโพ อ้ายอ่วม อ้ายอ่วม ๑ อ้ายคง ๑ ตัดท่อนกลางตัว อ้าย ๙ คน ฟันฅอ | ||
| ณวัน ๗ ๖ฯ ๑ ค่ำ ลดโคม | ||
| ณวัน ๒ ๘ฯ ๑ ค่ำ ประหารชีวิตรผู้ร้ายปล้นพวกอ้ายอ่วมตาย ๑๑ ส่งเปนทหาร ๓๑ ส่งคุก ๙ ริมเพนียดข้างศาลเจ้าด้านเหนือ | ||
| ณวัน ๓ ๘ฯ ๑ ค่ำ ชักศพกรมหลวงวงษาไปเมรุวัดแจ้ง | ||
| ณวัน ๕ ๑๐ฯ ๑ ค่ำ บ่าย ๔ โมงเศษฝนตกปรอย ๆ ๕ โมงเศษพระราชทานเพลิง | ||
| ณวัน ๖ ๑๑ฯ ๑ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมงเศษหล่อพระรูปพระเจ้าแผ่นดินทั้ง ๔ พระองค์ เพลาบ่าย ๔ โมงเศษฝนตกไปจนยาม ๑ ฟ้าร้องทิศทักษิณ | ||
| ณวัน ๗ ๑๒ฯ ๑ ค่ำ หล่อพระรูปพระพุทธยอดฟ้า ๑ พระพุทธเลิศหล้า ๑ พระนั่งเกล้า ๑ พระจอมเกล้า ๑ | ||
| ณวัน ๓ ๕ฯ ๓ ค่ำ ไฟไหม้สพานวัดเลียบแง้มใต้เพลาค่ำแล้ว ๕ บาท | ||
| ปีวอก จ.ศ. ๑๒๓๔ | ณวัน ๔ ๑๔ฯ ๗ ค่ำ พระองค์เจ้าอิศรวงษ์ในเจ้าจอมมารดาแสง บุตรท่านกรุงเก่าจ่าแสน สิ้นพระชนม์ | |
| ณวัน ๑ ๔ฯ ๘ ค่ำ สำเร็จโทษหม่อมเจ้าเดื่อเพลาเช้า ๒ โมงเศษบางกะสัน โทษลักเพ็ชรลักเปลี่ยนพลอยที่พระมหาสังข์พระแสง ชำระเปนสัตย์ | ||
| ณวัน ๑ ๑๕ฯ ๘๘ ค่ำ เพลา ๕ ทุ่มเศษเกิดเพลิงไหม้สำเพ็งตรอกแตง ๑๐๐ เรือนเศษ | ||
| ณวัน ๔ ๙ฯ ๙ ค่ำ สมเด็จเจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมีข้ามไปอยู่วังปากคลองบางหลวง เพลา ๒ ทุ่มกินโต๊ะ | ||
| ณวัน ๖ ๑๑ฯ ๙ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงเศษจีนแห่เจ้ามาแต่สำเพ็ง ถึงวัดมหรรณพ์ ย้อนมาทอดพระเนตรน่าพลับพลา กลับมาบ่ายน่อย ๑ | ||
| ณวัน ๕ ๑๐ ฯ ๑๐ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงแห่พระชักพระไปวัดราชบพิธ แต่แห่นั้นเปนสามารถ เอาพระที่กาไหล่ทองคำที่โรงหล่อมาตั้งน่าพลับพลาสูง เกณฑ์พระราชาคณะถานาเปรียญ ทำรูปโคมเปนสัตว์ต่าง ๆ แล้วเจ้าของโคมที่เปนราชาคณะต้องมีการเล่นต่าง ๆ เปนการสมโภชพระกาไหล่ | ||
| ณวัน ๓ ๕ฯ ๑๒ ค่ำ เสด็จเรือกลไฟไปกรุงเก่าประทับวังจันทร์ | ||
| ณวัน ๔ ๖ฯ ๑๒ ค่ำ เสด็จเรือไฟเล็กเพลา ๑๑ ทุ่มเศษไปลพบุรี | ||
| ณวัน ๖ ๘ฯ ๑๒ ค่ำ พระราชทานกฐินเมืองลพบุรี ๒ วัด | ||
| ณวัน ๑ ๑๐ ฯ ๑๒ ค่ำ แรมท้องพรหมมาศ เพลา ๑๑ ทุ่มเศษเสด็จออกปากน้ำบางพุดซาแรมเมืองพรหม | ||
| ณวัน ๒ ๑๑ ฯ ๑๒ ค่ำ แรมปากโมกข์ | ||
| ณวัน ๓ ๑๒ ฯ ๑๒ ค่ำ แรมสีกุกปากบางปลาหมอ | ||
| ณวัน ๔ ๑๓ ฯ ๑๒ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงเศษเสด็จกลับ พลบถึงกรุงเทพฯ | ||
| ณวัน ๖ ๑๕ ฯ ๑๒ ค่ำ ลอยพระประทีป ๓ วันกระทงใหญ่ | ||
| ณวัน ๒ ๙ฯ ๑ ค่ำ ชักศพกรมขุนวรจักรวัดสระเกษ | ||
| ณวัน ๔ ๑๑ ฯ ๑ ค่ำ พระราชทานเพลิงกรมขุนวรจักร | ||
| ณวัน ๓ ๒ฯ ๑ ค่ำ ชักศพพระองค์เจ้าดวงเดือนวัดสระเกษ | ||
| ณวัน ๕ ๔ฯ ๑ ค่ำ พระราชทานเพลิงพระองค์เจ้าดวงเดือน | ||
| ณวัน ๑ ๗ฯ ๑ ค่ำ กรมหมื่นภูบาลนิพพานเพลากลางคืน | ||
