ข้ามไปเนื้อหา

ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวงตรา 3 ดวง/เล่ม 2/ส่วนที่ 8

จาก วิกิซอร์ซ
พระไอยการลักขณโจร[1]

จะกล่าวลักษณมูลคดีวิวาทเกีดความด้วยโจรกรรม คือองคโจร แลผู้สมโจร แลผู้สมด้วยผู้สมโจร โดยบาฬีมีในพระธรรมสาตรว่า อวหารญฺจ นำเอาซึ่งทรัพยสรรพเหตุทังปวงของผู้อื่นด้วยไถยจิตรพร้อมด้วยอะวะหาระเจตนาจัดเปนโจรกำม์ แลโจรนั้นมี ๘ จำภวกโดยบาฬีว่า

  • กตฺตา การิยตา เจว นิทฺทิฏฺฐา[2] สฺฐานทา สขา
  • ชานา ตานา จ ภุตฺตา จ โจรา อฏฺฐวิธา วตฺตา[วซ 1]

โจรา อันว่าโจรทังหลาย อฏฺฐวิธา มี ๘ จำพวก กตฺตา จ คือกระทำเองลักเองก็ดี การยิตา จ คือไช้ให้ผู้อื่น กระทำ
ลัก
ก็ดี นิทฺทิฏฺฐา[2] คือสั่งสอรโจรเปนครูอุปเทศโจรก็ดี สฺฐานทา จ คือให้ที่ สำนัก
อยู่
แก่โจรก็ดี สขา จ คือเปนเพื่อนมิศหายด้วยโจรก็ดี ชานา จ คือสมรู้รว่มคิดด้วยโจรก็ดี ตานา จ คือปอ้งกันโจรไว้ก็ดี ภุตฺตา จ คือกีนอยู่สมะเลด้วยโจรก็ดี อาจริ เยน อันพระมโนสาราจาร วุตฺตา กล่าว อิติ ด้วยประการ[3] ดั่งนี้

แลโจร ๘ จำพวกดั่งกล่าวมานี้จัดเปนองคโจร ๓ เปนสมโจร ๕ โดยบาฬีดั่งนี้

  • กตฺตา การาปิตา นิทฺทิฏฺฐา[2] ติวิธา โจรนามกา
  • สฺฐานทา จ สขา ชานา ตานา จ ภุตฺตกา ปิ จ
  • ตถา ปญฺจวิธา โจรา สมโจรา ติ กิตฺติตา

แปลเนื้อความว่า โจรา อันว่าโจรทังหลาย ติวิธา มี ๓ จำพวก กตฺตา คือ กระทำ
ลัก
เองก็ดี การาปิตา จ คือไช้ให้ผู้อื่น ทำ
ลัก
ลักก็ดี นิทฺทิฏฺฐา[2] คือผู้สั่งสอรให้ลักเปนครูอุประเทศแห่งโจรก็ดี โจรนามกา ชื่อว่าเปนองคโจรแท้จรึง ตถา อนึ่งโสด โจรา อันว่าโจรทั้งหลาย ปญฺจวิธา มีห้าจำพวก สฺฐานตา จ คือผู้ให้ที่ อยู่
สำนัก
แก่โจรก็ดี สขา จ คือผู้เปนเพื่อนมิศหายรู้ด้วยโจรก็ดี ชานา จ คือผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยโจรก็ดี ตานา จ คือผู้ป้องกันกำบังโจรไว้ก็ดี ภุตฺต จ คือผู้กินอยู่สมเล[4] กับโจรก็ดี อาจริเยน อันมะโนสาราจาร กิตฺติตา กล่าว สมโจรา อิติ ชื่อว่าสมโจร

แลโจร ๘ ประการซึ่งจัดเปน องคโจร ๓
สมโจร ๕
ถ้าผู้พิภากษากระลาการพิจารนาเปนสัจแล้ว แลจะให้มีทันทานุทันท คือโทษ น้อย
ใหญ่
แล สีนไหม
พิไนย
องคโจรนั้นตามสถานโทษ สมโจรนั้นกึ่งโทษโจร สมด้วยผู้สมโจรนั้นกึ่งโทษผู้สมโจร

ทีนี้จะกล่าวสาขคดี คือกิ่งความ ตามมูลคดีวิวาทอันบุราณกระษัตรทรงพระราชวินิไฉยตามคำภีรพระธรรมสาตรมีพระราชบันญัติจัดเปนบทมาตราสืบ ๆ มาดั่งนี้

