ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๗๖

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ประชุมพงศาวดารภาค ๗๖ จดหมายเหตุของโยส เซาเต็น พ่อค้าชาวฮอลันดาในสมัยพระเจ้าทรงธรรม และ พระเจ้าปราสาททอง

พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลตรี เจียรณ์ พิชัยสนิธ ณ ฌาปนสถานกองทัพบก วัดโสมนัสวิหาร ๑๔ มีนาคม ๒๕๐๔ _______________




พลตรี เจียรณ์ พิชัยสนิธ ชาตะ ๑๒ ต.ค. ๒๔๔๖ มรณะ ๒๗ พ.ค. ๒๕๐๓

คำไว้อาลัย

คุณเลื่อน พิชัยสนิธ ภรรยาของ พลตรี เจียรณ์ พิชัยสนิธ ได้มาแจ้งกับข้าพเจ้าว่า จะได้ขอพระราชทานเพลิงศพ ในพิธีฌาปนกิจศพ พลตรี เจียรณ์ พิชัยสนิธ สามี ในกลางเดือนมีนาคมนี้ จึงขอให้ข้าพเจ้าได้เขียนข้อความไว้อาลัยให้ด้วย ข้าพเจ้าได้รับทราบข่าวนี้ด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ และอาลัยในเพื่อนรักเป็นอย่างยิ่ง

พลตรี เจียรณ์ เป็นเพื่อนที่ดีที่น่าคบมาตั้งแต่เราเป็นนักเรียนด้วยกัน เป็นคนพูดน้อย สุภาพ มีความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่มาตั้งแต่เด็ก เป็นที่ปรึกษาหารือของเพื่อนได้เป็นอย่างดี เป็นคนไม่น้อยไม่มาก และลักษณะเช่นนี้ก็คงเป็นมาตามลำดับ ตั้งแต่เป็นนายทหารชั้นผู้น้อยจนเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ โดยปกติเราได้พบกันอยู่เสมอตามงานต่างๆ ของทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานของรุ่นและงานของเพื่อนด้วยกันทุกครั้ง พลตรี เจียรณ์ ไม่เคยขาดเลย จากนิสสัยและอัธยาศรัยอันดีงามของเพื่อนเช่นนี้ พลตรี เจียรณ์จึงเป็นที่รักใคร่นับถือของเพื่อนร่วมรุ่นทุกคน การตายของเพื่อนทำให้พวกเรารุ่น ๖๙ เศร้าเสียใจมาก เราต้องขาดเพื่อนที่ดีที่น่ารักน่านับถือไปอีกคนหนึ่ง ความตายดูช่างจะไม่ปราณีใครเสียเลย

บัดนี้ ถึงวาระที่เพื่อนจะต้องแปรสภาพเป็นเถ้าถ่านและอากาศธาตุ ซึ่งแม้จะเหมือนกันทุกรูปทุกนาม แต่ก็อดที่จะใจหายไม่ได้ ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าจะกล่าวอะไรได้ถูก นอกจากจะขอแสดงความรู้สึกอันแท้จริง เสียใจและเศร้าใจต่อคุณเลื่อน พิชัยสนิธ ผู้ภรรยา และขอตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้คุณงามความดีและบุญกุศลทั้งหลายที่ พลตรี เจียรณ์ พิชัยสนิธ ได้ประกอบมาตั้งแต่ต้นจนอวสาน จงดลบันดาลให้วิญญาณของเพื่อนรักร่วมรุ่น ๒๔๖๙ ได้เดินทางไปสู่สุคติภพอันสงบและบรมสุขนั้นเทอญ.


พลโท

(บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา)


องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ๓๑ มกราคม ๒๕๐๔





คำไว้อาลัย

วันนั้นเป็นวันศุกร์ที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ คุณเจียรณ์ ได้ออกเวรราชองครักษ์กลับมาถึงบ้านเวลาประมาณบ่าย ๓ โมง ไม่มีอาการที่จะแสดงว่าเจ็บไข้แต่ประการใดเลย การรับประทานอาหารเย็นก็คงเป็นปกติ พอตอนค่ำก็นั่งดูโทรทัศน์เรื่อยไปจนถึงเวลาประมาณ ๒๑ น. คุณเจียรณ์ได้พูดขึ้นว่ารู้สึกร้อนต้องอาบน้ำเสียหน่อย แล้วก็เข้าห้องน้ำไป เมื่อเสร็จจากอาบน้ำแล้วก็กลับมานั่งดูโทรทัศน์ต่อไปอีก แต่พอนั่งได้เพียงครู่เดียวก็เกิดมีอาการทุรนทุรายขึ้นทันที แล้วพูดขึ้นว่าเป็นอย่างไรไม่รู้หายใจไม่ใคร่ออก แน่นหน้าอกเหลือเกิน ดิฉันเข้าใจว่าเป็นลม จึงหายาให้รับประทาน แต่ก็ไม่ทุเลาขึ้น จึงได้รีบโทรศัพท์บอกไปยังคุณชม ศุขปริมัตถ์ เจ้าของโรงพิมพ์ชุมนุมช่าง ซึ่งเป็นผู้รักใคร่นับถือประดุจญาติอันสนิทที่บ้านตำบลบางขุนเทียน ให้ช่วยจัดการติตามแพทย์ให้มาทำการตรวจรักษาให้ เมื่อคุณชม ฯ นำนายแพทย์ พนิต ศรียาภัย มาตรวจดูอาการแล้ว เห็นว่าอาการเข้าในขั้นจะต้องใช้อ๊อกซิเยน จึงแนะนำและได้ควบคุมไปส่ง ร.พ. ศิริราชในทันที ในระหว่างทางอาการของคุณเจียรณ์กลับทรุดลง เมื่อถึงโรงพยาบาลศิริราชแล้ว นายแพทย์ได้พยายามเยียวยาจนถึงที่สุดถึงแม้จะให้อ๊อกซิเยนช่วยก็ไม่เกิดผลดีขึ้นแต่อย่างใด คุณเจียรณ์ได้สิ้นใจลงด้วยอาการอันสงบเมื่อเวลา ๒๔ น. เศษ เมื่อดิฉันได้ทราบว่าคุณเจียรณ์ถึงแก่กรรมแล้ว จึงได้จัดการนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านต่อไป

ดิฉันรู้สึกเศร้าและอาลัยอย่างสุดซึ้งจนทำอะไรไม่ถูกหรือไม่ทราบว่าจะทำอะไรต่อไป ยิ่งในวันรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ก็ไม่ทราบว่าจะไปติดต่อ บอกข่าวแก่มิตรสหายของคุณเจียรณ์ให้ทั่วถึงได้อย่างไรจึงต้องขอถือโอกาสขอประทานอภัยไว้ในที่นี้อีกครั้ง

ความเศร้า และความอาลัยของดิฉันยังมีอยู่ไม่รู้หายแม้ในขณะนี้และแม้จะได้นึกเอาทางพระเข้าข่ม คุณเจียรณ์กับดิฉันได้อยู่ร่วมกันมาเป็นเวลานานด้วยความสุข ไม่เคยมีเรื่องระหอง ระแหงหรือกินแหนงแคลงใจกัน ในยามที่มีทุกข์ร้อนก็ได้ร่วมจิตใจช่วยกันแก้ไขอย่างดีที่สุด คุณเจียรณ์ทำหน้าที่พ่อบ้านได้อย่างน่ารัก ดีต่อดิฉัน ดีต่อลูก ๆ ทุก ๆ คน เป็นผู้มีปิยวาจา เป็นผู้ประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่อยู่ร่วม ซึ่งทางพระเรียกว่า อัตถจริยา ความประพฤติอีกข้อหนึ่งที่น่ารักมาก อันมิตรสหายของคุณเจียรณ์คงจะได้รู้สึกกันอยู่ก็คือ การทำตัวเสมอกับผู้คุ้นเคยใกล้ชิด ไม่ถือตัวข่มผู้อื่น ซึ่งทางพระเรียกว่า สมานัตตตา