| ณวัน ๒ ๘ฯ ๑ ค่ำ ในหลวงเสด็จสรงน้ำเพลาบ่าย ๓ โมงเศษ | ||
| ณวัน ๔ ๑๐ฯ ๑ ค่ำ ชักศพกรมหมื่นอานุภาพ เพลา เช้า ๕ โมงไฟไหม้บ้านเจ้าตุ๊กตานอกกำแพงประตูสพานเหล็ก วกเข้ามาโรงหวย ถึงวังกรมภูบาล เลยมาถนนบ้านญวน แยกมาถึงประตูช่องกุฏสพานช้างวัดเลียบ นอกกำแพงถึงบ้านพระนรินทร์ ดับบ่าย ๒ โมงเศษ | ||
| ณวัน ๑ ๕ฯ ๓ ค่ำ เพลาเช้าโมงเศษเสด็จลงเรือพระที่นั่งกลไฟไปพระพุทธบาท ประทับวังจันทร์ | ||
| ณวัน ๒ ๖ฯ ๓ ค่ำ เสด็จออกจากวังจันทร์เพลาเช้า บ่ายประทับแรมบ้านขวาง | ||
| ณวัน ๓ ๗ฯ ๓ ค่ำ เสด็จจากบ้านขวางขึ้นพระพุทธบาท ประทับแรมพระบาท | ||
| ปีรกา จ.ศ. ๑๒๓๕ | ณวัน ๔ ๑ฯ ๗ ค่ำ ประหารชีวิตรคนฆ่ามารดาตายบ้านพิดตะเพียน | |
| ณวัน ๕ ๒ฯ ๗ ค่ำ เพลา ๑๐ ทุ่มเศษช้างพระมหาศรีเสวตรสีประหลาดในแผ่นดินพระจอมเกล้าล้ม | ||
| ณวัน ๗ ๑๑ฯ ๗ ค่ำ คนเปนไข้อหิวาตกะโรคตายประปรายวันปฐม | ||
| ณวัน ๑ ๑๒ฯ ๗ ค่ำ หนาขึ้น ตายมากขึ้น | ||
| ณวัน ๔ ๘ฯ ๘ ค่ำ ไข้ลงรากยังชั่วขึ้น | ||
| ณวัน ๕ ๙ฯ ๘ ค่ำ ไข้ลงรากน้อยลง | ||
| ณวัน ๑ ๑๑ฯ ๘ ค่ำ ความไข้สงบเงียบลง | ||
| ณวัน ๖ ๑ฯ ๙ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงเศษพระอาทิตย์ทรงกลดใหญ่ แล้วเปนลำออกแต่กลดลงไปทางตวันตก ๒ ทาง ๆ หนึ่งเกลื่อนจะหาย ทางหนึ่งชัด | ||
| ณวัน ๖ ๘ฯ ๙ ค่ำ เพลิงไหม้ข้างถนนไปวัดสุทัศน์มุมน่าวัดราชบพิธด้านตวันออกเฉียงเหนือ ไหม้ ๒ หลังเล็ก ๆ เพลา ๒ ทุ่มเศษไฟดับประมาณเคี้ยวหมากจืด ฝนตกยังรุ่ง แต่ลมสงบไม่มี | ||
| ณวัน ๖ ๑๕ ฯ ๙ ค่ำ ไฟไหม้ตลาดน้อยเพลาบ่าย ๓ โมงเศษ | ||
| ณวัน ๑ ๒ฯ ๙ ค่ำ เพลาบ่าย ๔ โมงเศษเปนลำโตกว้าง ๓ วายาวจดขอบฟ้า แต่อุดรมาทักษิณ กลางสีเปนควันสองริมขาว เพลาย่ำค่ำพอหายหมด | ||
| ณวัน ๕ ๔ฯ ๑๑ ค่ำ พระเจ้าแผ่นดินทรงผนวช เพลา ๓ ทุ่มแล้วออกวัดพระแก้ว เข้าสวดญัติในพระพุทธนิเวศ (อิกครั้ง ๑) เสร็จใน ๗ ทุ่ม ๘ ทุ่ม | ||
| ณวัน ๑ ๗ฯ ๑๑ ค่ำ ข้าราชการเข้าถวายดอกไม้ธูปเทียน ๕ วัน ๖ วันจึงเสร็จ | ||
| ณวัน ๖ ๔ฯ ๑๑ ค่ำ เพลา ๔ ทุ่มพระเจ้าแผ่นดินลาผนวชแล้วสมมุติด้วยเนื่องกัน | ||
| ณวัน ๕ ๑๐ ฯ ๑๒ ค่ำ ยกโคมจองเปรียง | ||
| ณวัน ๓ ๑๕ ฯ ๑๒ ค่ำ มีจันทรุปราคา | ||
| ณวัน ๔ ๘ฯ ๑๒ ค่ำ ตั้งน้ำวงด้ายมีสวดมนต์การบรมราชาภิเศก | ||
| ณวัน ๕ ๙ฯ ๑๒ ค่ำ จุดเทียนไชยวัฒน์เพลาเช้า ๔ โมง ๔๘ นาที | ||
| ณวัน ๑ ๑๒ฯ ๑๒ ค่ำ มีการเล่นสมโภชพระนคร เพลายามเศษมีดอกไม้เพลิงต่าง ๆ ที่น่าพระที่นั่งสุทธาสวรรย์แต่งโคมจุดไฟด้วย | ||
| ณวัน ๒ ๑๓ฯ ๑๒ ค่ำ สรงเวลาเช้า ๑๘ นาที แปรพระภักตร์ทักษิณ เช้า ๔ โมง ๓๐ นาทีออกขุนนาง เพลาบ่าย ๒ โมง ๓๖ นาทีขึ้นพระแท่น ขุนนางยืนเฝ้า เพลาค่ำเสด็จเรือไฟทางชลมารค ทอดพระเนตรแต่งโคมไฟ กลับขึ้นตำหนักแพมีดอกไม้ เพลิงอิกคืน ๑ | ||
| ณวัน ๖ ๒ฯ ๑ ค่ำ เลียบพระนครทางสถลมารค | ||
| ณวัน ๒ ๕ฯ ๑ ค่ำ เลียบพระนครทางชลมารค | ||