ศุภมัศดุ ๑๙๐๓ สุกระสังวัชฉะระเชฐมาศศุขปักจัตุถะดฤษดิถีครุวาระปริเฉทกาลกำหนฎ สมเดจพระรามาธิบดีศรีฤดิรักษจักรพรรดิราชาธิราชตรีภูวนาธิเบศบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวเสดจออกพระที่นั่งมังคลาภิเศกฝ่ายปจิมทิศแห่งพระมหาประสาทพร้อมด้วยหมู่มุขมาตยามลตรีกระวีราชบันทิตย์บโรหิตาโหราจารเฝ้าพระบาทอยู่โดยอันดับ จึ่งขุนหลวงพระไกรศรี ขุนพคลังนายท้าว[5] กราบบังคมทูลแดสมเดจบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัว ด้วยข้าพระพุทธิเจ้าพิจารณาเนี้อความโจร ลางคาบได้พิรุทเฆียรออก ลางคาบหมีได้ความจรึ่ง ลางคาบได้ทรัพย[วซ 2] เฆียรมิออก ลางคาบยังหมีได้เฆียรมันษาระภาบ ลางคาบได้ทรัพย์แล้วหมีได้ษาระภาพ ลางคาบรับเปนสัจซัดพวกเพื่อนแลได้พวกเพื่อนมา ลางคาบรับสมโจร ลางคาบหมีได้รับสมโจร ลางคาบได้ทรัพย์ ลางคาบพวกพิรุท ลางคาบพวกมิได้พิรุท ลางคาบพวกโจรษารภาพ ลางคาบพวกโจรหมีได้ษาระภาพ ลางคาบโจรซัดพวกเปนสัจ ลางคาบซัดพวกหมีได้เปนสัจ ลางคาบซัดพวกเพื่อนหมีได้คืนคำ แลมีผู้เสี้ยมสอรโจรให้คืนคำ แลคำโจรพิรุทประการหนึ่ง แต่ใดจเรียกว่าโจรปล้นวิ่ง แต่ใดจะเรียกว่าโจรย่องสดม แต่ใดจเรียกว่าโจรตีชีง แต่ใดจเรียกว่าโจรฉกฉวย แต่ใดจเรียกว่าโจรสาธารณ แต่ใดจเรียกว่าโจรล้วงลัก แต่ใดจเรียกว่าโจรลักเลียม แต่ใดจเรียกว่าโจรซุ่มซ่อน ข้าพระพุทธิเจ้าทังปวงฃอได้แจ้งในพระราชปรฎิบัตร จึ่งสมเดจพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทรงพระราชวินิจไฉยว่า

อันโจรปล้นนั้นฤๅ คือว่าโจรคบพวกเพื่อน ๑๐
๒๐
๓๐
คนไปปล้น บ้าน
เรือน
กลาง วัน
คืน
ยิง[6] ปืนโห่ร้องเข้าไปให้เจ้าของสดุ่งตกใจกลัว แล้วเกบเอาทรัพยทังปวง

อันว่าโจรย่องสดมนั้นฤๅ คือว่าโจรมีความรู้คุณเวทวิทยาคมสกฎให้เจ้าของหลับแล้วขึ้นเกบเอาทรัพย์สิ่งของ

อันว่าโจรไภยนั้นฤๅ คือว่าเปนโจรกระทำให้กลัวแล้วเกบเอาทรัพย์สิ่งสีนไป

อันว่าโจรตีชีงนั้นฤๅ คือว่าโจรคบพวกเพื่อนไปตี หาบคอน
โคเกวียน
หับไร่นา
สำเภานาวา
ณหนทาง บก
เรือ

อันว่าโจรฉกฉวยนั้นฤๅ คือ[วซ 3] ว่าหาเครื่องสาตราวุธหมีได้ ไปคอยอยู่ที่ถนนหนทางเปลี่ยว ช่วงชีงเอาทรัพย์สิ่งของเครื่องอัญมณีทังปวง

อันว่าโจรซุ่มซ่อนนั้นฤๅ คือว่าคบกันไปคอยด้อมมองณทับราวป่าท่าน้ำสถานที่ใด ๆ ก็ดีหมีให้เจ้าของรู้เหน เกบเอา ทรับ
ช้างม้า
เรือเกวียร
ประการใดไป

อันว่าโจรล้วงลักนั้นฤๅ คือว่าโจรล้วง เรือ
เรือน
ร้าน
เอาทรัพย์สิ่งของทังปวงไป

อันว่าโจรลักเลียมนั้นฤๅ คือว่าเรือเกวียรสิ่งของท่านไว้ณ ท่า
บ้าน
เริอน
แห่งใดๆ ก็ดี เอาสิ่งของท่านไปไม่บอกเจ้าของ เจ้าของภบเหนจึ่งว่าหยอกยืม