ความเป็นสามีภริยากันนั้น เมื่อนึกหรืออ่านตามตัวอักษรนี้ดูจะรู้สึกว่าทั้งสองฝ่ายจะปฎิบัติต่อกันได้โดยไม่มีอะไรยาก แต่ความจริงมิใช่เช่นนั้น คนเราแต่ละคนมีอารมณ์ มีความนึกคิดมีรสนิยมต่างกัน การอยู่ร่วมกันที่จะให้ใจต่อใจร่วมกันได้เพื่อการอยู่ร่วมกันอันยืนยาวจึงจะต้องอาศัยความรู้จักข่มใจและความอดทนเป็นที่ตั้งสองฝ่าย คุณเจียรณ์กับดิฉันอยู่กินด้วยกันมาโดยมั่นคงเป็นเวลานานและซึ่งดิฉันรู้สึกว่าเรามีความสุขดังนี้ ฝ่ายดิฉันไม่อยู่ในโอกาสที่จะกล่าวถึงตัวเอง แต่ดิฉันกล่าวได้ดีที่สุดว่า เพราะความพยายามข่มใจและความอดทนของคุณเจียรณ์ในอันที่จะให้เราเข้าใจกันเห็นอกเห็นใจกันและกันนั้นโดยแท้ ชีวิตสมรสคือชีวิตอีกชีวิตหนึ่งซึ่งคู่สมรสจะต้องศึกษาให้เข้าใจด้วยกัน การสมรสจึงจะเป็นการเป็นงานขึ้นมาสมชื่อ มิฉะนั้นก็จะสักแต่ได้ชื่อว่าสมรสไม่เป็นโล้เป็นพาย ไม่มีความหมาย และธรรมดาการศึกษาก็ย่อมอาศัยความเพียรและความอดทนเป็นหลัก จึงในชีวิตส่วนตัวของคุณเจียรณ์อันดิฉันอยู่ใกล้ชิด ดิฉันจึงต้องกล่าวสรรเสริญความรู้จักข่มใจ และความอดทนของคุณเจียรณ์ทั้งนี้ว่าเป็นยอด และไม่มีข้อใดที่จะสงสัยอีกแล้วว่า ชีวิตในด้านการงานของคุณเจียรณ์นับแต่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ฯ ออกเป็นนายทหาร มีความเจริญในราชการมาโดยลำดับจนถึงขั้นยศและตำแหน่งครั้งสุดท้ายดังกล่าวในประวัติ ก็เพราะคุณธรรมสองข้อ คือความรู้จักข่มใจ และความอดทนนี้เอง

คุณความดีของคุณเจียรณ์ดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่ดิฉันได้เห็นแล้ว และจารึกอยู่ในใจของดิฉัน จึงทำให้ดิฉันกล่าวว่าความเศร้าและความอาลัยของดิฉันนั้นสุดซึ้งไม่รู้จักห่างหายแม้จนขณะนี้ และคงจะไม่มีเวลาหาย เหมือนดั่งนายนรินทรอินทร์รจนาไว้ในนิราศนรินทรที่ได้อยู่ในบทเรียนครั้งยังเด็ก ๆ ว่า " ไฟแล่นล้างสี่หล้า ห่อนล้างอาลัย " เพราะความอาลัยของดิฉันมิใช่เพียงแต่เนื่องจากความรักอย่างเดียว หากยังเนื่องแต่ความประพฤติอันดีเป็นที่ประจักษ์แก่ดิฉันแล้วนั้นด้วย

ในชีวิตของคุณเจียรณ์ ตลอดเวลาที่อยู่ร่วมมากับดิฉัน เห็นมีแต่ประพฤติตัว และพยายามที่จะประพฤติตัวให้อยู่ในทางที่ดีงามและรู้สึกว่าคุณเจียรณ์ก็มีความปิติในธรรมอันดี ที่ได้ประพฤติไปแล้วนั้นมาก ดิฉันจึงมาคำนึงว่าโดยที่คุณเจียรณ์ได้สะสมสะสมไว้แต่คุณธรรมความดี คุณธรรมความดีนั้นย่อมติดตัวคุณเจียรณ์นำไปสู่สุคติภพแล้ว แม้กระนั้นจึงด้วยอำนาจผลานิสงส์แห่งบุญกุศลใด ๆ อันดิฉันได้บำเพ็ญและอุทิศให้แล้วนั้นทั้งสิ้น ขอจงมีทางให้คุณเจียรณ์ ได้รับผล พูนเพิ่ม โดยสมบูรณ์ ช่วยเกื้อกูล ให้ความสุขทุก ๆ ประการแด่คุณเจียรณ์ ณ สุคติภพที่อยู่นั้น ๆ เป็นนิรันดร

เลื่อน พิชัยสนิธ



ประวัติ พลตรี เจียรณ์ พิชัยสนิธ

พลตรี เจียรณ์ พิชัยสนิธ เป็นบุตร นายเจิม นางเพิ่ม พิชัยสนิธ บ้านบางจาก อำเภอภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรี เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๖ ตรงกับแรม ๖ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีเถาะ ได้ทำการสมรส กับนางสาวเลื่อน อุชชิน ธิดา จมื่นพิทักษ์เทวา (สุพัฒน์ ) และ นางวาศ อุชชิน มีบุตรธิดาดังนี้ -