| ณวัน ๗ ๑๐ ฯ ๑ ค่ำ ฦๅกันว่าเปนเณรลอยน้ำมาที่ตำหนักแพวัดพระเชตุพน ชำระยามเศษส่งขึ้นคุก | ||
| ณวัน ๑ ๑๑ ฯ ๑ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงเศษเสด็จอ่างศิลา | ||
| ณวัน ๗ ๙ฯ ๑ ค่ำ กลางคืนช้างล้มเชือก ๑ | ||
| ปีจอ จ.ศ. ๑๒๓๖ | ณวัน ๑ ๔ฯ ๑ ค่ำ เพลาบ่าย ๔ โมงประชุมออฟฟิเซอร์นายทหาร สั่งให้นอนประจำซองให้พร้อม | |
| ณวัน ๒ ๕ฯ ๑ ค่ำ เพลาตี ๔ ทุ่มแล้วหม้อไฟก๊าดในพระบรมมหาราชวังลุกขึ้น พวกทหารตำรวจต้องนอนประจำซอง | ||
| ณวัน ๓ ๖ฯ ๑ ค่ำ รุ่งขึ้นข้าราชการต้องนอนประจำซองทุกกรม | ||
| ณวัน ๖ ๙ฯ ๑ ค่ำ กรมพระราชวังหนีเพลา ๘ ทุ่ม ออกจากวังไปอยู่กับนายห้างที่ ๒ กงสุลอังกฤษ | ||
| ณวัน ๗ ๑๐ฯ ๑ ค่ำ สมเด็จเจ้าพระยาให้เจ้าพระยาสุรวงษ์ไปเชิญเสด็จมาณจวน จึงเชิญให้เสด็จกลับวังก็ไม่กลับ | ||
| ณวัน ๑ ๑๑ฯ ๑ ค่ำ วังหลวงมีลายพระหัดถ์เชิญให้กลับก็หากลับไม่ | ||
| ณวัน ๒ ๑๒ฯ ๑ ค่ำ จึงประชุมข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยพร้อมกันว่าทิ้งราชสมบัติไปอยู่กับกงสุล จะชอบจะผิดประการใดให้ทำจดหมายไปยื่น | ||
| ณวัน ๓ ๑๓ฯ ๑ ค่ำ มีลายพระหัดถ์ออกมาว่าที่จะยื่นนั้นให้งดไว้ จะเชิญเสด็จกลับ ตกลงกันจะกลับ ว่าจะสมโภช | ||
| ณวัน ๒ ๔ฯ ๒ ค่ำ ไฟไหม้ตรอกพระยาไกรต้นสพาน | ||
| ณวัน ๒ ๓ฯ ๓ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงเศษไฟไหม้ตลาดวัดหงษ์ | ||
| ณวัน ๔ ๕ฯ ๓ ค่ำ ราษฎรฦๅว่าออกลูกข้างหัวเปนคน ข้างก้นเปนนาค เอาไปทิ้งวัดเชิงเลน พระเอาแช่เหล้าไว้ | ||
| ณวัน ๓ ๒ฯ ๔ ค่ำ เพลา ๑๐ ทุ่มฝนตกมาก ๑๐ ทุ่มเศษฟ้าผ่าถูกกำแพงหัก ถูกบ้าน ถูกคนตาย ผู้ชาย ๒ คน | ||
| ปีกุญ จ.ศ. ๑๒๓๗ | ณวัน ๕ ๒ฯ ๕ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเศษเกิดลมตวันออกพัดหนัก ธงตราแผ่นดินที่สนามน่าพระที่นั่งสมมุติเทวราชอุปบัติขาดลมไปติดอยู่ที่พระมหาปราสาท ยังเหลือติดอยู่ที่เสานั้นแต่ตราฉัตรข้าง ๑ ที่ทุ่งนาวัดตึกนั้นต้นไม้หักมาก | |
| ณวัน ๔ ๗ฯ ๖ ค่ำ โปรดให้พระองค์เจ้ากฤษฎาเปนกรมหมื่น | ||
| ณวัน ๔ ๑๔ฯ ๖ ค่ำ เพลาหัวค่ำฝนตกประปราย เพลา ๗ ทุ่มเศษไฟไหม้แพ ๒ แพน่าบ้านเพ็ชรพิไชย ไฟเหือดฝนตก | ||
| ณวัน ๕ ๓ฯ ๙ ค่ำ ทหารที่รักษาตึกดินบอกว่าเสือบองเข้ามากินไก่ ทหารได้ตีเสือ | ||
| ณวัน ๑ ๖ฯ ๑๐ ค่ำ เพลาบ่ายโมงหนึ่ง พระยาราชเสนา ยกกองทัพขึ้นทางคลองเปรมประชากรไปทางสระบุรีขึ้นโคราชหนองคาย เปนกองน่า (รบทัพฮ่อ) | ||
| ณวัน ๒ ๗ฯ ๑๐ ค่ำ พระยาศรีพิพัฒน์ทูลลา รับเบี้ยหวัดด้วย | ||
| ณวัน ๔ ๙ฯ ๑๐ ค่ำ พระยาศรีพิพัฒน์ยกเปนกองลำเลียงเสบียงแลปืนกระสุนดินดำเปนกองส่งด้วย | ||
| ณวัน ๔ ๘ฯ ๑๐ ค่ำ เจ้าพระยามหินทรศักดิธำรงยกเปนแม่ทัพน่า ออกโขลนทวารไปทางโคราช ขึ้นสระบุรี | ||
| ณวัน ๗ ๓ฯ ๑๑ ค่ำ เจ้าคุณทหารขึ้นไปดูการวัดบ้านอ้อย เพลาบ่าย ๕ โมงเศษแล้วกลับ | ||
