พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561
เล่ม ๑๓๕ตอนที่ ๙๘ ก
๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ราชกิจจานุเบกษา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
อาาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา๑พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑”
มาตรา๒พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา๓ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “คณะกรรมการ” “ผู้อำนวยการ” และ “เจ้าหน้าที่” ในมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
““คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการโรงเรียน
“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าหน้าที่โรงเรียน”
มาตรา๔ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๑๔ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์” ประกอบด้วย
(๑)ประธานกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือเทคโนโลยี
(๒)กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสี่คน ได้แก่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอธิบดีการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
(๓)กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินห้าคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อกิจการของโรงเรียน ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องแต่งตั้งจากสาขาวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ไม่น้อยกว่าสองคน
ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการโดยตำแหน่ง และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
กรรมการจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เว้นแต่เป็นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อดำรงตำแหน่งแทนผู้ที่พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนดโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์กลางที่คณะรัฐมนตรีกำหนด”
มาตรา๕ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๑๙คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการและการดำเนินการของโรงเรียนเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑)กำหนดนโยบายการบริหารงาน และให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานของโรงเรียน
(๒)อนุมัติงบประมาณประจำปี งบการเงิน แผนการลงทุน และการดำเนินโครงการตามที่คณะกรรมการกำหนด
(๓)ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับโรงเรียนในเรื่องดังต่อไปนี้
(ก)การบริหารงานทั่วไป การจัดแบ่งส่วนงาน และขอบเขตหน้าที่ของส่วนงานดังกล่าว
(ข)การกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่นของเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง
(ค)การกำหนดประมวลจริยธรรมในการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่ และลูกจ้าง
(ง)การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การประเมินผลงาน การถอดถอน วินัยและการลงโทษทางวินัย การออกจากตำแหน่ง การร้องทุกข์และการอุทธรณ์การลงโทษของเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ้างลูกจ้าง
(จ)การบริหารและจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของโรงเรียน รวมทั้งการบัญชี และการจำหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญ
(ฉ)การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นแก่เจ้าหน้าที่และลูกจ้าง
(ช)การแต่งตั้งและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ
(ซ)การกำหนดขอบเขตเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบและผู้ตรวจสอบภายใน
(ฌ)การกำหนดเครื่องแบบผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่ และลูกจ้าง และเครื่องหมายโรงเรียน
(ญ)การสรรหา การแต่งตั้ง และการถอดถอนผู้อำนวยการ การปฏิบัติงานของผู้อำนยวยการ การรักษาการแทน และการมอบให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทน
(๔)ให้ความเห็นชอบในการกำหนดค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน และค่าบริการการดำเนินกิจการของโรงเรียน
(๕)เสนอรายงานประจำปีและความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้
(๖)การกระทำอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโรงเรียน
(๗)ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ระเบียบเกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญตาม (๓) (จ) ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด”
มาตรา๖ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๙/๑ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๑๙/๑ในการควบคุมดูแลการดำเนินงานของโรงเรียน ให้คณะกรรมการพิจารณากำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของโรงเรียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ ความซื่อสัตย์สุจริต การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การกระจายอำนาจการตัดสินใจ การอำนวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน”
มาตรา๗ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๒๑คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญให้เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการ และมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตามมาตรา ๑๙ (๓) (ข) และคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้
ที่ปรึกษาคณะกรรมการ คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะอนุกรรมการ จะต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับโรงเรียน หรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการของโรงเรียน ทั้งนี้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เว้นแต่เป็นผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายให้เป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้แทนของโรงเรียนในการเข้าร่วมทุนกับนิติบุคคลอื่นตามมาตรา ๙ (๕)
การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและคณะอนุกรรมการ ให้นำความในมาตรา ๒๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา๒๒ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา๒๓ให้โรงเรียนมีผู้อำนวยการคนหนึ่ง เป็นผู้บริหารกิจการของโรงเรียนภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ
คณะกรรมการเป็นผู้มีอำนาจสรรหา แต่งตั้ง และถอดถอนผู้อำนวยการ