๑. ร.อ. วิจิตร พิชัยสนิธ ๒. น.ส. อักษรศรี พิชัยสนิธ ๓. นายวิศิษฏ์ พิชัยสนิธ ๔. นายสุรศักดิ์ พิชัยสนิธ

หลังจากที่สำเร็จการศึกษา จากโรงเรียนนายร้อยทหารบก (ขณะนั้นยังไม่ได้ใช้ชื่อว่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ แล้ว ทางราชการได้แต่งตั้งให้เป็นนักเรียนทำการนายร้อยทหารบก เมื่อ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๙ เข้ารับราชการประจำกรมทหารราบที่ ๓ ในอัตราเงินเดือนๆ ละ ๘๐ บาท

ระหว่างเป็นนักเรียนนายร้อยทหารบก (เลขประจำตัว ๓๕๗๙ เริ่มเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนนายร้อยทหารบก ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๔) นั้น ได้รับแต่งตั้งยศให้เป็นสิบตรีนักเรียนนายร้อยทหารบก เมื่อ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ครั้นสำเร็จการศึกษาและเข้ารับราชการแล้วก็ได้ก้าวหน้าในราชการขึ้นตามลำดับ จนได้เป็นพลตรี เมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐

ขณะที่ถึงแก่กรรมดำรงตำแหน่งเจ้ากรมสารบรรณ กรมเสนาธิการกลาโหม ในยศเดิมและคงเป็นราชองครักษ์เวรอยู่

การปฏิบัติราชการได้ดำเนินไปด้วยดีทั้งราชการปกติและในภาวะฉุกเฉิน เช่น การปราบกบฏจลาจล การเรียกร้องดินแดนคืนและราชการสงครามมหาเอเชียบูรพาเป็นต้น จึงได้เลื่อนยศและตำแหน่งสูงขึ้นตามลำดับ และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดังนี้ -

ลำดับการได้รับพระราชทานยศ

ร้อยตรี เมื่อ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๙ ร้อยโท เมื่อ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๓ ร้อยเอก เมื่อ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๗ พันตรี เมื่อ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๒ พันโท เมื่อ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๖ พันเอก เมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๐ พลจัตวา เมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๖ พลตรี เมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐

ลำดับการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เหรียญบรมราชาภิเษก (เงิน) เมื่อ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๘ เหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เมื่อ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๗ จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เมื่อ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๐ จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก เมื่อ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๒ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย เมื่อ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๓ เหรียญชัยสมรภูมิ เมื่อ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๔ เหรียญจักรมาลา เมื่อ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๔ ตริตราภรณ์ช้างเผือก เมื่อ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ เหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ ๙ ชั้นที่ ๓ เมื่อ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก เมื่อ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐

ลำดับการดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือน

  • ประจำกรมทหารราบที่ ๓ เมื่อ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๙ และได้รับเงินเดือน เดือนละ ๘๐ บาท
  • นายทหารคนสนิทของผู้บังคับการกรมทหารราบที่ ๓ เมื่อ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๙ และได้รับเงินเดือนเท่าเดิม
  • ประจำกรมทหารราบที่ ๓ เมื่อ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ และได้รับเงินเดือนเท่าเดิม
  • ประจำกองพันที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๑ ด้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๘๕ บาท และ เมื่อ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๙๐ บาท
  • ประจำกองพันที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๓ เมื่อ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ได้รับเงินเดือนเท่าเดิม จน ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๓ จึงได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๙๕ บาท
  • นายทหารคนสนิทของผู้บังคับกองพันที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๓ เมื่อ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๔ ได้รับเงินเดือนเท่าเดิม
  • นายทหารคนสนิทของผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๗ เมื่อ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้รับเงินเดือนเท่าเดิม จน ๑ เมษายน ๒๔๗๖ จึงได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๑๒๐ บาท และเมื่อ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๗ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๑๕๐ บาท
  • นายทหารคนสนิทของผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ ๑ เมื่อ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ และได้รับเงินเดือนเท่าเดิม จน ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๘ จึงได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๑๖๐ บาท เมื่อ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๙ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๑๗๐ บาท และเมื่อ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๐ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๑๘๐ บาท
  • นายทหารฝึกหัดราชการโรงเรียนเสนาธิการ เมื่อ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๐ และได้รับเงินเดือนเท่าเดิม จน ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๑ จึงได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๑๙๐ บาท และเมื่อ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๒๐๐ บาท
  • นายทหารฝ่ายเสนาธิการกรมพลาธิการทหารบก เมื่อ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้รับเงินเดือนเท่าเดิม จน ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๓ จึงได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๒๒๐ บาทเมื่อ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๒๖๐ บาท เมื่อ ๑ กรกฎาคม พ.ศ ๒๔๘๕ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๒๘๐ และเมื่อ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๓๒๐ บาท
  • สำรองราชการกองบังคับการกรมพลาธิการทหารบก และรักษาราชการเสนาธิการกรมพลาธิการทหารบก อีกตำแหน่งหนึ่งเมื่อ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ ๒๔๘๖ ส่วนเงินเดือนได้รับเท่าเดิม จน ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ จึงได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๓๕๐ บาท
  • ประจำกองบังคับการกรมเสนาธิการทหารบก เมื่อ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๗ และได้รับเงินเดือนเท่าเดิม
  • เสนาธิการกรมทหารราบที่ ๓ เมื่อ ๑๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๘ และได้รับเงินเดือนเท่าเดิม จน ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๘ จึงได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๔๐๐ บาท
  • ประจำฝ่ายยุทธการกรมเสนาธิการทหารบก เมื่อ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๘ และได้รับเงินเดือนเท่าเดิม
  • รักษาราชการเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ ๕ เมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙ และได้รับเงินเดือนเท่าเดิม จน ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๐ จึงได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๔๕๐ บาท
  • เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ ๕ เมื่อ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๐ และได้รับเงินเดือนเท่าเดิม จน ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๑ จึงได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๕๐๐ บาท
  • หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการ กองทัพที่ ๒ เมื่อ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๑ และได้รับเงินเดือนเท่าเดิม จน ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๒ จึงได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๕๕๐ บาทและเมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๖๐๐ บาท
  • หัวหน้าแผนกที่ ๑ กรมเสนาธิการทหารบก เมื่อ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๓ และได้รับเงินเดือนเท่าเดิม จน ๑ มกราคม พ.ศ ๒๔๙๔ จึงได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือน ละ ๖๕๐ บาท และเมื่อ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ ได้รับเงินเพิ่มพิเศษในการสู้รบเดือนละ ๑๕๐ บาท
  • หัวหน้าแผนกกลาง กรมเสนาธิการกลาโหม เมื่อ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๕ และได้รับเงินเดือนเท่าเดิม จน ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๖ จึงได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๗๐๐ บาท และเงินเพิ่มพิเศษในการสู้รบเดือนละ ๑๕๐
  • หัวหน้ากองสารบาณ กรมเสนาธิการกลาโหม เมื่อ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ และได้รับเงินเดือนและเงินเพิ่มพิเศษในการสู้รบเท่าเดิม
  • เจ้ากรมสารบรรณ กรมเสนาธิการกลาโหม เมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๗๕๐ บาท ครั้น ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๘๐๐ บาท เมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๙๐๐ บาท เมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๑ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๑,๑๐๐ บาท ส่วนเงินเพิ่มพิเศษในการสู้รบคงได้รับเดือนละ ๑๕๐ บาท ทุกเดือน จน ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้รับเงินเดือนตามที่ทางราชการปรับปรุงใหม่เป็นเดือนละ ๖,๗๐๐ บาท กับเงินเพิ่มพิเศษในการสู้รบเดือนละ ๑,๑๕๐ บาท

การศึกษาในระหว่างเวลารับราชการมีดังนี้

  • โรงเรียนประจำเหล่าทหารราบ ๑ ปี
  • โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ๒ ปี (พ.ศ.๒๔๘๐-๒๔๘๑)
  • วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ๑ ปี (พ.ศ.๒๔๙๘-๒๔๙๙)

ครั้นค่ำวันศุกร์ที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ รู้สึกไม่สบายมาก ญาติมิตรจึงนำไปยังโรงพยาบาลศิริราชและได้ถึงแก่กรรมในค่ำวันนั้นด้วยโรคหัวใจวาย นับอายุได้ ๕๗ ปี (หย่อน ๑๓๘ วัน)


งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะมีลักษณะตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา ๗ สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(๑)   ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(๒)   รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(๓)   ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(๔)   คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(๕)   คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (๑) ถึง (๔) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น"