| ณวัน ๑ ๑๑ ฯ ๑๑ ค่ำ เจ้าพระยาภูธราภัยยกทัพขึ้นไปทางเมืองพิไชยไปหนองคาย ออกโขลนทวารเพลาบ่าย ๔ โมงเศษ | ||
| ณวัน ๒ ๔ฯ ๑๒ ค่ำ ขุนศรีสังหารยกกองลำเลียงขึ้นไปส่งเมืองโคราชกองทัพเจ้าพระยามหินทร์ | ||
| ณวัน ๑ ๒ฯ ๑๒ ค่ำ เจ้าพระยามหินทร์ยกจากหาดพระยาทดไปแก่งคอยรุ่งแล้ว | ||
| ณวัน ๔ ๕ฯ ๑๒ ค่ำ เจ้าพระยามหินทร์ยกจากแก่งคอยเข้าดงไปโคราชรุ่งแล้วโมง ๑ กับ ๖ บาท | ||
| ณวัน ๒ ๑ฯ ๑ ค่ำ เพลาเช้า ๒ โมงเศษพระมหาเทพได้คุมเครื่องยศเสื้อผ้าไปพระราชทานแม่ทัพนายกอง ไปทางโคราชถึงหนองคาย | ||
| ณวัน ๖ ๕ฯ ๑ ค่ำ จมื่นศักดิบริบาลยกแต่สระบุรีไปรับฮ่อณโคราช ยกเพลาเช้า | ||
| ณวัน ๔ ๑๕ ฯ ๓ ค่ำ จมื่นไชยภูษาเชิญท้องตราไปให้เจ้าพระยามหินทร์ณเมืองโคราช ให้ยกไปหนองคาย | ||
| ณวัน ๖ ๙ฯ ๔ ค่ำ เจ้าพระยามหินทร์ยกไป | ||
| ณวัน ๕ ๑๕ ฯ ๔ ค่ำ จมื่นไชยภูษากลับมาถึงบ้านท่าอ้อย | ||
| ณวัน ๔ ๑๓ฯ ๔ ค่ำ พระราชวรินทร์เชิญท้องตราไปให้เจ้าพระยามหินทร์กลับ ให้แบ่งกองทัพให้พระยามหาอำมาตย์ แบ่งที่เมืองโคราช | ||
| ปีฉลู จ.ศ. ๑๒๓๙ | ณวัน ๕ ๔ฯ ๑๑ ค่ำ สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษี (ได้) กับคุณแม้นในเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ | |
| ณวัน ๒ ๑๒ฯ ๑ ค่ำ เวียนเทียนสมโภชสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์ กรมหลวงจักรพรรดิพงษ์ | ||
| ณวัน ๓ ๑๓ฯ ๑ ค่ำ เพลาบ่ายโมง ๑ สมเด็จเจ้าฟ้าจาตุรนต์ กรมหลวงจักรพรรดิพงษ์ ทรงพระผนวช | ||
| ณวัน ๒ ๑๑ ฯ ๒ ค่ำ ไฟไหม้ตลาดสำเพ็งเพลาบ่ายโมงเศษ | ||
| ณวัน ๕ ๑๔ ฯ ๒ ค่ำ เสด็จกาญจนบุรี ขึ้นเดินแต่พระปฐมไป เสด็จจากกรุงเรือแจวเพลา ๒ โมงเช้า | ||
| ณวัน ๓ ๔ฯ ๒ ค่ำ ไฟไหม้ตรอกเว็จคี่เพลาโมง ๑ ฟากขวาเข้าไป คนตาย ๒ คน | ||
| ณวัน ๕ ๔ฯ ๓ ค่ำ เสด็จแต่ไทรโยคประทับกาญจนบุรี ราชบุรี มาถึงพระราชวังเพลา ๔ ทุ่ม | ||
| ปีเถาะ จ.ศ. ๑๒๔๑ | ณวัน ๕ ๕ฯ ๕ ค่ำ เพลาบ่าย ๔ โมงเศษ จับนายสำอางเปนที่พระปรีชา ลงเหล็กจำไว้ณคลังวิเศษ ว่าฉ้อเงินฉ้อทองหลวง ว่าเปนขบถ | |
| ณวัน ๗ ๙ฯ ๑ ค่ำ เพลา ๑๑ ทุ่มเอานายสำอางลงเรือไฟไปเมืองประจิม | ||
| ณวัน ๒ ๑๑ ฯ ๑ ค่ำ ถึงเมืองประจิมเพลาเช้า ๔ โมง เพลาบ่าย ๔ โมงสำเร็จโทษนายสำอาง | ||
| ณวัน ๔ ๑๓ ฯ ๑ ค่ำ เพลา ๔ ทุ่มเศษเรือไฟมาถึงกรุงเทพฯ | ||
| ปีมโรง จ.ศ. ๑๒๔๒ | ณวัน ๑ ๑๔ ฯ ๔ ค่ำ ชักพระศพพระองค์สุนันทาเข้าพระเมรุ | |
| ณวัน ๔ ๒ฯ ๔ ค่ำ พระราชทานเพลิง | ||
| ปีมเสง จ.ศ. ๑๒๔๓ | ณวัน ๒ ๒ฯ ๗ ค่ำ เสด็จทอดพระเนตรช้างบ่อโพง แขวงกรุงเก่า | |
| ณวัน ๑ ๘ฯ ๗ ค่ำ เพลาบ่ายครึ่งโมงพระอาทิตย์ทรงกลด จนบ่าย ๔ โมงเศษจึงหาย เย็นฝนตกมาก | ||
| ณวัน ๓ ๑๐ฯ ๗ ค่ำ ช้างขึ้นท่ามาเข้าโรง สมโภชช้างรุ่งขึ้นบ่าย ๔ โมง | ||
| ณวัน ๗ ๑๔ฯ ๗ ค่ำ เกิดความไข้ลงราก | ||
| ณวัน ๗ ๗ฯ ๑๑ ค่ำ ประหารชีวิตรอีเมียพระบันฦๅ เอาไม้ตำอีเล็กทาษตาย | ||