การสรรหาผู้อำนวยการ ให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการ ซึ่งต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์กลางที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหรือผู้อำนวยการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองผู้อำนวยการที่มีอาวุโสตามลำดับรักษาการแทน ถ้าไม่มีรองผู้อำนวยการหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการหรือผู้ปฏิบัติงานของโรงเรียนคนหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทน”
มาตรา๘ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๓/๑ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๒๓/๑ในการแต่งตั้งผู้อำนวยการ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่มีเหตุต้องแต่งตั้งผู้อำนวยการ และหากมีเหตุผลจำเป็น ให้คณะกรรมการขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกินหกสิบวัน หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการรายงานผลให้คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนเพื่อรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา”
มาตรา๙ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๒๔ผู้อำนวยการต้องเป็นบุคคลซึ่งมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการของโรงเรียนตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของโรงเรียน สามารถทำงานให้แก่โรงเรียนได้เต็มเวลา รวมทั้งตั้งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนด้วย”
มาตรา๑๐ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา ๒๖ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“การขาดคุณสมบัติเพราะมีอายุเกินหกสิบห้าปีบริบูรณ์ ให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามกำหนดเวลาในสัญญาจ้าง”
มาตรา๑๑ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๗ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๒๗ภายใต้บังคับมาตรา ๓๕ วรคคสอง ให้ผู้อำนวยการมีหน้าที่บริหารกิจการของโรงเรียนให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ของโรงเรียน ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโบาย มติ และประกาศของคณะกรรมการ และเป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่และลูกจ้างทุกตำแหน่ง รวมทั้งให้มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)เสนอเป้าหมาย แผนงาน และโครงการต่อคณะกรรมการเพื่อให้การดำเนินงานของโรงเรียนบรรลุวัตถุประสงค์
(๒)เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของโรงเรียน รวมทั้งรายงานการเงินและการบัญชี ตลอดจนแผนการเงินและงบประมาณของปีต่อไป ต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา
(๓)เสนอความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงกิจการและการดำเนินงานของโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโรงเรียนต่อคณะกรรมการ
ผู้อำนวยการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของโรงเรียน”
มาตรา๑๒ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๓๒เจ้าหน้าที่ต้องมีคุณวุฒิหรือประสบการณ์เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของโรงเรียน สามารถทำงานให้แก่โรงเรียนได้เต็มเวลา รวมทั้งต้องมีคุณวุฒิและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนด้วย”
มาตรา๑๓ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา ๓๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“การขาดคุณสมบัติเพราะมีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ ให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามกำหนดเวลาในสัญญาจ้าง”
มาตรา๑๔ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๓๕การบัญชีของโรงเรียน ให้จัดทำตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี และต้องจัดให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี การพัสดุของโรงเรียน ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละครั้ง
ในการตรวจสอบภายใน ให้มีผู้ปฏิบัติงานของโรงเรียนทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภายในโดยเฉพาะ และให้รับผิดชอบขึ้นตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ในการแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง และลงโทษทางวินัยของผู้ตรวจสอบภายใน ให้ผู้อำนวยการและคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาร่วมกันแล้วเสนอให้คณะกรรมการให้ความเห็นชอบก่อน จึงดำเนินการได้”
มาตรา๑๕ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๘ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
มาตรา๑๖ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๙ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๓๙ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินกิจการของโรงเรียนให้เป็นไปตามกฎหมายและให้สอดคล่องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งโรงเรียน ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายของรัฐบาล มติของคณะรัฐมนตรี และแผนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน เพื่อการนี้ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้โรงเรียนชี้แจง แสดงความคิดเห็น ทำรายงาน หรือยับยั้งการกระทำของโรงเรียนที่ขัดต่อกฎหมาย วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งโรงเรียน ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายของรัฐบาล มติของคณะรัฐมนตรี หรือแผนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน ตลอดจนสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงเรียนได้”
มาตรา๑๗ให้ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระและยังคงอยู่ในตำแหน่งตามมาตรา ๑๗ วรรคสาม แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้ ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้ ส่วนกรรมการโดยตำแหน่งให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา๑๘บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดที่อ้างถึงคณะกรรมการบริหารโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้ถือว่าระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งนั้นอ้างถึงคณะกรรมการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้ แล้วแต่กรณี
มาตรา๑๙ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า
- "มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
- (1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
- (2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
- (3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
- (4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
- (5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"
Public domainPublic domainfalsefalse