ผู้ฉลาดในธาตุ

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ก็จะควรเรียกว่า ภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ ด้วยเหตุเท่าไร

ธาตุ 18 อย่าง[แก้ไข]

ธาตุนี้มี 18 อย่างแล ได้แก่

  1. ธาตุคือจักษุ
  2. ธาตุคือรูป
  3. ธาตุคือจักษุวิญญาณ
  4. ธาตุคือโสต
  5. ธาตุคือเสียง
  6. ธาตุคือโสตวิญญาณ
  7. ธาตุคือฆานะ
  8. ธาตุคือกลิ่น
  9. ธาตุคือฆานวิญญาณ
  10. ธาตุคือชิวหา
  11. ธาตุคือรส
  12. ธาตุคือชิวหาวิญญาณ
  13. ธาตุคือกาย
  14. ธาตุคือโผฏฐัพพะ
  15. ธาตุคือกายวิญญาณ
  16. ธาตุคือมโน
  17. ธาตุคือธรรมารมณ์
  18. ธาตุคือมโนวิญญาณ

...เหล่านี้แล ธาตุ 18 อย่าง ด้วยเหตุที่ภิกษุรู้อยู่ เห็นอยู่ จึงควรเรียกได้ว่า ภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ

ธาตุ 6 อย่าง[แก้ไข]

ก็ปริยายแม้อื่น ที่ควรเรียกว่า ภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ...

ธาตุนี้มี 6 อย่าง ได้แก่

  1. ธาตุคือดิน
  2. ธาตุคือน้ำ
  3. ธาตุคือไฟ
  4. ธาตุคือลม
  5. ธาตุคืออากาศ
  6. ธาตุคือวิญญาณ

...เหล่านี้แล ธาตุ 6 อย่าง แม้ด้วยเหตุที่ภิกษุรู้อยู่ เห็นอยู่ จึงควรเรียกได้ว่า ภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ

ธาตุ 6 อย่าง[แก้ไข]

ก็ปริยายแม้อื่น ที่ควรเรียกว่า ภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ...

ธาตุนี้มี 6 อย่าง ได้แก่

  1. ธาตุคือสุข
  2. ธาตุคือทุกข์
  3. ธาตุคือโสมนัส
  4. ธาตุคือโทมนัส
  5. ธาตุคืออุเบกขา
  6. ธาตุคืออวิชชา

...เหล่านี้แล ธาตุ 6 อย่าง แม้ด้วยเหตุที่ภิกษุรู้อยู่ เห็นอยู่ จึงควรเรียกได้ว่า ภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ

ธาตุ 6 อย่าง[แก้ไข]

ก็ปริยายแม้อื่น ที่ควรเรียกว่าภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ...

ธาตุนี้มี 6 อย่าง ได้แก่

  1. ธาตุคือกาม
  2. ธาตุคือเนกขัมมะ
  3. ธาตุคือพยาบาท
  4. ธาตุคือความไม่พยาบาท
  5. ธาตุคือความเบียดเบียน
  6. ธาตุคือความไม่เบียดเบียน

...เหล่านี้แล ธาตุ 6 อย่าง แม้ด้วยเหตุที่ภิกษุรู้อยู่ เห็นอยู่ จึงควรเรียกได้ว่า ภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ

ธาตุ 3 อย่าง[แก้ไข]

ก็ปริยายแม้อื่น ที่ควรเรียกว่าภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ...

ธาตุนี้มี 3 อย่าง ได้แก่

  1. ธาตุคือกาม
  2. ธาตุคือรูป
  3. ธาตุคืออรูป

...เหล่านี้แล ธาตุ ๓ อย่าง แม้ภิกษุรู้อยู่ เห็นอยู่จึงควรเรียกได้ว่า ภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ

ธาตุ 2 อย่าง[แก้ไข]

ก็ปริยายแม้อื่น ที่ควรเรียกว่าภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ...

ธาตุนี้มี 2 อย่าง คือ

  1. สังขตธาตุ
  2. อสังขตธาตุ

...เหล่านี้แล ธาตุ 2 อย่าง แม้ด้วยเหตุที่ภิกษุรู้อยู่ เห็นอยู่จึงควรเรียกได้ว่า ภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ

ดูเพิ่ม[แก้ไข]

อ้างอิง[แก้ไข]

งานนี้ประกอบด้วยงานย่อยหลายส่วนซึ่งอยู่ในบังคับแห่งลิขสิทธิ์หลายเรื่องต่างกัน เช่น งานอันลิขสิทธิ์หมดอายุ และงานที่ไม่มีลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ดี งานนี้ทุกส่วนล้วนเป็นสาธารณสมบัติแล้ว
ส่วนบทประพันธ์:

งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า

ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
  2. ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
    1. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
    2. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณานั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  2. แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก
ส่วนอื่น ๆ:

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะมีลักษณะตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4) คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น"