| ณวัน ๑ ๑๕ ฯ ๑๒ ค่ำ ดาวพระพฤหัศบดีเคียงพระจันทร์ทิศทักษิณประมาณ ๓ ศอก | ||
| ณวัน ๒ ๑๔ ฯ ๑ ค่ำ มีจันทรุปราคา | ||
| ณวัน ๕ ๖ฯ ๔ ค่ำ ดาวพระพฤหัศบดีเข้าแง่พระจันทร์ข้างใต้ห่างประมาณ ๒ ศอก | ||
| ปีมเมีย จ.ศ. ๑๒๔๔ | ณวัน ๖ ๑๒ ฯ ๕ ค่ำ เสด็จไปบางปอิน ดูงิ้ว | |
| ณวัน ๓ ๑ฯ ๕ ค่ำ เพลาเที่ยงไฟไหม้คลังเสื่อ | ||
| ณวัน ๒ ๑๔ฯ ๕ ค่ำ พระราชาคณะสวดมนต์ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แลปักเสาพุ่มดอกไม้เพลิงด้วย เปนการสมโภชฉลองพระแก้วแลวัดด้วย สมโภชพระนครเปนการ ๑๐๐ ปีในกรุงเทพฯ พระสงฆ์สวดมนต์ทุกใบเสมาแต่ณวัน ๓ ๑ฯ ๖ ค่ำ ๓ วัน | ||
| ณวัน ๖ ๔ฯ ๖ ค่ำ พระฉัน เกณฑ์ข้าราชการเลี้ยงตามเบี้ยหวัด แลเลียบพระนครด้วย | ||
| ณวัน ๔ ๑๕ฯ ๖ ค่ำ มีสุริยุปราคา | ||
| ณวัน ๔ ๑ฯ ๑๐ ค่ำ เพลาบ่าย ๓ โมงเศษ บุตรเจ้าจอมมรกฎ พระองค์เจ้าชาย ประสูตร | ||
| ณวัน ๗ ๓ฯ ๑๐ ค่ำ ช้างด่างล้มเพลายามเศษ ลางคนว่าล้มวัน ๓ ๗ฯ ๑๐ ค่ำ | ||
| ณวัน ๑ ๔ฯ ๑๐ ค่ำ เห็นดาวหางขึ้นทิศบูรพ์ หางไปประจิมเพลา ๓ ยาม | ||
| ณวัน ๖ ๑๔ ฯ ๑๒ ค่ำ เพลาทุ่มเศษพระจันทร์เข้าฤกษ์กติกาอยู่อุดร พระจันทร์ห่างดาวศอกเศษ พระเสาร์อยู่ห่างพระจันทร์ ๓ ศอกเศษทิศหรดี | ||
| ณวัน ๗ ๑๕ ฯ ๑๒ ค่ำ เพลายามเศษพระจันทร์เข้าฤกษ์โรหิณีทางทิศอาคเณย์ ห่าง ๓ ศอก | ||
| ณวัน ๑ ๑ฯ ๑๒ ค่ำ เพลายามเศษพระพฤหัศบดีเคียงพระจันทร์ทิศอาคเณย์ พ้นรัศมีฝ่ามือหนึ่ง | ||
| ณวัน ๖ ๕ฯ ๑ ค่ำ ประหารชีวิตรอ้ายนักโทษยิงพระวัดแขวงกรุงเก่าตาย | ||
| ณวัน ๔ ๑๐ ฯ ๑ ค่ำ ดาวหางหาย เมื่อจะหายนั้น หางเล็กบางสั้นรุบรู่หมดไปจนไม่เห็น | ||
| ณวัน ๖ ๑๑ฯ ๑ ค่ำ (วันลงมือ) ไล่หนังสือพระเปรียญเก่าใหม่ | ||
| ณวัน ๑ ๑๓ฯ ๑ ค่ำ ประหารชีวิตรอ้ายทองแดงกับพวกเพื่อนเข้ากัน ๑๑ คน โทษปล้นปากคลองบางลำภูริมบ้านพระดิฐการ | ||
| ณวัน ๕ ๑๐ ฯ ๒ ค่ำ แห่โสกันต์พระองค์เจ้าลูกเธอ ๓ องค์ วันแรกแห่ | ||
| ณวัน ๖ ๑๑ ฯ ๒ ค่ำ สมเด็จเจ้าพระยาผู้สำเร็จราชการแผ่นดินกลับเข้ามาแต่ราชบุรีถึงกระทุ่มแบน ถึงแก่พิราไลยเพลา ๔ ทุ่มเศษ | ||
| ณวัน ๑ ๑๓ ฯ ๒ ค่ำ โสกันต์เพลาเช้า บ่ายแห่สมโภช | ||
| ปีมแม จ.ศ. ๑๒๔๕ | ณวัน ๑ ๑๕ ฯ ๕ ค่ำ มีจันทรุปราคา | |
| ณวัน ๕ ๘ฯ ๘ ค่ำ เพลาย่ำค่ำดาวอะไรไม่รู้เข้าพระจันทร์ | ||
| ณวัน ๑ ๘ฯ ๑๐ ค่ำ เพลารุ่งเช้าเห็นพระอาทิตย์เขียว ครั้นสายหาย แต่แดดเหลือง เพลาบ่าย ๔ โมงพระอาทิตย์เขียวอิก เปนอยู่ ๓ วัน (คราวเขาไฟปะทุที่เกาะกักกระเตาที่ชวา) | ||
| ณวัน ๔ ๑๒ฯ ๑ ค่ำ พระยาราชวรานุกูลยกทัพ เสด็จทเลด้วย | ||
| ณวัน ๔ ๕ฯ ๒ ค่ำ เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคด้วยเรือไฟ ไปประพาศทเล ๑๐ วัน | ||
| ณวัน ๖ ๗ฯ ๒ ค่ำ ครั้นเสด็จพระราชดำเนินแล้ว เจ้าคุณทหารจับตอปิโดลูกระเบิดที่ปากน้ำ ฝรั่งเอาใส่หีบเข้ามา ฝรั่งบอกว่าพระนายไวยกอละแนลสั่งให้เอาเข้ามา เสด็จกลับพระราชวัง เจ้าคุณทหารกราบทูล กริ้ว | ||