อันว่าสาธารณโจรนั้นฤๅ คือว่าเปนโจรไปด้วยเขา อยู่เฝ้า[7] เรือกดี[วซ 4] ไปด้วยแต่กลางทางแล้วกลับมาก็ดี หมีได้ทำร้ายด้วยเขา

อันว่านิลำภรโจรนั้นเปนโจรแต่เหตุโทษพิรุทติจพันดุจมณทินนิลเมฆอันคล้ำดำติจอยู่

อันว่าวิสาสคาหโจรนั้น คือว่าเปนโจรลักทรัพย์สิ่งของญาติพี่น้องบิดามารดาสามีพรรยาเขยษะใพ้

อันว่าสาระพะโจรนั้น คือว่าษาระพะลักหมีได้เลีอก

บัณฐทูสะกะโจรนั้น คือว่าโจรตีชีงเอาทรัพย์สิ่งของในทาง น้ำ
บก

อันว่าทามภริกะโจรนั้น คือว่ากระทำโจรกำม์ด้วยพวกเพื่อนเลี้ยงชีวิตร

อันว่าโจรสาระนั้น คือว่าลักทรัพย์อันเปนแก่นสาร ลักพระพุทรูป แลลอกทองพระพุทธรูปพระสถูบพระเจดีย์ เปนมิจฉาทิฤฐิอุกฤฐโทษ

อันว่าดัศกรโจรนั้น คือว่าคบพวกเพื่อนปล้นบ้านเรีอนในขอบขันทเสมามลทนสมเดจ์พระมหากระษัตราธิราชเจ้า เอาเพลีงเผาบ้านเรือนลุกลามไปไม่บ้านเรือนแลไม่พระพุทธรูปพระสถูปพระเจดีย์พระศรีมหาโพทธิกุฏิวิหารการบูเรียนเปนอันมากนั้น โทษหนัก เข้าในระวางอุกฤษฐโทษ

มีในพระธรรมสาตรลักษณองคโจร ๑๖ จำพวกแล้วมีสมโจร ๑ สมดว้ยผู้สมโจร ๑

1

๑ อนึ่งมีพระราชบันญัติไวแก่อธิบดีศรีนครบาลผู้บริหานพิจารณาบันดาความโจรทังปวงไซ้ จงมีใจซื่อตรงคงในเบญจะสีล ๕ คืออย่าให้ฆ่าสัตว อย่ากำหนัดในทรัพย์ท่าน อย่าทำ

2

๒ มาตราหนึ่งหน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/298หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/299หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/300หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/301หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/302หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/303หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/304หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/305หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/306หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/307หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/308หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/309หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/310หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/311หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/312หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/313หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/314หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/315หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/316หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/317หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/318หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/319หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/320หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/321หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/322หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/323หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/324หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/325หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/326หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/327หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/328หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/329หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/330หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/331หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/332หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/333หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/334หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/335หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/336หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/337หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/338หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/339หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/340หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/341หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/342หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/343หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/344หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/345หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/346หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/347หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/348หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/349หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/350หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/351หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/352หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/353หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/354หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/355หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/356หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/357หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/358หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/359หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/360หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/361หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/362หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/363หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/364หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/365หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/366หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/367หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (2).djvu/368


  1. เขียนเป็นสองเล่ม เล่ม ๑ นี้พิมพ์ตามฉะบับหลวง L11.1x ยังเหลืออีกฉะบับหนึ่ง คือ L11.1 (ก)
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 ทั้งสองฉะบับเขียน นิทฺธิฏฺฐา
  3. ต้นฉะบับ: ประการะ แก้ตาม ก
  4. ต้นฉะบับ: สมเล่ ส่วน ก เขียน สัมมะเล
  5. ก: เท้า
  6. ทั้งสองฉะบับเขียน ยิ่ง
  7. ต้นฉะบับ: เฝ่า แก้ตาม ก
  1. มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “วตฺตา” เป็น “วุตฺตา” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)
  2. มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “ทรัพย” เป็น “ทรัพย์” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)
  3. มีใบบอกแก้คำผิดให้เพิ่มเชิงอรรถดังนี้ “ต้นฉะบับ: คืว” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)
  4. มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “กดี” เป็น “ก็ดี” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)