| ณวัน ๓ ๒ฯ ๓ ค่ำ ดาวหางขึ้นทิศหรดีไม่ชัด หางพอเปนไร ๆ ยาวศอก ๑ | ||
| ณวัน ๒ ๘ฯ ๓ ค่ำ พระพฤหัศบดีเข้าใกล้แง่พระจันทร์ข้างทิศเหนือ ประมาณศอก ๑ หว่างโรหิณีมิคสิระ | ||
| ณวัน ๔ ๑๐ ฯ ๓ ค่ำ เพลารุ่งแล้ว ๒ โมงเศษเสด็จพระพุทธบาท ไปประทับพระราชวังบางปอิน ๔ ราตรี | ||
| ณวัน ๑ ๑๔ ฯ ๓ ค่ำ เสด็จแต่พระราชวังบางปอิน แรมท่าเจ้าสนุก | ||
| ณวัน ๒ ๑๕ ฯ ๓ ค่ำ เพลาย่ำรุ่งเสด็จทรงม้าขึ้นถึงพระพุทธบาทเที่ยง ครั้นเพลาค่ำพวกทหารน่าวิวาทกับอ้ายแสงที่เขาโพธิ์ลังกา พระนายศรีที่ ๒ พระนายไวยสั่งให้ยิงอ้ายแสง ลูกปืนถูกตาทลุท้ายทอยลูก ๑ กับที่อื่นอิก ๒ ลูก รวมลูกปืน ๓ ลูก อ้ายแสงตาย ลูกปืนไปตกในวังที่ประทับ ๒ ลูกต่อน่าที่นั่ง กริ้ว ให้กรมพระปราบชำระ | ||
| ณวัน ๗ ๕ฯ ๓ ค่ำ เสด็จกลับทางเดิมถึงท่าเจ้าสนุกมาแรมบางปอิน | ||
| ณวัน ๑ ๖ฯ ๓ ค่ำ ให้สมเด็จกรมพระปราบชำระ พวกวิวาทนั้นคือนายน่วมกับตัน ๑ นายหรุ่นเล็บเตอแนล ๑ นายเผื่อนเล็บเตอแนล ๑ กับซายันไปรเวศรวม ๕ คน เสนาบดีลูกขุนวางบทปรับว่าเปนขบถ โทษประหารชีวิตร ณวัน ๖ ๑๑ฯ ๓ ค่ำ เรือไปรับเอาเจ้าพนักงานธำมรงไปที่บางปอิน แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชีวิตรให้พ้นตาย แต่ใส่คุกไว้ | ||
| ณวัน ๗ ๕ฯ ๔ ค่ำ เพลาบ่ายเอาตัวนักโทษ ๕ คนมาใส่คุก | ||
| ณวัน ๗ ๑๒ ฯ ๔ ค่ำ พระองค์เจ้าคัคณางค์เปนกรมหมื่นพิชิต เสด็จไปจัดการเชียงใหม่ ยกเพลาบ่าย ๒ โมง | ||
| ปีวอก จ.ศ. ๑๒๔๖ | ณวัน ๓ ๑๒ฯ ๕ ค่ำ พระองค์จิตรเจริญทำการทหารน่าเพลาบ่าย | |
| ณวัน ๔ ๑๐ฯ ๗ ค่ำ เพลา ๘ ทุ่มเศษเจ้าคุณกลางน้องสาวสมเด็จเจ้าพระยาถึงอสัญกรรม | ||
| ณวัน ๓ ๑๔ ฯ ๙ ค่ำ เจ้าพระยามหินทร์ได้ไปว่าการทหารน่า แลเรียกบาญชีเงินบาญชีคนอายุ ๖๓ ปี | ||
| ณวัน ๕ ๑ฯ ๑๐ ค่ำ เพลาบ่าย ๔ โมงเศษทหารขึ้นอยู่แบแรก พระนายไวยสั่ง | ||
| ณวัน ๑ ๑๑ ฯ ๑ ค่ำ พระศรสำแดงถึงแก่กรรมเพลา ๙ ทุ่ม | ||
| ณวัน ๕ ๗ฯ ๓ ค่ำ เพลาเช้า ๔ โมงเศษเสด็จพระราชดำเนินจันทบุรี เพลาค่ำเพลิงไหม้ริมถนนเฟื่องนครปากตรอกถานวัดเลียบตรอกเหนือถึงตรอกใต้ เพลิงดับ | ||
| ปีรกา จ.ศ. ๑๒๔๗ | ณวัน ๔ ๑๕ฯ ๖ ค่ำ ไฟไหม้ห้างมิศแกรซีใต้ปากคลองสานเพลา ๕ โมงเช้า | |
| ณวัน ๖ ๒ฯ ๗ ค่ำ ลูกขุนไปนั่งโรงลครทุ่งพระเมรุ | ||
| ณวัน ๗ ๖ฯ ๘๘ ค่ำ ท่านผู้หญิงอิ่มพระยาเวียงไนยตายเพลาบ่ายโมงเศษ | ||
| ณวัน ๒ ๓ฯ ๑๑ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมงเศษจีนลูกจ้างฝรั่งรื้อประตูสพานเหล็ก ประตูหักพังทับจีนตาย ๓ คน เพลาบ่ายโมงเศษพระอมรยกทหารออกจากโรงไปทัพฮ่อขึ้นเมืองพิศณุโลก กรมประจักษ์ยกบ่าย ๓ โมง | ||
| ณวัน ๓ ๑๑ฯ ๑๑ ค่ำ พระนายไวยยกเพลาบ่าย | ||
| ณวัน ๖ ๑๔ฯ ๑๑ ค่ำ ในแรมเกิดไข้ทรพิศม์ ถึงแก่มรณะมาก | ||
| ณวัน ๓ ๑๐ ฯ ๑๒ ค่ำ ได้ข่าวไข้อหิวาเกิดแรมหนามากขึ้น แก้ได้น้อย ไปมากกว่าอยู่ | ||
| ณวัน ๕ ๕ฯ ๑๒ ค่ำ ได้ข่าวว่าดาวตกรุบรับ คนในโรงแสงว่าตกเปนหมู่ ลงที่พระมหาปราสาท | ||
| ณวัน ๖ ๖ฯ ๑๒ ค่ำ ขรัวตาใจว่าเพลา ๕ ทุ่มดาวดวงใหญ่ตกย้อยลงมา แล้วกลับคืนขึ้นไปดังลูกพลุ | ||
| ณวัน ๖ ๑๒ ฯ ๑ ค่ำ ลงมือรื้อพระที่นั่งอมรินทร์ | ||
| ณวัน ๗ ๒ฯ ๔ ค่ำ เพลา ๖ ทุ่มเศษเสด็จกลับถึงกรุงฯ เพลาบ่าย ๓ โมงเศษเพลิงไหม้ถนนใหม่ | ||
| ปีจอ จ.ศ. ๑๒๔๘ | ณวัน ๔ ๔ฯ ๕ ค่ำ งานหลวงมีเทศน์บนพระที่นั่งจักรี ถวายกระจาด กระจาดละ ๑๙ ชั่งบ้าง ๒๐ ชั่งบ้าง ๔ วัน ๓๔ กัณฑ์ ถึงณวัน ๗ ๗ฯ ๕ ค่ำ จึงได้ทรงแจกเหรียญเงินเหรียญทองแก่ข้าราชการ | |
| ณวัน ๕ ๑๒ ฯ ๕ ค่ำ หลวงศรีมโหสถถึงแก่กรรมเพลาบ่ายโมง ๑ | ||
| ณวัน ๑ ๑๕ ฯ ๕ ค่ำ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ถึงแก่กรรม | ||
| ณวัน ๖ ๕ฯ ๕ ค่ำ ไม่เสด็จออกขุนนาง | ||
| ณวัน ๗ ๑๓ฯ ๕ ค่ำ ได้ข่าวพระยาสุพรรณตายได้ ๖ วัน ๗ วันแล้ว | ||
| ณวัน ๖ ๕ฯ ๖ ค่ำ ฉลองตั้งกรมสมเด็จกรมพระบำราบปรปักษ์ มีโขนเล่นพิราบล้ม ทศกรรฐ์ล้มด้วย | ||
| ณวัน ๒ ๑๔ฯ ๖ ค่ำ เพลาพลบไฟไหม้โรงงิ้ววังกรมหลวงเทวะวงษ์ วันฉลองกรมเลิก | ||
| ณวัน ๖ ๙ฯ ๙ ค่ำ เพลาบ่ายโมงเศษไฟไหม้บ้านลาววัดโสมนัศ | ||
| ณวัน ๔ ๔ฯ ๙ ค่ำ กรมสมเด็จกรมพระบำราบเสด็จกลับถึงวังเพลา ๖ ทุ่มเศษประชวรมาก | ||
| ณวัน ๓ ๓ฯ ๑๐ ค่ำ กลางคืนเพลา ๕ ทุ่มเศษอากาศสว่างเหมือนเดือนหงาย ลางคนว่ามีดาวดวงใหญ่ขึ้นท้องฟ้าสว่าง กับมีหมายประกาศออกจับผู้ร้าย ๆ ยังไม่สงบ ต่อวันขึ้น ๖ ค่ำ ๗ ค่ำโจผู้ร้ายค่อยเงียบสงบ โดยมีกองจับ ๒๐ กอง | ||
| ณวัน ๔ ๔ฯ ๑๐ ค่ำ สมเด็จกรมพระบำราบปรปักษ์นิพพานเพลาเช้า ๔ โมงกับ ๑๕ มินิต | ||
| ณวัน ๓ ๑๐ ฯ ๑๐ ค่ำ ให้เจ้าพระยาพลเทพว่าการในกรมมหาดไทย | ||
| ณวัน ๔ ๒ฯ ๑๑ ค่ำ ประหารชีวิตรนักโทษปล้น ๓ คน ฝนตกมาก | ||
| ณวัน ๒ ๑๒ฯ ๑๒ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงกับ ๖ มินิต ๗ มินิต แผ่นดินไหวจนเรือนโยก ๖ หยุบ ๗ หยุบทางตวันออกไปตวันตก | ||
| ณวัน ๒ ๓ฯ ๒ ค่ำ ชักพระศพพระเจ้าลูกเธอ พระองค์ประไพพรรณพิลาศ แฝดองค์น้อย | ||
| ณวัน ๓ ๔ฯ ๒ ค่ำ แห่พระอังคาร | ||
| ณวัน ๔ ๕ฯ ๒ ค่ำ พระราชทานเพลิงวัดราชบพิธ | ||
| ณวัน ๕ ๖ฯ ๒ ค่ำ แลณวัน ๖ ๗ฯ ๒ ค่ำ สมโภชพระอัฐิ | ||
| ณวัน ๗ ๘ฯ ๒ ค่ำ แห่พระอัฐิเข้าวัง | ||
| ณวัน ๓ ๑๑ ฯ ๒ ค่ำ ทำบุญ ๗ วันพระที่นั่งอนันตสมาคม | ||
| ณวัน ๔ ๔ฯ ๒ ค่ำ แลณวัน ๕ ๕ฯ ๒ ค่ำ แห่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ลงท่า | ||
| ณวัน ๖ ๖ฯ ๒ ค่ำ เพลารุ่งแล้ว ๕ โมง ๑๕ นาที ลงท่าสรง เพลาเย็นแห่สมโภช | ||
| ณวัน ๗ ๗ฯ ๒ ค่ำ แลณวัน ๑ ๘ฯ ๒ ค่ำ สมโภช | ||
| ณวัน ๓ ๑๐ฯ ๒ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงเปนพยุหเลียบพระนคร | ||
| ณวัน ๕ ๑๒ฯ ๒ ค่ำ เพลาบ่าย ๔ โมงเศษเสด็จแต่พระที่นั่งจักรีไปออกประตูศรีสุนทรไปประทับพระที่นั่งชลังคพิมานทอดพระเนตรกระบวนพยุห เรือพายถวายตัว แล้วมีเรือแข่ง พอย่ำค่ำเสด็จขึ้น รุ่งขึ้นณวัน ๖ ๑๓ฯ ๒ ค่ำ เลี้ยงโต๊ะที่วังสราญรมย์ ในสวนมีร้านขายของ แต่ข้าราชการซื้อไม่ต้องเสียอัฐเสียเงิน กินเปล่า | ||
| ณวัน ๗ ๑๔ฯ ๒ ค่ำ เลี้ยงโต๊ะที่บาแรกทหารน่า | ||
| ณวัน ๑ ๑๕ฯ ๒ ค่ำ เส้นตรุศจีน | ||
| ณวัน ๕ ๑๑ ฯ ๓ ค่ำ พระโหราถึงแก่กรรมเพลาค่ำแล้ว | ||
| ณวัน ๑ ๑๔ ฯ ๓ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมง ๘ บาท ๙ บาท แผ่นดินไหว หลังคาลั่นเยือก ๆ ๔ เยือก ๕ เยือก โคมแลของที่แขวนโยนแกว่งไปมา | ||
| ณวัน ๕ ๓ฯ ๓ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเสด็จพระที่นั่งเรือกลไฟไปเมืองเพ็ชรบุรี ไปทางทเล | ||
| ณวัน ๓ ๘ฯ ๓ ค่ำ เกิดเหตุออกลูกในวัง ต้องชำระ | ||
| ณวัน ๗ ๕ฯ ๔ ค่ำ เช้ามัวฝนไปจน ๒ โมงเช้าฝนตก ตก ๆ หาย ๆ ไปจน ๙ ทุ่ม ๑๐ ทุ่มฝนตกเพลาประหารชีวิตรอ้ายโต ไปรุ่งเช้ามัวฝน ครั้นเที่ยงแล้วฝนตกน้ำชายคาไหล บ่ายโมงฟ้าร้องทิศทักษิณไปพายัพประจิม ฝนตก ๆ หาย ๆ จนพลบ | ||
| ณวัน ๕ ๑๐ ฯ ๔ ค่ำ เพลา ๙ ทุ่ม ๑๐ ทุ่มเสด็จกลับจากเพ็ชรบุรี ถึงพระราชวัง | ||
| ณวัน ๕ ๒ฯ ๔ ค่ำ อ่ำ มหามนตรีที่เปนพิไชยสงครามถึงแก่กรรมเพลาบ่าย ๕ โมง ๓๐ มินิต | ||
| ปีกุญ จ.ศ. ๑๒๔๙ | ณวัน ๕ ๗ฯ ๖ ค่ำ เพลาบ่าย ๕ โมงเศษพระราชทานเพลิงสมเด็จกรมพระบำราบปรปักษ์ | |
| ณวัน ๓ ๘ฯ ๘ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมงพระอาทิตย์ทรงกลดใหญ่ ครั้น ๔ โมงเช้าหาย | ||
| ณวัน ๕ ๖ฯ ๑๐ ค่ำ เสด็จเกาะสีชังประพาศทเล | ||
| ณวัน ๔ ๑๒ฯ ๑๐ ค่ำ เสด็จกลับจากทเล | ||
| ณวัน ๒ ๑๕ ฯ ๑๒ ค่ำ เพลาบ่ายโมง ๑ กับ ๓๕ มินิต แผ่นดินไหว | ||
| ณวัน ๗ ๔ฯ ๑ ค่ำ พระยากระสาปน์โหมดพ้นโทษ | ||
| ณวัน ๑ ๕ฯ ๑ ค่ำ พระยาสุรศักดิยกทัพไปหลวงพระบางเพลาบ่ายโมงเศษ | ||
| ณวัน ๓ ๑๓ฯ ๑ ค่ำ พระนางประสูตร | ||
| ณวัน ๓ ๓ฯ ๔ ค่ำ ชักพระบรมธาตุอัฐิ | ||
| ณวัน ๔ ๔ฯ ๔ ค่ำ มีงานสมโภชเวียนเทียนแห่กลับ | ||
| ณวัน ๖ ๖ฯ ๔ ค่ำ ชักพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ๒ องค์ | ||
| ณวัน ๒ ๙ฯ ๔ ค่ำ พระราชทานเพลิงที่ ๑ | ||
| ณวัน ๓ ๑๐ ฯ ๔ ค่ำ แห่พระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ๑ พระอรรคชายา ๑ แห่พระอังคารด้วย | ||
| ณวัน ๖ ๑๓ ฯ ๔ ค่ำ พระราชทานเพลิงที่ ๒ | ||
| ณวัน ๗ ๑๔ ฯ ๔ ค่ำ แห่พระอังคารไปวัดราชบพิธที่พลับพลา | ||
| ปีชวด จ.ศ. ๑๒๕๐ | ณวัน ๕ ๘ฯ ๖ ค่ำ ไฟไหม้ตรอกเจ้าสัวเนียมเพลาบ่าย ๓ โมง | |
| ณวัน ๖ ๑ฯ ๗ ค่ำ เรือไฟเปนเรือจ้างเกิดที่ท่าเตียน | ||
| ณวัน ๕ ๑๑ ฯ ๘ ๘ ค่ำ เพลาเช้าแห่กลองที่ชื่อย่ำสนธยา, สัญญาอัคคี, ไพรีพินาศ นั้นไปไว้ที่หอยุติธรรมที่ทำใหม่ตรงกลางเปนหอสูงนั้น | ||
| ปีฉลู จ.ศ. ๑๒๕๑ | ณวัน ๑ ๘ฯ ๑ ค่ำ เพลา ๒ ทุ่มเศษไฟไหม้หลังวังกรมหลวงพิชิต ๓๐ หลัง ๔๐ หลัง |